เมื่อทั้งสามคน มาถึง บริเวณจุดที่เกิดะเิ ก็ได้เจอสเกลตันถือดาบ เดินออกมาจากถ้ำที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเป็จำนวนมาก ดูเหมือนพวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่เมือง ส่วนพวกเลโอก็ได้แอบบริเวณโขดหิน เพื่อรอดูท่าที
“ ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง มีหวังเมืองทั้งเมืองได้เป็นรกแน่ ”
“นั้นสินะ ก่อนอื่นเราต้องทำอะไรซักอย่างกับจำนวนพวกมันชะก่อน”
เลโอนั่งลงแบบนิ่งๆ
“..............”
“ถ้างั้นเื่นี้ ให้ฉันจัดการเถอะ ”
ซายะออกหน้าอาสา
“ เธอจะไหวเหรอแน่เหรอ ซายะ ”
เลโอถามด้วยความเป็ห่วง
“ก็ต้องไหวอยู่แล้วสิ ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ละ ”
ซายะชักดาบออกมา
“งั้นฉัน....จะช่วยชัพพอต...อีกแรง”
“ ขอบใจนะ เซล่า ”
“ อืม...”
เซล่าได้ร่ายเวทย์เสริมพลังโจมตีให้กับซายะ มีแสงสีแดงเปล่งออกมาที่ดาบเล็กน้อย
“ เสร็จ..แล้วละ ”
“ งั้นก็ จะลุยละนะ ”
“ เดี๋ยวก่อน!!”
ซายะได้วิ่งเข้าไปหาสเกลตัน อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ฟังเลโอเลยชักนิด
“ เห้อ ไม่ฟังกันเลย ช่วยไม่ได้ละนะ เอาไงเอากัน ”
เลโอ คว้าดาบออก แล้ว วิ่งตามซายะไป
“..........”
เซล่ายืนมองอยู่นิ่งๆ
“ ย๊าาา!!! ”
ซายะใช้ดาบผ่าสเกลตันออกเป็สองท่อน ไปทีละตัว รวมทั้งเลโอด้วย แต่ด้วยจำนวนสเกลตันที่มากกว่า จึงทำให้ทั้งสองคนอยู่กลางวงล้อมของสเกลตัน
“ แย่ละ โดนล้อมละสิ ”
เลโอมองล้อมๆที่เต็มไปด้วยสเกลตัน
“ เพลงดาบชิโนคัดสึ กระบวนท่ารุกที่ 6 สายลมฤดูใบไม้ผลิ ”
ซายะได้เหวี่ยงดาบไปรอบๆตัวเอง จนเกิดเป็คลื่นลม จากนั้นก็แผ่กระจายเป็วงกว้าง จนทำให้สเกลตันที่อยู่ล้อมๆร่างกายขาดออกจากกันเป็ส่วนๆ
“ เธอทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ”
“ ทำได้สิ ไม่มั่นใจฝีมือดาบของฉันเหรอ ”
“ ก็ ต้องไม่มั่นใจอยู่แล้วสิ ก็พึ่งเจอกันนี้ ใครจะไปรู้กันละ ว่าเธอจะมีฝีมือดาบถึงขนาดนี้ ”
“อยากมองคนอื่นจากภายนอกสิ รีบจัดการให้มันจบๆเถอะ ”
ซายะได้หลบการโจมตีของสเกลตัน ระหว่างสนธนากับเลโอ แล้วสวนกลับโดยใช้ดาบผ่าร่างของสเกลตันออกตามเคย ส่วนเซล่าก็ช่วยซัพพอตอยู่ห่างๆ เลโอใช้ดาบฟันสเกลตันไปเรื่อยๆ แต่ก็มีบางตัวที่ลอบโจมตีตอนเผลอ แต่ด้วยเชนส์อัศวินของเลโอ เลยสามารถบล็อก ได้ทันที ถึงจะหลบการโจมตีไม่เก่งเหมือนซายะก็ตาม หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้ต่อสู้กับสเกลตันและได้สังหารสเกลตันทั้งหมดจนไม่เหลือ
“ หมดแล้วสินะ ”
ซายะเก็บดาบลงอย่างช้าๆ
“ ก็น่าจะอย่างงั้นแหละ เธอนี้บ้าระห่ำจริงๆ บ้าตัวแม่เลยละ ”
เลโอเก็บดาบลงที่หลังของเขาแล้วพูดแซวซายะเล็กน้อย
“ ไม่ได้บ้าชักหน่อย ก็แค่เืขึ้นหน้าเท่านั้นเอง ”
“ ไม่หรอก เธอนี้แหละบ้าชัดๆ ”
เลโอพูดหยอกล้อซายะ
“ ว่าไงนะ!!! ”
ซายะเดือดขึ้นจนจะห้าม
“ ทั้ง...สอง...คน..หยุดก่อน ดู...นั้น ”
เซล่าได้ห้ามทั้งสองคนก่อนที่จะชี้ไปที่ถ้ำ
“ มีอะไรงั้นเหรอ เซล่า? ”
เลโอถามด้วยความสงสัย
“ ใน...นั้น...มีอะไรบาง...อย่างง ”
ทั้งสามคนได้หันไปมองที่ปากถ้ำ
“ ลองไปสำรวจดูกันไหม ”
“ อืม ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย ”
เลโอแสดงสีหน้าที่มัวหมอง
“..........”
ทั้งสามคนได้เดินเข้าไปในถ้ำ เมื่อเข้าไปในถ้ำได้ชักพัก ก็เจอกับทางที่เหมือนกับเหมืองแร่
“ ที่นี้มันเหมืองแร่ไม่ใช่เหรอ ”
ซายะเดินมองไปรอบๆ
“ ก็ใช่นั้นแหละ สงสัยคงจะเป็เหมืองแร่ของเมืองนี้ไม่ผิดแน่ ”
เลโอกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ในตอนนี้
“ งั้นก็แปลว่า ลุงรอนก็อยู่ที่นี้ด้วยใช่ไหม ”
“ ก็น่าจะเป็ไปได้ แต่ก่อนอื่นสำรวจที่นี้กันก่อน เผื่อพบผู้รอดชีวิต ”
“ อืม แล้วเราจะไปสำรวจที่ไหนกันก่อนละ ”
“ ไม่รู้เหมือนกัน เดินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็เจอเบาะแสเองแหละ”
หลังเลโอพูดจบ ซายะได้หงุดหงิดเล็กน้อยกับคำพูดเมื่อกี้
“ ชิ!!!! ช่างมันเถอะ ฉันมันโง่เองแหละที่ถาม ”
ซายะทำหน้างอนใส่เลโอ แต่เหมือนเลโอจะรู้สึกเฉยๆ
“ ? ”
ส่วนเซล่า ก็เดินมองทั้งคนอยู่เงียบๆ โดยที่ไม่พูดอะไรเลย
พอทั้งสามคนเดินมาได้ชักพัก ก็ได้ไปพบกับซากโบราณสถานในเหมืองเข้า เลโอ ซายะ และ เซล่า ได้หยุดเดินตรงหน้าทางเข้าโบราณสถาน
“ ทุกคน เตรียมใจที่จะเข้าไปกันแล้วรึยัง? ”
เลโอถามเพื่อความแน่ใจ
“ อืม....ฉันเตรียมใจ..ไว้แล้ว ”
เซล่าตอบกลับเลโออย่างช้าๆ
“ แล้วเธอละ ซายะ ”
“ ฉันน่ะ เตรียมใจไว้ั้แ่คิดที่จะรวมผจญภัยกับนายแล้ว ”
ซายะพูดออกมาอย่างมั่นใจด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำเอาเลโอแอบเขินนิดๆ
“ ถ้างั้นพวกเราไปกันเถอะ ”
เลโอได้เดินนำหน้าทั้งสองคนเข้าไปในซากโบราณสถาน พอเดินเข้าไปได้ประมาณสามสี่ก้าว จู่ๆทางเข้าก็ถูกปิดลง จนทำให้พวกเลโอไม่สามารถออกไปได้
“ ทางออกโดนปิดแล้วสิ ”
ซายะยืนมองด้วยความผงะ
“ นึกแล้วเชียว สถานที่นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ”
เลโอยืนคิดครู่หนึ่ง
“ ใช่...ที่นี้....อาจจะเป็....โบราณสถานที่หายสาปสูญ...ฉันเคยอ่านเจอในหนังสือ.....มาก่อน ”
“ โบราณสถานที่หายสาปสูญ มันคืออะไรเหรอ? ”
“ คือ สถานที่ ที่คนโบราณในสมัยก่อนใช้เก็บสมบัติบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ของสิ่งนั้นคืออะไร ”
เลโออธิบาย
“ อย่างงี้เอง แล้วทำไมสถานที่สำคัญแบบนี้ถึงมาโผล่อยู่ที่นี้”
ซายะถามด้วยความสงสัย
“ เพราะ...พลังเวทย์กำลังอ่อนลง.... ”
เซล่าพูดเบาๆ
เมื่อทั้ง สามคนได้เดินมาจนถึงหน้าประตูแห่งหนึ่งที่มีอักษรโบราณอยู่หน้าประตูเต็มไปหมด เลโอก็รีบเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
“ เซล่า พออ่านออกไหม ”
“ อืม...ไม่แน่ใจเหมือนกัน...ว่าจะอ่านได้ไหม....แต่ฉันจะลองดู ”
เซล่าได้เอามือลูบที่ตัวประตูเพื่อถอดรหัสลับอะไรบางอย่าง ในระหว่างนั้น ซายะกับเลโอก็เดินสำรวจรอบๆประตู
30 นาทีผ่านไป เลโอและซายะก็ได้เดินไปหาเซล่า หลังจากสำรวจบริเวณรอบๆประตู
“ เซล่า ได้เบาะแสอะไรไหม ”
“ อืม....นิดหน่อย ”
เซล่าชี้ไปที่อักษรโบราณนั้นแล้วอ่าน
“ ความมืดจะนำพาไปสู่หายนะ....แล้วสมบัติของผู้กล้าก็...จะปรากฎ มันเขียนไว้....แบบนี้ ”
“ งั้นเหรอ หมายความว่ายังไงกันแน่ ”
เลโอยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ กำลังจะบอกว่า เมื่อไหร่ที่โลกกำลังล้มสลาย สมบัติของผู้กล้าก็จะปรากฎ ”
ซายะตีความไว้ ทันใดนั้นจู่ๆประตูที่เต็มไปด้วยอักษรโบราณก็เปิดออก ภายในประตูนั้น เป็ห้องโถงขนาดใหญ่ มีโคมไฟประดับรอบห้องอย่างสว่าง
“ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ”
“ อักษรโบราณที่......หน้าประตู....น่าจะเป็กุญแจ....เปิดประตูมากกว่า...คือการแปลความหมายของมัน ”
“ อย่างงั้นเองเหรอ ”
พอฟังคำอธิบายของเซล่าแล้วเลยทำให้ซายาโล่งอกไป
“ ถ้างั้นก็เข้าไปข้างในกันเถอะ ”
เลโอเดินนำหน้าไปยังห้องโถงนั้นทันที