บทที่ 4 อาชีพของฉันคือสัตวแพทย์
ไม่ใช่แค่กลุ่มคนในหอพักเท่านั้นที่ตกตะลึงแม้แต่กลุ่มคนในห้องกินเลี้ยงก็ยังตกตะลึงไปด้วย
"เย่จื่อ นี่ไม่ใช่ที่ที่จะมาพูดอะไรเหลวไหลนะ"
ซูอี้อวิ๋นเอ่ยเตือนเสียงทุ้มอยู่ข้างหูของเย่จื่อเฉินถึงในบรรดารูมเมทเย่จื่อเฉินจะเป็นนักศึกษาแพทย์ก็จริงแต่ที่เขาเรียนมันคือสัตวแพทย์
"ฉันบอกว่าช่วยได้ก็คือช่วยได้ นายไม่คิดจะเชื่อฉันเลยเหรอ?"
"ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ แต่ผู้การหลิวเป็นถึงผู้บังคับการตำรวจเลยนะถ้านายพูดเหลวไหลชีวิตนายจบเห่แน่"
ถึงปกติซูอี้อวิ๋นจะเชื่อถือไม่ได้ ขี้งกแต่กับเพื่อนพี่น้องในหอนั้นเขาจริงใจ
"เชื่อฉัน ฉันช่วยเขาได้จริงๆ"
เย่จื่อเฉินตบบ่าเขาสองครั้ง แล้วเดินเข้าไปในห้องคาราโอเกะวีไอพี แล้วไปหยุดอยู่หน้าผู้การหลิวที่หอบหายใจกำลังจะตายอยู่
คนในห้องไม่มีสติกันแล้ว หากผู้การหลิวเป็นอะไรขึ้นมาที่นี่ กลุ่มของพวกเขาต้องโดนลากเข้าไปเกี่ยวด้วยแน่นอน
ผู้จัดการของคลับเฮาส์ก็ยืนเหงื่อท่วมหัวทำอะไรไม่ถูกอยู่ภายในห้องคาราโอเกะวีไอพีซูอี้อวิ๋นยื่นมือไปเปิดเปลือกตาผู้การหลิวดูเล็กน้อยนายตำรวจที่อยู่ทางด้านข้างก็คว้ามือเขาเอาไว้
"เธอเป็นใคร?"
"ถ้าไม่อยากให้ผู้การหลิวของพวกคุณตาย ก็หลีกทางให้ผม"
เย่จื่อเฉินตะคอก เสียงนั้นทำเอานายตำรวจถึงกับตกใจและยืนนิ่งไม่เปิดปากพูดอยู่นาน
"ยาวิเศษ ต้องพึ่งแกแล้วนะ"
กัดฟันเทเอายาวิเศษออกมาจากขวดหยก ทันทีที่เม็ดยาออกมาจากขวดกลิ่นหอมของเม็ดยาก็อบอวลฟุ้งกระจายอยู่ในห้องไปพักหนึ่ง
"หาวิธีเอายาเม็ดนี้ป้อนให้นายของพวกคุณซะ"
เย่จื่อเฉินหันไปตะโกนใส่นายตำรวจที่ยืนอยู่ข้างๆนายตำรวจคนนั้นขมวดคิ้วมุ่น และถามกลับ
"นี่มันอะไรของเธอผู้การหลิวคือคนที่สามารถทดลองยาให้กับเธอเมื่อไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ?"
"แล้วคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง อาการหัวใจวายกะทันหันถ้าคุณจะรอให้รถพยาบาลมาจริงๆ ถึงตอนนั้นคุณก็ไปจัดงานศพเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อนายของคุณได้เลย"
คำพูดของเย่จื่อเฉินนั้นแสลงหูถึงขีดสุดนายตำรวจผู้น้อยคนนี้ขัดเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เขาไม่สบอารมณ์เอามากๆ
แม่เจ้า ยาวิเศษของไท่ซางเหล่าจวิน ฉันไม่อยากจะใช้เลยด้วยซ้ำ!
"นายพูดแบบนี้ได้ยังไง?"
นายตำรวจจะเข้าไปต่อยปากเย่จื่อเฉินแต่ซูฉีหลงพ่อของซูอี้อวิ๋นกลับคว้าแขนนายตำรวจเอาไว้
"คุณตำรวจจาง ที่เด็กคนนี้พูดมันก็เป็นความจริงคุณให้เขาลองดูหน่อยดีกว่านะ"
"ลองดู?" นายตำรวจจางแค่นยิ้ม แล้วพูด "เขาหยิบเอายาบ้าๆ ออกมา แล้วบอกว่าสามารถช่วยชีวิตผู้การหลิวได้ใครจะไปรู้ว่าเขามีเจตนาร้ายแอบแฝงอยู่หรือเปล่า"
"เขาเป็นเพื่อนผม คุณจะพูดอะไรก็ช่วยให้เกียรติกันด้วย" ซูอี้อวิ๋นก็รำคาญขึ้นมาแล้วเหมือนกันถึงเขาจะไม่รู้ว่าเย่จื่อเฉินจะมาไม้ไหน แต่เขาก็ไว้วางใจในตัวของเย่จื่อเฉิน
"หนุ่มน้อย มั่นใจแค่ไหน?" ซูฉีหลงก็ถามด้วยสีหน้าเป็นกังวลเช่นเดียวกันในนาทีเม็ดยาปรากฏออกมา เขาก็รู้สึกได้ถึงความไม่ธรรมดาของยา
"สิบเปอร์เซ็นต์" เย่จื่อเฉินตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
"สิบเปอร์เซ็นต์ ผมปล่อยให้ผู้การหลิวตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ" นายตำรวจจางแค่นยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง
"ผมว่าคุณเองหรือเปล่าที่มีเจตนาร้าย?" เย่จื่อเฉินหรี่ตาลงแล้วพูด "คุณพูดเต็มปากเต็มคำว่าไม่อยากให้ผู้การหลิวเสี่ยงอันตรายแล้วอาการของเขาตอนนี้มันไม่อันตรายเลยอย่างนั้นเหรอ? คุณเอาแต่ถ่วงเวลาพวกผมอยู่ที่นี่หรือว่าความจริงแล้วคุณอยากถือโอกาสนี้ขึ้นเสียบตำแหน่งแทนเสียเอง? จริงสิ การที่ผู้การหลิวพาคุณมาด้วยแบบนี้ก็น่าจะเป็นเพราะว่าคุณค่อนข้างสนิทกับเขา และก็น่าจะอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเขาในเวลาเดียวกัน"
"ถ้าผู้การหลิวเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆคุณก็สามารถเลื่อนขั้นได้เลยใช่ไหมล่ะ?"
คำพูดของเย่จื่อเฉินนั้นร้ายกาจมากใบหน้าของนายตำรวจจางภายใต้หมวกใบใหญ่ถมึงทึงขึ้นมาทันที
เขาโกรธเคืองกับคำพูดพล่อยๆ ของเย่จื่อเฉิน ส่วนเย่จื่อเฉินก็ทำเพียงแค่แค่นยิ้มกับความคิดนั้น
"อย่ามัวพูดพร่ำทำเพลงอยู่เลย ผมจะช่วยคนแล้ว เจ้าสามจัดการคุณตำรวจจางคนนี้ให้ฉันด้วย"
"ได้"
ซูอี้อวิ๋นกอดนายตำรวจจางเอาไว้ส่วนเย่จื่อเฉินก็เอาเม็ดยาส่งเข้าปากของผู้การหลิวไป
หยิบแก้วน้ำเปล่าจากโต๊ะมาป้อนตามลงไป
"ที่พวกคุณทำอยู่มันคือการเจตนาฆ่า"
นายตำรวจจางด่าจนหน้าดำหน้าแดงเป็นเอ็น ซูฉีหลงก็หรี่ตาลงแล้วพูด
"ถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมรับผิดชอบเอง"
"พวกคุณรับผิดชอบไหวเหรอ?" นายตำรวจจางตะโกนโวยวายอยู่ภายในห้องวีไอพีแต่คนในห้องนั้นกลับตึงเครียดเป็นกังวลกันอย่างมากมือของเย่จื่อเฉินในตอนนี้เหมือนกับมัดทุกคนเอาไว้บนเชือกเส้นเดียว
หนึ่งนาทีผ่านไป
แค่กแค่ก
ผู้การหลิวที่อยู่บนโซฟาสำลักอย่างรุนแรงขึ้นมาทันทีก่อนจะลืมตาขึ้น คนในห้องวีไอพีต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอกผู้การหลิวตบหน้าอกพลางพึมพำ
"ได้ไปเดินเล่นที่สุสานอีกรอบแล้ว"
"ผู้การหลิวครับ ผู้การไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมครับ"
นายตำรวจจางสลัดหลุดจากพันธนาการของซูอี้อวิ๋นแล้ววิ่งเข้าไปหาผู้การหลิวหัวเราะเสียงดังแล้วพูดขึ้น
"ฮ่าฮ่า กลับมามีชีวิตอีกครั้งแล้ว"
สิ้นเสียง เขาก็คลำที่หน้าอกของตัวเอง มันรู้สึกอุ่น
"ใครเป็นคนช่วยฉัน?"
"เขาครับ" ซูอี้อวิ๋นชี้ไปยังเย่จื่อเฉินและหัวเราะแผ่วเบาคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเพื่อนคนนี้จะช่วยชีวิตผู้การหลิวได้จริงๆ
"อ้อ หนุ่มน้อยคนนี้เองหรอกเหรอ?" ผู้การหลิวลุกออกจากโซฟาพยักหน้าและเอ่ยขึ้น "เธอเป็นหมอเหรอ?"
"ครับ ผมเป็นสัตวแพทย์"
"สัตวแพทย์!" ผู้การหลิวอึ้งไปเย่จื่อเฉินกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดจึงอธิบาย "ผมไม่ได้ใช่วิชาแพทย์ช่วยชีวิตคุณนะครับที่ผมใช้คือยาวิเศษ"
"ยาวิเศษสินะ น่าสนใจนี่"
ผู้การหลิวส่ายหน้าพร้อมหัวเราะหลังจากมองเย่จื่อเฉินอย่างมีความนัยจึงหยิบเอานามบัตรออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้กับเย่จื่อเฉิน
"ฉันติดหนี้ชีวิตนายแล้ว นี่เป็นเบอร์โทรส่วนตัวของฉันฟังดูแล้วยาวิเศษเป็นของล้ำค่าอยู่มาก แต่ฉันก็ไม่มีอะไรจะตอบแทนต่อไปนี้ถ้านายต้องการอะไร ก็โทรมาเบอร์นี้ พี่ชายคนนี้จะช่วยนายเต็มที่"
"ขอบคุณครับผู้การหลิว"
"ผู้การหลิวอะไรกันเล่า ฉันโตกว่านายแค่ไม่กี่ปีถ้าไม่รังเกียจจะเรียกฉันว่าพี่ก็ได้"
"ครับ พี่หลิว"
"ฮ่าฮ่า ดี"
ผู้การหลิวหัวเราะร่วน มองซูฉีหลงที่อยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยขึ้น
"เหล่าซู นายก็เห็นสภาพฉันแล้ว ครั้งหน้าเราค่อยนัดกันใหม่ก็แล้วกัน"
"ได้ครับ"
ผู้การหลิวกับนายตำรวจจางพากันออกไป ซูฉีหลงมองกลุ่มเด็กหนุ่มในห้องแล้วยิ้มพร้อมกับเอ่ยขึ้น
"พวกเธอยังหนุ่ม ฉันไม่ขออยู่ร่วมวงด้วยก็แล้วกัน พวกเธอเที่ยวต่อเถอะฉันจะกลับก่อนแล้ว จริงสิ ไม่ทราบว่าต้องเรียกเพื่อนคนนี้ว่ายังไง"
"สวัสดีครับลุงซู ผมเย่จื่อเฉินครับ"
"เย่จื่อเฉิน ชื่อดี อี้อวิ๋น ขอบคุณเพื่อนคนนี้ของแกด้วยล่ะ"
"ได้ครับ"
ซูฉีหลงมองเย่จื่อเฉินอย่างมีความนัย และเดินออกจากห้องไป
เท้าเขาเพิ่งจะเดินพ้นไปคนอื่นในห้องวีไอพีก็กรูกันเข้ามารุมล้อมเย่จื่อเฉิน
"เย่จื่อ ยาอายุวัฒนะของนายมันคืออะไร ทำไมถึงได้ผลดีขนาดนั้น?"
"เย่จื่อ นายคงจะไม่ได้เป็นโรคหัวใจแล้วให้ผู้การหลิวกินยาบรรเทาอาการหัวใจแบบเร่งด่วนใช่ไหม?"
ทุกคนหัวเราะกันเฮฮาแต่ซูอี้อวิ๋นกลับถือแก้วไวน์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเย่จื่อเฉิน
"เย่จื่อ ขอบคุณมากนะ"
เงยหน้าขึ้นดื่มไวน์แดงจนหมด เย่จื่อเฉินตบบ่าเขาแล้วเอ่ยขึ้น
"เพื่อนกันทั้งนั้น จะมากพิธีไปทำไม"
"พูดถูกเลย" ซูอี้อวิ๋นหัวเราะร่วนและเรียกบริกรเข้ามาแล้วจึงสั่งไวน์ดังๆ มามากมาย ก่อนจะเอ่ยขึ้น "วันนี้ไม่เมาไม่กลับ"