อ้ายอี้เอ๋อร์รู้สึกใค่อยๆ สังเกตไปรอบๆ อย่างละเอียด จึงเหลือบไปเห็นเด็กสาวคนหนึ่งแต่งกายคล้ายสาวใช้ยุคโบราณกำลังนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างเตียงเธอ รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที สติเริ่มจะกลับมาบ้างแล้ว‘เธอกำลังนั่งเครื่องบินกลับเซี่ยงไฮ้อยู่ไม่ใช่หรือ หลังจากนั้นเครื่องบินเหมือนจะเจอกระแสลมแรงเลยเกิดเหตุขัดข้องเธอยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นภาพเป็สีดำแล้ววูบไป ไม่คิดว่าพอฟื้นขึ้นมาจะมาเจอกับฉากอะไรอย่างนี้’
เธอคิดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ‘หรือว่าเครื่องบินที่ตกลำนั้น จะตกลงมาใส่กองถ่ายละคร ตอนนี้กำลังแสดงละครย้อนยุคกันอยู่ใช่ไหมหรือว่าดึงเธอมาเป็นักแสดง นี่มันมากเกินไปแล้วนะ เสียงคนที่เพิ่งร้องไห้อย่างเศร้าโศกนั่นอีกคงเป็เสียงของสาวใช้ที่อยู่ข้างเตียงคนนี้สินะ เป็คนที่ทุ่มเทให้กับการแสดงมาก แม้แต่เธอยังยอมรับในฝีมือการแสดงของเด็กคนนี้’จากเบาะแสที่มีในตอนนี้ อ้ายอี้เอ๋อร์คาดว่าคนในกองคงช่วยชีวิตเธอไว้! แต่ในใจเธอกลับมีความรู้สึกว่าบางอย่างมันไม่ถูกต้อง
เหมือนจะััได้ว่าอ้ายอี้เอ๋อร์กำลังจ้องมองอยู่สาวใช้ที่กำลังนั่งเช็ดน้ำตาพอเห็นอ้ายอี้เอ๋อร์ลืมตาขึ้นมา ร่างกายก็แข็งเป็หินอยู่ครู่หนึ่งหลังจากนั้นรีบโผเข้าหาอ้ายอี้เอ๋อร์ ร้องะโด้วยความดีใจปนประหลาดใจเป็อย่างมากว่า“คุณหนู ในที่สุดคุณหนูก็ฟื้นแล้ว เสี่ยวตงคิดว่าจะไม่ได้เจอคุณหนูอีกแล้วเ้าค่ะ”สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมาหนักกว่าที่ร้องเมื่อครู่นั่นอีก
อ้ายอี้เอ๋อร์ได้แต่ถาม์อยู่เงียบๆในใจ ‘ทำไมตอนนี้ถึงยังร้องไห้ต่ออีกล่ะ เด็กคนนี้ไม่ใช่ว่ากำลังอินกับฉากน้ำตานี้อยู่หรอกนะแสดงดีขนาดนี้ ผู้กำกับยังไม่สั่งคัทอีก ตกลงนี่มันเื่อะไรกัน หรือว่ายังแสดงฉากร้องไห้ไม่จบ’
เห็นเด็กคนนี้ทุ่มเทกับการแสดงขนาดนี้อ้ายอี้เอ๋อร์ก็ไม่กล้าไปรบกวน ยอมเก็บข้อสงสัยจนเต็มท้อง รอไปห้านาทีก็ดูเหมือนจะร้องไห้ไม่จบไม่สิ้นสักทีทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง นอกจากเสียงร้องไห้แล้ว รอบๆ นี้ล้วนเงียบสนิท
พอกวาดตามองรอบห้องไม่มีแม้แต่ช่างไฟสักคน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้กำกับ ในที่สุดอ้ายอี้เอ๋อร์ก็ทนไม่ไหว‘เป็ไปได้ไหมว่าเด็กคนนี้ดึงเธอมาแสดงเป็เพื่อน แต่เธอไม่มีอารมณ์ที่จะเล่นด้วยแล้ว’จึงดันคนที่กำลังร้องไห้อยู่ออกไป พลางถามว่า “ขอโทษนะคะ ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน คุณ...”อ้ายอี้เอ๋อร์ยังพูดไม่จบประโยค ก็ได้ยินเสียงของตนที่แหบแห้งและรู้สึกเจ็บคอเล็กน้อย
เด็กสาวเหมือนจะได้ยินคำถามจากอ้ายอี้เอ๋อร์จึงหยุดร้องแล้วเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยดวงตาที่แดงก่ำว่า “คุณหนู นี่คือจวนหนานกง บ่าวคือเสี่ยวตงเป็สาวใช้ของท่านอย่างไรเ้าคะ!”
อ้ายอี้เอ๋อร์ได้แต่หน้านิ่วคิ้วขมวด‘อะไรคือจวนหนานกง อะไรคือสาวใช้ ละครย้อนยุคนี้จะจบได้หรือยัง เวลานี้ยังจะมาเล่นต่อบทกับเธออีกเหรอตอนนี้เธอยุ่งมาก ไม่ว่างมาเป็ดารารับเชิญให้หรอกนะ’
สูดลมหายใจเข้าลึกๆกลืนน้ำลายที่มีอยู่เล็กน้อยลงไปเพื่อให้คอรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นบ้าง อ้ายอี้เอ๋อร์ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ว่างมาแสดงเป็เพื่อนคุณ แค่บอกมาว่า ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”พูดจนจบประโยคนี้ได้ก็ถึงขีดจำกัดของอ้ายอี้เอ๋อร์แล้ว คาดว่าตนเองคงยากที่จะเปล่งคำพูดชัดเจนออกมาได้อีก
เสี่ยวตงจ้องมาที่อ้ายอี้เอ๋อร์ราวกับเห็นสัตว์ประหลาดจึงตอบกลับไปว่า “คุณหนู ท่านลืมได้อย่างไร ท่านตกลงไปในบึง ถูกบ่าวรับใช้ช่วยขึ้นมาหลังจากนั้นก็ไม่ได้สติ สลบไปถึงสามวันเลยเ้าค่ะ”
อ้ายอี้เอ๋อร์รู้สึกอยากจะกลอกตาเด็กคนนี้ยังกล้าจะเล่นต่อบทเดือดเนื้อร้อนใจกับเธออยู่อีก ‘เป็ไปได้ไหมว่า หลังจากเครื่องตกเธอยังไม่ตาย แต่ตกลงไปในบึง หลังจากนั้นถูกคนในกองช่วยชีวิตไว้ นี่มันเกินไปไหม’
ต่อบทกันไม่จบไม่สิ้นอย่างนี้แถมเสียงของเธอยังไม่ดีขึ้นเลยสักนิดเดียว และที่สำคัญตอนนี้คอเธอแห้งมาก
อ้ายอี้เอ๋อร์อยากบอกว่าเอาน้ำมาให้เธอแก้วหนึ่งแต่กลับไม่มีเสียงออกมา จึงทำได้เพียงใช้นิ้วชี้ไปตรงแก้วชาที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นแล้วก็ชี้มาที่ปากของตน ซึ่งเด็กคนนี้เหมือนจะเข้าใจภาษามือของเธอ จึงรีบวิ่งไปรินน้ำมาให้พอเปิดกาน้ำดูถึงรู้ว่าข้างในไม่มีน้ำเหลืออยู่แม้แต่หยดเดียว จึงรีบบอกว่า “คุณหนูรอสักครู่นะเ้าคะ เสี่ยวตงจะรีบไปต้มน้ำมาให้เ้าค่ะ”
เสี่ยวตงเดินไปครึ่งทางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ถึงกลับตบหัวตนเองไปหนึ่งที แล้วหันมาบอกกับอ้ายอี้เอ๋อร์ว่า “คุณหนูดูบ่าวสิเ้าคะพอดีใจก็ลืมที่แม่นมบอกไปเลยว่า ‘ถ้าคุณหนูฟื้นขึ้นมาให้รีบไปส่งข่าวให้แม่นมด้วย’ ถ้าแม่นมรู้ จะต้องดีใจมากแน่ๆ เ้าค่ะ!” พูดจบก็พุ่งออกจากประตูราวกับแม่ไก่กำลังออกบิน
ครั้งนี้อ้ายอี้เอ๋อร์ได้แต่กลอกตาจริงๆเธอหิวน้ำจะตายอยู่แล้ว ยังต้องมารอไปต้มน้ำ แล้วรอไปเรียกคนมาอีก รอเด็กคนนั้นกลับมาเธอคงหิวน้ำจนขาดใจตายพอดี!อ้ายอี้เอ๋อร์อยากจะซื้อน้ำแร่บรรจุขวดสักสองสามดอลลาร์ถึงกับต้องประหยัดขนาดนี้เลยแต่พอคิดถึงเื่เงิน อ้ายอี้เอ๋อร์ก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอใส่เงินหลายสิบเหรียญไว้ในกางเกงยีนพอเลิกผ้าห่มออกดู ถึงรู้ว่าเสื้อผ้าของเธอถูกเปลี่ยนเป็ชุดสีขาวผืนบาง!
พอเห็นชุดนี้ อ้ายอี้เอ๋อร์ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง!เธออยากจะลงไปหาน้ำมากินเองมาก แต่น่าเสียดายที่พอขยับตัวก็รู้สึกเ็ปไปทั้งร่างดูเหมือนสิ่งเดียวที่ขยับได้ก็คือแขนทั้งสองข้าง ในใจคิดว่า ‘ที่ร่างกายนี้ต้องใช้แรงในการเคลื่อนไหวขนาดนี้เป็ผลมาจากเครื่องบินตกหรือเปล่า’ สุดท้ายจึงตัดสินใจรอเด็กคนนั้นกลับมาแล้วค่อยว่ากันอีกทีเธอทำได้เพียงอดทนต่อไปเท่านั้น!
ทันใดนั้นเองอ้ายอี้เอ๋อร์ก็คิดอะไรขึ้นมาได้อีกเมื่อครู่เหมือนจะได้ยินคนที่แต่งกายเป็สาวใช้คนนั้นบอกว่า ‘จะไปตามแม่นมมา’ หรือว่าจะไปดึงคนมาแสดงเพิ่มอีกอ้ายอี้เอ๋อร์ได้แต่ะโในใจ “โอ้ มายก้อด! มีใครบอกฉันได้บ้าง ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
เหมือนจะได้ยินเสียงะโในใจของอ้ายอี้เอ๋อร์ฉับพลัน ความทรงจำแปลกประหลาดมากมาย ก็พรั่งพรูเข้ามาในสมองอย่างต่อเนื่อง เธอได้แต่ยกมือกุมศีรษะยอมรับความทรงจำเ่าั้อย่างเ็ปและทรมาน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/59dde8270fb69cad137491bc0e18e922