กัวเฉา ยืนด่อมๆมองๆ ที่หน้าห้อง ของ จิ่วเยว่อ๋องติงจงเดินถือถาดเครื่องเสวยเข้ามา
“เ้ามาทำอะไรที่นี่”
“เอ่อ เอ่อ นายหญิงของข้าหายไป”ติงจงจุ๊ปากเบาๆ พูดเบาสุดเบา
“เ้าอย่าเสียงดังไปพระชายา นอนอยู่ในห้องท่านอ๋อง”
“หา ..”อ้าปากค้างเป็ไปได้อย่างไร
“ข้ายังไม่กล้าเข้าไป เมื่อคืนนายหญิงของเ้ามาที่ห้องท่านอ๋อง”
“ก็ไหนว่า ท่านอ๋องขาพิการ”
“พิการขาแต่อย่างอื่นท่านอ๋องยังใช้ได้”
“ร้ายจริงๆ ท่านอ๋องของเ้า”
“ก็..ในเมื่อนายหญิงของเ้าเข้ามาหาถึงในห้อง”ประตูห้องเปิดออกช้าๆ ร่างสูงนั่งบนรถเข็นยกมือขึ้นจุ๊ปากส่งสัญญาณให้สองคนเงียบ
“นายหญิงของเ้าทั้งสองกำลังนอน พักผ่อนอย่าส่งเสียงดังรบกวนนายหญิงของเ้า”กัวเฉาตกตะลึงกับความหล่อเหลา ที่เห้นตรงหน้า นี่มันเทพ์ชัดๆ ไม่แปลกใจว่าป้ายป้ายทำไม่พูดถึงเื่หน้าตาของจิ่วเยว่อ๋องพอมาเห็นกับตาถึงรู้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ แล้วยังน้ำเสียงอ่อนโยนคนแบบนี้จะเคยดุด่าใครหรือไม่ กัวเฉายิ้มด้วยความดีใจ คุณหนูป้ายป้ายต่อจากนี้คงจะต้องพบเจอแต่ความสุข ในเมื่อท่านเก้าใจดีเพียงนี้ อีกอย่างท่าทีของเขาช่างวอ่อนโยน เหมาะที่จะดูและคุณหนูของกัวเฉาเสียจริง
“เครื่องเสวยนี่พวกเ้านำไปกินเสีย แล้วยกมาใหม่อุ่นๆ เพื่อนายหญิงของเ้าจะได้พักนานหน่อยกว่าจะได้นอนก็เกือบรุ่งสาง พวกเ้ามาอีกทีข้าคงปลุกนางสำเร็จ”ติงจงอมยิ้ม พยักหน้ากับกัวเฉา
“แล้ว เ้าอีกสักพักมารับนายหญิงไปเลือกซื้อผ้าสำหรับมาตัดเย็บอาภรณ์ของนาง “
“ข้าน้อยกัวเฉาน้อมรับคำสั่งท่านอ๋องค่ะ”
เข็นรถกลับเข้าไปในห้อง นั่งพิศมองใบหน้า ของป้ายป้ายที่หลับตาอยู่บนแท่นนอน
“ยกมือหยิบปอยผมที่ร่วงลงมาปิดบังใบหน้าออก ก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากเบาๆ
“ตื่นได้แล้วหวางเฟย”น้ำเสียงอ่อนโยนจะคนถูกปลุกนึกว่าฝันไป
“ท่านเก้า” ไปแช่น้ำให้สบายตัว แล้ว ค่อยมาเสวย วันนี้เ้าจะต้องไปหาซื้อผ้าบ่ายๆ กลับไปที่ ตระกูลฉี เพื่อส่งของกำนัลจากข้า แล้วค่ำๆ ค่อยกลับมา หวังว่าเ้าจะไม่ถือสาหากเ้า เ้าไปที่ตระกูลฉีคนเดียว”ก้มมองขาของตัวเอง
“ค่ะ”ไม่กล้าเอ่ยคำนึกถึงเื่ราสวเมื่อรุ่งสางที่ผ่านมา ช่างน่าอายเสียจริงยอมตามใขเขาให้เขาทำตามใจชอบ ป้ายป้ายรู้สึกว่าท่านเก้ามิได้อ่อนปลวกเปียกแต่ สมชายชาตรียิ่งนัก
“เ้าจะรั้งอยู่ที่นั่นนานหน่อยข้าก็ไม่ว่าแต่ไม่อยากให้ค้าง”อยากบอกว่าคิดถึงไม่อยากให้ห่างแม้เพียงครึ่งชั่วยาม
“ค่ะ”
“เ้าจะไม่พูดคำอื่นหรือ”
“ค่ะ”หลี่ฟงฉินถอนหายใจยิ้มบางๆ ที่ริมฝีปาก
“ ที่คอของเ้า มีรอยช้ำ เอาของร้อนประคบเสียหน่อย”ยิ้ม เมื่อคืนเขาเผลอจูบที่ลำคอระหงเสียนานหน่อย
ป้ายป้ายคลำที่ลำคอ
“ร่องรอยนี่..มาจากไหน”หลี่ฟงฉินยิ้ม
“มานี่”ฉุดมือให้ลุกขึ้นมาที่คันฉ่อง รอยเขียวคล้ำที่ลำคอขาว
“จำได้หรือยัง”ป้ายป้ายหลุบตามองพื้น ยิ้มอายๆ
“แต่จะว่าไป แม้มีร่องรอยแบบนี้เ้าก็ไม่ต้องอายใคร เขาก็จะรู้ได้ทันทีว่าเมื่อคืนข้าโปรดปรานเ้าแค่ไหน”
“ป้ายป้ายจะเอาของร้อนประคบ”ยิ้มบางๆ
“ไม่อยากให้คนเขารู้หรืออย่างไรว่าเมื่อคืนเราเข้าหอกันไม่ปล่อยให้เ้าเดียวดาย”ไม่กล้าสบตาคม เมื่อมองมาอย่างนึกขำ
วังหลวง
“ฝ่าาเรียกกระหม่อมเข้าพบมีเื่เร่งด่วนใดกัน”ใต้เท้าฉีหรือฉีป้ายหลุน ยกจอกชาขึ้นจิบ
“บุตรีของท่านทั้งสองคน แต่งเข้าจวนอ๋องทั้งสอง”
“กระหม่อมเข้าใจแล้ว ความประสงค์ของฝ่าาล้วนสำคัญที่สุด”
“ไม่ใช่ไม่รู้ปาอ๋องแม้จะขันแข็งช่วยงานทว่าเื้ักับทำตัวน่าสงสัยแอบเลี้ยงคนไว้มากมาย จิ่วอ๋องแม้มองภายนอกพิการขา เดินเหินไม่ได้ ป่วยไข้นอนอยู่แต่ในตำหนักข้าวางใจว่าเขาจะไม่ก่อเื่ แต่เมื่อหลายวันก่อนมีคนเห็นรุ่ยหาน วนเวียนที่ เขตวังหลวง”
“รุ่ยหาน หายไปนานั้แ่ ครั้งนั้นไม่เคยพบหน้าด้วยนิสัยของเขา หากไม่มีเงื่อนงำจึงจะไม่ปรากฏตัวครั้งนั้นเป็เขาที่ ก่อการฏแต่ข้าล่วงรู้เสียก่อน ครอบครัวของเขาอีกทั้ง บุตรีคนเดียวที่เป็มารดาของฟงฉินถูกฝ่าา สั่งให้ปะา ทั้งหมดมีเพียงเขาที่รอดไปได้”
“ความจริงข้าตั้งใจจะฆ่าฟงฉินด้วย หากไม่ติดที่เขาพลัดตกจากหอเคียงฟ้าขาพิการ เดิมข้าคิดว่าเขาตายไปแล้วด้วยซ้ำดีที่จำเื่ราวต่างๆ ไม่ได้”
ก่อนหน้านั้น
หอเคียงฟ้า สูงเก้าชั้นหอชมดาวของวังหลวง ค่ำคืนในวันที่ มารดาของหลี่ฟงฉินถูกปะาพร้อมคนในตระกูล 32ชีวิต
“ฝ่าาไม่เห็นแก่ความเป็พี่น้อง แม้แต่มารดาข้าท่านยังสั่งปะานางเสีย”
เป็ครั้งแรกที่ฟงหมินเห็นว่าเ้าเก้าโมโหโกธาเพียงนี้ เดิมเขาเป็คน ไร้พิษสงไม่มีทีท่าว่าจะโกรธใครง่ายๆ แม้จะมีอายุแค่18ปี ด้วยมารดาที่อ่อนหวานราว หยกบริสุทธิ์
“ก่อฏ ก็ต้องถูกปะาล้างตระกูลตาของเ้า รุ่ยหานดีที่หนีรอดไปได้หากข้าไม่คิดถึงความเป็พี่น้องเ้าก็คงไม่อาจละเว้นชีวิตเช่นกัน”
“ฝ่าา”คุกเข่าลงกับพื้นฆ่าข้าเสีย ท่านจะได้ไม่ต้องแบกรับคำว่าพี่น้อง”
“ท่านพี่”ชื่อหง วิ่งเข้ามาขวางไว้
“่ฝ่าาได้โปรดไว้ชีวิต ท่านเก้าด้วย”
“ไว้ชีวิตเขา แล้วเ้ายังอยู่กับเขาหรือว่าฆ่าเขาได้เ้ามาเป็สนมอีกคน”แววตาที่จ้องมองซื่อหงมีแววหมายมาด
“ชั่วช้าที่สุด”ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงบนใบหน้าของหลี่ฟงฉิน
“เ้าแค่เพียง เด็กเมื่อวานซืน แค่เพียงคำทำนายว่า ดวงเหนือัทั้งปวงก็เพียงพอให้ข้า ฆ่าเ้าเสีย อย่าคิดมาเหิมเกริม”
“ฟงฉินอยู่อย่างเจียมตัวมาตลอด เป็ท่านที่กดดันข้าต่อไปข้าจะไม่มีทางจะทนอยู่แบบนี้อีกแล้ว”เป็ความโง่งมที่สุดที่ฟงฉินกระทำในครั้งนั้น สะบัดตัวจากไปแต่ ฟงหมินคว้าไหล่สูงไว้กระชากกลับมาร่างสูงหงายหลังชนเขากับระเบียงสูง
“พูดใหม่ข้าให้เ้าพูดใหม่”
“ข้าจะไม่มีทาง ยอมอยุ่ภายใต้คนชั่วช้าเช่นท่านอีกต่อไปแล้ว”กัดฟันส่งเสียงลอดไรฟัน ฟงหมินผลักร่างสูงอย่างแรงแบบไม่ทันตั้งตัว จนไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ผลัดตกลงจากหอเคียงฟ้า ซื่อหงหวีดร้องสุดเสียง
“ไม่ฝ่าา ท่าน ...ฆ่า.ท่านเก้าท่านทำร้ายเขาทำไม”ชะโงกหน้ามองลงไปยัง พื้นด้านล่างร่างแน่นิ่ง คบไฟที่ส่องกระทบทำให้เห็นเืสีดำไหลนองออกจากร่างของหลี่ฟงฉิน แต่หามีใครสนใจไม่เพราะหอเคียงฟ้าอยู่ด้านหลังวังหลวง มองเห็นท่อนขาบิดเบี้ยวผิดรูปผิดร่างซื่อหงตรงเข้าทุบตีที่ร่างใหญ่ของฟงหมิน ด้วยความโกรธ
“เ้ามานี่”ยิ้ม สาใจ
ลากซื่อหงเข้าไปด้านในหอเคียงฟ้า หน้ารูปปั้นเ้าแม่กวนอิมดึงทึ้งงเสื้อผ้าของ ซื่อหงออกปลดกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว คนเช่นไรถึงจะทำเื่ชั่วช้าเพียงนี้ได้ในที่แบบนี้และสถานการณ์แบบนี้
เสร็จกิจไม่แยแส ซือหงแม้แต่น้อยสวมใส่อาภรณ์เดินลงจากหอเคียงฟ้ามาด้านล่างใช้เท้าเขี่ยไปที่ร่างแน่นิ่งของหลี่ฟงฉินเมื่อเห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหวเขาก็เดินจากไปไม่สนใจอะไรอีก
ซือหง ร้องไห้ฟูมฟาย หยิบอาภรณ์มาสวมใส่ ก่อนจะเดินช้าๆ ไปที่ระเบียง ก้มมอง ไปยังร่างแน่นิ่งของหลี่ฟงฉินปีนขึ้นไปบนราวระเบียง
“ท่านเก้าข้าไม่อาจอยู่ได้อีกต่อไปข้าถูกคนใจทรามข่มเหง ข้ากำลังจะไปพบท่านแล้วรอข้าก่อน”หลับตายิ้มเศร้าสร้อยปล่อยให้ร่างลอยละลิ่วลงสู่พื้นด้านล่างเคียงข้างหลี่ฟงฉิน