“ฉัน เอ้ย! ข้ากำลังพูดว่าข้าเป็สาวใช้ในจวนนี้และไม่ได้ตั้งใจขึ้นมานอนบนเตียงท่าน ต้องขออภัยจริงๆ” ฉันพูดขอโทษอย่างจริงจังอีกครั้งพร้อมกับใช้มือดันร่างเขาออกแต่ให้ตายเถอะนี่เขากินม้าเข้าไปทั้งตัวเหรอ ตัวถึงได้หนักจนดันไม่ออก (นี่ใช้แรงทั้งหมดแล้วนะ!!)
“เอ่อนี่คุณ...นี่จะทำอะไรน่ะ!” ฉันถามเมื่อเขาล้วงมือเข้ามาในเสื้อของฉัน เดี๋ยว!!!!
“อยู่นิ่งๆ”
นิ่งได้ก็ไม่ใช่ฉันแล้วย่ะ ไอ้บ้า!
ป๊าบ!!!
ฉันหง้างมือตบคนตรงหน้าอย่างสุดแรงงง ไม่รู้เหมือนกันว่าตบส่วนไหนของเขาไป แต่มันคงจะทำให้เขารู้สึกเจ็บมาก เขาถึงได้หยุดมือที่ล้วงเข้ามาในเสื้อฉันแล้ว
ฟู่!!
อยู่ๆ ฉันก็รู้สึกขนลุกชั้นไปทั้งตัว รู้สึกเย็นั้แ่เท้าลามมายังตัวแล้วก็ใบหน้า (นี่ฉันกำลังถูกผีหลอกหรือเปล่าเนี่ย!)
“ข ขอโทษ...ข้าไม่ได้ตั้งจะ โอ๊ย!” ยังพูดไม่ทันจบข้อมือฉันก็ถูกเขาบีบอย่างแรง แรงจนรู้สึกว่ากระดูกจะหักและแตกออกเป็เสี่ยงๆ
ไอ้บ้านี่! บีบมาได้นะยะ ข้อมือฉันก็เล็กนิดเดียว เขาไม่มีความเป็สุภาพบุรุษเอาสะเลย!!!
“รู้หรือไม่ว่าการกระทำของเ้าเมื่อครู่จะได้รับโทษเช่นไร!”
“ม ไม่รู้...” ก็ไม่รู้จริงๆ อะ><
“สมควรโดนโบยสักร้อยไม้แล้วราดด้วยน้ำเกลือ จากนั้นก็ถูกขึงตากแดดจนตาย”
ตึก
ตึกตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สิ้นคำเขา ใจฉันก็เต้นเร็วและแรงอีกครั้ง เหงื่อผุดขึ้นมาตามร่างจนรู้สึกเปียกชุ่ม ปากสั่นมือสั่นด้วยความกลัว น้ำเสียงเขาดูไม่เหมือนพูดโกหกหรือขู่เล่นๆ แต่มันจริงจังมาก
ฉันก็แค่เผลอไปตบหัวเขา (เพิ่งจะรู้ว่าเป็หัวเพราะมันมีผม) หนึ่งทีเท่านั้น จำเป็ต้องถูกลงโทษหนักขนาดนั้นเลยเหรอ โหด เขาดูโหดมากอะ แต่ที่นี่คือยุคโบราณนี่น้อ การลงโทษที่โเี้แบบนี้ฉันอาจจะต้องโดนจริงๆ
ฮืออออ เค้าผิดไปแล้ววว
“ข ขอโทษ...อีกอย่างท่านจะมาโทษข้าไม่ได้นะ กะ ก็ท่าน...ก็ท่านมาล่วงเกินข้าก่อน ข้าเป็สตรีตัวน้อยๆ ที่ยังไม่ออกเรือนแต่กลับถูกบุรุษที่ไหนไม่รู้มาลวนลามล่วงเกินเช่นนี้ก็ต้องป้องกันตัวเป็เื่ธรรมดา” พูดออกไปเสียงสั่นอย่างมีเหตุผล และหวังว่าเขาจะเห็นด้วยกับเหตุผลนี้
“ข้าไม่ได้ล่วงเกินเ้า แต่กำลังหาผลเถาจึ”
“ผลเถาจึ หาทำไม?” ข้อมือก็เจ็บ ใจก็กลัวจนตัวสั่นแต่ก็อดสงสัยในคำพูดเขาไม่ได้
“เถาจึมีราคาแพงแต่สาวใช้เช่นเ้ากลับมีกลิ่นมัน”
เขาคงจะหมายถึงว่าฉันขโมยผลท้อมาซ่อนไว้ในตัวสินะ ชิ! กล้าดียังไงมาหาว่าฉันเป็ขโมย!!!
“ในตัวข้าไม่มีผลเถาจึหรือผลไม้แพงๆ ทั้งนั้นแหละ! แต่กลิ่นที่ท่านได้กลิ่นนี้คือ...เอ่อคือ.......คือกลิ่นตัวข้าเอง” น่าอายที่สุดดดด ทำไมฉันจะต้องมาพูดเื่กลิ่นตัวกับผู้ชายที่ไม่รู้จักด้วยล่ะเนี่ย!
คิ้วหนาขมวดข้าหากันจนเกิดเป็ปม เขามองสตรีตรงหน้า มีสตรีที่มีกลิ่นกายหอมดั่งผลเถาจึสุกงอมด้วยหรือ? แต่เมื่อครู่ตอนค้นตัวนางก็ไม่พบผลเถาจึหรือผลไม้อื่นเลยจริงๆ
“ต ตอนเด็กๆ ข้าถูกนำไปทิ้งไว้ที่ใต้ต้นท้อ เพื่อเอาตัวรอดเลยต้องกินผลท้อประทังชีวิตอยู่หลายวัน ทำให้ข้ามีกลิ่นกายเหมือนผลท้อ” ฉันรีบพูดอธิบายเมื่อเห็นว่าเขานิ่งเงียบไปนาน
“ฮึ่ย!...สตรีไร้ยางอาย! กล้าพูดเื่เช่นนี้ออกมาได้ น่ารังเกียจ!!” เขาพูดอย่างโมโหก่อนจะลุกออกไปจากตัวฉันพลางเดินลงไปจากเตียง
เป็เขาที่สงสัยในเื่กลิ่นตัวฉันจนฉันต้องอธิบาย แต่เขากลับมาบอกว่าฉันเป็สตรีไร้ยางอาย? เขานั่นแหละร้ายยางอาย หน้าด้านร้ายยางอายที่สุด!
ฉันลุกขึ้นนั่งพลางลูบข้อมือน้อยที่ถูกเขาบีบจนเจ็บ ในใจก็ก่นด่าเขาไม่หยุด หากเป็ในโลกแห่งความจริง ฉันจะต้องแจ้งความเอาค่าเสียหายจากเขาแน่!
“อาฟู่!”
“ขอรับท่านโหว” เสียงตอบจากด้านนอกก่อนจะมีหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเดินถือโคมไฟเข้ามาในห้อง เขาเริ่มจุดโคมในห้องจนห้องสว่างจ้า
พอฉันสายตาเริ่มปรับสภาพจนชินกับแสงในห้องแล้วจึงมองไปยังชายผู้ถูกเรียกว่าท่านโหว
อึก!.....
ฉันกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ผู้ชายอะไรหล่อได้ขนาดนี้!! หล่อยิ่งกว่าซื่อหยาง ดาาายผู้ได้รับรางวัลสามีแห่งชาติสี่ปีซ้อน และหยางหยางดาราจีนสุดหล่อที่ฉันปลื้ม หรือกงยู สามีแห่งชาติสะอีก.....ใบหน้าคม จมูกโด่ง คิ้วเข้ม ตาคมกริบ ริมฝีปากได้รูปแดงอย่างกับผลเชอร์รี่ (แดงกว่าฉันอีกอะ) ร่างกายสูงโปร่งสง่าได้รูปสุดๆ
“น่ากัดชะมัด” ฉันพูดงึมงำอย่างลืมตัว
แค่ได้เห็นหน้าเขาความโกรธที่มีก็หายไปจนหมด เปลี่ยนไปเป็เขินอายเมื่อนึกถึงตอนที่เขานอนทับฉันอยู่ นี่ฉันเพิ่งได้นอนแนบชิดสนิทกับหนุ่มหล่อมาเหรอเนี่ย โชคดีชะมัด><
“ฟางเหนียงรีบลงมาจากเตียงเร็ว ฟางเหนียง!” อาฟู่เอ่ยพลางชำเลืองมองท่านโหวเป็พักๆ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและก็ไม่รู้ว่าฟางเหนียงเข้ามาอยู่ในห้องของท่านโหวได้อย่างไร แลยังนั่งอยู่บนเตียงอีก แต่ที่รู้ๆ คือท่านโหวยามนี้กำลังโกรธมากทีเดียว หากยังไม่รีบพานางออกไปจากห้องนี้ละก็อาจมีคนต้องตายได้
“ฟางเหนียง ลงมา!” คราวนี้อาฟู่เข้าไปดึงแขนฟางเหนียงลากลงมาจากเตียง
“ขออภัยท่านโหว ฟางเหนียงเพิ่งจะถูกซื้อเข้ามาได้ไม่กี่วัน นางคงยังไม่รู้เื่ราว อีกทั้งไม่รู้ว่าห้องนี้คือห้องของท่านโหวจึงได้เข้ามานอนในห้องท่านเช่นนี้ ท่านโหวโปรดให้อภัยนางด้วย” อาฟู่รีบคุกเข่าขอโทษแทนฟางเหนียง ก่อนจะหันไปเห็นว่าคนที่เขากำลังขอโทษให้กำลังยืนเหม่อมองท่านโหวตาวาว จึงรีบดึงแขนนางให้ลงมานั่งคุกเข่าข้างๆ การทำเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกตัว รีบเอ่ยขอโทษโดยเร็ว
“ขออภัยท่านโหว ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ท่านโหวโปรดให้อภัย” ดีที่ฉันฉลาดเรียนรู้ไว รู้ว่าต้องพูดและต้องทำตัวยังไง รอดแน่นอน!
“เอาตัวนางออกไปโบย”
หาาาาาา!
“ท่านโหว/ท่านโหว!”
ตายแล้วเหยียนเหยียน น้ำเสียงของท่านโหวดูจริงจังมาก เขาคงคิดจะลงโทษฉันจริงๆ ตายแน่ฉัน
แต่เดี๋ยวนะ! ถ้าเขาลงโทษฉันจนตายฉันอาจตื่นจากโลกนี้กลับไปยังโลกจริงๆ ได้ ถ้าอย่างนั้นควรปล่อยให้เขาลงโทษฉัน ยังไงโลกนี้ก็ไม่ใช่โลกจริงอยู่แล้ว ถึงโดนโบยหรือถูกตัดหัวก็คงไม่เจ็บหรอก (มั้งนะ)
“เป็ความผิดของข้าเอง ข้ายินดีจะรับการลงโทษ” ฉันก้มจนหน้าติดพื้นแล้วพูดเสียงดัง
“ฟางเหนียง!” อาฟู่อุทานเสียงดังอย่างใ
“ข้าผิดเอง ข้าลอบเข้ามาในห้องท่านโหว บังอาจขึ้นไปนอนบนเตียงของท่านโหวแล้วยังกล้าลงมือตบหัวท่านโหวอีก ข้าสมควรโดนโบยจนตาย อาฟู่รีบพาข้าออกไปรับการลงโทษเถอะ” ฉันแกล้งพูดความผิดของตัวเองออกมาเสียงดังเพื่อให้อาฟู่รู้ถึงความผิดของฉัน แล้วพาฉันออกไปรับการลงโทษ แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์ของฟางเหนียงกับอาฟู่จะลึกซึ้งพอสมควร ทำให้อาฟู่นอกจากจะไม่พาฉันออกไปรับการลงโทษแล้วยังรีบหมอบกราบขอร้องอ้อนวอนท่านโหวให้ฉันอีก
“ความผิดของฟางเหนียงนั้นร้ายแรงมาก หากแต่....หากแต่ เอ่อท่านโหว ฟางเหนียงนางมีฝีมือการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมมาก”
“หา!” ฉันรีบหันไปมองอาฟู่ นี่เขาพูดอะไรเนี่ย ถึงฉันจะมีฝีมือการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมมากก็จริงแต่ก็ไม่เคยบอกใครในโลกนี้เลย แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าฉันทำอาหารเป็ หรือว่าฟางเหนียงนางทำอาหารเป็จริงๆ หรือว่าอาฟู่พูดโกหกเพื่อปกป้องฉัน
เหอะๆ ...ดูจากใบหน้าที่ก้มน้อยๆ สายตาล่อกแล่กของอาฟู่แล้วน่าจะเป็อย่างหลังสะมากกว่า