ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 คาดเดา คนในพระราชวัง

            ความงงงันในดวงตาของจวินจิ่วเฉินได้สลายหายไปนานแล้วและถูกยึดแทนที่โดยความรู้สึกเยือกเย็นเขย่าขวัญ เขาใช้แรงดึงแยกมือทั้งสองข้างของกูเฟยเยี่ยน ทำให้กูเฟยเยี่ยนล้มลงบนพื้นราบในทันที

            กูเฟยเยี่ยนมีเพียงเสียงครวญครางคิ้วขมวดกันแน่นพลันหลับตาลง สองมือคลำไปตามพื้นดินประหนึ่งว่าต้องการหาสัมผัสความอบอุ่นดั่งเช่นครู่นี้

            สวรรค์ทราบดีว่านางหนาวเย็นเพียงใด!

            จวินจิ่วเฉินเหลือบมองด้วยอารมณ์ที่ไม่สะทกสะท้านใดๆ เขาพิงต้นไม้อยู่ด้านข้าง สองแขนกอดอกเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้า เขาไม่อยากแตะต้องหญิงสาวผู้นี้อีก ไว้รอหมางจ้งมาก็แล้วกัน ทว่าผ่านไปไม่นานเขาก็ชำเลืองตามองไปยังกูเฟยเยี่ยนโดยไม่รู้ตัว กูเฟยเยี่ยนไม่คลำหาความอบอุ่นแล้วแต่ขดตัวเป็นวงกลมตัวสั่นเทาเบาๆ

            จวินจิ่วเฉินมองไปยังเส้นทางที่เขาผ่านมาเมื่อยังไม่เห็นร่างของหมางจ้ง ใบหน้าของเขาจึงปรากฏถึงความหงุดหงิดที่พบเจอได้ยาก ในที่สุดเขาก็เดินไปอุ้มกูเฟยเยี่ยนขึ้นมาแบกไว้บนไหล่ต่อ เขาไม่รู้ว่าจะอุ้มหญิงสาวอย่างไร ท่าทางการแบกเช่นนี้เรียนรู้มาจากเฉิงอี้เฟยนั่นเอง

            ทันทีที่กูเฟยเยี่ยนสัมผัสได้ถึงแหล่งที่มาของความอบอุ่น นางรีบโอบแน่นในทันทีโดยแน่นกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก ประหนึ่งกลัวว่าที่มาของความอบอุ่นนี้จะสลายหายไปอีก จวินจิ่วเฉินใช้กระบวนการทั้งหมดเหยียบวิชาตัวเบาโดยใช้ความเร็วที่เร็วที่สุดจากไปคิ้วที่ขมวดกันแน่นของเขาล้วนไม่คลายตัวออกจากกันเลย

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใดแล้ว ในที่สุดกูเฟยเยี่ยนก็สลบไสลไม่ได้สติอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าจะสลบไสลไม่ได้สติทว่านางยังคงโอบกอดจวินจิ่วเฉินเอาไว้อย่างเนืองแน่น นอกเหนือจากฝันร้ายในตอนที่นางยังอยู่แดนสวรรค์ปิงไห่แล้วนางก็ไม่เคยฝันมาก่อน ในครั้งนี้นางกลับฝันถึงสิ่งแปลกประหลาด

            ในความฝันคือทะเลน้ำแข็งที่กว้างไกลไร้เขตจำกัด นางถูกใครบางคนจูงมือเดินไป ฝ่ามือของคนผู้นั้นใหญ่และอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง นางพยายามอย่างหนักที่จะมองให้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจนทว่าไม่ว่าจะมองอย่างไรก็มองไม่เห็น นางถามเขาว่าจะไปที่ใดเขาก็ไม่ตอบมีเพียงแค่รอยยิ้ม ทันใดนั้นนางได้เหยียบไปบนอากาศและตกลงไปในทะเลน้ำแข็ง ส่วนคนผู้นั้นกลับปล่อยมือนาง

            “ไม่เอา…”

            กูเฟยเยี่ยนกรีดร้องแล้วดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนขึ้นมานั่งแล้วจึงตระหนักได้ว่าตนเองเพียงแค่ฝันร้ายก็เท่านั้น นางพบว่าในปากของตนเองมีกลิ่นยาและไข้ก็ลดลงแล้ว ในหัวของนางสติยังคงเลอะเลือน ความทรงจำของนางหยุดอยู่ตรงตอนที่นางถูกจี้ชิงตัวไป สำหรับแหล่งที่มาของความอบอุ่นนั้นนางลืมเลือนไปนานแล้ว

            “ที่นี่คือที่ใดกัน? ”

            นางอดทนต่ออาการวิงเวียนศีรษะพลางมองไปบริเวณโดยรอบของห้องที่ไม่คุ้นเคย นางหันศีรษะโดยไม่ได้ตั้งใจ จู่ๆ ก็พบชายสวมใส่หน้ากากผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านข้างอย่างเงียบเชียบแล้วมองมาที่นางอย่างเย็นชา

            ชายผู้นี้ไม่ใช่ใครคนอื่นแต่เป็นนักฆ่าผู้สวมหน้ากากคนนั้น!

            “อ๊า…”

            กูเฟยเยี่ยนตื่นตระหนกตกใจ ปฏิกิริยาแรกคือสัมผัสไปบริเวณเอวบางทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่า

            หวางเป่าติงของนางเล่า?

            พริบตาเดียวจวินจิ่วเฉินก็สังเกตได้ถึงการกระทำของนาง เขาเดินเข้ามาหยิบหวางเป่าติงขนาดเล็กออกมาจากด้านหลังแล้วโน้มร่างกายมายังกูเฟยเยี่ยนช้าๆ

            “ทำไม เจ้ายังต้องการจะวางยาพิษอีกอย่างนั้นหรือ?”

            เขาสวมใส่อาภรณ์จิ้นจวงสีดำ รูปร่างสูงโปร่งงดงาม แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การเคลื่อนไหวโดยการโน้มตัวแต่ก็เต็มไปด้วยความสง่างามและความแข็งแกร่ง ลักษณะท่าทีเต็มพร้อม ถึงแม้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของกูเฟยเยี่ยนที่ได้ใกล้ชิดกับเขาเช่นนี้ แต่ก็ยังตกใจกับความลึกลับซับซ้อนบริเวณหน้าผากของเขาที่แพร่กระจายออกมาด้วยอานุภาพความสง่างามน่าเกรงขามและมีท่าทางที่อันตราย

            กูเฟยเยี่ยนถอยหลังโดยไม่รู้ตัวนางรู้สึกแค่ว่าเมื่อชายคนนี้เขยิบเข้ามาใกล้ความรู้สึกกดดันก็ยิ่งมากขึ้น ดูเหมือนว่าอากาศรอบตัวของพวกเขาจะค่อยๆ บีบรัดจนทำให้นางหายใจได้อย่างยากลำบากและไม่สามารถครุ่นคิดไตร่ตรองได้

            โชคดีที่ว่าจวินจิ่วเฉินไม่ได้เขยิบเข้ามาใกล้นัก เขาถามอย่างเย็นชา “ทักษะทางด้านพิษของเจ้าเรียนรู้มาจากที่ใดกัน?”

            กูเฟยเยี่ยนสงบลงเล็กน้อยทว่าไม่ได้ตอบกลับแต่ได้ยื่นมือไปแย่งหวางเป่าติงอย่างคาดไม่ถึง น่าเสียดายที่จวินจิ่วเฉินยกมือขึ้นสูงในทันทีทำให้นางเอื้อมไม่ถึง

            “ตอบคำถามข้า” จวินจิ่วเฉินกล่าวน้ำเสียงเย็นชา

            “เจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดความสามารถด้านการต้านพิษถึงดีเช่นนี้? อีกอย่างเจ้าไม่ฆ่าปิดปากข้าแต่กลับจี้ชิงตัวข้ามาเพราะเหตุใดกัน?”

            กูเฟยเยี่ยนรู้ดีว่าชายผู้นี้จะไม่ตอบคำถามนางอย่างแน่นอน นางเพียงแค่ต้องการที่จะแย้งจุดสนใจของเขาออก นางเอ่ยถามไปด้วย ใช้แรงไปด้วยแล้วทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงอย่างการกระโจนเข้าหาจวินจิ่วเฉินแล้วโอบกอดแขนข้างที่เขายกขึ้นสูง

            “เอาของของข้าคืนมานะ! เจ้าคนอันธพาล สารเลว! ”

            นางทั้งโกรธทั้งกระวนกระวายใจ แม้ว่านางจะเคยพูดไว้ว่าในเมื่อมาแล้วก็จงอยู่อย่างมีความสุข และเคยพูดไว้ว่าจะกลับไปแก้แค้นท่านอาจารย์ ทว่านางไม่รู้จริงๆ ว่าตนเองนั้นจะยังกลับไปได้หรือไม่ ท่านอาจารย์นับได้ว่าเป็นญาติเพียงคนเดียวของนาง หวางเป่าติงเป็นของรำลึกชิ้นเดียวที่ท่านอาจารย์มอบให้แก่นาง ในโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้หวางเป่าติงน้อยเป็นของรำลึกชิ้นเดียวของนาง ไม่ว่าหวางเป่าติงจะหยุดงานประท้วงหรือไม่นางก็ไม่อนุญาตให้มันหล่นลงไปอยู่ในมือของผู้อื่นเด็ดขาด!

            “ปล่อยมือออก” จวินจิ่วเฉินกล่าวน้ำเสียงเย็นยะเยือก

            “เอาคืนมาให้ข้า! ขโมยของของผู้หญิง เจ้ามัน…”

            ทันทีที่มือของจวินจิ่วเฉินแงะออกอย่างรุนแรงกูเฟยเยี่ยนก็หลุดออกมา นางเกิดอาการวิงเวียนศีรษะนั่งได้ไม่มั่นคงจึงตกลงมาจากบนเตียง หน้าผากถูกกระแทก ไข้ของนางเพิ่งจะลดลงหัวสมองเกิดความวิงเวียน ยิ่งร่างของนางกระแทกเช่นนี้ยิ่งวิงเวียนเข้าไปใหญ่ ดวงตามืดลงเป็นเวลานาน

            ดวงตาลึกลับคู่นั้นของจวินจิ่วเฉินเกิดความเย็นยะเยือกสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหวตรวจสอบนางอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากด้านบน

            กูเฟยเยี่ยนกัดฟันอดทนต่ออาการวิงเวียนศีรษะพลันลุกขึ้นยืนภายในอึดใจเดียวแล้วจ้องไปที่เขา “สารเลว เอาของของข้าคืนมานะ! ”

            ใบหน้าของนางมีความดื้อรั้น แม้ว่าจะเตี้ยกว่าเขามากแต่ลักษณะอำนาจที่แสดงออกมาไม่แพ้เลย

            ในสายตาของจวินจิ่วเฉินปรากฏถึงความชื่นชม เป็นเรื่องยากที่เขาจะชื่นชมเพียงแต่ว่าเขาก็ยังคงไม่เกรงกลัวเอ่ยถามน้ำเสียงเย็นชา “เป็นเพียงแค่แพทย์หญิงตัวน้อยไม่เพียงแต่มีทักษะทางด้านพิษแต่ในชั่วพริบตาเดียวยังมองออกว่าใบสั่งยาระดับสูงมีการปลอมแปลง? ทักษะพวกนี้เจ้าได้มาจากที่ใด? ”

            นี่…

            กูเฟยเยี่ยนเงียบลงในทันที นางตกใจมาก!

            เรื่องของใบสั่งยาปลอมเป็นความลับอย่างยิ่ง คนผู้นี้รู้ได้อย่างไร? เขากับคนที่ปลอมแปลงใบสั่งยาไม่ได้มีเจตนาที่เหมือนกันนี่นา! ในคืนวันนั้นเขายังสกัดกั้นใบสั่งยาอยู่เลย!

            หรือว่า…

            “เจ้า เจ้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าใบสั่งยาผิดปกติดังนั้นในคืนวันนั้นเจ้าเลยมาสกัดกั้นใบสั่งยา? ”

            กูเฟยเยี่ยนคาดเดาอย่างอาจหาญ นางไม่สามารถแน่ใจได้และไม่กล้าแน่ใจด้วย

            จวินจิ่วเฉินไม่ได้แสดงท่าทีออกมาแต่กลับยื่นใบสั่งยาหนึ่งแผ่นกับห่อยาขนาดใหญ่หนึ่งชุดมอบให้แก่นาง กูเฟยเยี่ยนมองอย่างจริงจังก็ยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้น

            อย่างไม่ต้องสงสัย สิ่งที่นางคาดเดาไว้ถูกต้อง!

            ใบสั่งยานี่ไม่ใช่อย่างอื่นอย่างใดแต่เป็นใบสั่งยาที่แท้จริงแผ่นนั้นที่ซูไท่อีเขียนมอบให้กับเฉิงอี้เฟยและสมุนไพรที่อยู่ภายในห่อยาก็คือยาที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วตามใบสั่งยาที่แท้จริง

            กล่าวได้อีกนัยหนึ่งคือนางเข้าใจชายผู้นี้ผิดมาตั้งแต่แรก ชายผู้นี้ไม่ได้มาปล้นสะดมยารักษาหรือวางแผนประทุษร้ายเฉิงอี้เฟยแต่มาสกัดกั้นใบสั่งยาปลอมเพื่อช่วยเฉิงอี้เฟย!

            นางสบตาเย็นชาของจวินจิ่วเฉินคู่นั้นแล้วเอ่ยถาม “หรือว่าเจ้าก็เป็นคนจากในพระราชวัง? ”

            มีความสามารถในการเอาใบสั่งยาที่แท้จริงและตรวจสอบเจอถึงเส้นทางในคืนวันนั้นที่นางไปส่งมอบยา หากไม่ใช่คนจากในพระราชวังก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนภายในพระราชวัง

            ชายผู้นี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่เหมือนกับคนที่จะยอมอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้อื่น เขาจะต้องเป็นเจ้านายแน่ๆ !

            อีกอย่างคือเฉิงอี้เฟยและศาลต้าหลี่ล้วนกำลังสืบสาวเรื่องราวของเขา เขามีใบสั่งยาที่แท้จริงเหตุใดจึงไม่ไปพบเฉิงอี้เฟยเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง หรือว่าเขาก็เป็นเหมือนกับนางที่ต้องการจะช่วยชีวิตคนแต่ก็กลัวปัญหายุ่งยาก นางที่เป็นเพียงแพทย์หญิงตัวน้อยเกรงกลัวปัญหายุ่งยากแต่เขากลัวปัญหายุ่งยากอะไร?

            แม้ว่ากูเฟยเยี่ยนจะเวียนหัวมากแต่ก็พยายามรักษาสติ ต่อให้สมองเกิดการวิ่งวนก็ตาม

            เมื่อนึกถึงความชำนาญในด้านการต่อสู้ คนแรกที่นางนึกถึงคือจิ้งหวางจวินจิ่วเฉิน เพียงแต่ว่านางปฏิเสธในทันที จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยแม้เป็นองค์ชายกลับเป็นพี่ชายแท้ๆ ขององค์รัชทายาท มีความเคารพและมีอำนาจเทียบเท่าองค์รัชทายาท องค์รัชทายาทยังทรงพระเยาว์วัย หน้าที่การงานทั้งหมดของพระราชวังบูรพาล้วนตกมาที่จิ้งหวาง พระองค์จะมีเวลาว่างที่ไหนมาพัวพันกับนาง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยชายผู้ที่เป็นดั่งตำนานไม่มีทางเหมือนชายอันธพาลผู้นี้ที่ไม่มีเหตุผลอย่างแน่นอน!

            กูเฟยเยี่ยนนึกไปถึงองค์ชายสองสามพระองค์ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลแม่ทัพเฉิงเพียงแต่ว่านางไม่เคยได้พบพระองค์มาก่อนเลยไม่กล้าคิดถึงข้อสรุป

            นางหยั่งเชิงอีกครั้ง “เจ้าเป็นเจ้านายท่านไหนในพระราชวังกัน?”

            ดวงตาเย็นชาคู่นั้นของจวินจิ่วเฉินกลับไม่ตระหนกวิตกอะไรเลย ทำให้กูเฟยเยี่ยนจับไม่ได้แม้กระทั่งเบาะแสอันน้อยนิด เขากล้าที่จะให้นางดูใบสั่งยา จึงไม่กลัวการคาดเดาของนาง…

             

    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668