บทที่ 6 โครกคราก
ไป๋จีมองดูจวิ้นจู่น้อยเดินโซเซไปทางห้อง หัวใจของเขารู้สึกร้อนรนแทนท่านอ๋องของตน
‘เหตุใดท่านจึงไม่อธิบายเล่า? เมื่อครู่ที่ท่านอ๋องกล่าวเช่นนั้น จุดประสงค์ก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของมือสังหาร หากลมหายใจของมือสังหารเพียงสะดุดเล็กน้อย ใบไม้ในมือของท่านอ๋องก็สามารถพรากชีวิตมือสังหารผู้นั้นได้ทันที’
ทว่า... สุดท้ายจวิ้นจู่น้อยกลับได้รับการช่วยเหลือ
หากท่านไม่อธิบาย จวิ้นจู่น้อยคงจะเชื่อคำพูดของท่านที่ว่า ‘ข้าจะทำเสมือนไม่เคยมีธิดาผู้นี้’ อย่างสนิทใจเป็แน่
ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
ไป๋จีร้อนใจราวกับมดบนกระทะร้อน
จวิ้นจู่น้อยน่ารักเช่นนี้ กลับต้องเผชิญความทุกข์ใหญ่หลวงถึงเพียงนี้
ช่างเป็เื่ที่ทำให้ผู้ได้ยินได้ฟังต้องะเืใจและน้ำตาไหล
แต่กลับกัน ท่านอ๋องเก้าไม่ทรงร้อนใจแม้แต่น้อย สนใจแต่เพียงผงกระเบื้องบนพื้นเท่านั้น
“บางทีอาจเป็เพราะมือสังหารนั้นตื่นตระหนกเกินไปภายใต้การข่มขู่ของท่านอ๋อง จึงควบคุมพลังภายในไม่ได้” ไป๋จีคาดเดา
เยี่ยจิ่นหานมิได้เปลี่ยนสีหน้า เพียงแต่ละสายตากลับมาเท่านั้น
จากนั้นก็ได้ยินเสียงปิดประตูดังปัง!! จากที่ไม่ไกลนัก
ไป๋จี “......”
อ๋องเก้า “......”
ถวนถวนน้อยโกรธแล้ว
เยี่ยถวนถวนนั่งขัดสมาธิบนเตียงนุ่ม ปากน้อย ๆ บ่นพึมพำ
“ท่านพ่อพูดเช่นนั้นได้อย่างไร คนแก่ขี้โกหก เมื่อไม่กี่วันก่อนดีกับข้ามากก็เพื่อหลอกถวนถวนเท่านั้น”
“แม้ข้าจะไม่รู้ว่าแผนที่การวางกำลังคืออันใด แต่ฟังดูแล้วเหมือนจะสำคัญกว่าถวนถวนเสียอีก ฮึ!”
ถวนชีชีกล่าวปลอบขณะที่นางหยิบยาห้ามเืออกจากระบบพื้นที่เก็บของ [อืม ถูกต้องแล้ว อ๋องเก้าก็เป็เพียงบิดาที่เลวทรามเท่านั้น]
เยี่ยถวนถวน “...”
[ดังนั้น เด็กน้อย เ้ารู้แล้วใช่ไหมว่าบุรุษนั้นพึ่งพาไม่ได้? ไม่ว่าจะหนุ่มหรือชรา รูปงามหรืออัปลักษณ์ ล้วนแต่พึ่งพาไม่ได้ทั้งสิ้น]
[ดังนั้นเ้าจึงไม่ควรทุ่มเทความรู้สึก เพียงแค่ใช้ประโยชน์จากพวกเขาเท่านั้น มิเช่นนั้นในอนาคต เ้าจะสังหารบิดาเพื่อชิงบัลลังก์ได้อย่างไรเล่า?]
ถูกต้องแล้ว ถวนชีชีมองเห็นแนวทางว่าในอนาคตเยี่ยถวนถวนจะลงมือสังหารอ๋องผู้เป็บิดาด้วยตนเอง แล้วขึ้นครองราชย์เป็ฮ่องเต้หญิงแห่งต้าฉู่
เพียงแต่ตอนนี้นางยังเด็กเกินไป ถวนชีชีจึงยังไม่ได้บอกนาง
ในยามนี้ เยี่ยถวนถวนยังไม่ได้โเี้เหมือนในภายหลัง
ดวงตากลมโตวูบไหว เอ่อล้นด้วยน้ำตา แต่นางก็ดื้อดึงไม่ยอมร้องไห้
ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
“ท่านพ่อถึงกับยอมสละข้าเพื่อแผนที่อะไรนั่น ถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่้าบิดาเช่นกัน!”
เยี่ยจิ่นหานที่เพิ่งเดินมาถึงประตู “...”
มุมปากของเขากระตุกโดยไม่รู้ตัว
ส่วนหมอหลวงที่ถือกล่องยาอยู่ข้าง ๆ ก็คิดในใจ ‘อา นี่มัน…’
“ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ข้ามีอาการหูหนวกมาระยะหนึ่งแล้ว”
เยี่ยจิ่นหานผลักประตูเข้ามา โดยที่เยี่ยถวนถวนไม่จำเป็ต้องมองก็รู้ว่าเป็ผู้ใด
นางหันหลังให้ด้วยความโกรธ นั่งยองอยู่ที่มุมห้องโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ
เนื่องจากขาของนางสั้นเกินไป นางจึงขดตัวเข้าหากัน กลายเป็ก้อนกลม ๆ ที่นั่งยองอยู่ที่มุมห้อง
เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเ้าตัวน้อยกำลังโกรธ
อ๋องเก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “มานี่”
เยี่ยถวนถวน “ฮึ ข้าไม่ได้ยิน!”
“มาหาข้าเดี๋ยวนี้!”
เ้าตัวน้อยสะอื้นฮัก “ข้าไม่ไป! ท่านไม่้าธิดา ข้าก็ไม่้าบิดา”
อ๋องเก้า “...”
เ้าตัวเล็ก ๆ ร่างกายไม่ใหญ่โต แต่นิสัยดื้อรั้นเหลือเกิน
เยี่ยจิ่นหานก้าวเพียงไม่กี่ก้าว เข้าไปคว้าคอเสื้อด้านหลังแล้วลากตัวนางมา
เยี่ยถวนถวนคิดในใจ ‘เด็กน้อยก็ไม่ต้องมีศักดิ์ศรีแล้วหรือ!!!’
เยี่ยถวนถวนถูกวางบนม้านั่ง แล้วหมอหลวงก็มาตรวจดูาแ
ถวนชีชีปลอบอย่างเหมาะสม [เด็กน้อย ใจเย็น ๆ ให้หมอตรวจดูหน่อย แล้วทายาสักนิด มิเช่นนั้นพรุ่งนี้หากาแหายอย่างน่าประหลาด ก็จะอธิบายไม่ถูก]
[เด็กน้อย อย่าเผยความลับของการมีตัวตนของข้าเชียวนะ]
‘อืม อืม!!’ เยี่ยถวนถวนตอบรับอย่างว่าง่าย
‘ชีชีนั้นไว้ใจได้ที่สุดแล้ว ข้าต้องปกป้องชีชี!’
“จวิ้นจู่ โปรดอย่าขยับ ข้าน้อยจะทายาให้ขอรับ” หมอหลวงถือยาขี้ผึ้งที่ทำจากสมุนไพรช่วยรักษาแผล มีกลิ่นฉุนมาก
เยี่ยถวนถวนรู้สึกรังเกียจอย่างยิ่ง จมูกเล็ก ๆ ย่นเข้าหากัน
แล้วเหลือบมองบิดาที่อยู่ข้าง ๆ ได้กลิ่นหอม ๆ จากตัวเขา จึงขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว
อ๋องเก้าเห็นนางขยับไปมา เกรงว่าจะทายาลำบาก จึงจับตัวนางให้นั่งตรงขึ้นอีกนิด และถือโอกาสเลื่อนห่างจากนางไปด้วย
เยี่ยถวนถวน “ฮึ!”
อ๋องเก้า “เหตุใดโกรธอีกแล้ว นิสัยโมโหร้ายเช่นนี้ได้มาจากผู้ใดกันแน่!”
ไป๋จีมองนายของตนเองแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้านิ่งเงียบ ไม่กล้าเอ่ยวาจา
ฝ่ายเยี่ยถวนถวนยังทายาไม่ทันเสร็จ ก็มีข่าวส่งมาจากห้องหนังสือว่า มีเบาะแสเกี่ยวกับกลุ่มมือสังหารที่เกี่ยวข้องกับแผนที่การวางกำลังทหารแล้ว เยี่ยจิ่นหานจึงรีบเร่งไปยังห้องหนังสือ
ไม่รู้ว่าเขายุ่งอยู่กับเื่ใด แต่ตลอดทั้งคืน โคมไฟในห้องหนังสือก็ยังคงสว่างไสว
เยี่ยถวนถวนกลิ้งไปมาบนเตียงใหญ่ รู้สึกว่าการไม่ต้องเห็นหน้าบิดาที่น่ารำคาญนั้นช่างดีเหลือเกิน
วันรุ่งขึ้น
ทันทีที่เยี่ยถวนถวนตื่นนอน นางก็ไปที่ลานบ้านเพื่อเล่นกับมด
ไม่ผิดแน่ ตอนนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นเล็กน้อย พวกมดต่างออกมาหาอาหารกิน
เยี่ยถวนถวนหยิบไม้เล็ก ๆ ที่เคลือบน้ำตาล แล้วนั่งยอง ๆ แหย่รังมดในลานบ้าน พอดีกับที่เยี่ยจิ่นหานเดินออกมาจากห้องหนังสือ
ขณะเดินผ่านลานบ้าน เขาก็เห็นร่างกลมป้อมนั้น
“อะแฮ่ม” เยี่ยจิ่นหานเดินไปด้านข้างนาง แล้วแกล้งกระแอมไอ
จวิ้นจู่น้อยหันมามอง เห็นรองเท้าปักลายทองอยู่ข้าง ๆ ก็รู้ว่าเป็ผู้ใดมา
ดังนั้นนางจึงขยับขาเล็ก ๆ แล้วหันก้นไปทางบิดาที่น่ารำคาญ จากนั้นก็เล่นกับมดต่อไป
เยี่ยจิ่นหาน “...”
ไป๋จีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกเหงื่อตกแทนจวิ้นจู่น้อยจริง ๆ เขาติดตามอ๋องเก้ามานานแล้ว ยังไม่เคยเห็นผู้ใดกล้าหันก้นใส่อ๋องเก้าเช่นนี้มาก่อน นั่นเป็โทษปะาชีวิตเชียวนะ
ไป๋จีรีบกล่าวทำลายความเงียบว่า “จวิ้นจู่ ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ?”
เยี่ยถวนถวนไม่ตอบอะไร ยังคงเล่นกับมดอยู่
ไป๋จี “...” สมแล้วที่เป็บุตรีแท้ ๆ ของท่านอ๋อง อารมณ์ร้อนเสียจริง
เยี่ยจิ่นหานหมดความอดทน เขาเดินไปยังเรือนด้านข้างโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
เมื่อไม่มีเยี่ยถวนถวนคอยติดตามแล้ว เรือนด้านข้างดูเงียบเหงาลงไปมาก
ไป๋จีรวบรวมข่าวกรองใน่หลายวันมานี้แล้วนำขึ้นถวาย
เนื่องจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของเมืองชิงหลวน ทำให้ต้องรวบรวมข่าวกรองจำนวนมากในแต่ละวัน
วันนี้ส่งขึ้นมาถึงห้าหน้ากระดาษเต็ม ๆ
แต่...เวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา*[1] แล้ว ท่านอ๋องก็ยังไม่ได้พลิกหน้า
ไป๋จีจำได้อย่างชัดเจนว่า หน้าแรกเป็เื่ของจางหยวนว่ายสมรู้ร่วมคิดกับบุคคลภายนอก ไม่น่าจะใช้เวลาดูนานขนาดนี้...ใช่หรือไม่?
ในฐานะคนสนิทของอ๋องเก้า ไป๋จีพอจะเดาได้ในใจ
เขาจึงกล่าวว่า “ฝ่าา ขณะนี้ถึงเวลาเสวยแล้วขอรับ ทางครัวเพิ่งส่งกุ้งขาวมาใหม่ สดมากเลย วันนี้จะเสวยอาหารกลางวันเป็กุ้งขาวดีหรือไม่ขอรับ?”
กุ้งขาว...นั่นเป็ของโปรดของจวิ้นจู่น้อย
“อืม” อ๋องเก้าวางม้วนไม้ไผ่ลง แล้วลุกขึ้นไปยังห้องโถง
ไป๋จีย่อมจัดคนไปเชิญจวิ้นจู่น้อยมาร่วมโต๊ะเสวย
แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วยามดี บ่าวก็กลับมารายงาน
“ท่านหัวหน้าองครักษ์ไป๋ จวิ้นจู่น้อยบอกว่านางไม่หิว”
ไป๋จี “!!!”
ทางด้านเยี่ยถวนถวน ท้องของนางร้องจ๊อก ๆ ด้วยความหิวมานานแล้ว
แต่นางไม่ยอมกิน นางเป็ถวนถวนที่มีศักดิ์ศรี จะไม่ยอมกินเด็ดขาด!
ถวนชีชีรู้สึกเป็ห่วงนาง [ไม่หิวจริง ๆ หรือ?]
“ไม่มีทาง! --”
‘โครกคราก…’
เยี่ยถวนถวน “...”
ในขณะที่เยี่ยถวนถวนกำลังลังเลระหว่างความโกรธและความหิว
นางสูดจมูกดม “นี่กลิ่นอะไรกัน หอมจริง ๆ”
[1] 1 ถ้วยชา เท่ากับ 15 นาที