เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 69 สาขาใหม่ลงตัวแล้ว

            "ลงมาเดี๋ยวนี้นะ!ขวดน้ำร้อนเพิ่งกรอกใหม่ๆ เดี๋ยวก็ลวกเอาหรอก"

            "ไม่ลวกหรอกน่าคุณยายบอกให้พี่นอนกอดเลยนี่นา"

            "นั่นมันต้องรอให้น้ำเย็นกว่านี้หน่อยลองเอามือแตะดูสิ"

            หมี่หลันเยว่แง้มผ้าห่มให้หมี่หลันซิงลองแตะขวดน้ำร้อนมือเล็กๆ ยื่นออกไปแตะแป๊บเดียวก็รีบชักกลับ คลานขึ้นไปบนเตียง"พี่ไม่ได้หลอกนี่นา ร้อนจริงๆ ด้วย แล้วนี่มันจะลวกพี่สาวไหม"หมี่หลันซิงกระซิบข้างหูแม่ด้วยความเป็นห่วง

            "ไม่หรอกน่า พี่สาวรู้ว่าน้ำมันร้อนพี่เขาถึงไม่ให้ลูกเข้าไปนอนในนั้นก่อนไง พี่สาวเองก็ไม่เข้าไปเองหรอกเดี๋ยวผ้าห่มดูดความร้อนไป น้ำก็ไม่ร้อนแล้ว ไม่ลวกพี่หรอกนะ" ถึงคำถามของลูกชายจะตลกไปบ้าง แต่หวังหย่วนฉิงก็ดีใจที่ลูกชายห่วงใยพี่สาวตัวเธอเองกับสามีงานยุ่งมาก เวลาดูแลลูกๆ ยังน้อยกว่าเวลาดูแลนักเรียนเสียอีกไม่ว่าจะเป็นหมี่หลันหยางหรือหมี่หลันซิงต่างก็เติบโตมาภายใต้การดูแลของลูกสาวคนโตทั้งนั้น

            หวังหย่วนฉิงรู้สึกภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้จริงๆไม่ใช่แค่ดูแลบ้านเท่านั้น แต่ยังดูแลเรื่องการเรียนของพี่น้องทำให้คนเป็นแม่สบายใจขึ้นมากเพียงแต่ในใจหวังหย่วนฉิงก็ยังรู้สึกผิดต่อลูกสาวอยู่บ้างเธอใส่ใจลูกสาวคนนี้น้อยเกินไป ทุกครั้งที่ลูกสาวทำอะไรโดดเด่น เธอก็เพิ่งจะรู้ว่าลูกสาวมีผลงานอีกแล้วเช่น ลูกสาวได้ที่หนึ่งครั้งแรก ลูกสาวอ่านหนังสือเตรียมสอบล่วงหน้าไปถึงสามปีลูกสาวชวนหลันหยางตั้งแผงหนังสือ หรือลูกสาวเปิดร้านเสื้อผ้าที่ทำกำไรได้งอกงาม

            เรื่องราวเหล่านี้เธอรู้หลังจากที่ลูกสาวประสบความสำเร็จแล้วทั้งนั้น ในฐานะคนเป็นแม่จะทนได้ยังไงหวังหย่วนฉิงเกิดความคิดขึ้นในใจ พอนอนลงบนเตียง เธอก็คิดทบทวนแล้วทบทวนอีกแม้จะเสียดาย แต่สุดท้ายก็คิดว่าควรตัดสินใจให้เด็ดขาด

            หลังจากกลับมาจากบ้านคุณยายหมี่หลันเยว่ก็ทุ่มเทให้กับการเตรียมการเปิดสาขาใหม่คราวนี้หวังหย่วนฉิงให้สามีตามลูกสาวไปช่วยงาน "หลันเยว่เรื่องหาบ้านน่ะ ให้ผู้ใหญ่ออกหน้าจะดีกว่า คราวนี้ให้พ่อช่วยนะลูก"

            จริงๆแล้วหมี่หลันเยว่ไม่อยากให้ที่บ้านต้องลำบาก เธอคิดว่าตัวเองทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆแค่นี้ได้ แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของแม่ หมี่หลันเยว่ก็ตัดสินใจไม่ปฏิเสธดีกว่าเธอเคยเป็นแม่คนมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าพ่อแม่ย่อมอยากทำอะไรให้ลูกบ้าง

            "ก็ได้ค่ะงั้นพ่อไปเดินดูกับพวกหนูสักสองวัน แต่พ่อต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะคะมันจะเหนื่อยมากๆ เลย พวกหนูคิดว่าเรื่องนี้เหมือนไปเดินเล่นแต่พ่ออาจจะต้องเหนื่อยหน่อยนะคะ ถ้าเหนื่อยพ่อต้องบอกนะคะ"

            การเดินวนไปวนมาทั้งถนนมันเหนื่อยแน่นอนเพราะไม่มีจุดหมายจึงต้องเหนื่อยมากกว่าเดิมการจะหาตึกแถวที่ถูกใจไม่ใช่เรื่องง่าย ทำเลที่ตั้ง รูปแบบของบ้านสภาพแวดล้อมรอบข้าง ทุกอย่างก็สำคัญ จะให้ขาดไม่ได้เลย ต้องเลือกแล้วเลือกอีก

            ถูกลูกสาวดูถูกเข้าให้แล้วหมี่จิ้งเฉิงยอมได้ยังไง "อะไรกันไม่เชื่อแรงของพ่อเหรอ งั้นคอยดูเถอะเดี๋ยวคนที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งอาจจะเป็นลูกก็ได้นะ มาแข่งกันไหมล่ะ"

            พอเห็นท่าทางกระตือรือร้นของพ่อความกังวลของหมี่หลันเยว่ก็ลดลงบ้าง "หนูไม่ร้องไห้หรอกน่าหนูวิ่งขึ้นลงเขาผานซานทุกวัน แรงหนูอาจจะดีกว่าพ่อก็ได้นะคะ จริงไหมคะพี่"

            หมี่หลันหยางเห็นน้องสาวกับพ่อเถียงกันเขาไม่ร่วมวงด้วย เพียงแต่ยิ้มน้อยๆ มองสองคนพ่อลูกเล่นตลกเขามีความสุขกับบรรยากาศอบอุ่นในบ้านแบบนี้มาก เมื่อเทียบกับครอบครัวอื่นๆที่เอะอะโวยวาย ครอบครัวเราอบอุ่นกลมเกลียวกันจริงๆ

            "ผมไปด้วย ผมไปด้วยนะครับ"พอเห็นพ่อกับพี่สาวพี่ชายจะออกไปข้างนอก หมี่หลันซิงก็ไม่ยอมจะให้เขานั่งอยู่บ้านคนเดียวมันน่าเบื่อนี่นา

            "หลันซิง พวกเราจะออกไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยว เดินทั้งวันเดี๋ยวก็หมดแรง ไม่มีเวลาดูแลนายหรอกนะถ้านายเดินไปกลางทางแล้วเดินไม่ไหวจะทำยังไง" หมี่หลันเยว่ขยี้ผมนุ่มๆของน้องชาย

            "แถมที่บ้านก็มีงานต้องทำนะนายช่วยแม่ดูแลร้านหนังสือ แล้วพอพวกพี่กลับมาตอนเย็นจะซื้อของเล่นมาฝากนะ"หมี่หลันเยว่เกลี้ยกล่อม ถ้าน้องชายไปด้วยคงไม่สะดวกหาบ้าน

            "พี่โกหกพี่บอกว่าจะกลับจากบ้านคุณยายแล้วพาผมไปเดินเล่น ไปซื้อปืนของเล่น" หมี่หลันซิงจำเรื่องนี้ได้แม่น เขาไม่อยากให้พี่สาวซื้อมาฝาก เผื่อซื้อผิดเขาอยากไปซื้อเองมากกว่า

            "พี่ไม่ได้ลืมแต่ว่าวันนี้เพิ่งวันที่สี่ ร้านยังไม่เปิด เมื่อวันก่อน พี่ลืมไปว่าร้านปิดงั้นรอร้านเปิดพี่สาวจะซื้อปืนของเล่นให้แน่นอน แถมจะพานายไปซื้อเองด้วยแต่ก่อนอื่นนายต้องช่วยแม่ดูแลร้านก่อนนะ ตกลงไหม"

            คราวนี้หมี่หลันซิงพอใจแล้วไม่เซ้าซี้หมี่หลันเยว่อีก "ก็ได้ๆ ไหนๆพี่ก็มีน้ำใจขนาดนี้ ผมจะยกโทษให้ แล้วผมจะช่วยแม่ดูแลร้านอย่างดีแล้วจะรอพี่สาวพาไปซื้อปืนของเล่นฮะ"

            พอจัดการหมี่หลันซิงได้แล้วหมี่หลันเยว่กับพี่ชาย พ่อ เฉียนหย่งจิ้นกับหลินเผิงเฟยรวมเป็นกลุ่มใหญ่ก็ออกเดินทางหมี่หลันเยว่ไม่อยากให้เฉียนหย่งจิ้นกับหลินเผิงเฟยไปด้วยอยากให้พักผ่อนอีกสักหน่อย นี่ก็ช่วยกันทำงานมาเกือบครึ่งปีแล้วให้หยุดตรุษจีนทั้งทีก็ควรได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

            แต่เธอห้ามไม่ได้ทั้งสองคนบอกว่าอยู่บ้านมันน่าเบื่อ พวกเขาไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ก็ไปมาหมดแล้วพวกเขาบอกว่า คิดซะว่าไปเดินเล่นในเมือง แก้เบื่อที่ต้องทนอยู่กับญาติ กินๆ ดื่มๆมันเสียเวลาชีวิตจริงๆ

            “พอแล้วๆ ถ้าไม่ให้พวกพี่สองคนตามไปก็เหมือนทำให้ชีวิตพวกพี่ว่างเปล่ายังไงยังงั้น ฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะแต่ขอพูดไว้ก่อน ช่วงตรุษจีนนี้ไม่มีเงินเดือนนะคะ!”

            หมี่หลันเยว่พูดไปอย่างนั้นเฉียนหย่งจิ้นกับหลินเผิงเฟยไม่ได้สนใจเพราะทั้งสองรู้ดีว่าหมี่หลันเยว่ไม่ใช่คนขี้เหนียวค่าจ้างที่ให้พวกเขามีแต่จะให้เกินด้วยซ้ำ เธอไม่เคยทำให้พวกเขาลำบาก

            อีกอย่างช่วงตรุษจีนจะให้เงินเดือนหรือไม่ก็ไม่สำคัญ เพราะอั่งเปาที่ให้ก่อนตรุษจีนทำเอาพ่อแม่ปู่ย่าตายายของพวกเขาตกตะลึง พ่อของพวกเขายังเป็นข้าราชการแต่เงินพิเศษปลายปีของพ่อเทียบกับอั่งเปาของพวกเขาแล้ว น้อยกว่าครึ่งหนึ่งพอเอาอั่งเปาไปอวด พวกเขาภูมิใจมาก

            ทั้งหมดนี้เป็นเพราะหมี่หลันเยว่เธอไม่ใจร้ายกับใคร โดยเฉพาะคนที่ทำงานให้เธอ ตราบใดที่คุณตั้งใจทำงานเธอก็จะไม่จับผิด ถ้าทำผิดพลาดก็จะชี้แนะ เธอไม่จู้จี้จุกจิก แต่เธอก็เข้มงวดเธอแค่ขอให้สอบให้ได้คะแนนดีทุกเทอม เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจ

            พอนึกถึงช่วงเวลาที่ได้ร่วมงานกับหมี่หลันเยว่ชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินทำให้ชีวิตมีสีสันดังนั้นทุกก้าวต่อไปของหมี่หลันเยว่ พวกเขาจะต้องมีส่วนร่วมนี่เป็นโอกาสที่จะได้เห็นความก้าวหน้าในธุรกิจของหมี่หลันเยว่ และเป็นโอกาสที่จะได้เห็นความสำเร็จของพวกเขาเอง

            "หลันเยว่ พวกเขาตั้งใจทำงานขนาดนี้ก็ควรได้รับคำชมสิ ไม่ใช่คำติ ความกระตือรือร้นในการทำงานต้องเกิดจากการให้กำลังใจการเป็นผู้นำของลูกไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่นะ" หมี่จิ้งเฉิงสอนลูกสาวอย่างจริงจังทำให้เฉียนหย่งจิ้นกับหลินเผิงเฟยขำกลิ้ง สองคนหลบอยู่ข้างหลังหมี่จิ้งเฉิงแลบลิ้นปลิ้นตาใส่หมี่หลันเยว่

            หมี่หลันเยว่จะไม่ถือสากับเด็กน้อยทั้งสองพี่สาวคนนี้ก็อายุสี่สิบกว่าแล้ว จะมาสนใจการแลบลิ้นปลิ้นตาของพวกเขาเหรอ เพ้อเจ้อเด็กจริงๆ เลย “ไปเถอะค่ะ พวกเราออกเดินทางกันใครเหนื่อยจนร้องไห้ ก็หลบไปแอบร้องเอง อย่าให้คนอื่นเห็นล่ะ มันน่าอายนะ!”

            ได้ผลคำพูดเดียวทำให้เฉียนหย่งจิ้นกับหลินเผิงเฟยพูดไม่ออกมองหมี่หลันเยว่ที่เชิดหน้าอกเล็กๆ เดินนำออกไป สองคนก็เดินตามไปอย่างเชื่อฟังหมี่จิ้งเฉิงเห็นเด็กหนุ่มที่สูงกว่าลูกสาวครึ่งหัวเดินตามหลังลูกสาวอย่างว่าง่ายก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอ่อนใจ ลูกสาวเก่งจริง ๆ

            "พวกเราตรงไปที่ถนนใหญ่เลยนะฉันอยากดูรอบๆ ห้างสรรพสินค้าว่ามีร้านที่เหมาะสมไหม ตรงนั้นคนเยอะเป็นศูนย์กลางของเมืองซวงเฉิง แถมเป็นย่านการค้าถ้าเปิดร้านตรงนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องยอดขายเลย"

            "ขอแค่มีคนเราก็มั่นใจว่าร้านจะประสบความสำเร็จ เพราะมีคนก็มีลูกค้า ขอแค่มีคนเข้าร้านเราก็มั่นใจว่าจะคว้าไว้ให้ได้ เพราะความเก่งของพนักงานขายของร้านเรายอดขายของห้างสรรพสินค้าอาจจะต้องตามรอยเราเลยก็ได้" 

            หมี่หลันเยว่อยากหาร้านที่ทำเลดีๆ บนถนนใหญ่เพียงแต่คิดก็ส่วนคิด จะหาบ้านที่เหมาะสมได้หรือไม่ก็ต้องพึ่งดวงของตัวเองด้วยแต่เธอก็ยังมั่นใจในการบริหารของตัวเอง ถ้าหาร้านบนถนนเส้นนี้ได้เธอก็มั่นใจว่าจะทำให้มันเติบโตอย่างเต็มที่

            "งั้นก็ที่นี่นอกจากห้างสรรพสินค้าแล้ว บ้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าหรือบ้านคนพวกเราก็เคาะประตูถามทุกบ้าน จำไว้นะ ไม่ใช่แค่ถามว่าอยากปล่อยเช่าหรืออยากขายแต่ต้องถามด้วยว่าคนรอบข้างมีใครอยากปล่อยเช่าหรืออยากขายบ้านไหมข่าวสารระหว่างเพื่อนบ้านอาจจะแม่นยำที่สุดก็ได้" หมี่หลันหยางออกคำสั่งทันทีเด็กทั้งสามคนตอบรับพร้อมกัน ทำให้หมี่จิ้งเฉิงตั้งตัวไม่ทัน เขาคิดว่ามาถึงตรงนี้ทุกคนคงจะเดินดูก่อน แล้วปรึกษากันว่าบ้านไหนน่าจะปล่อยเช่า แล้วค่อยหาวิธีสืบแต่เด็กๆ จะลงมือทำเลย

            "แบบนี้จะดีเหรอลูก" หมี่จิ้งเฉิงเป็นห่วง กลัวว่ามันจะหุนหันพลันแล่นเกินไป

            "ไม่เป็นไรครับพ่อ พวกเรายังเด็กต่อให้หุนหันพลันแล่นก็คงไม่มีใครถือสา" หมี่หลันหยางมั่นใจในกลยุทธ์ของตัวเองมากนี่เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและได้ผลที่สุด

            "ขอแค่พวกเราทำตัวสุภาพก็น่าจะไม่มีปัญหานะครับ พวกเราแค่ไปถามว่ามีบ้านเช่าไหม ไม่ได้ไปก่อกวนอาจจะมีลูกอมให้กินด้วยก็ได้"

            หมี่หลันหยางพูดถูกมีหลายบ้านที่ให้ลูกอมพวกเขา เด็กที่ปากหวานรู้จักมารยาทแบบนี้ ใครๆ ก็ชอบหมี่จิ้งเฉิงกลับได้รับข่าวดีโดยบังเอิญในระหว่างการเคาะประตูเขาเคาะประตูบ้านหลังหนึ่งแล้วพบว่าเป็นคนรู้จัก เป็นคนที่ดูแลเรื่องการค้าโดยตรง

            พอเขาได้ฟังจุดประสงค์ของหมี่จิ้งเฉิงก็บอกข่าววงในให้เขาทราบ บริษัทเสื้อผ้าของรัฐบาลที่อยู่ข้างห้างสรรพสินค้าบริหารงานไม่ค่อยดีมาตลอด ปีนี้ผลกำไรยิ่งแย่ จะแบ่งให้เช่าหลังจากตรุษจีนพวกเขาทำเอกสารออกมาแล้ว นี่เป็นข่าวดีมาก เท่านี้เรื่องสาขาใหม่ก็ลงตัวแล้ว!

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592