ระดับตัดิญญาของสองตระกูลลังเลถึงแม้กวงยี่และหลี่เหยียนจะมีพลังเท่ากับอู๋เซิ่งแต่อายุกลับมากกว่าในความคิดของพวกเขาทั้งสองย่อมมีประสบการณ์มากกว่าอู๋เซิ่งแน่แต่เื่นี้เป็เื่ใหญ่พวกเขาไม่มีอำนาจตัดสิน
“ดูเหมือสองตระกูลจะไม่กล้า”
“เห็นได้ชัดว่าแค่อิจฉาตระกูลต้วนเลยมาหาเื่เฉยๆ”
“นั่นสิทำเราเสียเวลาหมด”หลายคนเริ่มแสดงความไม่พอใจออกมา
“ทำไมจะไม่กล้า”เสียงที่เ็าดังขึ้น สองผู้นำตระกูลกล่าว
“พวกเ้ากล่าวเองนะ”ต้วนเฟิงเองก็ปรากฎพลังที่แข็งแกร่งแผ่ออกมาทำให้สองผู้นำตระกูลต้องขมวดคิ้วเพราะพลังของต้วนเฟิงอาจจะเหนือกว่าพวกเขาด้วยซ้ำ
“ทุกท่านได้ยินแล้วใช่หรือไม่ต่อจากนี้พวกเราจะประลองกัน และยังเป็การประลอง 2-1 อีกด้วย ส่วนการเดิมพันคือสูตรยาทั้ง3 และ ร้านค้าสองแห่งของพวกเขาดังนั้นขอให้ทุกท่านเป็พยานด้วย” อู๋เซิ่งกล่าว
“แน่นอนหากฝ่ายไหนผิดสัญญาพวกข้าจะไม่สนับสนุนฝ่านนั้นอีกเลย” หลายคนะโออกมา
เอาละถ้างั้นก็ไปที่ลานประลองกันเลย
อู๋เซิ่งมาถึงลานประลองใจกลางเมืองก็เห็นผู้คนมากมายหนึ่งในนั้นมีคนของตระกูลซางรวมอยู่ด้วยตระกูลซางนั้นไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมเพราะพวกเขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับตระกูลต้วนกิจการของตระกูลซางนั้นคือการเปิดร้านอาหารและขายเนื้อสัตว์อสูรพวกเขาจึงไม่ได้ขัดแย้งกับการขายเม็ดยาของตระกูลต้วน
“ได้ยินว่านายน้อยคนเล็กของตระกูลต้วนจะต่อสู้แบบ2-1 กับนายน้อยของตระกูลหลี่และกวงงั้นเหรอ”
“ไม่ผิดเมื่อเร็วๆนี้ นายน้อยคนนี้เพิ่งแสดงพร์ที่น่ากลัวออกมาพวกเ้าต้องรู้ก่อนว่าเขาอายุแค่ 10 ปีแต่พลังกลับถึงระดับหลอมรวมขั้นสมบูรณ์ไปแล้ว”
“เป็ไปได้ด้วยเหรอขนาดศิษย์ของสามสำนักยังไม่แน่ว่าจะยอดเยี่ยมขนาดนี้”
“เพราะงั้นถึงน่าสนุก”หลายคนพากันคุยอย่างสนุกปาก
อู๋เซิ่งและพวกกวงยี่พากันขึ้นมาบนสนามประลองแล้วพวกกวงยี่ต่างสวมอุปกรณ์ครบชุดเห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องทุ่มสุดตัว
“กฎนั้นง่ายมากเมื่อฝ่ายใดเอ่ยยอมแพ้หรือหมดสติจะถูกตัดสินแพ้ทันที” ผู้นำตระกูลกวงกล่าว
“ข้าไม่มีปัญหาแต่ข้าอยากจะแน่ใจว่าจะไม่มีการแทรกแซงจากคนนอกสนาม” อู๋เซิ่งกล่าว
“เื่นั้นหลานไม่ต้องกังวลหากใครกล้ายื่นมือเข้ามาข้าจะสังหารมันเอง” เสียงเ็าของหญิงสาวดังขึ้น
มารดาของต้วนหนิงเอ๋อมีนามว่าต้วนซิวเอ๋อลอยเข้ามาพร้อมกับต้วนหนิงเอ๋อใบหน้าของต้วนหนิงเอ๋อตื่นเต้นนางอยากจะกระโจนเข้าหาอู๋เซิ่งแต่ถูกมารดาของนางหยุดเอาไว้เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์ของศิษย์หุบเขาเฟยเซียง
“นางมาได้ยังไง”สองผู้นำตระกูลใ
“เป็ไปตามนั้น”อู๋เซิ่งเบาใจ
หากแค่เพียงต้วนเฟิงเกรงว่าจะหยุดสองผู้นำตระกูลพร้อมๆกันไม่ได้แต่หากมีต้วนซิวเอ๋อเข้ามาอีกคนสองผู้นำตระกูลก็หมดโอกาสทันที
“น้องเล็กสู้ๆนะพี่สาวคนนี้เป็กำลังใจให้”ต้วนหนิงเอ๋อโบกมือด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
อู๋เซิ่งไม่รู้จะดีใจหรือร้องให้ดีในที่สุดเขาก็หนีนางไม่พ้น แต่อย่างน้อยการปรากฎตัวของพวกนางก็ถือว่าช่วยเขาได้มาก
“มาเริ่มกันเถอะ”อู๋เซิ่งก้าวออกไป
“พวกเราต้องร่วมมือกันสังหารมันให้เร็วที่สุด”กวงยี่มองหน้าหลี่เหยียนทันทีทั้งสองสบตากันและพุ่งออกไปอาวุธของทั้งสองพุ่งออกไปหมายสังหารอู๋เซิ่งอย่างเห็นได้ชัด
“จิตสังหารเด่นชัดเกินไปแบบนี้คิดว่าจะทำอะไรข้าได้งั้นเหรอ”อู๋เซิ่งหลบการโจมตีของทั้งสองได้อย่างง่ายดายท่าร่างของอู๋เซิ่งดูพริ้วไหวและสมบูรณ์แบบทำให้ทั้งสองคนโจมตีไม่โดนแม้แต่ชายเสื้อของอู๋เซิ่งด้วยซ้ำ
“ทักษะนั่นมันอะไร”ต้วนซิวเอ๋อตกตะลึง
“ข้าเองก็ไม่รู้เห็นว่าอาจารย์ของเขาสอน”ต้วนเฟิงกล่าว
“ทักษะนี้มันอยู่ระดับสูงอย่างเห็นได้ชัดแม้แต่ในหุบเหวเฟยเซียงก็ไม่แน่ว่าจะมีทักษะที่เทียบกับทักษะของเซิ่งเอ๋อได้”ต้วนซิวเอ๋อจมอยู่กับความคิดทันที
“บัดซบแน่จริงก็อย่าเอาหลบแล้วมาสู้กันตรงๆสิ” กวนยี่คำราม
“ตามคำขอ”อู๋เซิ่งกำหมัดแน่นกายาาถูกกระตุ้นพลังในร่างะเิความแข็งแกร่งออกมา2 เท่าในเสี้ยวพริบตา
“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
หมัดของอู๋เซิ่งโจมตีเข้าไปกวนยี่ตื่นตระหนกใช่กระบี่ในมือป้องกันการโจมตีของอู๋เซิ่งแต่กวนยี่กลับไม่คิดว่าพลังหมัดนี้ของอู๋เซิ่งจะรุนแรงขนาดนี้กระบี่ในมือถึงกับแตกออกเป็เสี่ยงๆ
“อ๊ากกกกกกกกก”
เศษกระบี่ทิ่มแทงเข้าไปในร่างของกวงยี่ทำให้กวงยี่กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปใบหน้าของหลี่เหยียนตื่นตระหนกหอกในมือสั่นไปมาตอนนี้เขาหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว
“ตอไปตาเ้าแล้ว”ร่างของอู๋เซิ่งปรากฎอยู่ตรงหน้าของหลี่เหยียนฝ่ามือตบออกไป
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!!”
“อ๊ากกกกกกกกก”
ร่างของหลี่เหยียนถูกส่งออกไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องชุดปกป้องร่างกดายแตกออกพร้อมกับกระดูกหักหลายซี่
“ผู้นำทั้งสองยังคิดจะให้พวกเขาสู้ต่อหรือไม่”อู๋เซิ่งยกยิ้มออกมา
ใบหน้าของสองผู้นำตระกูลบิดเบี้ยวพวกเขาไม่คิดว่าลูกชายทั้งสองของพวกเขาจะพ่ายแพ้ย่อยยับขนาดนี้ที่แย่ที่สุดคือเป็การต่อสู้ 2-1 พวกเขาควรจะได้เปรียบแต่ทำไมถึงแพ้ง่ายดายแบบนี้
“ไม่ตอบแสดงว่าต่อสู้ต่อไปสินะ”อู๋เซิ่งก้าวเข้าหาทั้งสอง
“ไม่ข้ายอมแพ้” กวงยี่กรีดร้อง
เขาได้รับาเ็มากเศษกระบี่ที่ฝังอยู่ในร่างหากไม่รักษาให้ดีเขาอาจจะพิการเลยก็ได้เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด ส่วนหลี่เหยียนตอนนี้แม้จะพูดยังกล่าวออกมาไม่ได้เลยและหมดสติไปแล้ว
นี่คือความหน้ากลัวของทักษะระดับการฝึกฝนที่อู๋เซิ่งได้เรียนรู้จากภาพโบราณหนึ่งกายา หนึ่งปราณ หนึ่งจิต ฝึกฝนทั้งสามพร้อมๆกันแม้จะยากลำบากแต่ในระดับเดียวกันคิดจะหาคนที่เทียบกันตนได้นับว่ายากมากและด้วยทักษะกายาาที่สามารถะเิพลังออกมาหลายเท่าในเสี่ยววิยิ่งทำให้ความแข็งแกร่งของอู๋เซิ่งหน้ากลัว
“น้องเล็กแข็งแกร่งขนาดนี้เลยงั้นเหรอ”ต้วนหนิงเอ๋ออ้าปากค้าง
“ไม่แปลกใจเลยที่เมี่ยวจื่อไม่ยอมแพ้และคิดจะรับเซิ่งเอ๋อเป็ศิษย์แม้นางจะมีศิษย์สืบทอดอยู่แล้ว”ต้วนซิวเอ๋อกล่าว
“ผลออกมาแล้วตามสัญญา ในวันนี้พวกเ้าสองตระกูลจะต้องขนย้ายของทั้งหมดออกไปหาไม่แล้วก็อย่าหาว่าพวกข้าเสียมารยาท”ต้วนเฟิงกล่าว
“บัดซบเอ้ยไอ้พวกไร้ประโยชน์” สองผู้นำตระกูลคำราด้วยความโกรธความสูญเสียนี้พวกเขารับไม่ได้จริงๆหากคนในตระกูลรู้ตำแหน่งของพวกเขาจะต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน