“ช้าก่อนแม่นาง” เซี่ยซูมี่กำลังจะยืนขึ้นเก็บของที่เตรียมมาเสนอแก่หลงจู๊ แต่แล้วกลับมีเสียงของชายอีกคนพูดขึ้นมาเสียก่อน
“นายท่าน” หลงจู๊ยืนขึ้นทำความเคารพ ทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต้องทำความเคารพตามไปด้วย รวมไปถึงพวกของซ่งเวยหลงด้วยเช่นกัน
“ตามสบาย ฮูหยินน้อยอย่าได้ถือสาหลงจู๊ ความคิดเขาอาจจะล้าหลังไปบ้าง แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของทางโรงเตี๊ยมเรา” นายท่านคนเดิมกล่าวขอโทษแทนลูกน้องคนสนิท เซี่ยซูมี่ยิ้มบางเพราะไม่คิดเอามาเป็อารมณ์ใดๆ ไม่คิดที่จะเอามาใส่ใจเลยด้วยซ้ำไป
“คารวะคุณชายเหอ” ซ่งเวยหลงเคยพบหน้าคุณชายท่านนี้มาก่อน เขาคือเ้าของโรงเตี๊ยมชื่อดังแห่งนี้ และยังเป็ที่หมายปองของหญิงสาวน้อยใหญ่ในเมืองนี้อีกด้วย
“ตามสบายเถอะพรานซ่ง ทุกคนด้วย เชิญนั่งๆ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาเกลี้ยงเกลา แม้จะไม่ได้หล่อเหลามาก แต่ก็ดูดีสมฐานะคุณชาย ทั้งท่าทางการวางตัว รวมไปถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่
“คุณชาย บ่าวไม่รู้ว่าท่านจะมาถึงในครัว ขอโทษที่ไม่ได้เตรียมการต้อนรับ” หลงจู๊พูดขึ้นอย่างนอบน้อมและรู้สึกผิด ปกติแล้วนานๆ ครั้งคุณชายถึงจะมาตรวจดูกิจการที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ เพราะส่วนมากแล้วตนจะเป็คนดูแลทั้งหมด
“ไม่ต้องมากพิธี ข้าเพียงแค่ผ่านมาเท่านั้นจึงแวะมาดูความเรียบร้อย เมื่อครู่ได้ยินบทสนทนาของพวกท่านทั้งหมดแล้ว ฮูหยินน้อยหากท่านไม่รังเกียจก็ขอตักให้ข้าได้ลิ้มรสสักถ้วยเถิด” คุณชายเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง ทันทีที่ฮูหยินซ่งเทข้าวต้มลงถ้วยเขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมา ไหนจะกลิ่นของผักดองนั่นอีก หน้าตารึก็ดูแปลกแตกต่างออกไปชวนให้น่าสนใจยิ่งนัก
“เรียนคุณชาย เป็เกียรติของข้าน้อยยิ่งนักเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ไม่รอช้า เทข้าวต้มในกระบอกไม้ไผ่ให้กับคุณชายเหอในทันที
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากลิ่นของมันช่างหอมเย้ายวนยิ่งนัก ส่งผลให้คนที่ได้กลิ่นต่างก็ท้องร้องไปตามๆ กัน แม้ว่ามองๆ ดูแล้วมันจะเป็เพียงข้าวต้มธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษก็ตาม
“นี่เป็ข้าวต้มสูตรพิเศษที่ข้าทำขึ้นมาเอง และนี่ก็เป็ผักดองเค็มและเผ็ดแบบบ้านป่า ข้าใช้เวลาเกือบสัปดาห์กว่าที่จะได้ของพวกนี้มา ผักข้าก็ปลูกอย่างพิถีพิถันเก็บตามกำหนด ทำให้พวกมันมีขนาดที่เท่ากันทุกต้น อีกทั้งยังได้รสชาติที่เหมือนกันอีกด้วยเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่เริ่มสร้างมูลค่าให้กับสินค้าของตนเองทันที แม้จะเป็เพียงผักดองไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมาย แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือเื่เล่าและกรรมวิธีต่าง ๆ ของมันต่างหาก ที่หากใครได้ฟังก็ย่อมคิดว่ารสชาตินั้นคุ้มค่าแก่การรอคอย
“อืม กลิ่นหอมยิ่งนัก” คุณชายเหอเพียงแค่สูดดมควันที่ลอยมาจากถ้วยข้าวต้ม เขาก็ได้กลิ่นหอมที่ไม่เคยได้กลิ่นจากข้าวต้มที่ไหนมาก่อน
“นอกจากนั้นข้ายังมีขาหมูชั้นดีรมควันอยู่ 7 วัน 7 คืนด้วยไม้ป่าเนื้อพิเศษ ที่หาได้เฉพาะแถบชายป่าบ้านข้าเท่านั้น ทุกๆ 2 ชั่วยาม ข้าจะต้องรีบมาเปลี่ยนไม้เพื่อที่ว่ากลิ่นหอมของไม้ป่าจะได้ไม่จาง เชิญคุณชายลองชิมเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ผายมือเป็เชิงอนุญาตให้คุณชายรวมไปถึงหลงจู๊ได้ลิ้มลองรสชาติ
คุณชายเหอไม่รอช้าชิมรสชาติของข้าวต้มก่อน ซึ่งต้องบอกว่ารสชาติไม่ได้แปลกไปจากข้าวต้มที่อื่นที่ตนเคยกินนัก เหมือนข้าวต้มเกลือธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาเห็นจะเป็กลิ่นหอมของมัน นี่น่าจะเป็กลิ่นหอมของไม้ป่าที่ฮูหยินน้อยเคยบอกไปแล้วข้างต้น
คุณชายเหอและหลงจู๊ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างไม่สนใจใคร ทั้งๆ ที่เป็เพียงข้าวต้มเกลือและผักดองทั่วไป ที่จะแปลกออกไปก็น่าจะเป็ไชเท้าดองเผ็ดที่รสชาติจัดจ้านถึงใจ เมื่อกินกับข้าวต้มแล้วช่างเข้ากันได้เป็อย่างดี เหมาะกับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงในอีก 1 เดือนข้างนี้ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว
“ดี ดีเยี่ยม รสชาติถูกปากยากที่จะบรรยาย” คุณชายเหอวางตะเกียบ จากนั้นก็เอ่ยชมอย่างไม่ขาดปาก ทางด้านหลงจู๊ยังอยากจะกินต่อ แต่ในเมื่อเ้านายอิ่มเขาเองก็จำต้องวางตะเกียบ แม้ภายในใจจะรู้สึกเสียดายเป็อย่างมาก
“คุณชายเหอกล่าวชมเกินไปแล้วค่ะ” เซี่ยซูมี่ถ่อมตัว
“เชิญฮูหยินและพรานซ่งขึ้นไปคุยกับข้า้าเถอะ” คุณชายซ่ง้าที่จะตกลงเื่ราคา แต่้าเก็บเป็ความลับ จึงอนุญาตให้เพียงสองสามีภรรยาและหลงจู๊เท่านั้นที่ขึ้นไปห้องทำงานชั้นบนได้
“ฮูหยินซ่ง ข้าดูก็รู้ว่าท่านเองก็มั่นใจในรสชาติอาหารของท่าน โดยเฉพาะผักดองที่ท่านนำมานี้ มันช่างแปลกใหม่สำหรับข้ายิ่งนัก ข้าตกลงที่จะซื้อขายกับท่าน เชิญแม่นางเรียกราคามาได้เลย” คุณชายเหอมีหัวการค้า เขาสามารถมองคนได้อย่างอ่านขาด เนื่องจากว่าพบปะทำการค้ากับผู้คนมาก็มากมายนัก
“เรียนคุณชาย ผักดองนี้ข้าขายไหละ 500 อีแปะเ้าค่ะ มีทั้งหมด 20 ไหเพียงเท่านั้นไม่มีเพิ่มมากกว่านี้แล้วเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่บอกราคา ทุกคนที่ได้ยินราคาต่างก็ตาโตไปตามๆ กัน เพราะโดยทั่วไปแล้วราคาผักดองไหหนึ่งจะอยู่ที่ 5-10 อีแปะเพียงเท่านั้น หากราคาสูงเพียงนี้ก็ซื้อเนื้อกินยังจะดีเสียกว่า
“ฮูหยินน้อย ผักดองของท่านรสชาติแปลกใหม่ไม่เหมือนผู้ใดนั้นข้ายอมรับ แต่ท่านตั้งราคาเกินเอื้อมเพียงนี้ เกรงว่าแม้แต่บ้านของคหบดีก็คงต้องขอปฏิเสธท่าน” หลงจู๊นึกขำในราคาที่ฮูหยินน้อยนี้เสนอมา นางเป็คนกล้าอันนี้เขายอมรับ และต้องบอกว่าชื่นชอบในความกล้าของนางมาก แต่กล้าแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นนี้ก็ไม่คิดที่จะสนับสนุน
“เรียนท่านหลงจู๊อย่างไม่ปิดบัง เนื่องจากว่าขั้นตอนในการทำผักดองของข้าน้อยนี้ ค่อนข้างที่จะยุ่งยากและมีความซับซ้อนยิ่งนัก จะต้องใช้ความเอาใจใส่เป็อย่างดีในการทำ ทำให้เสียเวลาตรงนี้มากเป็พิเศษ อีกอย่างผักที่ข้านำมาดอง หาใช่ผักเน่าเสียอย่างที่เคยทำกันมาช้านานไม่ เพราะฉะนั้นจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้เ้าค่ะ" เซี่ยซูมี่ไม่คิดว่าราคานี้จะขายไม่ได้ มั่นใจว่ามันต้องต่อยอดทำเงินได้มากกว่าราคาที่เสนอขายไปอย่างแน่นอน แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคนที่ซื้อต่อไปด้วยว่าจะสามารถทำได้หรือไม่
“ฮ่าๆ เ้านี่ช่างกล้าเจรจายิ่งนัก แต่ราคาที่เ้าเสนอมา มันสูงไปอย่างที่หลงจู๊ว่า เดิมทีผักดองขายราคาดีสุดก็เพียงแค่ 10 อีแปะเท่านั้น” คุณชายเหอกล่าวขึ้น แม้จะรู้สึกเสียดายมากเพียงใด แต่หากราคาสูงลิ่วถึงเพียงนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะสู้
“ข้าขายฝีมือ ไม่ได้ขายราคาตามท้องตลาด หากจะเอามาเทียบกันเกรงว่าจะไม่ถูกต้อง เมื่อครู่ข้าก็ได้บอกไปแล้วว่าขั้นตอนนั้นยุ่งยากซับซ้อน แต่ถึงอย่างไรท่านก็อย่าลืมว่าผักดอง 1 ไห สามารถทำเงินให้พวกท่านได้มากมายยิ่งนัก นำไปผัดคู่กับเนื้อก็รสชาติดีหาที่เปรียบไม่ได้เลยล่ะเ้าค่ะ อีกอย่างท่านเองก็อย่าลืมว่าโรงเตี๊ยมท่านขายอาหารจานไม่ต่ำกว่า 100 อีแปะ ข้าพูดถูกหรือไม่เล่าเ้าคะ?” เซี่ยซูมี่แอบขยิบตาให้สามีเพราะสังเกตเห็นว่าสีหน้าของสามีไม่ค่อยสู้ดีนัก
“ฮ่าๆ ที่เ้าพูดมามันก็ถูก ถ้าเช่นนั้นก็ตกลงข้ารับซื้อผักดองของเ้า เด็กๆ ไปขนไหผักดองเข้ามาเก็บ เอาวางไว้ในห้องเก็บของอย่างดี” คุณชายเหอสั่งเสียงเข้ม เมื่อนางพูดมาเช่นนี้แล้วเขาจะยอมเสียหน้าได้อย่างไร
“ขาหมูชั้นดีของข้าเล่าเ้าคะ ไม่ทราบว่าคุณชายสนใจด้วยหรือไม่ ร้านอาหารรสชาติดีอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะเ้าคะ จำเป็ต้องมีความต่างเพื่อเป็จุดสนใจในการเรียกแขกด้วยเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่หลอกล่อด้วยกลอุบาย เชื่อว่าไม่นานคุณชายเหอต้องหลงกลอย่างแน่นอน คนทำธุรกิจมักจะมองเหตุการณ์ล่วงหน้าไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบัน
“ได้ ข้ารับซื้อหมด มีเท่าไหร่ขนมาให้หมด” คุณชายเหอไม่รอช้า เร่งสั่งให้ลูกน้องขนของที่มีในเกวียนพรานซ่งออกมาให้หมด หากตัดสินใจชักช้ามีหวังนางได้เสนอขายให้กับโรงเตี๊ยมคู่แข่งอย่างแน่นอน
เซี่ยซูมี่ขายเนื้อชั้นดีในราคาชั่งละ 500 อีแปะ ขาหมูป่ามีทั้งหมด 4 ขา แต่ละขาหนักราวๆ 50 ชั่ง น้ำหนักรวมทั้งหมดเป็ 200 ชั่ง เป็เงิน 1 ตำลึงทอง นอกจากนั้นยังมีเนื้อสามชั้นชิ้นใหญ่อีก 4 ชิ้น ขายชั่งละ 1 ตำลึง มีทั้งหมด 100 ชั่ง เป็เงิน 1 ตำลึงทอง และเงินค่าขายผักดองอีก 10 ตำลึง รวมเงินที่ได้จากการขายของทั้งสิ้น 2 ตำลึงทอง 10 ตำลึง
หลงจู๊ทำหน้าที่จ่ายเงินด้วยมืออันสั่นเทา เขาไม่เคยลงบัญชีซื้อของด้วยจำนวนเงินมหาศาลเพียงนี้มาก่อน ส่วนคุณชายเหอนั้นไม่มีท่าทีกังวลใดๆ เพราะมั่นใจว่าถึงอย่างไรก็ไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน เผลอๆ อาจจะได้ทุนคืนั้แ่ผักดองไหแรกเลยก็เป็ได้ อีก 19 ไหที่เหลือคือกำไร โรงเตี๊ยมของเขารับรองแขกชั้นขุนนางเงินหนาทั้งนั้น พวกเขาไม่สนใจเื่ราคา ขอเพียงอาหารรสชาติถูกปาก เื่เงินนั้นไม่เป็ปัญหาอยู่แล้ว
ทางด้านเจียงรั่วซีนั่งรอที่เกวียนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ไม่คิดว่าเพียงแค่ผักดองธรรมดาๆ ก็จะสามารถขายได้ ไหนว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้รับรองเฉพาะลูกหลานขุนนาง แล้วเหตุใดถึงรับซื้อผักดองบ้านๆ เช่นนั้น น่าเจ็บใจตรงที่ไม่รู้ว่าซื้อขายกันในราคาเท่าไหร่ คงจะไม่ต่างจากท้องตลาดมากสักเท่าไหร่หรอก อย่างมากก็คงจะได้ไหละ 10 อีแปะเพียงเท่านั้น
สักพักเซี่ยซูมี่ก็เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด มีซ่งเวยหลงเดินตามมาติดๆ นอกจากนั้นท่านหลงจู๊ก็ยังเดินมาสิ่งด้วยตัวเองอีกด้วย อีกทั้งหลงจู๊ยังไม่มีท่าทีไม่พอใจดังเช่นที่เคยแสดงออกไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนจะได้ชิมรสชาติของผักดอง สองสามีภรรยาเดินตรงมายังที่เจียงรั่วซียืนอยู่
“เรียบร้อยดีหรือไม่เ้าคะ” เจียงรั่วซีถามซ่งเวยหลง
“อืม” ซ่งเวยหลงกล่าว
“ท่านพี่รั่วซียังไม่ไปอีกหรือเ้าคะ ข้าคิดว่าท่านพี่ไปทำธุระกันแล้วเสียอีก” เซี่ยซูมี่ไม่คิดว่าลงมาแล้วจะยังพบสองสามีภรรยานี้อีก ไหนบอกว่ามาทำธุระในเมือง
“ข้าบอกนางแล้วล่ะอาซ้อ แต่นางก็ยังดึงดันที่จะรอท่าน บอกว่าไหนๆ ก็จะไปซื้อของเข้าบ้านก็เลยรอไปพร้อมกัน” อาจื่อพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ และรู้สึกเกรงใจสหายรวมไปถึงพี่สะใภ้ของเขาด้วย
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ไม่ได้เซ้าซี้ ในเมื่อเต็มใจที่จะนั่งรอนางก็คงทำอะไรไม่ได้
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าน้องซูมี่ไม่ว่าอะไร เพราะพวกเราตกลงกันระหว่างทางแล้ว หลังจากที่เลือกซื้อของเสร็จพวกเราจะไปเยี่ยมซือมั่นกัน ใช่หรือไม่ล่ะน้องซูมี่?” เจียงรั่วซีพูดขึ้นอย่างเป็ต่อ พร้อมทั้งยกยิ้มสะใจที่เห็นใบหน้าใ แต่เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น เพียงไม่นานเซี่ยซูมี่ก็กลับมาสีหน้าปกติดังเดิม
“ข้าไม่เห็นจำได้ว่าเคยพูดเช่นนั้นกับท่าน อีกอย่างบ้านเศรษฐีใช่ว่าใครจะเข้าออกก็ทำได้ หากเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังพี่สาวข้าอาจถูกลงโทษได้” เซี่ยซูมี่พูดขึ้นบ้าง นึกอยากจะปล่อยหญิงไร้ยางอายผู้นี้ไว้กลางทางเสียจริง หล่อนว่างนักหรืออย่างไรกันถึงหาเื่ให้ไม่เว้นวัน
“แหม ข้าเองก็” ยังไม่ทันที่เจียงรั่วซีจะพูดจบ เซี่ยซูมี่ก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
“ท่านพี่เ้าคะ จู่ๆ ข้าลืมกฎของหมู่บ้านข้อที่ 5 ไปเสียอย่างนั้น ท่านพี่ช่วยบอกข้าทีได้หรือไม่เ้าคะ?” เซี่ยซูมี่เปลี่ยนเื่คุย อีกทั้งยังพูดถึงกฎของหมู่บ้านขึ้นมา ด้วยกฎข้อที่ 5 คือเื่ผิดผัวเมียของผู้อื่น โทษคือโกนผมแห่ประจานทั้งหมู่บ้าน จากนั้นก็เผาทั้งเป็