ทุกครั้งที่สวีเพ่ยหรานนึกถึงภาพที่ตัวเองถูกหนีเจียเอ๋อร์ทิ้งไปในวันแต่งงานก็ปวดใจอย่างแสนสาหัส จนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ เขาพยายามระงับโทสะ และเดินหนีออกมาโดยไม่แม้จะเอ่ยลา
หนีจวิ้นหว่านกัดฟันกรอดเข้าไปขวางทางเอาไว้
ราวกับขีดความอดทนขาดผึงสวีเพ่ยหรานผลักนางอย่างแรง แล้วเดินผ่านไปโดยไม่ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด
หลังจากเดินไปสองสามก้าวเขาก็หยุดชะงัก เมื่อเห็นว่าโจวชิงหวาและหนีเจียเอ๋อร์กำลังยืนมองอยู่ไกลๆ
หนีจวิ้นหว่านก้มลงมองมือที่เป็นแผลถลอกก่อนหันไปยังสวีเพ่ยหราน
หญิงสาวรู้สึกอับอายนักทั้งยังเสียใจที่คนซึ่งตนรักทำเช่นนี้ นางจึงร้องไห้ออกมาราวกับเด็กๆ
แต่สวีเพ่ยหรานคล้ายจะไม่ได้ยินดวงตาของเขาเอาแต่จับจ้องไปที่หนีเจียเอ๋อร์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ทว่าแววตาที่หญิงสาวมองมานั้นช่างเย็นชาหรือเกิน “เสี่ยวเอ๋อร์ เจ้าอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ข้ามิได้ตั้งใจจะผลักแต่เป็นเพราะนางมากวนใจ ข้าเลยขาดสติ...”
หนีเจียเอ๋อร์สวนกลับทันที “แต่ท่านก็ไม่ควรทำหยาบคายเช่นนั้นกับสตรีอย่างไรเสีย นางก็เป็นลูกพี่ลูกน้องที่รักท่านที่สุด”
โจวชิงหวาลอบมองสายตาของหญิงสาวพบว่าตอนนี้ มันสิ้นไร้ซึ่งความรักที่มีต่อบุรุษตรงหน้า เขาจึงเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ “เสี่ยวเอ๋อร์ ไปกันเถอะ”
หนีเจียเอ๋อร์พยักหน้าหันไปมองสวีเพ่ยหรานครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินผ่านหน้าไปพร้อมโจวชิงหวา
ยิ่งมองภาพคนทั้งสองที่เดินเคียงคู่จากไปโทสะในใจก็ยิ่งพลุ่งพล่าน เขาจึงวิ่งไปคว้าข้อมือของหนีเจียเอ๋อร์เอาไว้ทันที “อย่าเพิ่งไป ข้า... ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”
หนีเจียเอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่นพยายามสะบัดมือออก แต่ก็ไร้ผล
“คุณชายสวี หากมีสิ่งใดจะพูดก็พูดเถอะมาแตะต้องร่างกายสตรีเช่นนี้ หากใครพบเห็นเข้า คงมิใช่เรื่องดี” โจวชิงหวากุมข้อมือสวีเพ่ยหรานเอาไว้ และออกแรงเล็กน้อยพอให้เจ็บปวดอีกฝ่ายจึงปล่อยมือทันควัน
สวีเพ่ยหรานก้มลงมองข้อมือของตนก่อนเงยหน้าขึ้นจ้องโจวชิงหวาเขม็ง
การถูกดูหมิ่นต่อหน้าหนีเจียเอ๋อร์นั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบเป็นอย่างยิ่ง “เสี่ยวเอ๋อร์ บอกมาตามตรงเถอะว่าเป็นเพราะเขาใช่หรือไม่ เจ้าจึงไม่ยอมแต่งงานกับข้า?”
โจวชิงหวาเองก็รอฟังคำตอบนี้เช่นกัน
หนีเจียเอ๋อร์รำคาญยิ่งนักจึงตอบกลับไปส่งๆ “ใช่! ข้าชอบเขา ที่ปฏิเสธการแต่งงานกับท่าน ก็เป็นเพราะเขาดังนั้น เลิกมาวุ่นวายกับข้าเสียที”
ดวงตาของสวีเพ่ยหรานเบิกกว้างเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนบ่นพึมพำดั่งคนเสียสติ “ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้ ก่อนหน้านี้เจ้ายังเคยบอกว่าชอบข้ามาทำกับข้าแบบนี้ได้อย่างไร?”
ชาติที่แล้วนางดวงตามืดบอดไปหลงรักชายชั่วผู้นี้ ดังนั้นชาตินี้นางจะไม่ยอมพลาดอีก
หนีเจียเอ๋อร์ตอบเบาๆ “ข้าไม่เคยชอบท่านเลย”
สวีเพ่ยหรานชำเลืองมองโจวชิงหวาในใจยากที่จะยอมรับได้ “เสี่ยวเอ๋อร์ เจ้าโกหกข้าใช่หรือไม่? เป็นเพราะข้าเผลอไปทำอะไรให้เจ้าโกรธจึงเอ่ยเช่นนี้ออกมาเพื่อให้ข้าเสียใจ ใช่หรือไม่?”
หนีเจียเอ๋อร์นิ่วหน้า “สวีเพ่ยหราน ข้าขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยชอบท่านเลยคนที่ข้าชอบคือโจวชิงหวามาตลอด หากท่านยังยืนยันจะหลอกตัวเองเช่นนี้ ก็ตามใจเถอะ!”
ได้ยินเช่นนั้นโจวชิงหวาก็รู้สึกหัวใจพองฟู มีความสุขจนไม่อาจซ่อนรอยยิ้มได้ เอื้อมมือใหญ่ไปกุมมือเล็กของนางเอาไว้ซึ่งหญิงสาวก็กุมตอบ พลางโน้มหน้าไปซบอีกฝ่าย
ภาพมือทั้งสองที่สอดประสานกันทำให้หัวใจของสวีเพ่ยหรานเจ็บปวด ประหนึ่งถูกเข็มนับพันทิ่มแทง จึงหันหลังผละจากไปทันที
โจวชิงหวามองตามสวีเพ่ยหรานไปนิ้วใหญ่ไล้หลังมือของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวเอ๋อร์ จริงๆ แล้วข้า...”
“ขอโทษด้วย เพื่อให้สวีเพ่ยหรานไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับข้าอีกจึงต้องอ้างชื่อเจ้าไปแบบนั้น” หนีเจียเอ๋อร์ดึงมือออกมา แล้วไปถูเข้ากับเสื้อผ้าสองสามครั้งอย่างไม่ใส่ใจ
การกระทำเช่นนั้นไม่ต่างอันใดกับการราดน้ำเย็นบนศีรษะของโจวชิงหวา
ชายหนุ่มกลืนคำพูดทั้งหมดลงไปใบหน้าของเขาแข็งทื่อ จากนั้นก็ไม่มีใครเอ่ยอันใดอีก ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ
หนีเจียเอ๋อร์หันไปมองโจวชิงหวาพลางเม้มปากแน่น “นี่เจ้าโกรธข้าจริงๆ หรือ? โกรธเพราะข้าอ้างชื่อของเจ้า ใช่หรือไม่?”
“เจ้าจำเป็นต้องทำข้าเข้าใจ ไม่โกรธหรอก” โจวชิงหวาตอบด้วยรอยยิ้ม “ข้ามีบางอย่างต้องไปทำ คงต้องขอตัวก่อน”
แน่ใจหรือว่าไม่โกรธ?
นี่คืออาการของคนที่กำลังโกรธชัดๆ!
หนีเจียเอ๋อร์มองตามแผ่นหลังชายหนุ่มไปจนลับสายตาก่อนหมุนตัวหมายจะกลับเรือน
แต่ตอนนั้นเอง เสียงร้องไห้ของหนีจวิ้นหว่านก็ดังเข้ามาในหูเมื่อหันไปมอง ก็พบว่าอีกฝ่ายยังคงนั่งร้องไห้อยู่ที่เดิมจนดวงตาแดงช้ำ
หนีเจียเอ๋อร์นึกย้อนไปถึงชาติก่อนเพราะตนแต่งงานกับสวีเพ่ยหราน พี่สาวจึงลั่นวาจาว่าจะไม่แต่งงานตลอดชีวิต
พอมองไปยังใบหน้าเศร้าสร้อยนั่นหนีเจียเอ๋อร์ก็พลันรู้สึกสงสาร ที่อีกฝ่ายทำตัวเช่นนี้ เป็นเพราะความรักแท้ๆ
คิดๆ ดูแล้ว หนีจวิ้นหว่านก็เป็นคนที่น่าสงสารมากเช่นกัน
หนีเจียเอ๋อร์เดินเข้าไปหาก่อนนั่งลงปลอบใจหญิงสาวที่กำลังนั่งร้องไห้ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาส่งให้
“พี่หญิง เราไม่ควรลดคุณค่าของตัวเองเพื่อความรักหรอกนะท่านควรจะรักตัวเองให้มากๆ มิฉะนั้น บุรุษก็จะมองว่าได้มาง่ายเกินไป จึงมองเป็นของราคาถูกไม่มีค่าควรแก่การทะนุถนอม หากเป็นเช่นนี้ท่านจะไม่มีวันได้ความรักที่แท้จริงกลับมา”
หนีจวิ้นหว่านผลักหนีเจียเอ๋อร์ออกพลางปาดน้ำตาด้วยแขนทั้งสองข้าง
“เพราะแบบนี้หรือ ท่านพี่หรานถึงได้หลงรักเจ้าขอบอกเอาไว้ตรงนี้ ว่าข้ารักท่านพี่หรานจริงๆและจะไม่ใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้เขามา ข้าไม่เหมือนเจ้า เพราะไม่เคยคิดจะทำร้ายเขาเหมือนที่เจ้าทำ!”
หนีเจียเอ๋อร์ระงับโทสะลุกขึ้นยืน แล้วหันหลังเดินจากไป
หนีจวิ้นหว่านพลันตะโกนไล่หลังมา “หนีเจียเอ๋อร์ ข้าไม่ยอมแพ้เจ้าหรอก!”
หนีเจียเอ๋อร์ชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนก้าวเดินต่อ โดยไม่เหลียวกลับมามอง