ตอนที่ 27 งานวิจัยกับโลกที่กลมอีกแล้ว
คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ปัจจุบันฉันนั่งเรียนอยู่ในคณะแพทย์ในรายวิชา“การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและความงาม” ซึ่งเป็วิชาเลือกเสรีของคณะแพทย์มันมีวิชาแบบนี้อยู่จริงๆนะ วิชานี้แนะนำั้แ่วิธีการหายใจ การออกกำลังกายเพื่อกระชับสัดส่วนรวมไปอธิบายถึงระบบมัดกล้ามและโครงสร้างของร่างกาย การกิน นอนถือว่าครอบคลุมทีเดียว
แล้วมันเกี่ยวกับความงามตรงไหน??จริงๆมันก็ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรหรอก มันก็เป็วิชาสอนออกกำลังกายทั่วไปนั่นแหละแถมยังมีแม้กระทั่งสอนถึงอะไรที่เป็นามธรรมอย่างความงามจากภายในอะไรเทือกนั้นด้วยประมาณว่า งามจากไส้ติ่ง งามจากตับอ่อนอะไรทำนองนั้นพอเป็รายวิชาในสังกัดคณะแพทย์การเรียนลึกถึงตับอ่อนก็ดูจะเป็เื่ปกติ มีสอนแม้กระทั่งวิธีการทำสมาธิในรายวิชานี้ด้วยดีนะไม่สอนบทสวดทำวัตรเช้าด้วย
แม้ว่าฉันจะพูดเหมือนฟังดูแย่และไม่ชอบวิชานี้แต่เชื่อเถอะฉันค่อนข้างชอบมันมากทีเดียวเพราะมันเป็วิชาที่ไม่ได้ใช้สมองอะไรมากมาย เอาแรงกายเข้าว่า มีเวลาให้นั่งหลับไอ้วิชาแบบนี้แหละที่ฉันถนัด มันแล้วแต่คนตีความอย่างที่เห็นฉันอาจจะตีความวิชานี้ไปแบบนั้น แต่ความจริงมันสามารถคิดเป็อย่างอื่นได้แล้วไอ้อย่างอื่นที่ว่านั่นแหละคือจุดประสงค์จริงๆของรายวิชานี้เช่น บุคลิกภาพ จิตใจแจ่มใสความมั่นใจในตนเองหลังจากที่รูปร่างเปลี่ยนไปจากการออกกำลังกายฝึกสมาธิก็สามารถโยงไปที่การเล่นโยคะได้ฟังดูต่างจากที่ฉันพูดไปก่อนหน้าเลยใช่มั้ยล่ะ นี่แหละคือพลังของการเล่าเื่
แต่ฉันก็แค่เปรยๆไปงั้นแหละเพราะความจริงฉันไม่ได้จะมาเจาะจงรายระเอียดอะไรของวิชานี้แต่เื่ของเื่มันเริ่มจากเรียนเสร็จต่างหาก
ก็อย่างเช่นทุกทีหลังจากที่เรียนเสร็จฉันก็เดินไปที่โรงอาหารเพราะเป็เวลาเที่ยงพอดิบพอดี ไม่ใช่ว่าฉันจะมาซื้ออาหารทานอะไรหรอกนะก็แค่ยืมสถานที่ใช้งานก็เท่านั้นเพราะอย่างที่เคยบอกไป ฉันทำกับข้าวมากินเองทุกวันมันประหยัดได้เยอะเลย แถมปริมาณอาหารก็เพียงพอต่อความ้าของฉันด้วยแม้ว่าขนาดร่างกายของฉันจะลดลงไปมากก็ตามแต่ความอยากอาหารของฉันดูเหมือนว่าจะไม่ได้ลดลงไปเท่าใดนัก
ฉันทำแบบนี้เป็ประจำนั่นแหละเรียนเสร็จก็ทำแบบนี้แต่วันนี้ดูเหมือนว่าจะมีสายตาแปลกๆคอยจับจ้องมองฉันอยู่ตลอดเวลาพอฉันเงยหน้าขึ้นมองหลายคนก็พยายามหลบสายตาของฉัน มันอะไรวะเนี่ยพวกแกไม่ควรจะชินกันได้แล้วเหรอ?? ตูก็ทำแบบนี้ประจำนี่หว่า?..
โชคดีที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่นานไม่งั้นฉันคงไม่เป็อันจะกินกันพอดี และที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานก็เป็เพราะว่าทุกคนมีจุดสนใจใหม่ที่เพิ่งจะเดินเข้าโรงอาหารมาพี่หมอกานนั่นเอง แกมากับพี่ลายเมฆด้วย!!!
พี่หมอมองเห็นฉันจากระยะไกลแล้วก็ส่งยิ้มให้ส่วนพี่ลายเมฆนั้นด้วยความสายตาสั้นและไม่ยอมใส่แว่นของแกทำให้แกมองไม่เห็นฉันโดยสิ้นเชิงและตรงไปสั่งอาหารเพื่อมาทานทันทีก่อนที่พี่แกจะนำอาหารมานั่งห่างจากฉันไปสี่่โต๊ะ
ฉันไม่ประหลาดใจเท่าไหร่ที่พี่ลายเมฆไม่ได้ทักฉันและนั่งห่างออกไปหลาย่โต๊ะเพราะออร่าความอ้วนและขี้เหร่เตะตาของฉันนั้นมันสลายไปแล้วั้แ่ฉันเช้าใจวิธีแต่งหน้าจึงเป็ไปไม่ได้ที่พี่ลายเมฆซึ่งเป็คนสายตาสั้นเช่นนั้นจะสังเกตเห็นฉันได้อย่างไรก็ตามแม้แต่พี่หมอก็ไม่ทักฉันทำให้ฉันค่อนข้างประหลาดใจ
‘รึว่าเราดูเปลี่ยนไปมากหลังจากแต่งหน้า’ความคิดนี้อยู่ในหัวของฉันเพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนที่มันจะสลายไปเพราะพี่หมอแกเห็นฉันและยิ้มให้ฉันจากระยะไกลแสดงว่าพี่แกก็ต้องจำฉันได้แหงอยู่แล้วแต่ก็ไม่ยักทักเราหรือมานั่งโต๊ะเดียวกับฉันนั่นทำให้ฉันเริ่มมีความคิดริเริ่มที่จะเข้าไปนั่งกับพวกพี่แกแทน
อย่างไรก็ตามเมื่อฉันตั้งท่าจะลุกขึ้นพี่หมอก็ส่งสาตาเป็สัญญาณอะไรบางอย่างให้กับฉันฉันไม่เข้าใจนักว่าพี่แกพยายามจะสื่ออะไรก็เลยนั่งลงตั้งใจดูและฉันนั่งลงพี่แกก็หยุดส่งสายตามาที่ฉันฉันจึงพอจะตีความได้ว่าพี่แกไม่อยากให้ฉันไปนั่งด้วย ..ฉันถูกรังเกียจรึเปล่าเนี่ย
ฉันมองไปที่ด้านหลังของพี่ลายเมฆผ่านแว่นหนาของตัวเองพี่แกนั่งหันหลังให้ฉันอยู่จึงไม่ได้สังเกตเห็นฉันแต่อย่างใด ‘เหมือนโซนคู่รักที่ฉันเข้าไปไม่ได้เลยแฮะ’ความคิดทำนองนี้แว้บผ่านเข้ามาในหัวของฉันและในที่สุดฉันก็ถึงบางอ้อ พี่หมอแก้าโซนคู่รักนี่เองอย่าโกรธหนูเลยนะที่หนูรู้ช้าไปหน่อย..หนูไม่เคยมีเื่อะไรทำนองนี้TT
ฉันทำสัญญาณมือเป็เครื่องหมายok เพื่อบอกว่าฉันเข้าใจสิ่งที่พี่แก้าแล้ว พี่หมอพยักหน้ารับหลังจากนั้นเพื่อความมั่นใจว่าพี่ลายเมฆแกจะไม่ทันสังเกตเห็นฉันต่อไปเช่นนั้นฉันจึงเลือกที่จะย้ายฝั่งที่นั่งมาฝั่งตรงข้ามเพื่อที่จะทำให้ฉันนั่งหันหลังให้โต๊ะของพวกพี่แกแทน
เฮ้อ..คนเราพอมีความรักแล้วจะทำอะไรแปลกๆทำนองนี้กันสินะฉันเริ่มละเลงข้าวกล่องของฉันต่อสักพักก็มีเสียงทักดังมาจากด้านหน้าของฉัน
“อ้าว..เธอที่อยู่หอข้างๆนี่” สักพักก็มีเสียงดังมาจากด้านหน้า
เมื่อได้ยินเสียงฉันก็เงยหน้าจากอาหารอันโอชะเพื่อมองเ้าของเสียงเป็ไอ้หนุ่มหล่อหอข้างๆนั่นเอง “อื้ม.. นายหอข้างๆ ว่าไงเหรอ”เสียงของฉันอู้อี้เล็กน้อยเนื่องจากอาหารที่ยังเต็มปากอยู่ฉันเข้าใจว่ามันเสียมารยาท แต่ฉันกลัวว่าถ้าฉันพูดเสียงดังแบบปกติโดยกลืนอาหารเข้าไปก่อนพี่ลายเมฆแกจะได้ยินและรู้ว่าฉันนั่งอยู่ข้างหลัง
“ข้าวกล่องทำเองเหรอครับคนสมัยนี้ไม่ค่อยจะนิยมทำอาหารมาทานเองกันแล้วทั้งที่ผมรู้สึกว่าผู้หญิงที่ทำแบบนั้นดูออกจะน่ารักแท้ๆ อ้อ..ไม่ต้องตอบก็ได้ครับทานต่อไปเถอะ” นายหอข้างๆบ่นะไรสักอย่างก่อนที่จะบอกให้ฉันทานต่อ
ฉันกลืนอาหารทั้งหมดก่อนที่จะชี้ไปที่โต๊ะที่อยู่ห่างออกไปอีกสามโต๊ะเพื่อบอกว่าเราจะไปนั่งตรงนู้นกันและดูเหมือนว่านายหอข้างๆนี่จะเข้าใจอะไรง่ายผิดกับฉันหมอนั่นเดินตรงไปนั่งรอที่โต๊ะดังกล่าวทันที
“ไม่..นายไปนั่งฝั่งนู้นฉันจะนั่งฝั่งนี้” ฉันบอกกับนายหอข้างๆให้ไปนั่งอีกฝั่งเนื่องจากฉันยังคง้านั่งหันหลังให้โต๊ะพี่ลายเมฆเช่นเคยแม้ว่าฉันจะขยับออกมาห่างคอนข้างมากแล้ว
“ทำไมต้องย้ายมานั่งโต๊ะนี้อ่ะ” นายหอข้างๆกล่าวถามหลังจากที่เขาย้ายไปนั่งอีกฝั่งเรียบร้อยแล้ว
“เห็นโต๊ะข้างหลังที่มีพี่ผู้หญิงสวยๆนั่นมั้ย??”ฉันถาม
“อ่า..ทำไมเหรอมีปัญหากันงั้นเหรอ??”..
“เปล่าฉันรู้จักพี่แกและตอนนี้พี่แกมากับแฟน ฉันไม่อยากเข้าขัดขวาง่เวลาเล็กๆน้อยของทั้งคู่น่ะ”ฉันตอบ
“หา??..แต่นี่มันโรงอาหารนะ ถึงเธอไม่ทำคนอื่นก็ทำอยู่ดีไม่ใช่เหรอ” นายหอข้างๆตั้งคำถาม
“พี่ผู้ชายคนนั้นฉันเองก็รู้จักเหมือนกัน..ก็ถ้าพี่แกเจอฉันมั่นใจได้เลยว่าพี่แกต้องย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกับฉันแน่”
“หา.??นั่นไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ย้ายโต๊ะหนีจากแฟนตัวเองเนี่ยนะ”
“เปล่า แต่ย้ายมาทั้งคู่ต่างหาก..พวกผู้ชายก็งี้ ไม่เข้าใจความเพ้อฝันของผู้หญิงเอาซะเลย.”ฉันตอบอีกครั้ง
“อ่อพี่ผู้ชายแกเป็พวกไม่โรแมนติกสินะ”นายหอข้างๆตอบเหมือนว่าเขาจะเข้าใจทุกอย่างพร้อมกับทำหน้าเจื่อนๆเล็กน้อยฉันพยักหน้ารับก่อนที่จะส่งคำถามใหม่ให้กับนายหอข้างๆ
”แล้วนายมาทำอะไรที่นี่”ที่ฉันถามแบบนี้เพราะฉันมั่นใจว่านายคนนี้ไม่ได้อยู่คณะแพทย์แน่นอนเพราะคณะแพทย์นั้นจะมีหอต่างหากซึ่งเป็หอในเพื่อที่จะทำให้นักศึกษาแพทย์ได้เข้าวอร์ดใน่กลางคืนได้ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่หอในจะสะดวกกว่าการที่หมอนี่อยู่หอข้างๆฉันจึงเป็เครื่องยืนยันได้ประมาณหนึ่งว่าเขาไม่ได้เรียนอยู่คณะแพทย์ส่วนพี่หมอก็ไม่แปลกอะไรที่เธอจะมาเพ่นพ่านที่คณะที่ตัวเองเคยเรียนพี่ลายเมฆก็น่าจะติดมาด้วยทางไหนสักทาง สำหรับนายหอข้างๆเป็ไปได้มากสุดคือไอ้หมอนี่ก็เรียนวิชาเสรีของคณะแพทย์เหมือนกัน
“ผมมาเรียนวิชาเลือกเสรี..” นายหอข้างๆตอบ
“วิชาอะไร??”ฉันถามเพราะแน่ใจว่าวิชาเลือกเสรีวิชาอื่นของคณะแพทย์นั้นจำกัดเฉพาะให้นักศึกษาแพทย์ลงและถ้าหมอนี่มาเรียนเสรีก็ควรจะเป็วิชาการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและความงาม??
“การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและความงาม”เขาตอบ
“ไม่นึกนะเนี่ยว่านายก็อยากสวยกับเขาด้วยเหมือนกัน”ฉันแซวหมอนี่เล็กน้อย
“เฮ้..ผมอ่านคำอธิบายรายวิชาแล้วก็มั่นใจว่ามันไม่ใช่วิชาที่เปิดรับเฉพาะผู้หญิงมันไม่มีตรงไหนเลยของรายวิชาที่ช่วยเพิ่มความงามได้เลยนอกจากออกกำลังกาย”เขารีบแก้ตัวทันที
“อ่า เป็ชื่อวิชาที่เก๋ดีว่ามั้ย ฮ่าๆๆ”ฉันกล่าวพร้อมกับหัวเราะ
“อย่าบอกนะว่าเธอก็เรียนวิชานี้เหมือนกัน”
“ใช่..ของนายคลาสบ่ายงั้นสิ ฉันคลาสเช้า”
“ว้าว..โลกมันกลมจริงๆด้วยแฮะ ”นายหอข้างๆกล่าว
“เธอชื่ออะไรเหรอ??”
“บอกแล้วห้ามขำนะเว้ย..ถ้าขำฉันะโถีบจริงด้วย”
“หะ???” นายหอข้างๆทำหน้าตาสงสัย
“ห้ามขำหนะ ไม่เข้าใจเหรอ.”
“โอเคครับ”
พอมาคิดดูแล้วการคุยกับผู้ชายครั้งแรกของฉันราบรื่นกว่าที่คาดไว้มากจริงๆอาจจะเป็เพราะว่าอีกฝ่ายเป็คนเริ่มบทสนทนาแล้วก็พยายามต่อบทสนทนาต่อไปด้วยนั่นแหละฉันเลยรู้สึกแบบนั้นผิดกับปกติที่จะไม่มีใครมาทักฉันก่อนแน่ๆแม้จะรู้จักฉันก็ตามที