ยามนั้นที่ชายป่ามีทหารยืนอยู่สองสามนายตามคำสั่งที่ได้รับมาจากท่านเ้าเมือง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านรั้งอยู่อีกหลายคนแม้พวกเขาจะเกรงกลัวอำนาจของเ้าเมือง ทว่าเด็กๆ เ่าั้ก็นับว่าเป็คนคุ้นเคยกันมานานพวกเขาจึงรั้งอยู่เผื่อว่าคนของเ้าเมืองจะเกรงใจสายตาประชาชนและไม่ทำอันตรายแก่เด็กเ่าั้มากจนเกินไป
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าไม่นานก็ผ่านไปถึงครึ่งชั่วยาม พลันเสียงร้องโหยหวนราวกับภูตผีก็ดังแว่วมาจากในป่าพร้อมกับกลิ่นคาวชวนคลื่นเหียนที่ลอยมาตามลม เงาร่างแปลกตาปรากฏขึ้นใต้เงาไม้รูปร่างของมันพิลึกพิลั่นอย่างยิ่งคราแรกที่ได้เห็นชาวบ้านบางคนถึงกับร้องอุทานด้วยความหวาดกลัวเขาแทบจะทำให้กางเกงของตนเปียกแต่ก็ฝืนทนพร่ำบอกตัวเองในใจว่ายามกลางวันเช่นนี้เ้าของเงาร่างนั่นจะเป็ผีสางไปไม่ได้จนเมื่อแสงแดดส่องกระทบร่างนั้นทุกคนก็พลันเบิกตากว้างขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
เ้าของเงาประหลาดนั้นแท้จริงแล้วคือร่างของิชูที่อุ้มน้องสาวที่ดูอ่อนแรงเอาไว้อีกทั้งบนหลังก็ยังแบกร่างของหลิวจิ่วที่สลบไสลไม่ได้สติอยู่ด้วย
“เ้าหาเด็กสองคนนั้นเจอแล้วก็ส่งตัวมา”
ทหารนายหนึ่งกระชากเสียงสั่ง แต่ิชูกลับไม่สนใจต่อคำสั่งของเขาตรงกันข้ามเด็กหนุ่มกลับออกคำสั่งเสียเองว่า
“คนพวกนี้เป็โจรคราแรกมันตั้งใจจะปล้นคุณหนูไป๋ด้วยเคราะห์ดีที่คุณหนูไป๋พลัดหลงไปก่อนจึงไม่ถูกทำร้ายน้องสาวข้าก็เพียงาเ็เล็กน้อยเท่านั้น ทว่าหลิวจิ่วอาการไม่สู้ดีนัก พวกท่านได้โปรดพาเขาไปโรงหมอด้วยเถิด”
ิชูกล่าวพร้อมกับออกแรงกระชากเถาวัลย์ในมือร่างทั้งสามที่ถูกผูกไว้รวมกันส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอีกคราหนึ่งครั้นแล้วผู้คนก็ได้เห็นต้นตอของเสียงและกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกสยดสยองนั่นรอยถลอกและาแเล็กๆ ทั่วตัวของพวกเขานั้นว่าน่าเวทนาแล้วแต่แผลที่ข้อมือและข้อเท้ากลับน่าเวทนายิ่งกว่าไม่ต้องถามทุกคนต่างก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าิชูเป็ผู้ตัดเส้นเอ็นของพวกมันในระหว่างที่ต่อสู้และเอาชนะมาได้สำหรับชาวบ้านแล้วมันไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ทว่ากับพวกทหารแล้วกลับเห็นต่างออกไป
ด้วยสายตาของผู้ฝึกยุทธ์ย่อมมองออกได้ทันทีว่าาแอื่นๆบนร่างของโจรทั้งสามนั้นเกิดจากการถูกลาก ไม่ใช่การต่อสู้นั่นหมายความว่าเด็กหนุ่มชาวบ้านผู้นี้สามารถตัดเอ็นมือและเท้าของคนสามคนได้ก่อนที่พวกมันจะตอบโต้!
“ที่จวนเ้าเมืองมีหมออยู่”
ทหารนายหนึ่งกล่าวเขาไม่จำเป็ต้องอธิบายทุกคนก็ทราบว่าทหารเหล่านี้ย่อมไม่ยินยอมที่จะให้นำตัวหลิวจิ่วไปรักษาก่อนการสอบสวนอย่างดีที่สุดคือเรียกหมอมาดูอาการและปลุกเขาขึ้นมาให้ปากคำ
ิชูไม่กล่าวอันใดเด็กหนุ่มเพียงค้อมศีรษะลง และส่งต่อเถาวัลย์ที่ผูกล่ามโจรทั้งสามให้กับทหารเ่าั้ส่วนตัวเขาก็แบกร่างเด็กทั้งสองไปยังที่ว่าการเมือง
คราแรกที่สองตายายตระกูลหลิวเห็นสภาพหลานชายเพียงคนเดียวของตนก็ถึงกับร่ำไห้แทบสิ้นสติ หมอถูกเรียกตัวมาดูอาการของเด็กชายโดยทันทีฝ่ายเด็กหญิงนั้นอยู่ในสภาพอ่อนแรง ดูเปราะบางเสียยิ่งกว่าเครื่องลายครามชั้นดีสีหน้าของนางอิดโรยแต่เมื่อเห็นบิดามารดา นางก็ส่งเสียงร้องเรียกพวกเขาเสียงหลงน้ำตาไหลรินลงข้างแก้ม แลดูน่าเวทนายิ่ง
“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”
เสียงร้องเรียกหาอันสั่นเครือของฮวาเอ๋อร์สั่นะเืหัวใจของผู้เป็บิดามารดาอย่างรุนแรง ทั้งสองลืมสิ้นซึ่งธรรมเนียมใดๆถลาเข้ามาสวมกอดบุตรสาวตัวน้อยพลางปลอบขวัญ ฮูหยินเทียนถึงกับร่ำไห้ด้วยความยินดีที่บุตรีของนางปลอดภัย
“ฮือ ท่านพ่อท่านแม่ข้ากลัวเหลือเกินพวกเขา---ฮึก---ทำร้ายพี่จิ่ว ล---แล้วคุณหนู คุณหนูไป๋ก็หายไปไหนไม่รู้”
เสียงสะอึกสะอื้นไร้เดียงสาของเด็กหญิงกระตุกหัวใจของผู้คนในที่นั้นความคิดที่ว่าเด็กทั้งสองจงใจล่อลวงคุณหนูไป๋ไปปล่อยไว้ในป่าล้วนไม่หลงเหลืออยู่เลยแม้สักเสี้ยวหนึ่งต่างคิดตรงกันว่าเด็กทั้งสามตั้งใจจะเข้าไปซ่อนตัวในป่า แต่เกิดพลัดหลงกันคุณหนูไป๋ที่เหลืออยู่ตัวคนเดียวจึงคิดว่าถูกทิ้ง ในขณะที่เด็กอีกสองคนโชคร้ายถูกโจรป่าโจมตีเด็กชายถูกทำร้ายอาการสาหัส ส่วนเด็กหญิงมีแผลฟกช้ำเล็กน้อยเนื่องจากพี่ชายไปช่วยได้ทันเวลา
อย่างไรก็ตามการสอบสวนก็ต้องดำเนินต่อไปฮวาเอ๋อร์ที่ยังเสียขวัญ สะอึกสะอื้นไปพร้อมกับให้ปากคำใจความมีเพียงว่านางกับคุณหนูไป๋คิดว่าหากเข้าไปในป่าไม่ไกลนักย่อมไม่หลงทางและสามารถหลบซ่อนจากเพื่อนได้จนเป็ผู้ชนะ ทว่าพวกนางกลับพลัดหลงกันในป่านั้นเอง และระหว่างที่เทียนฮวาเดินหลงอยู่ในป่าพร้อมกับตามหาคุณหนูไป๋ไปด้วยนางก็พบกับหลิวจิ่วที่ตามมาด้วยความเป็ห่วงทั้งคู่จึงออกตามหาคุณหนูไป๋ด้วยกันแต่กลับไปพบกับโจรป่าแทน เด็กทั้งสองพยายามวิ่งหนีแต่ก็ไม่พ้น โจรเ่าั้ซ้อมหลิวจิ่วอย่างสนุกสนาน ส่วนนางก็ไม่อาจช่วยอะไรได้จนกระทั่งหลิวจิ่วสลบไปก็เป็เวลาเดียวกันกับที่เทียนิชูตามมาถึง
โจรทั้งสามถูกนำตัวมาไต่สวนเป็ลำดับต่อไปพวกมันให้การตรงกันว่าพบเด็กสองคนโดยบังเอิญและเกิดคิดอกุศลต่อเด็กสาวจึงหมายจะทำร้าย แต่เด็กชายเข้ามาขวางเสียก่อนพวกมันจึงเล่นกับเด็กชายด้วยความคึกคะนองก่อนจะถูกเทียนิชูจัดการในที่สุด
สี่คนให้การตรงกันและเมื่อคุณหนูไป๋ปรากฏตัวฮวาเอ๋อร์ก็ร้องไห้ออกมาบอกว่า์ช่างมีเมตตาช่วยเหลือคุณหนูให้พ้นภัยทั้งยังคร่ำครวญต่อไปว่านางโล่งอกและดีใจเป็อย่างยิ่งที่คุณหนูไป๋ไม่ได้รับอันตรายใดๆ
เด็กสาวแสดงออกเช่นนี้แล้วใครจะยังคิดแคลงใจต่อไปได้อีกการสอบสวนจึงจบลงอย่างรวดเร็ว โจรทั้งสามถูกตัดสินลงโทษสถานหนักทว่าเมื่อเทียบกับการถูกกินิญญาแล้ว บทลงโทษนี้ย่อมดีกว่าเป็ไหนๆพวกมันถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างที่ผู้อื่นไม่อาจเข้าใจได้ผู้คนเพียงคิดว่าพวกมันเสียใจและหวาดกลัวต่อการลงโทษไหนเลยจะคาดคิดว่านั่นคือน้ำตาแห่งความดีใจ