บทที่16 เจอกับแก๊งหม่าเฟียหน่อยเป็ไรล้า
หลังจากที่ตกลงแบ่งหน้าที่กันเสร็จเรียบร้อยหลินเสี่ยวเฉินก็ไม่รอช้าเขามองดูเด็ก ๆ ที่ยังยืนล้อมฝายอยู่ด้วยสายตานิ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆแล้วหันหลังเดินออกจากลำธาร มุ่งหน้าเข้าเมืองไปทำงานตามปกติทิ้งภาระเื่ฝายไว้ให้เด็ก ๆ ดูแลโดยมีหวงหยางเป็หัวหน้ากลุ่ม
แม้จะยังเด็กกันทั้งหมดแต่เพราะเมื่อวานพวกเขาได้ลงแรงสร้างฝายด้วยกันความรู้สึกเป็เ้าของจึงเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวโดยเฉพาะหวงหยางเด็กชายตัวเล็กอายุเพียงเจ็ดขวบแต่กลับยืนตัวตรงใบหน้าจริงจังผิดวัย เขากวาดสายตามองเพื่อน ๆ ก่อนจะเริ่มสั่งการ
เขาไม่ได้พูดจาเล่นเหมือนทุกทีทว่าน้ำเสียงแฝงความมั่นใจอย่างที่แม้แต่ตัวเองยังไม่คุ้นเคย
“ไปบอกพ่อแม่พวกเ้าทุกคน” หวงหยางเอ่ยขึ้น“ให้มาตักน้ำไปใช้ได้เลย ฝายนี้ใช้ได้จริง”
เด็ก ๆ พากันวิ่งกระจายออกไปทั่วหมู่บ้าน เสียงฝีเท้าเล็ก ๆดังไปตามตรอกดินแคบ ๆ ไม่นานนักผู้ใหญ่หลายคนก็เริ่มทยอยกันมาที่ลำธารบางคนยังถือจอบ บางคนหิ้วถังไม้บางคนเพิ่งรู้ข่าวก็รีบวิ่งมาโดยไม่ทันเปลี่ยนเสื้อผ้า
และเมื่อพวกเขาเห็นภาพตรงหน้าทุกคนก็ชะงักงันน้ำที่เคยไหลเอื่อยจนแทบไม่มีให้ใช้บัดนี้ถูกกักเก็บไว้ด้านหนึ่งของฝายกลายเป็แอ่งน้ำขนาดย่อมที่มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดผิวน้ำสะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็ประกายระยิบระยับราวกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในหมู่บ้านที่แห้งแล้งมาหลายปี
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วขณะก่อนจะถูกทำลายด้วยเสียงหนึ่ง...เสียงร้องไห้
หญิงชราคนหนึ่งยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวจากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ฝาย มือสั่น ๆ เอื้อมลงไปแตะผิวน้ำเหมือนกลัวว่ามันจะหายไป
“มีน้ำ…มีน้ำจริง ๆ…” เสียงของนางสั่นเครือ
คนอื่น ๆ เองก็ไม่ต่างกัน บางคนยืนอึ้ง บางคนหัวเราะออกมาอย่างดีใจบางคนถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความโล่งใจ
มีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปกอดลูกของตัวเองแน่น “เ้าทำได้…พวกเ้าทำได้จริง ๆ”
เด็กคนนั้นยิ้มกว้างแม้จะไม่เข้าใจทั้งหมดแต่ก็รับรู้ได้ถึงความสุขของพ่อ ภาพแบบนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆกัน ผู้ใหญ่หลายคนโผเข้ากอดลูกของตัวเอง บางคนลูบหัวบางคนเอ่ยขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เพราะพวกเ้าพวกเราถึงมีน้ำใช้”
“พวกเราจะรอดแล้ว”
ความหวังที่หายไปนานเหมือนถูกจุดขึ้นอีกครั้งในเช้าวันนี้
ในขณะเดียวกันที่ร้านอาหารในตัวอำเภอหลินเสี่ยวเฉินกำลังนั่งล้างถ้วยอยู่เงียบๆ มือของเขาเคลื่อนไหวเป็จังหวะอย่างชำนาญ แต่จู่ ๆ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อยเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว “ติ๊ง”
ระบบแจ้งเตือนปรากฏขึ้นตรงหน้า [ได้รับคะแนนความสุข 320คะแนน]
รอยยิ้มของชาวบ้านเสียงหัวเราะและความหวังที่กลับคืนมาทั้งหมดนั้นกลายเป็คะแนนความสุข
“ได้ผลจริง ๆ” หลินเสี่ยวเฉินก้มหน้าลงเล็กน้อยมุมปากยกขึ้นอย่างแ่เบา
แต่ในขณะที่เด็กชายกำลังทำงานต่อไปอย่างสงบที่ลำธารหลังหมู่บ้านกลับเริ่มมีความวุ่นวายเกิดขึ้นข่าวเื่ฝายแพร่กระจายอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่งชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มีลูกหลานมาช่วยสร้างฝายเมื่อได้ยินข่าวก็พากันถือถังหาบน้ำเดินมุ่งหน้ามายังลำธารทันที ไม่นานบริเวณฝายก็เต็มไปด้วยผู้คน
หวงหยางที่ยืนเฝ้าอยู่ั้แ่แรกเห็นดังนั้นก็สูดหายใจลึกอย่างเตรียมพร้อมก่อนจะก้าวออกมายืนขวางเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งแต่กลับยืนอยู่หน้าผู้ใหญ่หลายคนโดยไม่ถอยเขายกมือขึ้นเล็กน้อยเป็สัญญาณให้หยุด
“ถ้าจะมาตักน้ำจากฝายนี้” เขาพูดเสียงดัง“ต้องจ่ายครั้งละหนึ่งเฟิน”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศชะงักไปทันที ชาวบ้านหลายคนขมวดคิ้วบางคนมองหน้ากันงง ๆ
“อะไรนะ”
ชายคนหนึ่งก้าวออกมา สีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ทำไมต้องจ่าย?” เขาถามเสียงแข็ง“ลำธารนี้เป็ของหมู่บ้าน ทุกคนมีสิทธิ์ใช้”
หวงหยางไม่ถอยแม้แต่นิดเดียว เขาจำคำของหลินเสี่ยวเฉินได้ดี
“ลำธารเป็ของหมู่บ้านก็จริง” เขาตอบ “แต่ฝายนี้ไม่ใช่”เสียงของเขาชัดเจนแม้จะยังมีความเป็เด็กอยู่บ้าง
“ฝายนี้พวกเราสร้างเอง พวกท่านไม่ได้ช่วยแม้แต่น้อย”เขาชี้ไปที่เพื่อนด้านหลัง
คำพูดของหวงหยางทำเอาหลายคนอึ้งไป บางคนเริ่มไม่พอใจ
“แล้วจะอย่างไร พวกข้าจะใช้น้ำตรงนี้ผู้ใดจะห้ามได้”ชายอีกคนพูดขึ้นเสียงกร้าว
หวงหยางยืนนิ่ง จ้องหน้าชายผู้นั้นแล้วพูดต่อ “ถ้าอยากใช้น้ำก็ไปตักที่อื่นได้ แต่ถ้าจะตักจากฝายนี้ ต้องจ่าย!” เขาเน้นย้ำคำว่าต้องจ่ายชัดเจนยิ่งกว่าคำอื่น ๆ
“เพราะพวกเราคือ…หม่าเฟีย” หวงหยางพูดพร้อมยืดอกขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้
คำพูดแปลก ๆ นี้ทำให้ชาวบ้านทั้งกลุ่มเงียบไปชั่วขณะ
“อะไรนะ” มีคนถามอย่างงงงัน“เ้าพูดอะไรของเ้า หม่าเฟียอะไรกัน”
เด็ก ๆที่ยืนอยู่ด้านหลังพากันทำหน้าจริงจังทั้งที่ในใจยังงุนงงกับคำนี้เหมือนกัน
หวงหยางเองก็แอบลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนพูดต่อ “หม่าเฟียก็คือกลุ่มของพวกเรา” เขาอธิบายแบบที่ตัวเองเข้าใจ“พวกเราดูแลฝายนี้ ถ้าใครจะใช้ก็ต้องจ่ายค่าคุ้มครอง”
ยิ่งอธิบายก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านงงหนักกว่าเดิม บางคนเริ่มหัวเราะเยาะ “เด็กพวกนี้พูดจาไม่รู้เื่ ตัวแค่นี้ริอาจจะเป็อันธพาลหรืออย่างไร”
แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคนเริ่มลังเลเพราะน้ำตรงหน้ามีค่ามากเกินกว่าจะเมินเฉย
ชายคนเดิมก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง “ถ้าพวกข้าไม่จ่ายล่ะพวกเ้าจะทำอะไรได้” เขาพูดเสียงเย็น
เด็ก ๆ ทุกคนมองหน้ากัน พร้อมใจก้าวออกมายืนเรียงกันขวางฝายแม้ตัวจะเล็กแต่แววตากลับไม่ยอมถอย
“ถ้าจะตักน้ำ” หวงหยางพูดช้า ๆ“ก็ต้องข้ามศพพวกเราไปก่อน”
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที ชาวบ้านบางคนเริ่มหงุดหงิด
“งั้นพวกข้าจะรื้อฝายนี้เสีย!แล้วสร้างใหม่จะได้เป็ของพวกข้า” มีคนะโขึ้น
คำขู่นี้ทำพวกเด็ก ๆ ชะงักไปเล็กน้อย แต่หวงหยางรีบตอบทันที “ทำไม่ได้! ฝายนี้เป็ของพี่เสี่ยวเฉิน”
“แบบนี้เรียกว่า…ลิขสิทธิ์” เขาพูดต่ออย่างมั่นใจแม้จะจำคำมาไม่ครบ
ชาวบ้านได้ฟังคำศัพท์ใหม่ก็ยิ่งงงหนักกว่าเดิม ต่างพากันมองหน้ากันบ้างซุบซิบถามกันไปมาเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ลิขสิทธิ์คือสิ่งใด” มีคนถาม
หวงหยางอึ้งไปชั่วครู่เขาเองก็เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังไม่เข้าใจคำนี้ดีเพราะเมื่อเช้าก็ลืมถามจากหลินเสี่ยวเฉินแต่สุดท้ายก็พูดออกไปแบบมั่ว ๆ
“ลิขสิทธิ์ก็คือ…เอ่อ...คือ...ลิขสิทธิ์นั่นแหละ”เขาพูดเร็ว ๆ “เป็กฎหมายอย่างหนึ่ง ถ้าพวกท่านรื้อหรือทำเลียนแบบพวกเราจะไปแจ้งทางการ”
คำว่า “กฎหมาย” และ “ทางการ” ทำให้ชาวบ้านหลายคนเงียบลงทันทีต่อให้ไม่เข้าใจแต่คำพวกนี้มีน้ำหนักมากพอจะทำให้คนกลัวไม่มีใครอยากมีปัญหากับทางการ
บรรยากาศที่ตึงเครียดค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย ชายคนหนึ่งถอนหายใจแรง “เอาเถอะ หนึ่งเฟินก็หนึ่งเฟิน”
เมื่อมีคนเริ่มคนอื่น ๆ ก็เริ่มยอมตาม สุดท้ายทุกคนก็ตกลง
หวงหยางกับเด็ก ๆ หันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา แต่ยังไม่จบ
หวงหยางรีบพูดต่อ “แต่มีข้อจำกัด”
ทุกคนหันกลับมามอง
“วันหนึ่ง ให้เข้ามาตักได้ไม่เกินสิบคนห้ามตักไปกักตุนไว้เป็อันขาด น้ำมีไม่มากถ้าตักหมดจะไม่เหลือพวกท่านต้องเอื้อเฟื้อแก่ผู้อื่นด้วย” เหตุผลนี้ฟังดูสมเหตุสมผลจนไม่มีใครโต้แย้ง
“ถ้าอยากได้ให้มาแต่เช้า” เขาพูดปิดท้าย “สำหรับวันนี้…แยกย้าย”
ชาวบ้านบางคนทำหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรสุดท้ายก็ต้องหิ้วถังเดินกลับไป
เมื่อผู้ใหญ่เดินจากไปหมดแล้วบริเวณฝายก็เหลือเพียงเด็ก ๆความเงียบอยู่ได้เพียงไมเท่าไรก่อนจะมีเสียงเฮดังขึ้น
“สำเร็จแล้ว!”
เด็ก ๆ ทุกคนหันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นดังก้องไปทั่วลำธาร พวกเขายกมือขึ้นแปะกันเสียงดังความตึงเครียดเมื่อครู่หายไปหมดเหลือเพียงความตื่นเต้นและภูมิใจ