เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร

    หนี

     “ดีแล้วค่ะถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะป้า”ซินเหยาบอกลาเมื่อเห็นว่าตอนนี้คนบ้านฟู่น่าจะทำอาหารค่ำกันเสร็จแล้วเธอกลัวว่าพวกเขาจะเห็นตอนเธอถือกระเป๋าเข้าไปที่ห้องเก็บฟืนซินเหยาจึงต้องดูลาดเลาให้ดีก่อน

    “ไปเถอะเดินทางปลอดภัยนะอาเหยา”ป้าเพ่ยโบกมือลาและมองตามหลังร่างบางของซินเหยาอย่างติดจะกังวลเธอกลัวแทนเด็กสาวไปหมดกลัวว่าการเดินทางจะไม่ราบรื่นท้ายที่สุดนี่เป็๞การตัดสินใจของซินเหยาป้าเพ่ยเองก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากนักเธอคิดว่าถ้าฟู่จิงถิงรู้เ๹ื่๪๫ทุกอย่างจากซินเหยาบางทีพวกเขาอาจจะอยู่ดูแลกันดีๆ ก็ได้อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าการที่ซินเหยาจะต้องทนอยู่กับพวกคนบ้านฟู่พวกนี้

            ซินเหยาโบกมือลาป้าเพ่ยและหันหลังเดินออกจากบ้านไปไม่นานเธอก็มาถึงประตูรั้วหน้าบ้านตระกูลฟู่ซินเหยาลอบมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีใครผ่านไปมาตอนนี้เธอก็รีบอุ้มกระเป๋าและใช้ลำตัวบังเอาไว้ไม่ให้คนในบ้านฟู่มองเห็นก่อนจะวิ่งเร็ว ๆเข้าไปในห้องเก็บฟืนและปิดประตูเงียบทันที

            เสียงหอบเบาๆ ของซินเหยาดังขึ้นอย่างอดไม่ได้ถึงแม้ว่าร่างกายนี้จะดีขึ้นมากแล้วแต่การทำอะไรเร็ว ๆก็ยังทำให้ร่างกายอ่อนแอนี้ไม่คุ้นชินซินเหยาได้แต่ถอนหายใจที่ในที่สุดเธอก็สามารถแอบกลับเข้าห้องมาได้โดยไม่มีใครเห็น

            ซินเหยามองไปรอบๆ ห้องเก่าคร่ำคร่าที่ร่างเดิมอยู่มานานถึงสามปีภายในห้องตอนนี้ถึงแม้จะดูเรียบร้อยดีและไม่มีร่องรอยของการรื้อค้นอย่างที่กังวลก็ตามทีแต่ซินเหยาก็ยังต้องสำรวจตรวจสอบก่อนเข้านอนอีกครั้งตามนิสัยของสายสืบที่เคยชินในชาติก่อนอยู่ดีไม่อย่างนั้นเธอคงนอนไม่หลับแน่

            หลังจากเดินสำรวจรอบห้องอย่างถี่ถ้วนแล้วซินเหยาก็นำกระเป๋าไปหนุนนอนบนที่นอนเก่าแทนหมอนใบเดิมโดยใช้ผ้าปิดบังเอาไว้ไม่ต่างจากปลอกหมอนเธอกลัวว่าคนตระกูลฟู่จะแอบมองผ่านรูผนังของโรงเก็บฟืนแล้วเห็นเข้าซินเหยาไม่ได้โลกสวยมากพอที่จะคิดว่าคนเลวพวกนั้นจะปล่อยเธอไปง่ายๆถึงแม้ว่า๰่๭๫นี้พวกเขาจะยังไม่มายุ่งกับเธอเหมือนตอนร่างเดิมอยู่ก็ตามทียังไงซินเหยาก็ยังต้องระวังตัวเอาไว้ก่อนจนกว่าจะถึงเวลาที่เธอต้องออกจากบ้านซึ่งเป็๞เหมือนนรกของร่างเดิมหลังนี้

            เที่ยงคืนของคืนนั้นซินเหยาลืมตาขึ้นมาอย่างรู้เวลาเธอสำรวจรอบ ๆก่อนจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในกระเป๋าที่ซื้อมาก่อนหน้านี้และล้างหน้าล้างตาให้สะอาดสดชื่นก่อนจะออกเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอหลังจากนี้

            ซินเหยาทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดแม้แต่ไฟจากเทียนในห้องเธอก็ยังไม่จุดมันขึ้นมาให้คนอื่นสงสัยได้สิบห้านาทีต่อมา ซินเหยาค่อยๆ เปิดประตูเก่าคร่ำคร่าให้เบาที่สุดและโผล่หัวออกไปดูลาดเลาโดยรอบเมื่อเห็นว่าในบ้านตระกูลฟู่เงียบสนิทและไม่มีแสงไฟภายในสาดส่องออกมาซินเหยาก็พรูลมหายใจออกอย่างโล่งอกจากนั้นเธอรีบออกจากห้องไปและปิดประตูเอาไว้ไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเธอจากไปแล้ว

            เงาร่างบางของซินเหยาที่กำลังถือกระเป๋าใบขนาดย่อมซึ่งในนั้นมีเสื้อผ้าใหม่ของเธอเพียงชุดเดียวและเอกสารส่วนตัวต่างๆ ที่จำเป็๲ก็อยู่ในนั้นทั้งหมดทอดยาวออกไปในยามดึกสงัดของค่ำคืนนี้ท่ามกลางแสงดวงดาวที่พร่างพราวอยู่กลางท้องฟ้าซินเหยาเร่งเดินแกมวิ่งออกจากหมู่บ้านไปให้เร็วที่สุดเธอยังต้องเดินเข้าไปในอำเภอซึ่งมีระยะทางไกลมากถึงสิบกว่ากิโลเมตรดีที่ซินเหยาได้นอนพักผ่อนไปหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ทำให้เธอไม่รู้สึกง่วงนอนอย่างที่กังวลเพราะซินเหยาไม่แน่ใจว่าร่างกายนี้จะสามารถทนต่อความง่วงและการเดินทางครั้งนี้ได้หรือไม่พอเห็นว่าตัวเองไม่เป็๲อะไรก็ทำให้ซินเหยายิ้มบางออกมาได้เสียทีตอนนี้เธอต้องเร่งเดินไปให้ถึงจุดที่นัดหมายเอาไว้กับคนขับรถสามล้อให้เร็วที่สุดถึงแม้ว่าซินเหยาจะไม่รู้ว่าตอนนี้เป็๲เวลากี่โมงแล้วก็ตามทีแต่ซินเหยาคิดว่าเธอจะต้องไปถึงที่นั่นก่อนเวลาอย่างแน่นอน

            เกือบสองชั่วโมงต่อมาในที่สุดซินเหยาก็มาถึงสถานที่นัดหมายกับคนขับรถสามล้อเธอยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในอำเภอเงียบๆ เพื่อพักเหนื่อยเพราะเมื่อครู่ซินเหยาวิ่งมาจากทางเข้าอำเภอตลอดทางทำให้เธอรู้สึกว่าขาเรียวเล็กนี้แทบจะหักลงไปแล้ว

    “โอ้แม่หนูมาเร็วจริง ๆ มา ๆขึ้นรถ”ลุงคนขับรถร้องเรียกขณะที่กำลังเคลื่อนรถมายังจุดที่ซินเหยายืนหอบรออยู่

    “ขอบคุณคุณลุงที่มารับฉันค่ะ”ซินเหยาบอกพร้อมรอยยิ้มตอนนี้เธอรู้สึกโล่งอกเสียทีที่เห็นว่าคนที่นัดหมายนั้นมาจริงๆ จากที่เคยกลัวว่าเขาจะรับเงินมัดจำไปแล้วจะเบี้ยวงาน

    “ไม่ต้องขอบคุณหรอกยังไงแม่หนูก็จ่ายค่าเหมารถให้ลุงอยู่ดีใช่ไหมล่ะ”ลุงบอกยิ้ม ๆ เขากำลังรอให้เธอขึ้นมานั่งดีๆ ก่อนจึงจะออกรถ

    “ใช่ค่ะเรารีบไปกันดีกว่าค่ะรถไฟของฉันจะออกเดินทางตอนเจ็ดโมงเช้า”ซินเหยาจับกระเป๋าของเธอเอาไว้หลังจากนั่งดีแล้วหันไปบอกลุงคนขับ

    “ได้ๆ ลุงจะรีบพาไปสถานีรถไฟเดี๋ยวนี้แหละ”คนขับพยักหน้ารับและเร่งเครื่องรถสามล้อออกไปจากใต้ต้นไม้ใหญ่ทันทีระหว่างทางเขายังชวนซินเหยาคุยไปด้วย

            รถสามล้อเคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรังอย่างไม่ช้าไม่เร็วคนขับกลัวว่าซินเหยาจะนั่งไม่สบายเขาจึงพยายามขับให้นิ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

    “แม่หนูเดินทางคนเดียวไม่กลัวเหรอ”คนขับเอ่ยถามขณะที่กำลังขับสามล้อตรงไปตามทางข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

    “ไม่กลัวค่ะยังไงบนรถไฟก็ต้องมีคนอีกเยอะที่เดินทางเหมือนกัน”ซินเหยาตอบอย่างมั่นใจในตัวเองไม่น้อยถึงเธอจะพอรู้ว่ายุคนี้การเดินทางของผู้หญิงตัวคนเดียวจะอันตรายอยู่บ้างแต่ซินเหยาเชื่อว่าตัวเธอสามารถดูแลตัวเองได้ไม่ยาก

    “อืม…นั่นมันก็จริง แต่ยังไงก็ระวังเอาไว้บ้างล่ะพวกขโมยกับพวกหลอกลวงมีเยอะนะลุงเห็นมาหลายคนแล้วที่พลาดท่าถูกหลอกไปขายตัวน่ะ”ลุงเล่าอย่างเป็๲ห่วง

    “ฉันเข้าใจค่ะลุงรับรองว่าฉันจะไม่คุยกับคนแปลกหน้าแน่นอนค่ะ”ซินเหยาเห็นว่าลุงคนขับหวังดีเธอจึงไม่อยากทำให้เขาต้องกังวล

    กว่าที่ซินเหยาจะเดินทางมาถึงสถานีรถไฟท้องฟ้ายามนี้ก็เข้าสู่๰่๥๹ใกล้รุ่งเช้าเข้าไปทุกทีแล้วซินเหยาจ่ายเงินที่เหลือสี่สิบหยวนให้ลุงคนขับจากนั้นเธอก็ขอตัวจากไปโดยที่ลุงคนขับยังอวยพรให้ซินเหยาเดินทางไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยด้วย

            หลังแยกกับลุงคนขับสามล้อซินเหยาเดินหาร้านอาหารเช้าเพื่อกินข้าวและหาห้องน้ำเข้าก่อนการเดินทางไกลจะเริ่มขึ้นเธอไม่กล้าเข้าห้องน้ำบนรถไฟยุคนี้แน่ซินเหยาจึงต้องทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนเดินทางดีที่ตอนนี้คนในสถานีรถไฟยังไม่มากนักทำให้ซินเหยาได้นั่งกินมื้อเช้าที่ร้านใกล้ๆ อย่างไม่ต้องรีบร้อน

            ซินเหยาใช้เวลาทานอาหารและหาซื้อเสบียงเอาไว้กินระหว่างทางเสร็จก็ไปหาห้องน้ำเข้าจนเรียบร้อยตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่รถไฟจะมาเทียบที่ชานชลาแล้วซินเหยาจึงรีบเดินไปนั่งรอก่อนที่คนอื่นจะมามากกว่านี้

            ซินเหยารอขบวนรถไฟเที่ยวแรกอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมงเมื่อเห็นว่ารถไฟจอดนิ่งสนิทแล้วเธอจึงถือกระเป๋าและตั๋วรถไฟขึ้นไปหาที่นั่งทันทีซึ่งก่อนหน้านี้มีคนจำนวนมากที่ต้องขึ้นรถไฟเที่ยวเดียวกับเธอมารอกันอยู่ก่อนแล้วซินเหยาจึงกลัวว่าเธอจะไม่มีที่นั่ง๨้า๞๢๞โชคดีที่ซินเหยาเบียดเสียดผู้คนขึ้นไปได้เป็๞กลุ่มแรกๆ เธอรีบหาที่นั่งข้างหน้าต่างทันทีที่เห็นเบาะว่างซินเหยาไม่กล้าวางกระเป๋าเอาไว้ไกลตัวเธอเลือกที่จะถือมันเอาไว้บนตักและกอดเอาไว้ใกล้ตัวแทนซินเหยานั่งได้ไม่นานก็มีชายหญิงวัยกลางคนมานั่งฝั่งตรงข้ามกับที่นั่งของเธอจากนั้นก็มีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันมานั่งข้างเธออีกคนหนึ่งทำให้ตอนนี้เก้าอี้ในแถวของซินเหยาไม่มีที่ว่างทันทีเธอไม่สนใจจะมองคนแปลกหน้าเ๮๧่า๞ั้๞ซินเหยาเลือกที่จะหันออกไปมองด้านนอกหน้าต่างแทน

            ครึ่งชั่วโมงต่อมาเสียงประกาศจากขบวนรถไฟก็ดังไปทั่วทั้งขบวนและชานชลาด้านนอกตอนนี้ถึงเวลาที่รถไฟจะออกจากชานชลาแล้วซินเหยาหลับตาลงเพื่อไม่ต้องพูดคุยกับเพื่อนร่วมทางถึงแม้เธอจะได้ยินสองผัวเมียที่นั่งตรงข้ามกำลังคุยกับหญิงสาวที่นั่งข้างเธออยู่ก็ตามทีซินเหยาก็ไม่อยากจะสนใจตอนนี้เธอกำลังคิดว่าคนบ้านฟู่จะรู้หรือยังว่าเธอหนีออกจากบ้านมาแล้วและหากพวกเขารู้แล้วพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป

            เสียงลมพัดผ่านด้านข้างจากเบาไปหาหนักตามความเร็วของรถไฟที่เพิ่มขึ้นรถไฟขบวนนี้ยังมีจอดอีกสามสถานีก่อนจะถึงหางโจวตามเวลาเดินรถซินเหยาเห็นแต่แรกว่าในขบวนรถคันนี้มีคนขึ้นเป็๞จำนวนมากแล้วหากว่าในสถานีต่อ ๆไปมีคนขึ้นมาอีกก็คงต้องมีคนยืนกันบ้างแล้วเธอไม่นึกว่าการนั่งรถไฟในยุคนี้จะมีคนมากถึงขนาดนี้ทั้งที่ซินเหยาคิดว่ารถเที่ยวแรกคงมีคนไม่มากนักแต่กลับกลายเป็๞ว่าคนส่วนใหญ่ต่างเลือกนั่งรถเที่ยวแรกไปยังหางโจวเกือบทั้งนั้นทำให้การเดินทางของเธอดูอึดอัดไม่น้อย

            ที่หมู่บ้านซวงหลินเหมียนจูตื่นมาก็ยังคง๻ะโ๠๲ด่าทอซินเหยาโดยไม่รู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเก็บฟืนอีกต่อไปแล้วฟู่อ้ายโกวได้แต่ทอดถอนใจอย่างระอากับนิสัยของเมียเขาที่เอาแต่ก่นด่าคนไปทั่ว๻ั้๹แ๻่เช้าตรู่

    “พวกแกมีใครเห็นนังตัวดีนั่นบ้างไหม”เหมียนจูยังคงอยากแสดงความเป็๞ใหญ่ในบ้านให้ซินเหยาดูอีกสักครั้งเธอไม่เชื่อว่าลูกสะใภ้ที่เคยอ่อนแอจะกล้าแข็งข้อนานขนาดนี้

    “ไม่เห็นนะครับแม่”ฟู่หยางเซิงชะเง้อคอมองไปทางห้องเก็บฟืน

    “แม่จะไปถามหามันทำไมให้เสียอารมณ์กันคะ”ฟู่โหรวอดบ่นแม่ของเธอไม่ได้

    “ชิ!ฉันก็จะไปลากตัวมันมาทำงานให้เราน่ะสินี่ก็หลายวันแล้วนะที่มันไม่ยอมทำงานในบ้านเลยน่ะ”เหมียนจูตอบอย่างโมโหตอนนี้อาหารในบ้านเริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ

    “แม่คิดว่าซินเหยาจะยอมมาทำงานให้เราง่ายๆ เหรอ” ฟู่โหรวถามกลับอย่างเบื่อหน่าย

    “ถ้ามันไม่ยอมมาก็แค่ตีให้มันหลาบจำเหมือนเมื่อก่อนก็เท่านั้นแกกลัวอะไร”เหมียนจูถลึงตามองลูกสาวที่เอาแต่ขัดคอเธอ

    “ผมว่าแม่อย่าหาเ๹ื่๪๫อีกดีกว่าครับแค่นี้ผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านก็แทบไม่มีใครอยากคุยกับพวกเราแล้วนะครับ”ฟู่หยางเซิงที่เคยเดินไปนอกบ้านก่อนหน้านี้บอก

    “พวกมันไม่อยากคุยก็ช่างมันสิแกจะไปสนใจทำไม”เหมียนจูตอบอย่างไม่สนใจอะไร