
ตอนที่5 ความหวั่นไหว
1ชั่วโมงต่อมา…
“คุณสองนี่ก็คุยตลกดีนะคะ ปกติอรเห็นคุณเป็ผู้ชายเงียบๆ ไม่นึกว่าคุยเก่งเหมือนกัน”
อรวีวางคางมนบนมือเรียวที่ประสานกันไว้บนโต๊ะ หลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันเสร็จเรียบร้อย เธอก็ชวนแขกหนุ่มมานั่งเล่นที่สวนหย่อมเล็กๆ หลังบ้าน
“ผมก็จะคุยเก่งเฉพาะคนที่สนิทหน่อยเท่านั้นแหละครับคุณอร คนทั่วไปเลยอาจจะมองว่าผมเป็คนหยิ่ง”
“ไม่หรอกค่ะคุณสองไม่ได้ดูเหมือนผู้ชายหยิ่งซะหน่อย ครั้งแรกที่อรเห็นคุณสองคุณสองเหมือนผู้ชายมาดนิ่งดูเข้มๆ หน่อยก็เท่านั้นเอง”
“จริงเหรอครับ” ชายสองอมยิ้ม
“ค่ะ พี่เทวาชอบพูดเื่คุณสองให้อรฟังบ่อยๆ ว่าตอนอยู่ที่บริษัทคุณสองค่อยข้างเป็คนเอาจริงเอาจังมากเวลาทำงานแล้วก็มีความรับผิดชอบสูง บ้างทีสั่งงานไปหากงานไม่เสร็จก็ไม่ยอมกลับ เค้ายังชมคุณสองให้อรฟังอยู่บ่อยๆ เลยว่าหากพนักงานที่บริษัทเก่งและขยันแบบคุณสองบริษัทของเค้าคงเจริญก้าวหน้าแบบก้าวะโแน่ๆ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ พี่เทวาก็ยอผมเกินไป”
ชายสองยกมือลูบท้ายทอยตัวเอง เขามักจะทำกริยาแบบนี้เวลาขวยเขินจนอรวีสังเกตได้ เธอคิดว่าชายสองเป็ผู้ชายที่น่ารัก เขาอ่อนโยนและมีน้ำใจกับเทวาและเธอเสมอ
“จริงสิคะ อรอยากทราบมานานแล้วว่าทำไมคุณสองถึงได้ชื่อว่าชายสองล่ะคะ ชื่อของคุณแปลกดีตอนแรกอรคิดว่าคุณมีพี่ชายซะอีกคุณพ่อคุณแม่เลยตั้งชื่อว่าสอง แต่เหมือนเคยได้ยินพี่เทวาเล่าว่าคุณสองเป็ลูกชายคนเดียว” คิ้วเรียวภายใต้ดวงตากลมโตเลิกขึ้น
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ”
“เอ่อ… ถ้าเกิดว่าอรเสียมารยาทไปต้องขอโทษด้วยนะคะ”
อรวีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของคู่สนทนาจากยิ้มแย้มแจ่มใสกลายเป็หม่นเศร้าลงอย่างฉับพลัน
“ไม่เป็ไรหรอกครับคุณอร จริงแล้วมันก็ไม่ใช่ความลับอะไรหรอกครับ” หญิงสาวเห็นเขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดประโยคต่อไปออกมา
“คือชื่อของผมน่ะพ่อเลี้ยงผมเป็คนตั้งให้ครับ ผมเป็ลูกที่ติดท้องคุณแม่มา พ่อเลี้ยงผมคงอยากจะต่อว่าเหน็บแนมคุณแม่ของผมที่เคยมีสามีมาก่อนมั้งครับ เขาเลยตั้งชื่อผมประชดประชันคุณแม่ของผม เขาเลยตั้งชื่อให้ผมว่าชายสอง”
ชายสองส่งยิ้มให้อรวี มันเป็รอยยิ้มที่ไร้ชีวิตชีวาและมองดูน่าเศร้า ตัวเขาและพ่อเลี้ยงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกันสักเท่าไหร่ประสาลูกเลี้ยงพ่อเลี้ยงทั่วไป ที่มักจะมีข่าวให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ั้แ่เล็กจนโตเขาแทบไม่มีความสุขเลยเวลาที่อยู่ในบ้านหลังนั้น
คุณแม่และเขาเสมือนผู้อยู่อาศัยที่ต้องคอยรองรับอารมณ์จากพ่อเลี้ยง บ้านราวกับเป็ขุมนรกบนดิน กระทั่งพ่อเลี้ยงของเขาได้มาเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ชายสองและแม่เลยเหมือนได้มีชีวิตใหม่
“อรต้องโทษจริงๆ นะคะ อรไม่น่าถามเลย”
อรวียื่นมือไปแตะหลังมือของชายหนุ่มอย่างสำนึกผิด
“ไม่เป็ไรครับผมชินชากับมันแล้ว อีกอย่างตอนนี้พ่อเลี้ยงของผมก็ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้วด้วย”
ชายสองมองสบตากับอรวี บางสิ่งบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ในดวงตาของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นกว่าปรกติ ยิ่งมือใหญ่ของชายหนุ่มที่เธอเอื้อมไปััเพื่อหวังปลอบใจบีบมือนุ่มนิ่มของเธอตอบกลับมา นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหลาดคลายมีความไหวหวั่นในห้วงความรู้สึก หญิงสาวจึงค่อยๆ ชักมือกลับช้าๆ
“วันหลังคุณสองชวนคุณดุจดาวมาทานข้าวเย็นที่บ้านอรบ้างสิคะมาทานกันหลายๆ คนสนุกดีนะคะ พี่เทวาคงชอบที่มีเพื่อนทานเบียร์” อรวีเปลี่ยนเื่คุย
“เอาไว้ผมจะลองชวนเธอดูแล้วกันนะครับคุณอร”
“ค่ะ”
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ขอบคุณนะครับสำหรับอาหารกลางวันแสนอร่อย ถ้าเกิดมีอะไรให้ช่วยคุณอรเรียกผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับไม่ต้องเกรงใจรั้วบ้านติดกันแค่นี้เอง” ชายสองลุกขึ้นจากเก้าอี้
“อรต้องขอบคุณเช่นกันนะคะสำหรับผลไม้ของฝาก”
“ยินดีครับ”