รุ่งเช้าของวันที่สาม ซึ่งเป็วันสุดท้ายของการกักตัวของอาเฉิง เสี่ยวหรู ตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงแรกของอรุณที่ส่องผ่านหน้าต่างไม้ของห้องพักเล็กๆ ของนาง ความรู้สึกผสมปนเปกันระหว่างความดีใจที่อาเฉิงจะได้รับอิสระและความกังวลต่อสภาพของจางเหวินที่ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร ทำให้นางรู้สึกหนักใจเล็กน้อย
เมื่อนางเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็เดินไปยังห้องพักศิษย์สายในด้วยหัวใจที่เบิกบาน นางนำมื้อเช้าที่อาเฉิงชอบไปให้ พร้อมกับแจ้งข่าวดีว่าพรุ่งนี้เขาจะได้รับอิสระแล้ว เส้นทางที่นางเดินผ่านทุกเช้าเริ่มคุ้นเคยขึ้นมาก แสงแดดยามเช้าส่องผ่านใบไผ่สร้างแสงเงาลายที่เปลี่ยนแปลงไปตามสายลม
เมื่อมาถึงห้องของอาเฉิง นางพบว่าเขากำลังนั่งคัดตำราอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดส่องใส่ใบหน้าของเขาทำให้ดูสดใสกว่าเมื่อวานมาก ความกังวลและความเศร้าโศกที่เคยปรากฏบนใบหน้าของเขาเมื่อสองวันก่อนได้จางหายไปมาก เมื่อเห็นเสี่ยวหรูเดินมาแต่ไกลเขาก็รีบวางพู่กันแล้วกวักมือเรียกนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"อาเฉิง พรุ่งนี้ท่านก็ได้ออกมาแล้วนะเ้าคะ" เสี่ยวหรูยิ้มให้คนรักผ่านหน้าต่าง พลางยื่นห่อผ้าเล็กๆ ที่ข้างในมีขนมหวานและผลไม้สดที่นางเตรียมมาให้
อาเฉิงรับห่อผ้าด้วยความดีใจ ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความหวังที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ แต่ความดีใจนั้นก็ถูกความกังวลบดบังไปอย่างรวดเร็ว "ข้าดีใจที่สุดเลยเสี่ยวหรู ข้าจะไปกราบขอขมาศิษย์พี่จางเป็อย่างแรกเลย" อาเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "ว่าแต่ทางนั้นเป็อย่างไรบ้าง เขาใช้มือได้บ้างหรือยัง?"
เสี่ยวหรูรู้สึกหนักใจเมื่อต้องตอบคำถามนี้ นางเห็นความหวังในดวงตาของอาเฉิงและไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง แต่ความจริงก็คือจางเหวินยังไม่สามารถใช้มือได้เลย "ยังเลยเ้าค่ะ ข้อมือที่เข้าเฝือกไว้ยังบวมอยู่ คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่" เสี่ยวหรูตอบด้วยแววตาสลดลงเล็กน้อย
ใบหน้าของอาเฉิงเปลี่ยนไปทันที ความดีใจที่เพิ่งปรากฏก็หายไปแทนที่ด้วยความเศร้าใจและความรู้สึกผิดที่หนักหน่วงขึ้น เขาก้มหน้าลงมองมือของตนเอง มือที่ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ในขณะที่ศิษย์พี่จางต้องทนทุกข์เพราะความผิดพลาดของเขา
"ข้า... ข้าทำให้เขาลำบากจริงๆ" อาเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา น้ำตาเริ่มคลอเบาๆ ในดวงตา "เสี่ยวหรู ข้าฝากเ้าดูแลเขาให้ดีที่สุดนะ ทุกอย่างที่เขา้า ทุกอย่างที่จะทำให้เขาสบายขึ้น เ้าทำให้เขาทั้งหมดเลย ข้าจะชดใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด"
น้ำเสียงของอาเฉิงเต็มไปด้วยความเป็ห่วงและความรู้สึกผิดที่ยิ่งหนักหน่วงขึ้น เขาเอามือไปขยี้ใบหน้าเบาๆ เหมือนกำลังพยายามไล่ความคิดที่ทำให้เขาเศร้าใจออกไป "ถ้าศิษย์พี่จางหายช้า หรือถ้าเขาใช้มือไม่ได้เหมือนเดิม ข้าคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต เขาเป็คนดีมาก เสี่ยวหรู เขาไม่เคยทำร้ายใครเลย แต่กลับต้องมาเจ็บเพราะข้า"
"ท่านวางใจเถิดเ้าค่ะ ข้าจะทำตามที่ท่านบอกทุกอย่าง" เสี่ยวหรูตอบพร้อมรอยยิ้มเพื่อให้คนรักสบายใจ "ข้าจะดูแลศิษย์พี่จางอย่างใกล้ชิดที่สุด ไม่ให้เขาต้องลำบากในเื่ใดๆ เลย ข้าจะป้อนข้าวให้เขา ช่วยเขาแต่งตัว ช่วยเขาอาบน้ำ ทุกอย่างที่เขาทำเองไม่ได้"
อาเฉิงยิ้มให้นางด้วยความซาบซึ้ง แต่ความเศร้าใจยังคงปรากฏในดวงตา "ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวหรู ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถ้าไม่มีเ้า เ้าเป็คนเดียวที่ข้าไว้ใจได้ในเื่นี้ เ้าใจดีและอดทนมาก ข้ารู้ว่าการดูแลคนป่วยนั้นลำบาก แต่เ้ายอมทำเพื่อข้า"
คำฝากฝังด้วยความซื่อบริสุทธิ์ของคนรักทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกว่าหน้าที่นี้ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การชดเชยความผิดพลาดของตนเอง แต่ยังเป็การทำหน้าที่แทนอาเฉิงที่ไม่สามารถออกมาดูแลเพื่อนได้ด้วย นางรู้สึกว่าความไว้วางใจของอาเฉิงเป็สิ่งที่มีค่ามาก และนางต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เขาผิดหวัง
เมื่อนางลาอาเฉิงและเดินมาถึงเรือนพักของจางเหวิน นางกลับพบภาพที่ทำให้ใจหาย จางเหวินกำลังพยายามจะใช้ศอกและคางช่วยกันประคองชุดฝึกชุดใหม่เพื่อจะสวมใส่แทนชุดเดิมที่เริ่มยับยู่ยี่ แต่ผ้าเ้ากรรมกลับพันกันนัวเนียจนเขาเกือบจะสะดุดล้ม
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อจากความพยายามและความเ็ป เขาพยายามใช้ศอกและไหล่ในการจัดการกับผ้า แต่การเคลื่อนไหวที่ไม่คล่องตัวทำให้ผ้าพันกันยิ่งขึ้น ความหงุดหงิดและความไร้สามารถเห็นได้ชัดจากท่าทางของเขา เสื้อผ้าที่เขาพยายามสวมใส่ห้อยลงมาจากไหล่ข้างหนึ่ง ทำให้เขาดูเหมือนคนที่กำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
"ศิษย์พี่! ระวังเ้าค่ะ ทำไมไม่รอข้าล่ะเ้าคะ" เสี่ยวหรูรีบเข้าไปช่วยคว้าชายผ้าไว้ ใจของนางเสียวปวดเมื่อเห็นเขาต้องดิ้นรนกับสิ่งที่ควรจะเป็เื่ง่ายๆ นางรีบจัดระเบียบเสื้อผ้าที่พันกันอยู่ ความรู้สึกสงสารและความรู้สึกผิดพุ่งขึ้นมาในอกอย่างแรงกล้า
"อ๊ะ... เสี่ยวหรูมาพอดี ข้าขอโทษ" จางเหวินยิ้มแห้งๆ ใบหน้าของเขาดูหงุดหงิดกับความไร้สามารถของตนเอง "ข้าแค่รู้สึกอึดอัด อยากจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อยหน่อย เพราะเห็นว่าวันนี้เป็วันสุดท้ายที่อาเฉิงกักตัว ข้าไม่อยากให้เขามาเห็นข้าในสภาพกระเซอะกระเซิงจนเขาต้องไม่สบายใจ"
เขากล่าวพลางพยายามจะขยับข้อมือที่เข้าเฝือก แต่ก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความเ็ป การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก ใบหน้าซีดเผือดลงทันที "ให้ตายเถอะ แค่ผูกสายรัดเอวข้ายังทำไม่ได้เลย ข้านี่มันภาระจริงๆ"
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังในตนเอง ความเศร้าใจที่ต้องพึ่งพาคนอื่นในเื่พื้นฐานที่สุดของการดูแลตนเอง เสี่ยวหรูมองดูศิษย์พี่ที่พยายามรักษาภาพลักษณ์เพื่อไม่ให้รุ่นน้องอย่างอาเฉิงต้องคิดมาก ยิ่งทำให้นางรู้สึกผิดแทนคนรักมากขึ้นไปอีก อาเฉิงกำลังจะพ้นโทษไปวิ่งเล่นฝึกซ้อมได้ตามปกติ แต่ศิษย์พี่จางกลับยังไม่สามารถแม้แต่จะแต่งตัวด้วยตัวเองได้
"ท่านอย่าฝืนเลยเ้าค่ะ มา... ข้าช่วยเอง" เสี่ยวหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด นางค่อยๆ ช่วยจัดแจงสวมเสื้อชุดใหม่ให้เขาอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกผิดที่ว่าตนเองเป็สาเหตุให้เขาต้องลำบากขนาดนี้ทำให้นางตั้งใจจะดูแลเขาให้ดีที่สุด
การที่ต้องช่วยจัดปกเสื้อและผูกสายรัดเอวให้นั้น ทำให้นางต้องขยับเข้าไปใกล้ชิดในระยะประชิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นกายสะอาดๆ ของจางเหวินและััจากแผงอกที่หนักแน่นยามที่นางเอื้อมมือไปโอบรอบเอวเพื่อผูกปมผ้า ทำเอาเสี่ยวหรูใจสั่นไหวเล็กน้อย แต่นางบอกตัวเองว่านี่เป็เพียงการช่วยเหลือผู้ป่วยเท่านั้น
นางต้องยืนใกล้ชิดมากจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอ่อนๆ ของเขาที่โชยมาโดนแก้มของนาง ความสูงของเขาทำให้นางต้องเอื้อมมือขึ้นไปจัดปกเสื้อ ทำให้ร่างกายของทั้งคู่อยู่ใกล้กันมากกว่าที่เคย นางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขา และเสียงเต้นของหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็ของเขาหรือของนางเอง
ขณะที่นางกำลังยกมือขึ้นไปจัดปกเสื้อให้เขา จางเหวินก็ทำท่าเหมือนหมดแรงและโซเซ เขาค่อยๆ โน้มตัวลงมาพิงนาง ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะไม่สามารถยืนหยัดได้อีกต่อไป
"เสี่ยวหรู... ข้าเหนื่อยมาก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ ขณะที่ร่างกายของเขาค่อยๆ โน้มเอียงมาพิงนาง "ข้าคิดว่าข้าจะล้มแล้ว"
เสี่ยวหรูใและรีบยื่นมือไปประคองเขาไว้ "ศิษย์พี่! ท่านเป็อะไรเ้าคะ" นางรีบโอบแขนรอบตัวเขาเพื่อไม่ให้เขาล้ม ไม่ทันสังเกตว่าเขากำลังยิ้มเล็กๆ อย่างเ้าเล่ห์
จางเหวินใช้โอกาสนี้โอบแขนที่ยังใช้ได้รอบตัวนาง ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะ้าความช่วยเหลือ แต่ในความเป็จริงแล้ว เขากำลังกอดนางไว้แน่น หน้าอกของเขาเสียดสีกับหน้าอกของนางผ่านผ้าเสื้อบางๆ ความอบอุ่นและความแข็งแกร่งของร่างกายเขาทำให้นางรู้สึกใจสั่นไหว
"ข้า... ข้าต้องพิงเ้าสักพัก" เขาพูดเบาๆ ใกล้หูนาง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาพัดผ่านใบหูนางทำให้นางรู้สึกเสียวซ่าน ขณะเดียวกัน มือที่ยังใช้ได้ของเขาก็ค่อยๆ เลื่อนลงไปที่เอวของนาง แล้วเลื่อนต่อไปยังสะโพกและก้นของนาง
เสี่ยวหรูรู้สึกใเมื่อรู้สึกได้ถึงการััที่ไม่เหมาะสม แต่เธอคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขากำลังอ่อนแอและ้าความช่วยเหลือ "ศิษย์พี่... ท่านจับข้าแน่นเกินไปแล้วเ้าค่ะ" นางพูดด้วยเสียงสั่นเทาเล็กน้อย
"ขอโทษเสี่ยวหรู ข้าไม่ได้ตั้งใจ" จางเหวินตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนจะเสียใจ แต่มือของเขากลับไม่ได้ขยับออกไป "ข้าแค่กลัวว่าจะล้ม มือข้าไปจับที่ไหนก็ไม่รู้ตัว"
เขายังคงกอดนางไว้ใกล้ชิด หน้าอกของทั้งสองเสียดสีกันผ่านผ้าเสื้อบางๆ นางรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อหน้าอกเขา และความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา มือของเขาที่วางอยู่บนสะโพกของนางค่อยๆ เคลื่อนไหวเบาๆ เหมือนกำลังลูบไล้
ขณะที่เขากอดนางไว้แน่น เขาก็ค่อยๆ โน้มหน้าลงมาใกล้คอของนาง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาพัดโชยมาที่ิัอ่อนนุ่มของนาง ทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว
"เสี่ยวหรู... เ้าหอมจัง" เขาซุบซิบใกล้หูนาง ขณะเดียวกันก็แอบไซร้ซอกคอของนางเบาๆ ด้วยจมูก กลิ่นหอมธรรมชาติของนางทำให้เขารู้สึกมึนเมา
นางรู้สึกตัวสั่นเมื่อรู้สึกได้ถึงการััที่ละเอียดอ่อนนั้น "ศิษย์พี่..." นางพูดด้วยเสียงสั่นเทา
"ข้าแค่... แค่รู้สึกเวียนหัว" เขาตอบพร้อมกับขบติ่งหูของนางเบาๆ ก่อนจะเป่าลมเย็นๆ ใส่รูหูนางอย่างอ่อนโยน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่พัดเข้าไปในรูหูทำให้นางขนลุกไปทั้งตัว ความรู้สึกสยิวที่ไม่เคยประสบมาก่อนก่อเกิดขึ้นในร่างกายของนาง
"อ๊า..." นางครางเบาๆ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้น ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อยจากความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย
"ศิษย์พี่ ท่านรู้สึกดีขึ้นหรือยังเ้าคะ" นางถามด้วยความเป็ห่วง ขณะที่พยายามจะถอยออกจากอ้อมแขนของเขา
"อีกสักครู่นะเสี่ยวหรู ข้ายังเวียนหัวอยู่" เขาตอบพร้อมกับกอดนางแน่นขึ้น มือของเขาเลื่อนไปมาบนหลังและสะโพกของนาง ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจ "เ้าอุ่นมาก ทำให้ข้ารู้สึกสบายขึ้น"
เสี่ยวหรูรู้สึกใจสั่นไหวกับความใกล้ชิดนี้ แต่นางบอกตัวเองว่านี่เป็เพียงการช่วยเหลือผู้ป่วย เขาไม่ได้มีเจตนาอะไร นางจึงอดทนต่อไปจนกว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้น
หลังจากผ่านไปสักพัก จางเหวินก็ค่อยๆ ปล่อยนางออกจากอ้อมแขน แต่ยังคงจับมือนางไว้เบาๆ "ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวหรู ถ้าไม่มีเ้า ข้าคงล้มแล้ว" เขาพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ แต่ลึกๆ แล้วมีแสงแปลกๆ ที่นางไม่ทันสังเกต
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ" นางตอบด้วยใบหน้าที่ยังแดงอยู่จากความใกล้ชิดเมื่อครู่ "ท่านรู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหมเ้าคะ"
"ดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณเ้า" เขายิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน "ตอนนี้ข้าพร้อมที่จะทานอาหารแล้ว"
หลังจากช่วยเขาแต่งตัวเสร็จแล้ว นางก็เริ่มเตรียมอาหารเช้าให้เขา การที่ต้องป้อนข้าวให้เขาทุกมื้อทำให้นางต้องนั่งใกล้ชิดกับเขามากขึ้น นางสังเกตเห็นว่าเขามักจะมองนางด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความขอบคุณ ไม่เคยมีท่าทีใดๆ ที่ไม่เหมาะสม
"วันนี้ข้าทำโจ๊กไก่ใส่โสมมาให้ท่านเ้าค่ะ" นางพูดขณะที่ตักโจ๊กอุ่นๆ ขึ้นมาเป่าให้เย็น "จะช่วยบำรุงร่างกายและเพิ่มพลังให้ท่าน"
"เ้าใส่ใจมากเลยนะเสี่ยวหรู" จางเหวินยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน "ข้ารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้รับการดูแลจากคนที่มีจิตใจดีอย่างเ้า ถึงแม้ข้าจะาเ็ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นใจที่มีเ้าคอยดูแล"
นางป้อนอาหารให้เขาอย่างระมัดระวัง คอยสังเกตว่าเขาสบายดีหรือไม่ เมื่อเห็นเขากินได้อย่างสบาย นางก็รู้สึกดีใจ แต่ก็รู้สึกเศร้าใจเมื่อคิดว่าเขาต้องพึ่งพาความช่วยเหลือในเื่พื้นฐานเช่นนี้
หลังจากป้อนโจ๊กไปได้สองสามช้อน จางเหวินก็เริ่มแสดงท่าทีไม่สบาย เขาขมวดคิ้วและเอามือที่ยังใช้ได้ไปจับคอ "เสี่ยวหรู... โจ๊กร้อนมาก ข้ารู้สึกว่าลิ้นข้าเผาไหม้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเ็ป
"โอ๊ะ! ข้าขอโทษเ้าค่ะ ข้าเป่าไม่พอสินะ" เสี่ยวหรูรีบตักโจ๊กช้อนใหม่แล้วเป่าให้เย็นลงอย่างตั้งใจ "ลองดูนะเ้าค่ะ ครั้งนี้ควรจะเย็นพอแล้ว"
จางเหวินลิ้มโจ๊กเล็กน้อยแล้วส่ายหน้า "ยังร้อนอยู่เสี่ยวหรู และข้ารู้สึกว่าลิ้นข้าบวมแล้ว" เขาอ้าปากออกเล็กน้อย "เ้าช่วยดูให้หน่อยได้ไหม ข้ากลัวว่าจะบวมมาก"
เสี่ยวหรูรู้สึกกังวลทันที "ให้ข้าดูนะเ้าค่ะ" นางเอาตัวเข้าไปใกล้และมองเข้าไปในปากของเขา
จางเหวินอ้าปากกว้างและแลบลิ้นออกมาให้นางดู ลิ้นของเขายาวและเปียกชื้นด้วยน้ำลาย ดูแดงเล็กน้อยเหมือนจริงๆ ถูกความร้อนไหม้ "เห็นไหมเสี่ยวหรู ลิ้นข้าแดงและบวม" เขาพูดขณะที่แลบลิ้นออกมาให้นางดูใกล้ๆ
"ดูแดงจริงๆ เ้าค่ะ" นางตอบด้วยความเป็ห่วง "ข้าจะเป่าโจ๊กให้เย็นกว่านี้"
"เสี่ยวหรู... ข้าคิดว่าถ้าเ้าใช้มือััลิ้นข้า จะรู้ได้ว่าบวมมากแค่ไหน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเ็ป "ข้าเคยเห็นหมอทำแบบนี้"
เสี่ยวหรูลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อคิดถึงความเป็ห่วงและคำฝากของอาเฉิง นางก็ยื่นนิ้วชี้ไปััลิ้นของเขาเบาๆ "เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ"
ในขณะที่นิ้วของนางััลิ้นของเขา จางเหวินก็ค่อยๆ เลียนิ้วของนางเบาๆ ด้วยลิ้นที่อุ่นและเปียกชื้น การัันั้นทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกเสียวซ่านและใ
"ศิษย์พี่!" นางอุทานเบาๆ และรีบดึงมือกลับ ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันที
"ขอโทษเสี่ยวหรู ข้าไม่ได้ตั้งใจ" จางเหวินพูดด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะเกรงใจ "ลิ้นข้าเจ็บมาก เมื่อเ้าัั ข้าก็เผลอ... ข้าไม่ได้คิดอะไร"
เขาดูเหมือนจะรู้สึกผิดจริงๆ ทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกว่าตัวเองคิดมากไป "ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าเข้าใจ" นางตอบด้วยเสียงสั่นเทาเล็กน้อย "ลิ้นท่านดูบวมจริงๆ ข้าจะเป่าอาหารให้เย็นมากๆ"
"ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวหรู" เขาพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ "เ้าใจดีมาก ข้าโชคดีที่มีเ้าดูแล"
การป้อนอาหารใน่ต่อมาดำเนินไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น เสี่ยวหรูเป่าอาหารให้เย็นจัดก่อนจะป้อนให้เขา และเขาก็กินได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่บรรยากาศระหว่างทั้งสองเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีความใกล้ชิดที่เพิ่มขึ้นแบบละเอียดอ่อน
"ลำบากเ้าแล้วจริงๆ... ขอบใจนะเสี่ยวหรู" จางเหวินก้มลงมองนางด้วยสายตาขอบคุณอย่างซื่อๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกตัญญูและความอ่อนโยน "ข้ารู้ว่าการดูแลคนป่วยนั้นลำบาก โดยเฉพาะคนที่ใช้มือไม่ได้อย่างข้า เ้าต้องทำทุกอย่างให้ข้า ข้ารู้สึกเป็ภาระมาก"
เสี่ยวหรูรีบก้มหน้าผูกผ้าให้เสร็จ หัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนของเขา "ไม่ลำบากเลยเ้าค่ะ ท่านาเ็เพราะพวกเรา ข้าจะดูแลท่านจนกว่าจะหายดีเ้าค่ะ นี่เป็หน้าที่ของข้า และข้าก็เต็มใจที่จะทำ"
นางพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง แต่ในใจกลับรู้สึกสับสนเล็กน้อยกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ความใกล้ชิดกับจางเหวินทำให้นางรู้สึกแปลกๆ แต่นางบอกตัวเองว่านี่เป็เพียงความรู้สึกผิดและความกตัญญูเท่านั้น
"เ้าใจดีมาก เสี่ยวหรู" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจ "อาเฉิงโชคดีมากที่มีคนรักอย่างเ้า เขาเป็คนดี และเ้าก็เป็คนดีเช่นกัน การที่เ้ายอมเสียสละเวลาและแรงกายมาดูแลข้า แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่สูงส่งของเ้า"
คำชมเชยของเขาทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ก็ทำให้ความรู้สึกผิดหนักหน่วงขึ้นไปอีก นางรู้สึกว่าตนเองไม่สมควรได้รับคำชมเช่นนี้ เพราะนางเป็ส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เขาต้องาเ็
"ท่านอยากดื่มน้ำไหมเ้าคะ?" นางถามด้วยความเป็ห่วง
"ได้เ้าค่ะ ขอบใจมาก" เขาตอบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจ
นางรินน้ำใส่ถ้วยแล้วยื่นให้เขาดื่ม เขาดื่มอย่างระมัดระวัง เพราะการใช้มือยังลำบากอยู่ นางคอยประคองถ้วยไว้เพื่อไม่ให้หกหล่น การััมือที่เกิดขึ้นเป็ไปอย่างธรรมชาติ แต่ทำให้นางรู้สึกใจสั่นไหวเล็กน้อย
"เสี่ยวหรู" เขาเรียกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ข้าอยากจะบอกเ้าว่า ข้าไม่เคยโกรธหรือโทษเ้าเลยในเื่ที่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็อุบัติเหตุ และข้าก็เต็มใจที่จะปกป้องเ้า ถ้าเวลากลับไป ข้าก็จะทำเหมือนเดิม"
คำพูดของเขาทำให้น้ำตาของนางเริ่มคลอ ความรู้สึกผิดที่สะสมมาหลายวันเริ่มล้นออกมา "ท่านใจดีเกินไปเ้าค่ะ ข้ารู้สึกผิดมาก ถ้าข้าไม่ยืนอยู่ตรงนั้น ท่านคงไม่ต้องเจ็บ"
"อย่าคิดแบบนั้นเลยเสี่ยวหรู" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "การที่ข้าได้ช่วยเ้าไว้ ทำให้ข้ารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ข้าไม่เสียใจเลย"
ความรู้สึกผิดที่ว่า "คนรักสบายแต่ผู้รับเคราะห์ยังลำบาก" กลายเป็โซ่ตรวนที่แ่ากว่าเดิม เสี่ยวหรูเริ่มชินกับการดูแลที่ต้องใกล้ชิดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่นางมองว่ามันคือหน้าที่ที่ "ต้องทำ" เพื่อชดเชยความผิดให้อาเฉิงนั่นเอง