คนตัวเล็กบนเตียงขดตัวแน่นเพราะรู้สึกถึงไอเย็กที่ลงมาปะทะกับร่างของเธอ นิภาพริบตัวหนีจากไอเย็นนั้นก่อนที่ความรู้สึกทรมานจะแล่นเข้ามาในกาย ร่างกายที่หนักอึ้ง
"อึมมมม…ปวดหัว"นิภาพึมพำเบาๆ พร้อมกับยกมือขึ้นมาจับขมับของตัวเองก่อนจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งของตัวเองออกพร้อมกับกระพริบตาเพื่อไล่แสง
นิภามใช้มือพยุงร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับสายตาที่มองสำรวจห้องนอนของเขาอย่างสงสัย สภาพของห้องยังคงรกรุงรังและมีข้าวของวางกระจัดกระจายเต็มห้องจากที่เธอรื้อค้นเมื่อตอนหัวค่ำ ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือกไปเห็นภาพถ่ายของพี่ที่ยังคงกระจัดกระจายอยู่บนเตียง ความรู้สึกผิดค่อยๆ ตีตื่นขึ้นมาจนคนตัวเล็กรู้สึกชาวับไปทั้งหน้า ความทรงจำต่างๆ หลั่นไหลเข้ามาในหัวอีกครั้ง จนเธอทำอะไรไม่ถูก
'หนูต้องกลับบ้าน ' นิภาพึมพำเบาๆ ด้วยท่าทางตื่นๆ ก่อนจะรีบลุกออกจากเตียง
“โอ้ยยย!?…”
ร่างของเธอท่อนล่านอ่อนยั่วไม่มีแรง เธอทรุดลงกับพื้นทันทีความรู้สึกเจ็บแล่นเข้ามาในกายจนเธอหน้าชา นิภายกมือขึ้นมาปาดเช็ดหยดน้ำใสที่ไหลออกมาจากตาเพราะความรู้สึกหน่วงในใจ
นิภาค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นช้า ก่อนจะพาร่างกายของเธอขึ้นมานั่งบนเตียงขาของเธอยังคงสั่นเทาและชาจากเซ็กส์ที่รุนแรงของชายหนุ่ม ‘ทำไมมันถึงได้เจ็บแบบนี้นะ’ ไม่ใช่แค’ร่างกายแต่หัวใจของเธอก็บีดรัดแน่นจนเจ็บไปหมด มันทรมาน
นิภาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจายอยู่บนเตียงขึ้นมาก่อนจะรู้สึกชาวับไปทั้งหน้า เสื้อผ้าของเธอมันไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะเรียกว่าเสื้อผ้าได้อีกต่อไป
ความรู้สึกหวาดกลัวค่อยๆ กัดกินในใจพอๆ กับความรู้สึกหนักอึ้งจากสิ่งที่เกิดขึ้นจนคนตัวเล็กหน้าชาทำอะไรไม่ถูก นิภาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าที่กองของติณห์ที่เธอรื้อกองกระจายอยู่เต็มพื้นห้องขึ้นมาใส่ปกปิดร่างกายของตัวเอง ก่อนจะพาร่างกายสะบัดสะบอมของตัวเองเดินออกมาจากห้องอย่างทุระทุเร
เปาะแปะ!!...
หยดน้ำฝนที่เย็นะเืตกลงมากระทบกับร่างกายของเธอท่ามกลางความมืดของรัตติกาลทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งโหยง
นิภารีบถอยหลังกลับเข้ามาในอาคารก่อนจะหกล้มก้นจ้ำม่ำกับพื้น "โอ้ยยย!!...ฮือๆ" หาบน้ำฝนที่สาดเข้ามาในอาคารทำให้พื้นที่โดยรอบแฉะ ชุดที่เธอใส่อยู่ค่อยๆ ซับน้ำฝนที่เจื่อนองบนพื้น ความเย็นะเืแล่นเข้ามาในร่างกายของเธอ ทำให้หัวใจของเธอหนาวสั่น
เธอไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เธอแค่เดินไปเรื่อยเปื่อยหลังจากออกมาจากห้องของติณห์ แต่เพราะความเย็นของน้ำฝนที่ช่วยเรียกสติของเธอกลับมาอีกครั้ง
นิภาจะยกมือขึ้นมากุมหัวใจที่บีบรัดแน่นของตัวเอง หัวใจของเธอกำลังกรีดร้องอย่างทรมานจนเธอทำอะไรไม่ถูก เสียงร้องไห้ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับร่างกายที่สั่นเครือ
นิภากลับมาถึงบ้านเกือบตี 3 ของอีกวันในสภาเปียกโชไปทั้งร่างเพราะฝนที่กระหนั่นแทลงมาั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้ ร่างกายของหนาวสั่นพอๆ กับหัวใจของเธอ
นิภาเปิดประตูเข้าไปในบ้านท่านกลางความมืด เธอไม่ได้เปิดไฟเพราะกลัวพ่อของเธอจะตื่นมาเจอสภาพของเธอตอนนี้ เธออาศัยแสงไฟจากหลอดไฟรินทางหน้าบ้านที่สาดเข้ามาในบ้านของเธอ
ดีหน่อยที่พ่อของเธอเข้านอนแล้ว ไม่งั้นเธอคงไม่รู้จะอธิบายให้พ่อของเธอฟังยังไงกับสภาพของตัวเองในตอนนี้ ‘พูดหรือบอกใครไม่ได้ว่าเธอไปนอนกับคนรักของพี่ พี่สาวแท้ๆ ของตัวเองที่กำลังหลับสนิทในโรงพยาบาล เพราะเธอ’
ปั่ง!…
เสียงของประตูที่ปิดลงเบาๆ พร้อมๆ กับร่างของหญิงสาวที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง นิภายกแขนขึ้นมากัดเอาไว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพร่าง พยายามเก็บเสียงร้องไห้ของตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน
ความรู้สึกผิดยังคงตีตื่นขึ้นมาจนเธอทำอะไรไม่ถูกไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะดี จู่ๆ เื่ทุกอย่างก็ถาถมเข้ามาจนเธอตั้งตัวไม่ทัน นิภาล้มตัวลงนอนบนพื้นทั้งสภาพนั้นเธอร้องไห้หนักก่อนจะเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยในสภานั้น
ครืดดดด...
เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ตรงเบาะข้างคนขับสั่นเครือเบาๆ เรียกความสนใจจากคนที่กำลังจะนอนในรถได้เป็อย่างดี ชุดเปิดไฟก่อนจะเอื้อนมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู "บอส..." ชุนพึมพำเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย
"ครับ "
(นันท์อยู่ไหน?)
เสียงทุ้มๆ นั่นนิ่งจนน่ากลัว ภาพตอนโกรธของบอสลอยเข้ามาในหัวทันที ตอนแรกกะจะกวนเพราะรู้สึกหงุดหงิดในใจแต่แกลบใจเพราะยังไม่อยากโดนคดีเพิ่ม เพราะรู้ว่าคนที่บอสของเขาถามหาตอนนี้คือคนน้องไม่ใช่คนพี่
"เข้าบ้านไปแล้วครับ "
พอเขาพูดจบประโยคติณห์ก็ตัดสายทันที ชุนยกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะพึมพำเบาๆ ‘ถ้าจะหวงขนาดนั้นไม่จับล่ามโซ่ซะเลยแหล่ะ' ชุนส่ายหัวก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเบาะ
‘นี่เขาไม่ได้นอนบนเตียงนุ่มๆ มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย…ขออนุมัติงบซื้อบ้านแถวนี้เลยดีมั้ยนะจะได้ไม่ต้องเที่ยวไปเทียวกลับ’ ชุนพึมพำเบาๆ เพราะทางกลับบ้านของนิภากับทางไปคอนโดของเขามันคนละทาง แถมนิภายังตื่นเช้าโคตรเขาเลยแทบไม่ได้นอน บางครั้งถ้าดึกมากๆ ก็นอนเหม่งในรถนี่แหล่ะ
ก็อกๆ...
เสียงเคาะกระจกดังขึ้นเบาๆ เรียกความสนใจจากคนที่นั่งอยู่ข้างในได้เป็อย่างดี คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยก่อนที่เขาจะลดกระจกรถของตัวเองลงพร้อมกับคลี่ยิ้มอย่างเป็มิตร
"มีอะไรหรือเปล่าครับ "
"น้ำครับ "
ต้นพูดพร้อมกับยื่นขวดน้ำที่เปิดแล้วให้ชุน ชุนมองต้นอย่างสงสัย ก่อนที่ต้นจะพูดต่อพร้อมกับคลี่ยิ้มอย่างเป็มิตร "ขอเข้าไปได้มั้ยครับ? "
“ครับ!!…” ชุนตอบกลับด้วยคำถามอีกครั้ง
“BMW 530e Elite ,Mercedes-Benz GLC-Class ,Nissan Rogue Sport 2020 แล้วก็คันนี้ All-new Mazda CX-30 ทั้งหมดมี 4 คันสินะครับ”
ชุนชะงักงันอย่างใ แต่ก็ยังคงคลี่ยิ้มแสทำเป็ไม่เข้าใจที่เขาจะสื่อ
"งั้นจะเปิดประตูให้ผมเข้าไปได้หรือยังครับ แต่ถ้าจะออกมาคุยกันในบ้านของผมก็ดีนะครับคุณชุน " ต้นยิ้มหวานพร้อมกับพูดขึ้นนิ่งๆ อย่างไม่จริงจัง
หึหึ...
'เอาแล้วไง ' ชุนพึมพำเบาๆ ในใจก่อนจะปลอดล็อกรถให้ ชุนรู้จักต้นเพราะเขาต้องสืบประวัติทุกคนที่เกี่ยวข้องกันหญิงสาว แต่ไม่รู้ว่าต้นรู้จักเขาได้ยังไง
ต้นเข้ามานั่งข้างคนขับอย่างถือวิสาสะ “รถของคุณนี่ค่อนข้างจะสะดุดตานะครับ ปกติคนแถวนี้เขาไม่ซื้อรถราคาแพงแบบนี้หรอ แต่ผมก็ชอบนะครับเพราะจะได้รู้ว่าคุณมา^^ ”
”ขอบคุณครับที่บอก” ชุนตอบสั้นๆ
‘ทั้งที่เขาอุสาหมุนเวียนรถเพื่อไม่ให้เป็ที่สะดุดตาแต่ไงถึงได้เป็เป้าสายตาของมันได้วะเนี่ย’ ชุนพึมพำในใจ
"วันนี้น้องสาวของผมไม่ไปไหนหรอกครับ เธอไม่สบายคิดว่าน่าจะเป็เพราะตากฝนมาเมื่อคืน " เขาพูดยิ้มๆพร้อมกับหันไปมองชุน
'ไอ้เหี้ยนี่มันรู้ถึงขนาดไหนแล้ววะ ' ชุนยังคงคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะเปิดขวดน้ำที่ได้มาจากคนที่นั่งข้างแล้วกรอดเข้าปากของตัวเอง
"ที่จริงแล้วน้ำนั่นน่ะ ผมใส่ยานอนหลับกับยาเสียสาวเข้าไปเยอะเลยนะครับ" ต้นพูดขึ้นนิ่งๆ อย่างไม่จริงจัง ก่อนที่ชุนจะชะงักแต่ก็ดื่มเข้าไปจนหมด ‘ใครเชื่อก็โง่แล้ว’
“ขอบคุณ สำหรับน้ำ^^” ชุนพูดขึ้นยิ้มๆ อย่างไม่เชื่อ
“นอนในรถนี่สบายมั้ยครับถ้าไม่ว่าอะไรจะไปนอนที่ห้องผมก็ได้นะครับ ” ต้นยังคงถามต่ออย่างไม่อะไร เขารู้จักชุนเพราะเมื่อก่อนบริษัทของเขาเคยรับงานของบริษัทติณห์ ถึงจะแค่เคยเห็นผ่านๆ แต่ก็รู้สึกหงุดหงิด
"้าอะไร "
“ผมว่าผมน่าจะชอบคุณนะครับ เพราะน่าคุณมันน่าเอา” ต้นหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเล่นอย่างไม่สนใจ คำพูดของเขาเหมือนแค่พูดลอยๆ เพราะเขาไม่ได้หันไปสบตากับชุนตอนที่พูด
“หา!?…” ชุนหันควักไปหาต้นอย่างสงสัย
“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นก็ได้ครับ ผมไม่ได้ชอบไม่ป่าเดียวกัน แค่เพราะหน้าคุณมันน่าเอาเฉยๆ” คำพูดของต้นมันหาสาระไม่ได้เลยสักนิดเหมือนแค่พูดอะไรก็ได้ให้เวลามันผ่านไป
‘เวลาหรอก!?…”
ชุนหันควักไปจ้องต้นเขม็ง ก่อนที่ต้นจะหัวเราะออกมาเบาๆ “ตอนนี้ร่างกายของคุณรู้สึกยังไงบ้างครับ…” ต้นพูดพร้อมกับมองชุดด้วยสายตาเ้าเล่ห์ ก่อนที่ชุนจะชะงัก
ชุนกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ก่อนจะปฏิเสธออกไปเขาต้องรีบไล่ไอ้เxยนี่ออกไปก่อน “ก็เปล่านี่…”
“เข้าเื่การเลยดีกว่า ้าอะไร”
“ที่จริงผมว่าผมใส่ไปเยอะเลยนะครับนั่น หรือมันจะออกฤทธิ์ช้า คุณเป็พวกความอดทนสูงสินะครับ^^”
ต้นยังคงพูดอย่างไม่สนใจก่อนที่ชุนจะรู้สึกฉุดขาด “มึง…” เขากระชากคอเสื้อของต้นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะรู้สึกมึน ร่างกายของเขามันไม่ค่อยมีแรงแปลกๆ ใบหน้าคมคายนั้นที่แดงระเรื่อขึ้น
หึหึ…
“คุณนี่น่ารักจริงๆ ด้วย ไม่น่าแหล่ะผมถึงได้รู้สึกสนใจคุณ”