ตอนที่1 ดาวเคราะห์เทียนถัง
“แว็บ”
แสงสว่างวาบขึ้นในอาคารร้างบนโลกแห่งผู้ฝึกฝนซึ่งเป็ดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่สุดของจักรวาลที่129
ชื่อว่าดาวเคราะห์เทียนถังดาวเคราะห์ที่สมาพันธ์แห่งดวงดาวยังเดินทางมาไม่ถึง
หลิวเย่นอนหมดสติบนพื้นในอาคารร้างที่ตั้งอยู่ชายป่าโดยมีาแตามเนื้อตัวจำนวนมากจนเหมือนเกล็ดปลา
ด้วยพลังฉีที่เข้มข้นมากกว่าโลกปัจจุบันถึงห้าเท่าและใกล้เคียงกับโลกโบราณ
ทำให้ร่างกายของหลิวเย่ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ถึงอย่างนั้นก็ใช้เวลานาน
สิบวันต่อมา
หลิวเย่หรี่ตาลงอย่างฉับพลันเมื่อเปิดเปลือกตาแล้วดวงตากระทบเข้ากับแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในห้อง
เป็ห้องที่อยู่ในอาคารร้างซึ่งมีรูปทรงอาคารคล้ายกับวัดในโลกปัจจุบันซึ่งตั้งอยู่ชายป่าที่เงียบสงบ
มีหญ้าขึ้นรกชัฏเสียงลมพัดใบไม้และเสียงนกร้องดังสลับกันไปคล้ายบทเพลงที่อ้างว้าง
ห่างออกไปราวหนึ่งลี้มีเสียงลำธารไหลรินเอื่อยๆและปลาแหวกว่ายไปมา
เขาค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากพลางบ่นพึมพำเบาๆ
“มิน่าล่ะจักรพรรดิะหลิวเย่ถึงย้ำว่าต้องให้ถึงขอบเขตแกนเทพก่อนถึงจะเดินทางออกนอกโลกได้ถ้าความแข็งแกร่ง
ของฉันเป็แค่แกน์คงเหลือแต่ซากแน่ๆ”
หลิวเย่ถอนหายใจอย่างหดหู่เมื่อมองเห็นสภาพร่างกายของตนเอง
เขารีบทำการตรวจสอบตัวช่วยสำคัญเมื่อนึกขึ้นได้
พบว่าัั์ใช้การได้ดีเหมือนเดิม!
มิติพื้นที่ยังใช้ได้และได้หยิบเอาน้ำอมฤตสีดำและสีเหลืองออกมาดื่มเพื่อรักษาตนเอง“อึ๊กอึ๊กอั๊ก”
จากนั้นหลิวเย่นั่งขัดสมาธิเพื่อฟื้นฟูร่างกายครู่หนึ่ง
เมื่อลืมตาขึ้นมาเขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆในร่างกาย
“เปรี๊ยะเปรี๊ยะ” มีเสียงดังลั่นของกระดูกและกล้ามเนื้อเมื่อเขาลองเกร็งและส่งพลังปราณออกมา
“เยี่ยม! อย่างน้อยก็แข็งแกร่งพอจะปกป้องตัวเองได้”
แต่เมื่อเขามองดูท้องแขนซ้ายที่เคยมีพิกัดของเทเลพอร์ตเป็รูปสัญลักษณ์ทางเรขาคณิตอันซับซ้อน
ปรากฏว่ามันหายไปอย่างไร้ร่องรอย“ฮ๊ะ! นี่เราไม่มีเทเลพอร์ตแล้วเหรอ?”
หลิวเย่กลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอเพราะนี่คือตัวช่วยที่สำคัญมากสำหรับเขา!
“เอาวะอย่างน้อยเรายังมีัั์และมิติพื้นที่ ต้องหาทางตามหาท่านอาจารย์ได้สักวันล่ะน่า”
เขาถอนหายใจเล็กน้อยอย่างจำนนที่ขาดตัวช่วยสำคัญไป
จากนั้นทดสอบสิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ ฮัท!
ปรากฏว่าฮัทไม่สามารถใช้งานได้!
หลิวเย่ตื่นเต้นดีใจเพราะหมายความว่านี่เป็ดาวเคราะห์หนึ่งในจักรวาลที่สมาพันธ์ยังเดินทางมาไม่ถึงนั่นเอง
เมื่อหลิวเย่กวาดสายตามองไปรอบๆเขาพบว่าเป็โลกที่คุ้นเคยเหมือนเคยพบในความฝันมาก่อน
“การแต่งกายแบบนี้ความแข็งแกร่งของผู้คน คุ้นเคยมากเหมือนเคยพบมาก่อน”
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลิวเย่รู้สึกมีความสุขได้บ้างนั่นคือ พลังฉีที่เข้มข้น
“ฮื๊ด ฮื๊ด วู้...หายใจโล่งสะดวกปลอดโปร่งเสียจริง”หลิวเย่สูดหายใจเอาพลังฉีเข้าปอดอย่างสดชื่น
จากนั้นเขาใช้ัั์ตรวจสอบบริเวณโดยรอบซึ่งขอบเขตแกนเทพสามารถตรวจสอบได้ไกลถึง100 ลี้หรือ 50
กิโลเมตร
“ไม่เลว”เขาพยักหน้าพึงพอใจกับัั์ในขอบเขตแกนเทพที่ตรวจสอบได้ไกลมากขึ้น
“คงต้องแปลงโฉมตัวเองก่อนแต่เปลี่ยนแค่เสื้อผ้าน่าจะพอใช้ได้”
เมื่อคิดวางแผนไว้แล้ว
หลิวเย่เหินตัวบินขึ้นบนท้องฟ้าเพื่อไปในทิศทางหนึ่งที่มีบ้านเรือนของชาวบ้านอยู่ห่างออกไปราว10 ลี้
เขาเหินตัวลงจอดอย่างนุ่มนวลและแ่เบาเพราะเวลานี้เขาจำเป็ต้องขโมยเสื้อผ้าของชาวบ้านสักชุด
ถึงแม้ว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งแต่การขโมยสิ่งของผู้อื่นก็เป็เื่ที่น่าละอายสำหรับตนเอง
หลิวเย่ใช้สายตากวาดมองไปทั่วบริเวณบ้านหลังหนึ่ง
เมื่อไม่พบใครเขาเดินเข้าไปหยิบเสื้อผ้าผู้ชายมาหนึ่งชุดและเปลี่ยนตรงนั้นทันที“พรึ่บพรั๊บ”
ชุดเสื้อผ้าผู้ชายเป็แบบกางเกงเนื้อผ้านุ่มเป็พิเศษสีกรมท่าไม่มีหัวเข็มขัดแต่เป็เชือกสีดำผูกที่เอว
ส่วนเสื้อสีกรมท่าเป็แบบเสื้อคอกลมมีกระดุมผ่าหน้าแขนยาวและตัวเสื้อยาวเกือบถึงครึ่งหนึ่งของต้นขา
เครื่องแต่งกายคล้ายแบบชนชาติหนึ่งในโลกเดิมแค่ไม่มีผ้าโพกหัวเท่านั้น
“เนื้อผ้านุ่มใส่สบายจริงๆไม่เหมือนเนื้อผ้าจากโลกเราเลย” หลิวเย่จับชายเสื้อพลิกไปมาอย่างสนใจ
เขาจัดเก็บชุดเดิมจากโลกเข้าไว้ในมิติพื้นที่โดยตรง
จากนั้นเหินตัวบินตรงไปยังเมืองขนาดใหญ่อีก40 ลี้เพื่อสืบหาข้อมูลและตรวจสอบว่าที่นี่คือโลกอะไร?
ระหว่างทางหลิวเย่บินช้าๆเพื่อสำรวจป่าด้านล่างอย่างละเอียด
พบเห็นชาวบ้านเป็ระยะที่กำลังปลูกธัญพืชและทำสวนเหมือนบนโลกโบราณ
“วิถีชีวิตผู้คนที่นี่ไม่แตกต่างจากโลกโบราณมากนักแต่การแต่งกายเรียบง่ายไม่ซับซ้อนหลายชิ้น”
..........
ห้านาทีต่อมา
หลิวเย่มาถึงชายป่าและเบื้องหน้าอีกแค่1 ลี้เป็ประตูทางเข้าเมือง
ตัวอาคารบ้านเรือนเหมือนกับโลกโบราณเป็แบบดั้งเดิมมีอิฐก่อปูนผสมไม้
ผู้หญิงใส่ชุดเหมือนผู้ชายแต่มีเสื้อกั๊กใส่ทับด้านนอกอีกชั้นหนึ่งสีสันสดใส
“โอ้! ผู้คนที่นี่แข็งแกร่งจริงๆ”
เขาอุทานอย่างตื่นเต้นเมื่อพบกับผู้คนที่แข็งแกร่งในระดับสร้างฐานรากแกนเสมือนและแกนทองคำเดินขวักไขว่
แต่ไม่พบคนที่แข็งแกร่งในระดับขอบเขตแกนเทพเหมือนเขาแม้แต่คนเดียว
ทำให้หลิวเย่กระหยิ่มยิ้มย่องอย่างพอใจ
เมื่อสังเกตการใช้จ่ายเงินของที่นี่
ปรากฏว่าพวกเขาใช้เหรียญและหินพลังงานเป็ตัวแลกเปลี่ยนสินค้า
และมีบางคนแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันโดยตรง
“ใช้เหรียญกับหินพลังงานเป็หน่วยเงินงั้นเหรอ?”
หลิวเย่ลูบคางมองภาพทั้งหลายที่ฉายชัดในห้วงของัั์
แต่ทว่าขนาดของหินพลังงานที่พวกเขาทั้งหลายใช้นั้นมีขนาดเล็กเท่าเล็บมือ
ซึ่งแสดงว่าหินพลังงานก้อนใหญ่ของเขาสามารถทำเป็ชิ้นเล็กน้อยได้เป็ร้อยชิ้นต่อก้อน
“ถ้าแบ่งหินพลังงานเป็ชิ้นเล็กแบบนั้นก็แสดงว่าเรามีเงินมากมายสินะ” เขาครุ่นคิดในใจอย่างมีความสุข
เมื่อมองเห็นแถวยาวเหยียดของชาวบ้านที่ประตูเมือง
หลิวเย่ี้เีเสวนากับทหารที่ทำหน้าที่รักษาประตูเมือง
เขาเหินตัวบินเข้าเมืองโดยตรงและมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชาตามที่ได้ใช้ัั์สำรวจไว้ก่อนแล้ว
เหตุที่เขาเลือกไปโรงน้ำชานั่นเป็เพราะว่าโรงน้ำชาเป็สถานที่รวบรวมข่าวสารสำคัญของเมือง
ทั้งข่าวลับและไม่ลับของผู้คนโดยไม่ต้องเสียเวลาจ้างคนสืบข่าวแต่อย่างใด
หลิวเย่เลือกลงจอดในตรอกเงียบสงบหลังโรงน้ำชา
จากนั้นนำหินพลังงาน10 ก้อนออกมาจากมิติพื้นที่แล้วใช้พลังปราณแบ่งแยกหินพลังงานก้อนใหญ่ขนาดเท่ากำปั้นของ
ตนออกเป็ชิ้นเล็กน้อยได้มากถึง1,000 ชิ้น
“ดีนะที่เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าเป็อย่างดี”
หลิวเย่พอใจกับการเตรียมการของตนเองที่นำทรัพย์สินส่วนตัวมาจากโลกโบราณมากมาย
พร้อมกับมอบหมายให้ครอบครัวหลินซ่งนกอินทรีั์โยวจี้ และเต่าทองคำจินกุ้ยทำงานกับจักรพรรดิเจิ้งอี้ต่อไป
เมื่อมีหินพลังงานพร้อมใช้จำนวนมาก
เขาเดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้าหน้าประตูโรงน้ำชาโดยตรงแต่พลันอึ้งตะลึงเมื่ออ่านตัวอักษรป้ายของที่นี่ไม่รู้เื่
“เอื๊อก!” หลิวเย่กลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ
เพราะนี่กลายเป็ปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งสำหรับเขา“เอาวะ ค่อยหาทางเรียนรู้ในภายหลังแล้วกัน”
เมื่อตัดสินใจปล่อยวางได้แล้วเขาเดินเข้าโรงน้ำชาทันที
เนื่องจากหลิวเย่มีหน้าตาที่หล่อเหลาแตกต่างจากคนพื้นเมืองที่นี่
พวกเขาส่วนใหญ่มีผิวคล้ำกว่าหลิวเย่และไม่มีท่าทางเป็นักวิชาการเหมือนเขา
ทำให้เด็กรับใช้ของโรงน้ำชาต้อนรับหลิวเย่อย่างนอบน้อม“นายท่านมาคนเดียวหรือขอรับ?”
“ใช่”หลิวเย่พยักหน้ายืนยันและหรี่ตามองเด็กรับใช้ที่มีความแข็งแกร่งขอบเขตสร้างฐานรากระดับต้น
ทำให้เขาตื่นใและคิดในใจด้วยความสงสัยว่า
“ขนาดเด็กรับใช้ยังแข็งแกร่งได้ถึงสร้างฐานรากที่นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ”
“โรงน้ำชาของเรามีละครร้องรำด้วยนะขอรับนายท่านสนใจนั่งห้องพิเศษไหม ราคาไม่แพงขอรับ”
เด็กรับใช้นำเสนอห้องพิเศษให้กับหลิวเย่โดยตรงเมื่อพิจารณาดูแล้วว่าหลิวเย่น่าจะมีเงินไม่น้อย
ถึงแม้ว่าการแต่งกายจะดูซอมซ่อไปบ้างแต่หน้าตาหล่อเหลามากกว่าคุณชายหลายคนที่นี่
“ตกลง”หลิวเย่สนใจการนำเสนอของเด็กรับใช้
และเขา้าพูดคุยเป็การส่วนตัวกับใครก็ตามที่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดของที่นี่
เมื่อเงยหน้ามองบนชั้นสองที่เป็ห้องพิเศษแต่ละห้องถูกกั้นมิดชิดด้วยไม้และผ้าสีทึบ
มีเฉพาะผ้าโปร่งบางทางด้านหน้าที่สามารถมองลงมาดูเวทีร้องรำด้านล่างได้
เวลานี้หลิวเย่ไม่ได้แสดงออร่าพลังปราณอันแข็งแกร่งของตนเพราะเขา้าดูพื้นเพนิสัยใจคอของผู้คนแถวนี้
รวมถึงอาจมีเสือหมอบัซ่อนที่เป็คนแข็งแกร่งกว่าเขาซึ่งอันตรายเกินไป
“ทางนี้ขอรับ”เด็กรับใช้ผายมือและเชิญหลิวเย่ให้เดินตามไปบนชั้นสอง
ระหว่างทางหลิวเย่สังเกตเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ในชั้นล่างมีความแข็งแกร่งขอบเขตแกนเสมือนและแกนทองคำ
มีการแต่งกายคล้ายกับตนเองแต่เสื้อผ้าดูใหม่และมีลวดลายปักอย่างสวยงามมากกว่า
ส่วนชั้นสองที่เด็กรับใช้เดินนำเขาไปนั้นผู้คนส่วนใหญ่แต่งกายมีลูกเล่นมากขึ้น
นั่นคือชายบางคนที่ดูมีฐานะจะสวมเสื้อคลุมยาวและมีหมวกฮู้ดคลุมทับชุดด้านในอีกชั้น
สตรีบางคนจะมีผ้าปิดหน้าครึ่งหนึ่งและสวมเสื้อคลุมยาวมีหมวกฮู้ดเช่นกัน
แต่สีสันของเสื้อคลุมยาวของสตรีจะมีสีสันสดใสมากกว่า
สตรีที่ผมยาวมีการรวบผมเป็หางม้าหรือเกล้าขึ้นสูงหรือเกล้าครึ่งหัวคล้ายโลกโบราณ
คนฐานะดีมีการใส่เครื่องประดับทั้งชายหญิงซึ่งมีหยกและเพชรพลอยหลากสีสัน
“นายท่านเพิ่งมาที่เมืองนี้เป็ครั้งแรกหรือขอรับ?”
เด็กรับใช้ชวนคุยอย่างเป็มิตรเมื่อเห็นเขาเหลียวมองผู้คนอย่างสนใจ
“ใช่”หลิวเย่ตอบสั้นๆพลางสังเกตห้องพิเศษห้องหนึ่งที่เขากำลังจะเดินผ่าน
เนื่องจากด้านในมีชายหนุ่มหน้าตาดีและหญิงสาวสวยสวมผ้าคลุมปิดหน้าครึ่งหนึ่งนั่งสนทนากันอย่างเคร่งเครียด
ครู่หนึ่งหลิวเย่เดินผ่านพอดีกับที่หญิงสาววิ่งพรวดออกมาด้วยท่าทางคล้ายกำลังร้องไห้เสียใจ
“พลั๊ก”เธอทำท่าเหมือนจะชนกับหลิวเย่พอดี
แต่หลิวเย่เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยและทำให้เธอชนเข้ากับผนังระเบียงทางเดินอย่างแรงจนล้มลงนั่งกับพื้น
“โอ๊ย! เจ็บชะมัด”เสียงบ่นพึมพำของหญิงสาวดังขึ้นเข้าหูหลิวเย่
“โอ๊ะ! รูปงามนัก”แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองหลิวเย่ที่เห็นแค่เสี้ยวใบหน้าด้านข้างของเขาเท่านั้น
พลันอุทานอย่างตื่นเต้นแกมประหลาดใจและคิดในใจอย่างสงสัย“”เมื่อใดที่เมืองหยงกันมีชายหนุ่มรูปงามเช่นนี้”
“อาเนี่ยวเ้าเป็อย่างไรบ้าง?” ชายหนุ่มในห้องวิ่งตามเธอออกมาด้วยสีหน้าตื่นใ
“ข้าไม่เป็ไรเ้าไปให้พ้นหน้าข้าได้แล้ว ข้าจะไม่แต่งกับเ้าเด็ดขาด”
เฉินเนี่ยวพูดเสียงดังพลางปัดมือชายคนรักออกเมื่อเขาจะเข้ามาช่วยพยุงเธอขึ้นจากพื้น
เธอโมโหที่เขาไม่สามารถทำตามเงื่อนไขที่เธอ้าได้ทั้งเื่เงินสินสอดจำนวนมากและบ้านหลังใหญ่โต
“อาเนี่ยวเ้าให้โอกาสข้าบ้างเถิด เงินมากมายที่เ้า้านั้นข้าต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะหามาได้”
หลงเสิ่นหวู่กล่าวด้วยความน้อยใจ
เวลานี้เฉินเนี่ยวพยุงตัวเองขึ้นมาได้และนางได้ยื่นมือออกไปผลักหน้าอกของเสิ่นหวู่ให้ออกห่าง
จากนั้นรีบเดินหนีจากไปอย่างรวดเร็ว
เสิ่นหวู่รีบวิ่งตามหลังนางอย่างกังวล
หลิวเย่ที่เข้ามานั่งในห้องพิเศษและมองเห็นเหตุการณ์เ่าั้
เขาส่ายหัวเล็กน้อยอย่างเบื่อหน่ายกับเื่ราวความรักของชายหญิง
นั่นเป็เพราะว่าเขาไม่อยากจะคิดถึงเื่ของตนเองที่ทำให้รู้สึกเ็ปหัวใจทุกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็ภรรยาทั้งสองคนในโลกปัจจุบันหรือภรรยาทั้งสี่คนในโลกโบราณที่เขาไม่สามารถดูแลพวกเธอได้ดี
“นายท่านสนใจขนมและอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ไหมขอรับ?”เด็กรับใช้นำเสนอรายการอาหารอย่างรู้งาน
“ได้เอามาเถอะ อ้อ...ข้าอยากรู้ข้อมูลของเมืองนี้ เ้าพูดคุยกับข้าได้ไหม?”
หลิวเย่ถามเด็กรับใช้โดยตรงเมื่อเห็นว่าเป็คนอัธยาศัยดี
“เอ่อได้ขอรับแต่ท่านอาจต้องจ่ายค่าเสียเวลาการให้บริการของข้าน้อย”
เด็กรับใช้นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนแจ้งหลิวเย่ตามตรง
“จ่ายมากแค่ไหน?”หลิวเย่ถามอย่างสงสัย
“แค่นี้ขอรับ”เด็กรับใช้ชูสองนิ้วขึ้นมาอย่างเกรงใจ
หลิวเย่ไม่แน่ใจว่าตนเองกับเด็กรับใช้จะเข้าใจตรงกันไหมแต่เขาหยิบหินพลังงานก้อนเล็กออกมาสองก้อน
เมื่อเด็กรับใช้มองเห็นก้อนหินพลังงานพลันทำตาโตอ้าปากค้างก่อนพยักหน้ารัวๆอย่างตื่นเต้นและพูดว่า
“มากเกินพอขอรับนายท่านอันที่จริงที่ข้าบอกไปมันเป็หน่วยเงินเล็กกว่านี้อีก”
เด็กรับใช้บอกหลิวเย่อย่างเขินอายที่หลิวเย่จะจ่ายให้กับเขามากมายนัก
“อ้อเอาไปเถอะ มาเล่าเื่ให้ข้าฟังได้แล้ว”หลิวเย่โบกมืออย่างมีน้ำใจและคะยั้นคะยอให้เด็กรับใช้เล่าเื่ราว
“เอ่อขอข้าน้อยไปแจ้งหลงจู๊และสั่งอาหารให้นายท่านก่อนแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะขอรับ”
เด็กรับใช้หยิบหินพลังงานจากเขาแต่ยังคงนึกถึงหน้าที่รับผิดชอบของตนเองอยู่
หลิวเย่พยักหน้าอนุญาตให้กับเด็กรับใช้ไปทำหน้าที่ของตนเองก่อน
ครู่หนึ่งเด็กรับใช้เดินกลับมาหาหลิวเย่พร้อมกับชุดน้ำชาและขนมขบเคี้ยวหนึ่งจาน
เมื่อเด็กรับใช้เทน้ำชาลงในจอกและยื่นให้หลิวเย่แล้ว
เขานั่งตรงข้ามกับหลิวเย่และเริ่มเล่าเื่เกี่ยวกับเมืองนี้อย่างสุภาพนอบน้อม
“เมืองนี้ชื่อเมืองหยงกันขอรับเป็เมืองหน้าด่านของอาณาจักรเซียนเทียน พวกเราเรียกโลกนี้ว่า เทียนถังมีอยู่ทั้งหมด 4
อาณาจักร”