บทที่ 12 ปิดงานเสียที
"ไกราจากตระกูลอาคิราภ์ทำไมมานอนให้ปีศาจความฝันเล่นงานอยู่ตรงนี้ล่ะ"เทพินเดินเข้าไปใกล้อุปกรณ์สร้างอาณาเขตแล้วเคาะที่กำแพงกันเขตเบาๆอาณาเขตเหมือนทนแรงสั่นะเือันน้อยนิดไม่ได้ พังทลายลงในพริบตา
"..." จิ้งจอกอสูรและรัตนามองการพังทลายของเขตแดนตาค้างเขตแดนที่ไม่เป็อะไรเลยแม้แต่จะถูกลูกหลงพลังจากการต่อสู้ของอสูรกลับพังลงได้เพียงแค่การเคาะเท่านั้น
"เคไนน์ มาแกะเอาปีศาจพวกนี้ออกไปหน่อยครับ"เทพินสั่ง เขาไม่รู้วิธีจัดการกับปีศาจความฝัน แต่อสูรอย่างเคไนน์น่าจะจัดการได้ด้วยความรู้ที่มาพร้อมกับอายุพันปีนั่น ส่วนเขาก็ใช้เวทพันธนาการรัตนาไว้ก่อน
จิ้งจอกอสูรทำตามอย่างว่องไวพัดสีเงินตะวัดผ่านปีศาจความฝันครั้งเดียวพวกมันก็สลายหายไปไกราทั้งสามได้สติขึ้นมาพร้อมกัน เด็กสาวที่อายุพอๆ กับเธอลุกขึ้นนั่งสะบัดหน้าไปมาเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองรอบด้าน
"ที่นี่... งาน... ฉัน..."
"ได้สติกันแล้วสินะครับสมกับเป็ไกราฟื้นตัวไวมาก" เสียงของเทพินดึงความสนใจของไกราสาวให้หันมอง
"นายเป็ใคร?" เธอถามอย่างฉงน
"ผมเป็นักเก็บกวาดของสมาคมครับมารับงานของคุณอาทิธ" เด็กหนุ่มตอบพลางยิ้มให้อย่างนุ่มนวล"ตอนนี้งานจบแล้วล่ะครับ แล้วก็ได้ตัวคนร้ายแล้วด้วยตอนนี้พวกเราลงไปข้างล่างกันเถอะ เช้าแล้วล่ะ"
"เดี๋ยวก่อน งานจบอะไรกัน ฉันยัง..."
"ลงกันไปข้างล่างแล้วผมจะอธิบายให้ฟังเอง นะครับ?"
"..."ไกราสาวดูจะไม่ค่อยเชื่อถือเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอมองไปยังจิ้งจอกอสูรที่ยืนกอดอกมองมาด้วยเช่นกัน ใบหน้าซื่อๆเลิกคิ้วมองตอบก่อนจะหันไปทางอื่นเมื่อถูกจ้องนานๆเทพินปรายตามองทั้งคู่แวบหนึ่งก่อนจะมองไกราสาวอีกสองคนที่ลุกขึ้นนั่งได้แล้ว
"ได้สติกันหมดแล้วก็ไปกันได้แล้วครับ"เทพินหันหลังกลับ เขาเซเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ล้ม เด็กหนุ่มขมวดคิ้วนิดๆ ส่ายหน้าไปมา"ท่าทางจะไม่ค่อยดีแฮะ"
"เ้าควรพัก ไม่ก็ควรไปโรงพยาบาล"เคไนน์หน้าบึ้งมองคนกำลังฝืนอย่างไม่ชอบใจ เด็กหนุ่มพยักหน้ารับเบาๆ
"ถ้าจบจากนี้แล้วผมว่าตัวเองก็ควรไปโรงพยาบาลล่ะนะยังไงเราก็ลากผู้หญิงคนนี้ลงไปหานายจ้างกันดีกว่า จะได้จบๆ งานไปสักที...พวกคุณถ้าลุกไหวแล้วก็ตามมาด้วยล่ะครับ"เทพินหันไปบอกกับสามไกราสาวแล้วออกเดินนำไปที่ลิฟท์โดยมีเคไนน์แบกรัตนาเดินตามหลังมา
เพราะไม่มีปีศาจหรืออาณาเขตหมอกสีดำแล้วทำให้พวกเขาสบายใจได้กับการลงลิฟท์ไกราสาวนั้นรีบตามมาขึ้นลิฟท์เดียวกัน พวกเธอยังไม่อยากถูกทิ้งไว้ชั้นบนโดยไม่รู้เื่ราวแม้จะยังงุนงงกับสถานการณ์อยู่บ้างว่าทำไมงานถึงจบแล้วทั้งที่พวกเธอพ่ายแพ้ให้กับปีศาจไปแบบนั้น
"ไหวไหมเทน เหนื่อยจนจะหลับแล้วนี่หลับอีกสักหน่อยไหมแล้วเดี๋ยวข้าจะอุ้มเ้าไปเอง" จิ้งจอกอสูรถามด้วยน้ำเสียงจริงจังเห็นโงนเงนมานานแล้วชักหวั่นๆ ว่าเด็กหนุ่มจะล้มกลิ้งไปพิกล
"ไม่ล่ะ อีกเดี๋ยวก็จะถึงแล้วนี่นาหลับไปตอนนี้กลัวหลับยาวน่ะ" เทพินส่ายหน้าแล้วยิ้มให้เป็เชิงบอกว่าเขาไม่เป็ไรจริงๆ
"เอางั้นเหรอ... แต่ถ้าไม่ไหวก็บอกล่ะ..."
"งั้นขอเกาะแขนเดินหน่อยแล้วกัน"ความจริงก็เริ่มเบลอๆ แล้วล่ะ จิ้งจอกอสูรพยักหน้าปล่อยให้เด็กหนุ่มเดินเกาะแขนเขาไป ถ้ามีแววจะล้มเมื่อไหร่จะได้จับไว้ได้ทันท่วงที
"เอ้อ! จริงด้วยสิ"เคไนน์พูดโพลงขึ้นอย่างเพิ่งนึกออก "ตอนนี้ข้าอยู่ในร่างกึ่งอสูรกันนี่นาจะไปโผล่ให้มนุษย์เห็นแบบนี้คงมีช็อกกันแน่ๆ แปลงเป็มนุษย์กันก่อนดีไหม"
"อืม ถ้ามีปัญหาอะไรฉันจะจัดการเอง"
ในที่สุดก็เดินทางมาถึงห้องของอาทิธเสียทีเทพินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนออกเบาๆเป็การเรียกสติก่อนจะเดินไปเคาะประตูแล้วกล่าว
"ขออนุญาตครับ ผมนักเก็บกวาดเองไม่ทราบว่าตอนนี้ขอเข้าพบได้ไหมครับคุณอาทิธ"
"ครับ เชิญเลย" เสียงที่ตอบกลับคุ้นหูดังขึ้นหลังบ้านประตูเทพินยิ้มนิดๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปตามคำอนุญาต
ชายหนุ่มคุ้นหน้าคนเดิมยืนรอพวกเขาอยู่ภายในห้องทำงานที่หรูหราและกว้างขวางเขากำลังจะผายมือมาเชิญให้พวกเทพินนั่ง แต่พอเหลือบไปเห็นเทพิน ไกราทั้งสามคนและหญิงสาวที่เป็เลขาถูกหิ้วมาแบบนั้นก็ทำให้เขาชะงักค้างแล้วไปต่อไม่ถูกเลย
"เอ๊ะ!นั่นรัตนา?"
"ใช่ เลขาของเ้านั่นแหละ"เคไนน์พูดพลางส่งตัวหญิงสาวที่หอบหายใจติดขัดไปให้ เธอคนนี้อาการแย่ลงเรื่อยๆจากฤทธิ์ของอัญมณีเสริมพลังที่กลืนเข้าไป อาทิธประคองรัตนาไปนอนที่โซฟาในห้องทำงานของเขาแล้วเอ่ยถามขึ้น
"นี่มันอะไรกันครับ?แล้วเื่งาน..."
"ก็นี่แหละครับงาน" เด็กหนุ่มตาสีม่วงตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อาทิธเงยหน้ามองเทพินอย่างไม่เข้าใจ
"งานของคุณคือเก็บกวาดส่วนงานของไกราก็ปราบปีศาจ..."
"ถ้าปีศาจล่ะก็จัดการแล้ว"เคไนน์พูดเสียงเ็าใส่"ส่วนแม่นั่นก็เป็ต้นเหตุของปีศาจในโรงแรมเ้ายังไงล่ะ"
"เอ๊ะ?" อาทิธขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองหน้าเทพินเพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติมเด็กหนุ่มตาสีม่วงถอนหายใจเฮือกแล้วจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาก่อนจะเอ่ยปากอธิบาย
"ผู้หญิงคนนี้เป็คนอัญเชิญปีศาจมาในโรงแรมคุณแล้วทำให้เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นในความคิดของผมก็คือเธอมีความแค้นหรือไม่ก็เหตุจำเป็ที่จะต้องทำให้โรงแรมนี้เสียชื่อเสียงซึ่งผมไม่ได้ถามสาเหตุหรอก เลยแค่เอาตัวเธอมาส่งให้คุณ ถ้ายังไงก็ถามเธอเองก็แล้วกันครับ"
"เอ่อ..."
"อ้อ จบงานแล้วนะครับคุณช่วยยืนยันผลด้วย ผมจะได้กลับไปพักผ่อนสักที คุณคงไม่ยืดเยื้อเวลาหรอกใช่ไหมไม่งั้นผมชาร์ตราคาเพิ่มนะครับ นี่ก็เกินหน้าที่มามากมายแล้ว"
"เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งไปสิ!"อาทิธร้องบอกด้วยสีหน้าตื่นๆ "ยะ... อยู่รอฟังเื่ราวกับผมก่อนให้ผมอยู่ถามเขาสองคน เกิดรัตนาเขาเรียกปีศาจมาอีกจะทำยังไง!"
"ไกราตั้งสามคนก็อยู่ตรงนี้แล้วไงครับ"เทพินตอบทันควัน
"หา!"ไกราสาวผมสีน้ำตาลแดงถลึงตาใส่เทพินทันที "เดี๋ยวนะไหนนายบอกว่าจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟังไง แล้วนี่อะไรจะทิ้งกันให้รับหน้าโดยไม่รู้สถานการณ์เลยเนี่ยนะ จะบ้าเหรอ!"
"ก็รอจากคุณเลขาฟื้นขึ้นมาเล่าก็ได้แต่ถ้าอยากรู้จริงๆ ต้องถามเคไนน์แล้วล่ะเพราะผมเองก็ไม่ค่อนเข้าใจเหมือนกัน"
"อะแฮ่มข้าเล่าให้ฟังเองก็ได้"เคไนน์กระแอมไอก่อนจะเริ่มเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปโดยละเื่พลังของเทพินไปบางส่วนเพราะถึงเล่าไปอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อว่าคนธรรมดาที่ไม่มีกลิ่นอายพลังเทพในร่างอย่างเทพินจะแสดงอภินิหารอะไรได้
เมื่อไกราและอาทิธเข้าใจสถานการณ์แล้วต่างก็หันไปมองหญิงสาวที่นอนอยู่บนโซฟาด้วยสายตาไม่เชื่อถือแต่กับอสูรตรงหน้าแล้วก็ไม่มีเหตุจำเป็ต้องโกหกพวกเขาด้วยเช่นกัน
"ถ้าเป็อย่างที่อสูรตนนี้เล่าเราก็ไม่ต้องทำงานแล้วสิ"ไกราสาวคนหนึ่งกล่าว อีกคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
"นั่นสิงานของเราคือปราบปีศาจให้จบก่อนพระอาทิตย์ขึ้นด้วย"
"แต่ว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของเรานะ"ไกราสาวผมสีน้ำตาลแดงกล่าวอย่างหนักใจ
"ไม่เป็ไรหรอกผมยกผลประโยชน์ให้กับคุณ แค่สัญญาว่าจะไม่พูดเื่ผมกับจิ้งจอกอสูรนี่ออกไปก็พอแล้ว"เทพินไม่คิดมากเื่ผลงาน เขาแค่อยากอยู่อย่างสงบ และตอนนี้เขาอยากนอนอย่างสงบ...โปรดปล่อยเขาไป...
"เอางั้นเหรอ?งั้นก็ขอรับไว้แบบไม่คิดมากแล้วกันนะ!"
"คิดหน่อยก็ได้ค่ะท่าน!"สองไกราสาวผู้ติดตามโวยวายเสียงดัง
"เอาน่าๆ ก็เขาไม่อยากได้นี่นาอีกอย่างงานว่าจ้างกำจัดปีศาจก็จบแล้วด้วย พวกเราจะได้กลับกันสักทีไง"หัวหน้ากลุ่มไกราสาวหัวเราะแล้วยกมือขึ้นลูบท้ายทอย เทพินมองเด็กสาวแล้วยิ้มขำท่าทางร่าเริงสดใสของเธอเป็ของจริง สมกับเป็ผู้ได้รับพรแห่งสุริยา
"เดี๋ยวก่อนพวกคุณ งานยังไม่จบนะต้องถามเื่จากรัตนาก่อน แล้วก็ต้องคุ้มครองผมจากปีศาจด้วยนะ"
"นี่คุณอาทิธ งานที่คุณว่าจ้างคือช่วยจัดการปีศาจภายในโรงแรมค่ะไม่ได้ให้คุ้มครองคุณจากปีศาจเสียหน่อย ถ้า้าจะให้ฉันอยู่ด้วยล่ะก็จ่ายเงินเพิ่มมาค่ะเพิ่ม-นะ-คะ!"
"..."ทุกคนที่อยู่ในห้องเงียบกริบทันที
"ว่ายังไงคะ จะจ่ายเพิ่มไหม?ถ้าไม่ก็รีบๆ ตอบยืนยันด้วยค่ะ คุณกำลังทำฉันเสียเวลานะ" ไกราสาวพูดกดดันก็จะชี้นิ้วไปที่นาฬิกาบนโต๊ะทำงานของอาทิธเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกดดัน...และมันก็ได้ผล เมื่อชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างจำยอม
"ได้!ผมจะจ่ายเพิ่มให้!"
"เยี่ยม!แบบนี้สิถึงจะคบกันยั่งยืน" เธอยิ้มออกมาอย่างสดใส"ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้สลายสัญญาเก่าก่อนนะคะ แล้วค่อยรับสัญญาใหม่"
การร่างสัญญาและทำสัญญาใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นหลังกระบวนการนี้เทพินก็ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อีกต่อไป เขาเอ่ยขอตัวออกไปทันที
"ไหนๆ งานก็เสร็จแล้วผมก็ขอตัวลาล่ะครับ"
"เดี๋ยวก่อนๆยังมีเื่สำคัญที่ต้องพูดกับนายก่อน" เด็กสาวผมสีน้ำตาลแดงจับบ่าของเขาไว้เทพินเลิกคิ้วมองทันที
"อะไรอีกล่ะครับ?"
"ชื่อ ขอรู้ชื่อก่อนได้ไหมฉันชื่อ ลุกซ์"
"เทพินครับ ส่วนนั่นก็เคไนน์สัตว์เลี้ยง"
"ยินดีที่ได้รู้จักและขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือค่ะ! พบกันคราวหน้าฉันจะตอบแทนอย่างแน่นอน!"
"อ่า ไม่เป็ไรครับผมไม่คิดมาก" เทพินโบกมือไปมา เป็ไปได้ไม่เจอกันเลยก็ดีนะคนจากตระกูลหลักผู้ได้รับพรเทพที่ยิ่งใหญ่เนี่ย
เทพินรีบเดินออกมาจากห้องเดินมาได้สองสามก้าวลงล้มพับลงไปแล้วลำบากคนที่เดินตามหลังมาต้องจับตัวไปก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นเคไนน์ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไปมากับเด็กหนุ่มที่ทนฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว
"พักผ่อนให้สบายเถอะข้าจะดูแลเ้าเอง" จิ้งจอกอสูรอุ้มเทพินกลับห้องพักภายในโรงแรมในวันนี้พวกเขาคงออกไปไหนไม่ได้แล้ว ร่างกายของเทพินก็ไม่พร้อมจะออกเดินทางด้วยไว้รอเขาตื่นแล้วค่อยไปแล้วกัน
เทพินหลับเป็ตายไปถึงสองวันเต็มเรียกได้ว่าเป็การหลับที่ทำเอาคนข้างตัวกระวนกระวายมาก เคไนน์ดูแลอยู่ใกล้ๆไม่ยอมห่างเลยด้วยซ้ำราวกับกลัวว่าเด็กหนุ่มจะหลับไปตลอดแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยแต่แล้วใน่เย็นของวันที่สองเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นมานั่งด้วยท่าทางงัวเงียมองพวกเขาก่อนจะเอ่ยปากขึ้นมาหนึ่งประโยค
"หิวจัง..." แถมด้วยเสียงท้องร้องที่บ่งบอกความหิวด้วย
หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกไปหาอะไรกินกันที่ร้านอาหารริมแม่น้ำโขงอีกครั้งครั้งนี้จำนวนอาหารก็เพิ่มมากกว่าครั้งก่อนหน้าอีกเท่าตัวเลยด้วย ทำให้จิ้งจอกอสูรที่ว่าตะกละอยู่แล้วจ้องมองคนสั่งอาหารด้วยสายตาอึ้งสุดๆ
"จะสั่งเยอะเกินไปไหมเนี่ย"เคไนน์มองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่กินอาหารทั้งหลายอย่างเอร็ดอร่อยราวกับอดอาหารมานาน...แต่จริงๆ ก็อดมาสองวันแหละนะ
"ช่วยไม่ได้นี่ครับ เสียพลังไปเยอะก็ต้องชดเชยกันหน่อย"เทพินพูดแล้วก็หัวเราะขบขัน
"แล้วร่างกายล่ะเป็ยังไงบ้างาแน่ะ"
"แผลหายแล้วล่ะพลังเองก็เหมือนจะปกติแล้วด้วยนะ" เทพินก้มลงมองตัวเองเล็กน้อยเขาไม่รู้สึกถึงอาการเจ็บป่วยอะไรเลย นอกจากหิวก็ไม่รู้สึกว่ามีส่วนไหนผิดแปลกไป
"ปกติได้อย่างน่าแปลกใจเลยนะเนี่ย"
"นั่นสิชักเริ่มสงสัยในตัวเองขึ้นมาแล้วเหมือนกัน แต่เอาเถอะคิดมากไปตอนนี้ก็ยังไม่ได้อะไร กลับบ้านค่อนว่ากันอีกทีดีกว่า"
"งั้นเหรอ" เคไนน์ถอนหายใจหนักๆ"จะว่าไปข้าก็ลืมบอก"
"มีอะไรอีกล่ะ"
"ไกราสาวที่มีดวงตาสีส้มนั่น... มีััพลังเทพีสุริยาที่เปื้อนมลทิน"
"หึๆ บทจะเจอก็หาง่ายเหลือเกินเจอสองคนในวันเดียวกันสถานที่เดียวกันเลยนะ"เทพินยกมือขึ้นเกาหัวแล้วขมวดคิ้ว"แต่ดูท่าทางทั้งสองคนแล้วไม่เหมือนคนที่โดนพลังเปื้อนมลทินเลยนี่"
"ข้าก็ว่าอย่างนั้น ดูปกติเกินไปหน่อย"
"แล้วนายจะเอายังไง ตามไปดูไหม"
"ตามตอนนี้ทันที่ไหนล่ะเ้าบ้า! ผ่านมาตั้งสองวันแล้วเขาคงกลับเข้าเมืองชั้นในไปแล้วหรือเ้าจะพาข้ากลับเข้าเมืองชั้นในล่ะ"
"งั้นขอผ่าน" เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วบิดี้เี"มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ปล่อยไว้ก่อน ถ้ามีปัญหาจริงๆ ผมจะช่วยนายก็แล้วกันตอนนี้กลับบ้านกันเถอะ!"
หลังจากกลับมาจากงานเทพินก็พุ่งตรงไปที่ร้านอาเธอร์ในทันทีเพื่อจัดการเื่ของภารกิจต่างๆให้เรียบร้อยกว่าจะได้กลับมานอนที่บ้านก็เลยเที่ยงคืนไปแล้วเด็กหนุ่มก็สภาพงัวเงียเต็มแก่จากการไปทำธุระมากมายก็ไม่ได้จัดการอะไรภายในบ้านไว้ให้เลยสักอย่างลำบากจิ้งจอกอสูรที่ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยต้องเก็บกวาดบ้านที่ไม่ได้อยู่หลายวันให้สะอาดเรียบร้อย
หลังจากนั้นเทพินรับภารกิจอีกหลายครั้งเขาไม่ได้รับภารกิจที่ต้องไปรอเก็บกวาดทันทีอีก แต่เลือกงานที่ไม่ต้องพบปะไกราเพราะเขายังเข็ดขยาดกับการพบไกราแล้วซวยต้องไปปราบปีศาจกับเขาด้วยซ้ำยังได้รับาเ็กลับมาอีก หากเขาพบอีกครั้งก็ไม่รู้ว่าจะแค่าเ็หรือเปล่า
เวลาหนึ่งเดือนใน่ปิดเทอมผ่านไปไว้กว่าที่คิด เทพินทำงานมีเงินพอจะอยู่ได้อย่างสบายๆไปอีกสามเดือนเลยทีเดียว และวันนี้พวกเขาต่างก็นอนตากแอร์อยู่กับบ้านพักผ่อนหลังจากทำงานหนักติดต่อกันห้างาน
"เฮ้อ... การนอนเฉื่อยๆอยู่บ้านบ้างก็ดีเหมือนกันนะ" เด็กหนุ่มบิดี้เีบนโซฟาในขณะที่จิ้งจอกอสูรผู้ติดละครจ้องหน้าจอโทรทัศน์ตาไม่กะพริบ
"ใช่การอยู่บ้านนั่งดูละครแบบมีแอร์มันดีจริงๆ" เคไนน์กล่าวเห็นด้วย
โธ่ เ้าจิ้งติดละคร!
ในระหว่างนอนเอื่อยเฉื่อยก็เหลือบไปดูปฏิทินหัวคิ้วขมวดเขาหากันเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด มัวแต่ทำงานจนลืมวันลืมคืน อืม...วันนี้มันวันที่เท่าไหร่แล้วนะ...
เสียงสมาร์ทโฟนของเทพินสั่นเด็กหนุ่มปรายตามองมันเล็กน้อย เมื่อเห็นเป็ข้อความก็หยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านพออ่านจบก็พุงพรวดออกจากห้องครัวทันที ทำให้คนที่นั่งดูละครบนโซฟาสะดุ้งโหยง
"เอ่อ... เป็อะไรไปหรือเทน"เคไนน์ถามด้วยสีหน้าตื่นๆ
"แย่แล้วล่ะเคไนน์!"เทพินหันมาทำหน้าแบบคนจะร้องไห้ใส่"ฉันลืมไปเลยว่าวันนี้ประกาศผลการเรียนของเทอมที่แล้ว อ๊าก! สายแล้วๆ"
"สายแล้วจริงๆ ด้วย"
"โอ๊ย! ตั้ง 9โมงครึ่งแล้วพวกฟรีนรอแย่แล้วครับ!!"เทพินหันซ้ายหันขวาอย่างทำอะไรไม่ถูกสภาพของเด็กหนุ่มที่ดูลุกลี้ลุกลนที่ไม่เคยเห็นนั้น เคไนน์มองตาปริบๆเด็กหนุ่มวิ่งกลับเข้าห้องไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปโรงเรียน ในขณะที่เคไนน์ต้องลุกไปเตรียมอาหารเช้าออกไปทั้งที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ
"ผมไปก่อนนะ จะรีบไปรีบกลับ"เทพินที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วกำลังจะวิ่งออกจากบ้าน จิ้งจอกอสูรเอ่ยรั้งไว้
"กินอะไรก่อนเถอะน่าแล้วข้าก็จะไปกับเ้าด้วย"
"ไปด้วย? ไม่ดูละครต่อแล้วเหรอ"
"ไม่ล่ะ ่นี้สังหรณ์ใจไม่ดี ไปด้วยดีกว่า"
"อารมณ์ไหนน่ะ" เทพินขมวดคิ้วแต่ก็ยอมให้ไปด้วย "ไปก็ได้ แต่ไปร่างอสูรนะไปร่างมนุษย์แล้วคนทั่วไปจะแตกตื่น"
ด้วยความหน้าตาดีของจิ้งจอกอสูรเขามั่นใจได้ว่าสาวๆภายในโรงเรียนต้องกรี๊ดกันโรงเรียนแตกแน่ หรือถ้าไปในร่างผู้หญิงคงถูกล้อมหน้าล้อมหลังไม่ได้ไปไหนพอกัน
หลังจากจัดการอาหารเรียบร้อยแล้วเทพินก็ขับรถออกจากบ้านไปพร้อมกับเคไนน์ในร่างจิ้งจอกแคระใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงโรงเรียนพอจอดรถและเตรียมลง เขารีบร้อนลงจากรถโดยไม่รู้ว่าตัวเองลืมหยิบอะไรไปบ้าง
เด็กหนุ่มเดินไปที่อาคารเรียนที่นัดกับเพื่อนเอาไว้เมื่อมาถึงหน้าห้องเทพินก็เจอฟรีนกับมุคินกำลังคุยกันอยู่ในมือของพวกเขาถือสมุดเล่มสีเหลืองอยู่เทพินเดินเข้าไปทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้มทันที
"ฟรีน มุคิน สวัสดีครับ!"
"สวัสดีจ้า! มาช้าจังเลยนะเทน"ฟรีนทักทายเป็คนแรก ก่อนจะยิ้มหวานให้กับเพื่อนที่แต่งชุดนักเรียนไม่ค่อยเรียบร้อยนักคงเพราะรีบร้อนออกจากบ้านหลังได้รับข้อความของเธอ
"ก็... เที่ยวเพลินไปหน่อยน่ะครับเลยลืมไปว่าวันนี้ประกาศเกรด เฮ้อ! ดีนะที่ฟรีนส่งข้อความมาเตือนก่อนไม่อย่างนั้นคงได้มารับอีกทีตอนเปิดเรียนแน่ๆ"
"เฮอะ! คงไปเที่ยวสนุกมากสินะถึงได้ลืมวันสำคัญแบบนี้เนี่ย"มุคินพูดแขวะเสียงขุ่นนิดหน่อย แต่สายตาเต็มไปด้วยความดีใจที่ได้พบเพื่อนสนิท
"ก็นิดหน่อยนะ" เทพินหัวเราะเบาๆ "แต่ก็มีของฝากมาให้นะครับ"
เด็กหนุ่มตาสีม่วงหยิบเอาพวกกุญแจยื่นให้กับเพื่อนทั้งสองพวกเขารับมันไว้แล้วมองดูด้วยสีหน้าประหลาดใจเบาๆ
"รสนิยมการเลือกของของนายเนี่ยเป็เอกลักษณ์ดีนะ"มุคินทักก่อนจะเก็บพวงกุญแจนั่นเข้ากระเป๋ากางเกงฟรีนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าเหมือนกัน
"เราเองก็มีของขวัญวันเกิดให้เทพินด้วยนะ อ๊ะนี่!ให้ย้อนหลัง สุขสันต์วันเกิดนะเทน ขอให้มีความสุขมากๆ นะจ๊ะ"ฟรีนยื่นกล่องของขวัญวันเกิดให้ เมื่อฟรีนยื่นให้แล้วมุคินก็ยื่นตามมาด้วย
"นี่ของขวัญของฉันสุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะ"
"อื้ม ขอบคุณนะทั้งสองคน"เทพินรับของขวัญทั้งสองกล่องมาลองเขย่าดูเล็กน้อยเมื่อแน่ใจว่ามันไม่ใช่ะเิก็เก็บมันลงกระเป๋าเป้ของตัวเองไปจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเพื่อน "ว่าแต่เข้าไปรับใบเกรดกันหรือยังครับ?"
"เข้าไปแล้วล่ะ เหลือแต่นายแล้ว" ฟรีนบอกแล้วชี้เข้าไปในห้องเรียน
"อา... ถ้างั้นผมเข้าไปเอาใบเกรดก่อนนะรอแปบ" เทพินหันมาบอกเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะเดินเข้าไปเอาใบเกรดบ้าง อาจารย์เห็นนักเรียนผู้มาสายก็ยิ้มหวานก่อนจะพูดทักทายพอเป็พิธีนิดหน่อยแล้วยื่นใบเกรดให้เทพินรับใบเกรดมาก็รีบขอตัวออกมาทันที
"เกรดเป็ยังไงบ้างน่ะเทน"เด็กหนุ่มหน้าหล่อถามระหว่างเดิน
"ก็โอเคครับ ไม่แย่แต่ก็ไม่ได้อันดับต้นๆเหมือนที่คิดไว้" เทพินตอบเสียงกลั้วหัวเราะ เขาไม่คิดจะแข่งขันอะไรอยู่แล้วแค่ให้มันผ่านไปได้ก็สบายใจล่ะ "แล้วพวกนายเป็ยังไงบ้างเกรดโอเคกันไหม?"
"เกรดออกมาพอใจมากๆ เลยจ๊ะ" เด็กสาวคนสวยตอบ
"ฉันพอใจสุดๆได้ที่หนึ่งตามที่ตั้งใจเอาไว้แล้ว" มุคินบอก เสียงของเขาดูดีใจมากจริงๆ"และเพราะมันได้ตามที่หวังนี่แหละฉันเลยตัดสินใจได้สักที"
"เห? ตัดสินใจอะไรหรือว่าเลือกมหาวิทยาลัยที่จะสอบเข้าได้แล้ว" เด็กหนุ่มตาสีม่วงถามกลับ มุคินตอบยิ้มๆ
"ก็คงอย่างนั้น"
เทพินหันไปถามเพื่อนสาวข้างตัว "แล้วจะไปไหนกันต่อหรือเปล่า"
"ก็ว่าจะกลับบ้านจ๊ะ แต่ก็ไม่รีบมาก"ฟรีนตอบแล้วยิ้มกว้างได้อย่างน่ารัก "ถ้ายังไงเราไปที่ร้านอาเธอร์กันดีไหมฉลองให้กับมุคินที่สอบได้ที่หนึ่งด้วยเลยไง"
"โอ๊ะ! ก็ไม่เลวนะ"มุคินพยักหน้า
"ขอโทษทีครับ วันนี้มีนัดแล้วคงไปด้วยไม่ได้"เทพินปฏิเสธคำชวนด้วยสีหน้าลำบากใจ เขาอยากจะไปกับเพื่อนแต่เพราะเขาพาจิ้งจอกอสูรมาด้วยไปไหนมาไหนไม่สะดวกหรอก
"งั้นเหรอ..."สีหน้าของสองคนดูหงอยลงไปถนัดตาเลย
"ขอโทษทีนะ งั้นผมไปก่อนนะแล้วเจอกันวันเปิดเทอมครับ"
"เดี๋ยวสิเทน!"
"เทน!"เสียงเรียกเย้ายวนดังขึ้นพร้อมกับร่างหญิงสาวคุ้นตาที่ตรงเข้ามากอดเทพินจากด้านหลังคนถูกเรียกสะดุ้งเฮือกแล้วหันไปมองด้วยใบหน้าซีดเผือด
"คะ... เคไนน์! ลงมาทำไม!?"
"เ้าลืมโทรศัพท์น่ะ มีคนโทรมา..." จิ้งจอกอสูรในร่างมนุษย์ผู้หญิงแสนงดงามกระซิบตอบ"ดูจะเป็เื่สำคัญด้วย โทรมาหลายครั้งแล้วข้าก็เลยเอามาให้..."
"อ้อ ขอบใจ"เทพินหยิบโทรศัพท์ไปกดสองสามครั้งก่อนจะเกาะมือจิ้งจอกสาวออกไปด้วยเบอร์ที่โทรมาเขาคุ้นเคยเป็อย่างดี เขายังไม่กดรับสายเพราะตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดคุย
"เทน... คนนี้คือ?"ฟรีนหันไปมองเคไนน์ด้วยสายตาระแวง
"คนนี้เป็... เอ่อ เพื่อนสมัยเด็กน่ะ" เทพินตอบเสียงอึกอัก
"สวัสดี" เคไนน์ยิ้มทักทาย "เพื่อนของเทนสินะ"
"เอ่อ อื้อ"
"เหนื่อยหน่อยนะเป็เพื่อนกับคนแบบนี้"
"พูดอะไรน่ะเคไนน์" เทพินกันมาดุก่อนจะดันอีกฝ่ายให้ออกห่าง "แล้วก็ไม่ต้องมาเกาะด้วยร่างนี้เลย น่าขนลุกครับ"
"ปากเสีย ข้าสวยขนาดนี้น่าขนลุกตรงไหนกัน"
"เงียบน่า"
"คนนี้แฟนนายเหรอเทน?" มุคินถามอย่างฉงนท่าทีสนิทสนมนั้นดูเป็อะไรที่มากกว่าเพื่อนเทพินขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ไม่ใช่!"
"งั้นฉันจีบ..."
"คนนี้นายจีบไม่ได้" เทพินปฏิเสธเสียงเด็ดขาดจ้องหาเพื่อนด้วยสายตาหวังดี ไม่อยากให้เพื่อนเคราะห์ร้ายกับอสูรตนนี้ "ผมมีธุระขอตัวล่ะ ไว้เจอกันวันเปิดเทอมนะเพื่อน"
พูดจบก็เผ่นออกมาทันทีโดยที่ไม่ลืมลากจิ้งจอกเ้าปัญหาออกมาด้วยและเมินเฉยต่อสายตาสงสัยใคร่รู้ของคนรอบข้างที่สนใจในหน้าตาและความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่
"ทิ้งเพื่อนมาแบบนี้จะไม่เป็ไรหรือ"เคไนน์ถามเทพินขณะขึ้นรถมา เด็กหนุ่มตาสีม่วงสตาร์ทเครื่องแล้วหันมาเลิกคิ้วใส่
"ช่างเถอะน่าหรือนายอยากโดนจีบล่ะ"
"ไม่ล่ะข้าไม่ชอบให้มนุษย์มาจีบ"
"ก็ดีแล้ว"เทพินหัวเราะในลำคอ "นี่ยังมีงานต้องทำอีกนะ"
"งานอะไรมาเข้า่นี้"
"ก็คนที่โทรเข้ามือถือของผมนั่นไง"
ไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์ก็เรียกความสนใจของเด็กหนุ่มอีกครั้งเทพินก้มอ่านข้อความอยู่ครู่ เมื่ออ่านจบก็แทบจะปล่อยโทรศัพท์ร่วมจากมือสีหน้าบ่งบอกทั้งไม่เข้าใจและไม่ชอบใจในเวลาเดียวกัน
"ว่าแล้วเชียว..."น้ำเสียงที่ออกมานั้นแหบแห้งเสียเหลือเกิน
"เทนเป็อะไรกันหรือ"เห็นสีหน้าหวาดกลัวแปลกๆ ของเทพินแล้วเคไนน์ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นักเด็กหนุ่มตาสีม่วงหันมามองเขาแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
"เรียกรวมตัวจากตระกูลน่ะ"
"เอ๋!"จิ้งจอกอสูรใตามเทพินไปติดๆ
"และวันที่ต้องไปพบน่ะมันเป็วันพรุ่งนี้แล้วน่ะสิ!"
"หา? อะไรจะด่วนขนาดนั้น"
"นั่นสิ เื่ด่วนอะไรกัน"จากหวาดกลัวก็เริ่มเป็หัวเสียเล็กๆเมื่อคิดได้ว่านนี่คงเป็การกลั่นแกล้งจากคนในตระกูลที่้าให้เขาไปสายเลยส่งข้อความมากระชั้นชิดอย่างนี้"ช่วยไม่ได้ ยังไงเื่ที่บ้านใหญ่ต้องมาก่อน เราไปซื้อของกันเถอะแล้วเดินทางมุ่งเข้าเมืองชั้นในกัน"