8 1-2
ตอนที่14 ทุกปัญหายังมีแสงสว่างอยู่ปลายอุโมงค์เสมอ
รอยยิ้มสดใสฉีกกว้างฉาบคลุมริมฝีปากของซูหนี่ เธอพูดตัดบทกลับไปเพียงแค่ว่า
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร หวังว่าสักวันเราสองคนจะได้พบกันใหม่นะ”
เมื่อใดที่ได้พูดคุยกับหวานใจต่อหน้า ทำเอาเซิ่งเต๋าอันรู้สึกจิตใจเบิกบานแทบเป็ทุกครั้งไป จากกันคราวนี้ เขาคงคิดถึงรอยยิ้มและกลิ่นหอมสะอาดตามไรผมของหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้เป็แน่
ยังไม่ทันได้จากลาไปไหน เขาก็พลันคิดถึงแล้วแฮะ
เซิ่งเต๋ารีบตอบกลับทันที
“ไว้มีเวลาว่างเมื่อไหร่ ผมจะไปเยี่ยมนะ”
ด้านนอกของตรอกแห่งนั้นเริ่มมีเสียงดังรบกวนผ่านเข้าหู เป็สัญญาณว่าเขาต้องรีบไปแล้ว เซิ่งเต๋าอันจึงรีบพูดทิ้งท้ายไว้ว่า
“ผมยังมีธุระสำคัญที่ต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาส่งผมล่ะ รักษาตัวให้ดีด้วย”
จบประโยคคำพูดนั้น เซิ่งเต๋าอันก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
แต่จู่ๆซูหนี่กลับคว้าแขนเสื้อหยุดเขาไว้ฉับพลัน
แม้แต่เซิ่งเต๋าอันยังอดประหลาดใจไม่ได้ ส่งสายตาเป็สัญญาณชวนฉงนเล็กน้อย
“มีอะไรรึเปล่าครับ?”
ซูหนี่ก้มหน้านิ่งเงียบครู่หนึ่งคล้ายกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างอยู่ ท้ายสุดเธอจึงเงยหน้าขึ้น และครั้งนี้ใบหน้าละเอียดอ่อนของหญิงสาวก็ฉายปรากฏรอยยิ้มที่แสนจริงใจขึ้น น้ำเสียงที่พูดออกมาล้วนเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่าง
“สหายเซิ่ง จำสิ่งที่ฉันจะพูดต่อจากนี้ให้ดีๆนะคะ ไม่ว่าภายภาคหน้า คุณจะต้องเผชิญกับอุปสรรคที่มืดหม่นเพียงใด แต่ขอให้รู้ไว้ว่า ทุกปัญหาย่อมมีแสงสว่างอยู่ปลายอุโมงค์เสมอ บนโลกใบนี้ยังมีคนที่ทั้งรักและห่วงใยคุณอยู่ เมื่อใดที่รู้สึกผิดหวังสิ้นไร้ทางออก ขอให้นึกถึงคำพูดของฉันในวันนี้นะคะ”
เธอยิ้มพร้อมอวยพรส่งท้าย
“ขอให้โชคดีค่ะสหายเซิ่ง”
กระทั่งลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างเซิ่งเต๋าอันฟังแล้วยังถึงกับต้องสะดุ้ง เสมือนมีคลื่นลูกใหญ่กระหน่ำซัดถาโถมอยู่กลางใจ
คำพูดประโยคเมื่อครู่ของซูหนี่ ทำให้หัวใจดวงนี้ของเซิ่งเต๋าอันกลับมาฮึกเหิมขึ้นอีกครั้ง!
ทั้งที่เธอคนนี้เป็เพียงสาวน้อยตัวเล็กๆคนหนึ่ง แต่วีกรกรรมที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เธอคนนี้พร้อมจะยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมเพียงใด แม้ต้องเผชิญกับพ่อแม่หรือน้องสาวบุญธรรมที่คอยเอาเปรียบ
แต่เธอคนนี้ก็พร้อมท้าชนสู้จนขาดใจ!
ในเมื่อซูหนี่ทำได้ แล้วทำไมตัวเขาจะทำไม่ได้ล่ะ?
ถ้ายังมัวแต่ทำตัวขี้ขลาดอยู่แบบนี้ แล้วฉันจะมีหน้าไปปกป้องสาวน้อยคนนี้ได้ยังไง!
แม้จะเป็เพียงคำพูดเล็กน้อย แต่กลับสร้างจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ให้กับใครบางคน
เซิ่งเต๋าอันกำหมัดกระชับแน่น กลับไปคราวนี้คงถึงเวลาแล้ว…ถึงเวลาที่เขาจะต้องทวงคืนทุกสิ่งกลับมา!!
หมายมั่นตั้งเป้าหมายแน่วแน่เช่นนั้น จู่ๆเซิ่งเต๋าอันก็ตรงเข้ามากระชับกอดร่างของซูหนี่ไว้แน่น
เขากระซิบข้างหูเธอเพียงสั้นๆว่า
“ผมจะจำไว้ให้ขึ้นใจ!”
“ดีแล้ว”
ซูหนี่พยักหน้าตอบรับอ้อมกอดอย่างแ่เบา
ทำไมจะต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงถึงเพียงนี้นะ? แต่ช่างเถอะ แค่ยอมรับฟังก็ดีมากแล้ว
เซิ่งเต๋าอันยิ้มมุมปาก เอ่ยถามเชิงร้องขอขึ้นว่า
“ซูหนี่ ต่อจากนี้เรียกผมว่าพี่เซิ่งจะได้มั้ย?”
ระหว่างที่พูด แรงแขนกำยำแกร่งของเขาก็ยิ่งออกแรงกระชับร่างของหญิงสาวแน่นมากขึ้น ทำเอาซูหนี่แทบหายใจหายคอไม่ออก
ชักเริ่มสังหรณ์ใจว่า หมอนี่คงจะไม่ยอมปล่อยเธออย่างแน่นอนถ้าไม่เรียกเขาแบบนั้น
ซูหนี่แอบเป็กังวล จึงได้พยายามชะโงกหน้าสำรวจดูทางเข้าตรอก เกรงว่าจะมีผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาพบเห็นภาพฉากชวนให้คิดลึกนี้เข้า
เมื่อยังไม่ได้ยินคำตอบรับจากหญิงสาว เซิ่งเต๋าอันก็พ่นเสียงออดอ้อนเติมความหวาน กระซิบกระซาบข้างหูอีกครั้งว่า
“ว่ายังไงล่ะ? เรียกผมแบบนั้นไม่ได้เหรอ?”
ตายๆๆ!
ทำไมเสียงของไอ้หนุ่มนี่ถึงได้เซ็กซี่ขนาดนี้นะ!
ต่อหน้าเสน่ห์อันล้นเหลือของเซิ่งเต๋าอัน ซูหนี่ไม่สามารถต้านทานใดๆได้เลย ใบหูของเธอแดงก่ำและยอมพูดอย่างไม่เต็มใจนักว่า
“พี่เซิ่ง”
“ค่อยน่าฟังหน่อย”
คล้อยหลังได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ เซิ่งเต๋าอันจึงยอมคลายอ้อมแขนแต่โดยดี ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลายิ้มกว้างอย่างมีความสุขจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู
รัศมีความเ็าเหมือนที่เคยััเมื่อครั้งที่พบเจอกันคราแรก เวลานี้ไม่มีหลงเหลือให้เห็นแม้กระทั่งร่องรอยด้วยซ้ำ
อ่ะ อ่ะ ยอมตามใจสักครั้งก็แล้วกัน!
ซูหนี่เสมือนติดเชื้อไปอีกคน
ชายหญิงทั้งสองผสานสายตาและยิ้มให้กันและกัน
จากนั้นไม่นาน ถึงคราวที่เซิ่งเต๋าอันต้องจากไปจริงๆแล้ว จำต้องเอ่ยคำอำลาอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก
“ถึงเวลาที่ผมต้องไปจริงๆแล้วล่ะ”
“ก็ไปสิ”
ซูหนี่รีบโบกไม้โบกมือไล่
เพราะไม่ใช่อะไร หากยังขืนอยู่แบบนี้ต่อไป มีหวังทั้งคู่ได้ถูกจับเข้าคุกโทษฐานล่วงประเวณีกันแน่ๆ
แต่เหตุผลหลักที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เธอยังต้องแอบไปรับชมความสนุกที่สถานนีตำรวจต่อ!
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ซูหนี่ได้ยืนส่งอีกฝ่ายจนลับสายตา จึงค่อยวิ่งไปที่สถานีตำรวจเป็จุดหมายต่อไป
ทันทีที่มาถึง ปรากฏว่ามีฝูงชนขนาดใหญ่จอแจแออัดอยู่ั้แ่หน้าทางเข้าสถานีตำรวจแล้ว
ซูหนี่คอยเฝ้ารับชมเหตุการณ์อยู่รอบนอก และทันใดนั้นพลันได้ยินสุ้มเสียงของใครบางคนที่แสนคุ้นเคยดังขึ้น
หลัวจุนฮวากำลังยืนเท้าสะเอวชี้หน้าด่ากราดใส่เ้าหน้าที่ตำรวจ เธอดูโกรธมากจนสติหลุดราวกับคนบ้า
“ความยุติธรรมมันหายไปไหนหมด! ลูกสาวของฉันเป็คนดี! เธอหมั่นเข้าวัดทำบุญเป็ประจำ! แล้วผู้หญิงดีๆแบบนี้น่ะเหรอจะกล้าร่วมประเวณีกับชายเถื่อนตอนกลางวันแสกๆ!? ไอ้พวกตำรวจเฮงซวย! พวกแกคงอยากได้ผลงานจนตัวสั่นระริกสิท่า ถึงได้สุ่มจับคนบริสุทธ์มาแบบนี้! ดี! ดี! ดีมาก! ฉันจะรายงานเื่นี้ให้เบื้องบนทราบ! ตำรวจไร้ประโยชน์แบบพวกแก สู้อย่ามีเลยดีกว่า!!”
ยิ่งหลัวจุนฮวาจะพยายามพูดแก้ต่างแทนลูกสาวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เสียงซุบซิบนินทาท่ามกลางฝูงชนดังหึ่งมากขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น