บทที่ 4 เบ่งลมปราณ
หลิงเชียนเสวี่ยกลับมายังเรือนตัวเองแล้วโดยแกรปนามไป๋หลางเป็คนอุ้มกลับมาเหมือนเดิม ระหว่างทางก็เอายาที่ไป๋หลางให้ทานวดข้อมือไปด้วย หลังจากถึงเรือนและลงยืนได้เรียบร้อยแล้ว นางก็รีบบอกให้อิงผิงที่เดินออกมาต้อนรับให้ไปเก็บข้าวของตัวเองทันทีแล้วตนจะรีบไปหาหลัวอี้โจว เขาต้องกำลังจะกลับสำนักแน่ๆ ต้องรีบแล้ว
“ข้าจะออกจากสำนักจันทร์กระจ่างฟ้าไปกับหลัวอี้โจว”
“คุณหนู!?” ทั้งอิงผิงและไป๋หลางร้องเสียงสูงใที่จู่ๆ คุณหนูกล่าวเช่นนั้นออกมา
“เร็ว อิงผิงช่วยข้าเก็บของ”
เสียงหวานบอกแล้วตรงดิ่งเข้าห้อง กวาดเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้มากองที่เตียงหวังให้อิงผิงช่วยจัดเก็บลงกระเป๋า
“คุณหนู สำนักที่หลัวอี้โจวจะไปเข้าคือเขี้ยวอสรูนะขอรับ” ไป๋หลางกล่าวขึ้นเตือน
สำนักเขี้ยวอสูรเป็อีกสำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ลูกศิษย์จากสำนักนี้ล้วนมีฝีมือเก่งกาจมากความสามารถ หากแต่วิชาที่ใช้มักเป็วิชาต้องห้าม โหดร้ายและรุนแรง แม้ว่าจะถูกสอนให้นำไปปราบอสูรก็ตามแต่ผู้คนก็ไม่เห็นด้วย บางครั้งก็มีผู้ทำผิดกฎนำมาใช้กับมนุษย์ด้วยกันเองแต่มีน้อยนักเพราะกฎของสำนักเคร่งครัด ใครฝ่าฝืนโทษตายสถานเดียว และที่สำคัญคือเมื่อเข้าสำนักแล้วก็จะถือเป็คนของสำนักนี้ตลอดไปไม่สามารถลาออกได้
“ข้ารู้ ส่วนพวกเ้าไม่ต้องตามข้าไปก็ได้ ข้าไม่ได้บังคับ”
อิงผิงมองร่างบางที่กำลังรื้อเสื้อผ้า ปากอิ่มพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ เหมือนกับกำลังพูดว่าต้องเตรียมของอะไรไปบ้าง คุณหนูหลิงเชียนเสวี่ยเปลี่ยนไปมากหลังจากฟื้นขึ้นมา แม้จะบอกว่าตัวเองความจำเลอะเลือนไปมากแต่ไม่ว่าทั้งท่าทางและนิสัยใจคอกลับไม่ใช่คนร้ายกาจเช่นคนเก่าเลยแม้แต่น้อย
คนเราเวลาความจำเสื่อมสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้เลยหรือ
ถึงอย่างไรก็ตามอิงผิงเป็สาวรับใช้ประจำตัวของคุณหนู นางต้องทดแทนบุญคุณตระกูลหลิงที่รับเลี้ยงนางมาและให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ยากจนของตน ดังนั้นไม่ว่าคุณหนูจะสั่งให้ทำอะไร จะดุด่าทุบตี นางก็ต้องทนไว้และพร้อมรับใช้เสมอ
เพราะฉะนั้นคุณหนูจะไปสำนักเขี้ยวอสูร นางจำเป็ต้องเดินทางตามไปด้วยอยู่แล้ว หากแต่การรับใช้ในครั้งนี้กลับสบายใจขึ้นเมื่อคิดว่ายังต้องอยู่ดูแลคุณหนูต่อไป
“ข้าจะติดตามคุณหนูไปด้วย”
“ข้าด้วย”
ทั้งอิงผิงและไป๋หลางกล่าวออกมาพร้อมกัน หลิงเชียนเสวี่ยหันมามอง ส่งยิ้มหวานไปให้แล้วพยักหน้ารับ มีคนของตัวเองติดตามไปด้วยก็ถือว่าอุ่นใจขึ้นมาก แม้พวกเขาทั้งคู่จะไม่ได้ชื่นชอบนางก็ตาม
“แต่คุณหนูจะออกจากสำนักจันทร์กระจ่างฟ้าต้องไปแจ้งเื่อะไรหรือเปล่าเ้าคะ แล้วนายท่านกับฮูหยิน…”
“เื่นั้นช่างมันก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจัดการเอง"
หลิงเชียนเสวี่ยแทรกขึ้นมา ขืนไปเสียเวลาทำเื่นู่นนี่ก็ตามหลัวอี้โจวไม่ทันสิ
"เช่นนั้นพวกเ้าไปเก็บของเสีย อิงผิงช่วยหากระเป๋าให้ข้าที”
หางตานางเห็นไป๋หลางเดินกลับห้องไปเก็บของแล้วเหลือเพียงอิงผิงที่อยู่ช่วย
“เอ่อ คุณหนูมีแหวนมิติไม่ใช่หรือเ้าคะ”
อ่า.. หลิงเชียนเสวี่ยเขกหัวตัวเอง ใช่แล้ว นิยายเื่นี้สามารถพกพาของไปไหนมาไหนได้สะดวกด้วยแหวนมิตินี่นา ยิ่งนางร้ายคนนี้มีแหวนมิติขั้นสูงด้วยแล้วสามารถจุของได้หลายพันชิ้นเลยทีเดียว หากแต่แหวนมิตินี้ไม่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตเข้าไปได้
“จริงด้วย แล้วมันใช้ยังไง”
คนตัวเล็กชูมือขึ้นดู ที่นิ้วชี้ข้างซ้ายมีแหวนอยู่หนึ่งวง แหวนมิติที่ว่าคงจะเป็แหวนหยกวงนี้
“เพียงคุณหนูยื่นมือไปยังสิ่งของที่้าเก็บ ตั้งสมาธิแล้วส่งลมปราณไปยังแหวนเ้าค่ะ”
อืม แล้วจะส่งลมปราณไปยังไงล่ะนี่
หลิงเชียนเสวี่ยยื่นมือไปเหนือข้าวของบนเตียงตามคำบอก ก่อนจะอมลมจนแก้มป่อง พยายามรวบรวมลมปราณตามที่อิงผิงว่า ว่าแต่ลมปราณคืออะไร? เอามาจากไหน แบบพลังในตัวอย่างงี้เหรอ
เข้ามาสิ เข้ามาสิ นางสั่งให้ของบนเตียงเข้าไปยังแหวนมิติ เบ่งลมปราณไปยังแหวน
ปูดดดด...
อุ๊ย คุณหนูสะดุ้ง สาวใช้สะดุ้ง
ดวงตากลมโตเลิ่กลั่ก นางเบ่งมากไปหน่อย ก่อนจะยิ้มแห้ง เห็นอิงผิงพยายามตีหน้านิ่งแสร้งว่าไม่ได้ยินเสียงตดของนาง ฮือ ภาพลักษณ์หายไปหมดแล้ว
“อิงผิง เ้าเก็บให้ข้าก็แล้วกัน”
สุดท้ายหลิงเชียนเสวี่ยถอดแหวนส่งให้เด็กสาวใช้ให้หน่อย นางไม่กล้าเบ่งอะไรอีกแล้ว นอกจากลมแล้วเดี๋ยวก้อนจะตามมา
“เ้าค่ะ”
อิงผิงรับแหวนไป ยิ้มแห้งๆ ถึงนางจะไม่ได้มีลมปราณแข็งแกร่งเท่าคุณหนูแต่ก็มีเพียงพอต่อการใช้เก็บข้าวของไปในแหวนมิติ
หลิงเชียนเสวี่ยร้องว้าวเมื่อเห็นข้าวของบนเตียงถูกดูดหายเข้าไปในแหวนอย่างกับหนังแฟนตาซี
“อิงผิง แล้วข้าจะเอาของกลับออกมาได้อย่างไร" ถามพลางยื่นมือไปรับแหวนคืน นำมาสวมนิ้วชี้ข้างซ้ายไว้เช่นเดิม
“คุณหนูเพียงหลับตาตั้งสมาธิเ้าค่ะ ส่งลมปราณไปที่แหวนตั้งใจให้มั่นว่าเข้าไปของ เดี๋ยวตัวคุณหนูจะเข้าไปยังมิติของแหวนเอง ตอนนั้นก็ไปหยิบของออกมาได้เลย แต่ต้องจำไว้ว่าในมิติไม่มีอากาศหายใจนะเ้าคะ” เด็กสาวตอบแต่มีสีหน้ากังวลทีเดียว เพราะตนไม่คาดคิดว่าคุณหนูถึงขั้นโคจรลมปราณในตัวไม่เป็เช่นนี้
“เข้าใจแล้ว”
หลิงเชียนเสวี่ยพยักหน้ารับ สงสัยตอนเอาของยังไงก็ต้องให้อิงผิงเข้าไปให้อยู่ดี จะให้นางมาเบ่งลมปราณอะไรนี่อีกรอบให้ขายขี้หน้าทำไม
"เอาล่ะ เ้ารีบไปเก็บของเถิด เราต้องรีบไปหาหลัวอี้โจวแล้ว เดี๋ยวจะไปไม่ทัน”