ปิดเทอมเตรียมขึ้นมัธยมปีที่ 5
วันนี้ดนันธ์พามาเที่ยวสวนสนุก ครบรอบ1 ปี ที่คบกัน และการจากกัน เนื่องจากดนันธ์ต้องย้ายไปเรียนที่กรุงเทพฯพ่อของเขาย้ายที่ทำงาน จึงจำเป็ต้องย้ายตามกันไปด้วยทั้งครอบครัว
เราถึงสวนสนุกกันแล้ว เขาจูงมือพาไปเดินเล่นถ่ายรูปคู่ด้วยกัน พาไปกินอาหารรองท้อง และพาไปขึ้นเครื่องเล่น หลายๆเครื่องที่ได้เล่นทำฉันกรี๊ดจนหาเสียงตัวเองไม่เจอ มาถึงเครื่องเล่นสุดท้าย ทอร์นาโด โอ้แม่เ้าไม่อยากเล่นแล้วอ่ะ มันเสียวมาหลายครั้งแล้ว มาครั้งนี้ใจไม่อยากสู้แล้ว เหมือนคนข้างๆจะรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงเขาจับมือฉันแน่นขึ้น
“ไหวไหม ไม่ไหวบอกได้นะ”
ฉันรู้ว่าเขาไม่กลัวและอยากเล่นอีก ถ้าฉันไม่เล่น เขาเล่นคนเดียวคงเหงาแย่ เอาน่ะ ฉันทำใจสู้ตอบเขาไปว่า
“ไหวสิ”
ฉันยิ้มให้เขา เขายิ้มตอบกลับมา โอ๊ยทำไมต้องใจเต้นอีกนะ
“ตื่นเต้นหรอ มือเย็นเลย”
“อืม เขินบี๋นะ ใจเต้นทุกครั้งที่บี๋ยิ้มให้”
เขายิ้มกลับมาอีกครั้ง และใช้แขนมากอดคอฉันใจฉันชื้นสุดๆไปเลย ทันทีที่เดินเข้าไปเตรียมจะนั่งลงที่เครื่องนั่ง เขาจับมืออีกครั้งแล้วปล่อยมือออก เพื่อเตรียมตัวสำหรับเครื่องเล่นที่กำลังจะเริ่ม มันเริ่มขึ้นแล้วจังหวะเคลื่อนไปช้าๆด้วยความสูง มันเริ่มตื่นเต้น ขึ้นเรื่อยๆและสุดท้ายก็ไปด้วยความเร็วจนไม่สามารถระงับเสียงกรี๊ดของตัวเองได้ โอ๊ยิญญาแทบจะหลุดออกจากร่างเลยนะ งือๆ หลับตาๆ พอๆ ไม่ลืมตาเด็ดขาด
เมื่อลงจากเครื่องเล่น
“บี๋เราว่าเมื่อกี๋โครตสนุกเลยเนอะ”
เขาเดินออกมาชิวมาก ขณะที่ฉันเดินเวียนหัวอยู่ข้างเขา จับแขนเขาแน่นมากเลยล่ะที่รู้สึกได้
“อืม ตื่นเต้นมากบี๋”
“บี๋ไหวไหม นั่งพักตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวเราไปซื้อน้ำมาให้”
พูดเสร็จเขาก็รีบเดินไปซื้อน้ำฉันมองเขาเห็นเขาแล้วก็ใจชื้นมาก ั้แ่เราคบกันมาฉันมีความสุขในทุกๆวันไม่มีวันไหนเลยที่จะรู้สึกไม่ดี ใครๆหลายๆคนอิจฉาคู่ของเรามาก จนวันที่เขามาบอกว่าต้องย้ายบ้านย้ายร.ร ฉันก็เศร้าขึ้นมาทันทีเลย และคำสัญญาที่เขาให้ฉันก็คือจะไม่มีวันทิ้งกันและเราจะรักกันตลอดไป
เขาเดินกลับมาแล้วหน้าตาหล่อเหลาของเขาทำฉันชื่นใจ หายจากอาการกลัวเครื่องเล่นขึ้นมาทันทีเขาคือกำลังใจสำคัญสำหรับฉันจริงๆนะเนี่ย
เราสองคนนั่งเล่นอยู่สักพักหนึ่งเขาก็พาฉันกลับบ้าน
ถึงบ้านดินสอ
“บี๋ฝันดีนะ”
เขาพูดจบก็จุ๊บแก้มฉันทันที ฉันรีบเอามือจับแก้มที่เขาจุ๊บไป แล้วหันซ้ายขวาเพื่อดูว่ามีใครเห็นหรือไม่
“บี๋”
“มันอดใจไม่ได้นี่ ขอโทษนะ”
เขาทำหน้าเศร้า และยิ้มขึ้นทันที
“ฝันดีนะบี๋ วันพรุ่งนี้ เราก็ไปแล้ว หลังจากนี้อาจจะไม่เจอบ่อยเหมือนเดิมแต่รักบี๋เหมือนเดิมนะ”
“ขอบคุณนะบี๋ โทรคุยกันทุกวันเลยนะ อย่างน้อยได้ยินเสียง เห็นหน้ากันก็ยังดี”
“เื่นี้สำคัญที่สุด จะไม่มีวันไหนเลยที่เราจะไม่ได้ยินเสียงกันเราจะได้ยินเสียงกันทุกวัน เห็นน่ากันทุกวัน ผ่านโทรศัพท์เครื่องนี้”
เขายื่นโทรศัพท์ขึ้นมาฉันพยักหน้ายิ้มรับ
สักพักเขายื่นนิ้วก้อยมาให้ฉัน ฉันจึงยื่นนิ้วก้อยกลับเกาะเกี่ยวกันอย่างเหนียวแน่น อาจจะมีเวลาให้กัน น้อยลง แม้จะอยู่คนละที่แต่ความรักของเราฉันเชื่อว่ามันจะเป็ความรักที่สวยงามเสมอ
เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกัน ฉันยืนโบกมือลาเขาก่อนจะเปิดประตูเตรียมเข้าบ้านหันไปมองเขา เขายิ้มให้ แล้วขับรถออกไป ฉันจึงเข้าไปในบ้านปิดประตูใจหายขึ้นมาเลย ฉันเดินขึ้นบรรไดเข้าไปในห้อง หยิบผ้าขนหนูเพื่อไปอาบน้ำ เมื่อออกมาฉันเดินไปดูโทรศัพท์เป็อันดับแรก ไลน์เด้งขึ้นมา ดนันธ์ถึงบ้านแล้ว
“ดูแลตัวเองด้วยนะบี๋ รักมากนะ”
“เช่นกันนะบี๋ รักมากเหมือนกัน^^”
ฉันยิ้มให้กับโทรศัพท์แล้ววางมันลง ก่อนจะปิดโคมไฟแล้วนอนลงอย่างสงบใจ
เมื่อเวลาผ่านไป ตอนนี้ปิดเทอมเตรียมขึ้นชั้นมัธยมปีที่6 แล้ว ฉันกับดนันธ์ก็ยังคุยกันเหมือนเดิมอย่างที่สัญญาไว้วันนี้เรานัดเจอกัน เขาบอกจะพาฉันไปเที่ยวกรุงเทพฯ ฉันตกลงไป เย้ เย้วันนี้เราจะได้เจอกันแล้ว ฉันตื่นแต่เช้า เพื่อที่จะขึ้นรถไปหาเขาที่กรุงเทพฯ หลับแล้วตื่นตื่นแล้วหลับ จนถึงจุดหมายปลายทาง
“บี๋ถึงแล้วนะ”
“บี๋หันมาทางขวามือ”
ฉันหันไปมองตามเขาบอก ก็เจอเขาทันทีเขายิ้มให้ ฉันเขินเขาเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเขาหล่อขึ้นกว่าแต่ก่อน คนอะไรหล่อแล้วยังหล่อได้อีกนะ ฉันเดินเข้าไปหาเขา แต่เขากลับถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนฉันรู้สึกแปลกๆขึ้นมา
“บี๋ ไปกินข้าวก่อนไหม”
“ยังไม่หิวอ่ะบี๋ ไปเดินเล่นก่อนดีกว่า หรือบี๋หิว”
“ไม่ ไม่หิว แค่เป็ห่วงว่าบี๋จะหิว”
“ไม่เลย แค่เห็นบี๋ก็อิ่มแล้ว เราไปเดินเล่น นั่งเล่นแล้วค่อยกินละกันเนอะ”
ที่เขาพามาคือในห้างสรรพสินค้า พาฉันเดินเล่น ไปดูหนังและสุดท้ายเราก็มาอยู่ที่ร้านอาหาร
ณร้านอาหาร
เสียงส้อมกับช้อนกระทบกัน ฉันกำลังใช้ช้อนตักอาหารแล้วใช้ส้อมช่วยขณะกำลังจะนำอาหารเข้าปาก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“เดี๋ยวเราขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ”
ดนันธ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับเขาไม่พูดอะไร ฟังเสียงปลายสายอย่างเดียว สักพักเขาก็รีบวิ่งออกไปจากร้านอาหาร
ฉันใที่เขารีบออกไปทันทีโดยไม่บอกฉันคิดว่าต้องมีปัญหาใหญ่แน่จึงรีบออกไปดู เดินตามออกไปด้านนอกร้านก็เห็นดนันธ์ยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางเหมือนกำลังทะเลาะกันอยู่
“ไหนบอกเลิกกันแล้วไงแล้วทำไมมานั่งอยู่ด้วยกัน”
ฉันงงไปหมดแล้ว
ดนันธ์มีสีหน้าเคร่งเครียดมากเขาหันหน้าไปมองทางอื่นก่อนจะหันหน้ามามองฉัน
“ดินสอ”
เมื่อชื่อนี้ของฉันเสียงที่ดังออกมาจากปากเขา คนที่ฉันรัก เราเรียกชื่อกันว่าบี๋มาตลอด เอ่ยชื่อเล่นจริงๆของฉันออกมามันทำให้ฉันหยุดฟังและลืมหายใจไปเลยทันที
“ที่เรานัดมาวันนี้เรามีเื่จะบอก”
ฉันตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้
“เราเลิกกันเถอะ”
“ทำไม”
ฉันอยากรู้น้ำตาฉันไหลออกมาไม่หยุด เสียงฉันสั่นจนรู้สึกได้
“เราไม่คู่ควรกัน”
ฉันยิ้ม ทั้งน้ำตา
“ฉันไม่คู่ควรกับนายหรือนายไม่คู่ควรกับฉัน”
“ไม่จำเป็ต้องถาม”
พูดจบเขาจูงมือผู้หญิงคนนั้นแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ฉันยืนโง่ๆอยู่คนเดียว อยู่นานแสนนาน