จางหานเฟิ่งกับท่านหมอฮวงมองตามสายตาของนางกำนัลที่เปล่งเสียงอย่างตกอกตกใจ ข้อเท้าของนางกำนัลที่นอนไม่ได้สตินั้นมีก้อนกลมลูกหนึ่งนูนขึ้นมา ท่านหมอฮวงกล่าวขึ้นพลางยื่นมือออกไปแตะ“ก้อนถุงน้ำ1”“ก้อนถุงน้ำ?” จางหานเฟิ่งเพิ่งพบเจอสิ่งนี้เป็นครั้งแรก นี่คือโรคชนิดใดกัน“พ่ะย่ะค่ะ ก้อนถุงน้ำ กดลงไปแล้วนิ่ม ภายในมีของเหลว”“เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วรักษาได้หรือไม่” จางหานเฟิ่งสงสัย“ปลุกนางกำนัลผู้นี้ให้ตื่นขึ้นมาได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยอยากจะสอบถามอาการ”จางหานเฟิ่งพยักหน้า หลังจากนั้นนางกำนัลก็ได้สติขึ้นมา พอรู้สึกตัวว่าไม่ได้สวมถุงเท้าก็อุทานพร้อมกับชักเท้าทั้งสองข้างหนีในทันที สีหน้าซีดขาวและตัวสั่น“ที่ข้อเท้าของเจ้ามีก้อนถุงน้ำ” จางหานเฟิ่งเอ่ยกับบ่าวไพร่ของตัวเอง“ก้อนถุงน้ำหรือเพคะ” นางกำนัลทั้งอายและหวาดกลัว ยามนี้กลัวยิ่งว่าจะถูกไล่ออกจากตำหนักพยัคฆ์หมอกไปเป็นทาสใช้แรงงานที่ต่างเมือง“เจ้ารู้สึกเจ็บหรือไม่” ท่านหมอฮวงถามแทรกขึ้นมาสุ้มเสียงเคร่งขรึม“เจ็บเล็กน้อย” นางกำนัลตอบเสียงเบา“ท่านหมอ...โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร” จางหานเฟิ่งสงสัย นางถามไปแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าท่านหมอฮวงยังไม่ได้ตอบคำถามของนางเลย“ในร่างกายของคนเรานอกจากโลหิตที่เป็นของเหลวแล้ว ยังมีอย่างอื่นอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ นี่คงรั่วออกมาจนบวมเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ข้อเท้าข้างนี้ของเจ้าได้กระแทกกับสิ่งใดมาใช่หรือไม่” ท่านหมอฮวงหันไปถามนางกำนัลที่ยันตัวลุกขึ้นมานั่ง“ถูกต้องแล้วท่านหมอ ข้าเคยเดินเตะอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นานมันก็บวมขึ้นมาเช่นนี้ ชายาเอกเพคะ...” นางกำนัลถลันลงจากโต๊ะยาวมานั่งคุกเข่าหมอบอยู่กับพื้น ร่างกายไม่ปกติเช่นนี้อาจจะถูกมองว่าเป็นสิ่งอัปมงคลสร้างเสนียดจัญไรให้กับตำหนักพยัคฆ์หมอกจางหานเฟิ่งมองนางกำนัลที่หมอบอยู่แทบเท้า หน้าซีด ปากสั่น น้ำตาคลอ และน้ำเสียงเจือสะอื้น“อภัยให้ข้าน้อยด้วยเถิดเพคะ อภัยให้ข้าน้อยด้วย”“ให้ข้าอภัยให้เจ้าด้วยเรื่องอันใด” จางหานเฟิ่งถามกลับอย่างไม่เข้าใจ“ร่างกายของข้าน้อยไม่ปกติ...อาจจะสร้างความอัปมงคลให้เกิดขึ้นที่นี่ อภัยให้ข้าน้อยด้วยเพคะ อภัยให้ข้าน้อยด้วย...” นางกำนัลผู้นี้ยังคงอ้อนวอนขอความเมตตานางกำนัลกับขันทีอื่นที่อยู่ในห้อง พอได้ยินคำนี้ต่างก็ตกใจ อีกทั้งยังมีสีหน้าหลากหลายอารมณ์ขึ้นมา บางคนสงสาร บางคนหวาดกลัวที่จะโชคร้ายไปด้วย เนื่องจากมีผู้รู้อยู่บ้างว่านางกำนัลผู้นี้มีบางอย่างผิดปกติที่ข้อเท้า ทว่าผู้กุมชะตาชีวิตของนางกำนัลผู้นี้คือจางหานเฟิ่งตันตันเดินกลับเข้ามาพร้อมกับขวดยาชา เห็นนางกำนัลที่เคยนอนอยู่บนโต๊ะยาวลงมานั่งหมอบอยู่บนพื้นก็แปลกใจ เมื่อเข้าไปใกล้คุณหนูของนาง จางหานเฟิ่งเอ่ยขึ้นสุ้มเสียงมีเมตตา เพราะว่าไม่คิดใส่ใจในเรื่องนี้“เจ้านั้นได้รับบาดเจ็บจนกลายเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ร่างกายของเจ้าผิดปกติ ข้าไม่มีอะไรที่จะต้องอภัยให้กับเจ้า”“ชายาเอกเพคะ...” นางกำนัลเงยหน้าขึ้นมามองทั้งน้ำตา คิดไม่ถึงว่าจางหานเฟิ่งจะมีเมตตาถึงเพียงนี้ เพราะเคยเห็นความร้ายกาจอันน่าเกรงขามของจางหานเฟิ่งที่จัดการกับอนุภรรยาทั้งห้าและบ่าวรับใช้ที่มีความผิดมาก่อน จึงมีความหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย“กลับเป็นข้าที่มีความผิด...ที่ดูแลบ่าวไพร่ในตำหนักไม่ดี”“ชายาเอกเพคะ อย่าได้กล่าวเช่นนั้น!” นางกำนัลที่นั่งหมอบอยู่บนพื้นรีบโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงจางหานเฟิ่งได้ยินเสียงโป๊กก็รีบเข้าไปจับต้นแขนทั้งสองข้างประหนึ่งห้ามปรามเอาไว้ นางมีวรยุทธจึงมีแรงมากกว่าอีกฝ่าย ดวงตาหงส์ของนางเต็มไปด้วยความเมตตาทว่าก็เฉียบขาดเอาเรื่อง“ใครป่วยก็ให้มาบอกกับข้า ตันตัน หรือแม่บ้านตาน...แม้แต่เรื่องของคนในครอบครัวของพวกเจ้า ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม ถ้าข้าช่วยได้ ข้าก็จะช่วย พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่”จางหานเฟิ่งกวาดสายตามองบ่าวไพร่ของนาง น้ำเสียงของนางดังอย่างน่าเกรงขาม บรรดานางกำนัลกับขันทีต่างพุ่งเข้ามานั่งหมอบอยู่ตรงหน้าชายาเอกของพวกเขาอย่างพร้อมเพรียง อีกทั้งยังเปล่งเสียงขึ้นมาอย่างมิได้นัดหมาย“ชายาเอกของพวกเรามีเมตตายิ่ง พวกเราจะรับใช้จนกว่าชีวิตจะหาไม่”ตันตันขอบตาร้อนผ่าว เพราะรู้ดีกว่าผู้ใดว่าคุณหนูใหญ่ของนางเป็นคนเช่นไร ตั้งแต่อยู่รับใช้จางหานเฟิ่งจนถึงป่านนี้ นางไม่เคยได้รับความลำบากแม้แต่น้อย แล้วจางหานเฟิ่งก็ออกคำสั่งเสียงเข้ม“พวกเจ้าลุกขึ้นเถิด”บรรดานางกำนัลและขันทีต่างแยกย้ายไปยืนอยู่ที่เดิม คงเหลือเอาไว้แต่เพียงผู้หนึ่ง แล้วนางกำนัลผู้นั้นก็ลุกขึ้นมายืนตัวลีบอยู่ตรงหน้าจางหานเฟิ่งที่กำลังเอ่ยถามอาการจากท่านหมอฮวง“ท่านหมอ...อาการของนางเป็นเช่นไร”“นางบอกว่าเจ็บเล็กน้อย แสดงว่าถุงก้อนน้ำนี้โตขึ้นจนกดทับเส้นความรู้สึกของนางพ่ะย่ะค่ะ” ท่านหมอฮวงตอบกลับตามที่ได้วินิจฉัยอาการออกมา“มีวิธีรักษาหรือไม่” จางหานเฟิ่งถามอีก“โรคนี้...ข้าน้อยเคยรักษาให้คนผู้หนึ่งด้วยการใช้เข็มเจาะแล้วบีบเอาของเหลวออกมา ทว่าหลังจากนั้น...” ท่านหมอฮวงกล่าวแล้วทอดถอนหายใจ เพราะว่าผลของการรักษาออกมาไม่ดีนัก“หลังจากนั้น...” จางหานเฟิ่งย่นหัวคิ้วดุจใบหลิวเข้าหากัน นางรู้คำตอบในทันทีจากสีหน้าและท่าทางของท่านหมอฮวง“แผลที่ข้าน้อยใช้เข็มเจาะเกิดเน่าพ่ะย่ะค่ะ”“แผลเกิดเน่า...นั่นเป็นเพราะว่ารักษาความสะอาดของแผลไม่ดี” นางรู้ตรงจุดนี้ดี เพราะในวัยเด็กเคยมีบาดแผลจากการหกล้มครั้งหนึ่ง มารดาใช้สิ่งหนึ่งล้างแผลให้ ก่อนจะทายาให้กับนาง นางยังจำได้“พ่ะย่ะค่ะ เป็นเพราะดูแลแผลไม่ดีพ่ะย่ะค่ะ”“แล้วคนผู้นั้น...” จางหานเฟิ่งถามถึงผลสรุป“เสียข้อมือไปพ่ะย่ะค่ะ” ท่านหมอฮวงก้มหน้าตอบอย่างละอายใจ นางกำนัลที่มีก้อนถุงน้ำมีแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เพราะกลัวว่าจะเสียเท้าข้างหนึ่งไปจางหานเฟิ่งมั่นใจว่าตัวเองควบคุมเรื่องนี้ได้ นางจึงสั่งคนของนางให้ไปนำของสิ่งหนึ่งมาจากห้องครัว พร้อมกันนั้นนางก็เริ่มคิดถึงสิ่งที่เรียกว่าจิ่วจิง2 ขึ้นมา“เจ้าไปนำสุราแรงที่สุดมาไหหนึ่ง!”“พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีผู้หนึ่งขานรับแล้วรีบออกไปจากเรือนหลังนี้ด้วยความว่องไว จู่ๆ ชายาเอกของพวกเขาคิดที่จะดื่มสุราขึ้นมาในยามนี้หรือไร“เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่” จางหานเฟิ่งหันไปถามนางกำนัลที่มีก้อนถุงน้ำอยู่ที่ข้อเท้า“เชื่อใจเพคะ” นางกำนัลตอบอย่างเชื่อใจ ทว่าก็ยังรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนอยู่ไม่คลาย“ดี! ข้าให้สัญญากับเจ้า เจ้าจะไม่เสียเท้าของเจ้าไปแน่!” จางหานเฟิ่งกล่าวอย่างมั่นใจ นางจะได้ทดลองยาชาว่าได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการหรือไม่ก็คราวนี้“เพคะ” นางกำนัลยอบกายแล้วค่อยๆ ขึ้นไปนอนบนโต๊ะยาวอีกครั้งอย่างกลัวๆ กล้าๆ“ท่านหมอ...ลักษณะของก้อนถุงน้ำเป็นเช่นไร”ชายาเอกจินอ๋องแตะไปที่ข้อเท้าของนางกำนัล นางกำนัลถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจระคนหวาดกลัวที่สตรีสูงศักดิ์ผู้นี้กล้าใช้มือแตะข้อเท้าที่ผิดปกติดูน่ารังเกียจ“เป็นก้อนที่มีของเหลวอยู่ข้างในพ่ะย่ะค่ะ” ท่านหมอฮวงตอบกลับมาจางหานเฟิ่งสัมผัสด้วยตัวเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ใต้ผิวหนังดูเหมือนมีก้อนถุงน้ำอยู่จึงพยักหน้า ทว่าระหว่างหัวคิ้วยังย่นเข้าหากันไม่คลาย เนื่องจากถ้าใช้เข็มเจาะแล้วบีบของเหลวออกอย่างที่ท่านหมอฮวงเคยรักษาให้คนผู้หนึ่ง นางคิดว่าใต้ผิวหนังนั้นก็ยังจะเหลือถุงที่เป็นภาชนะใส่ของเหลวอยู่ เมื่อนึกถึงวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามท่านหมอฮวงออกไป“ใช้มีดกรีดแล้วเอาออกมาได้หรือไม่”ท่านหมอฮวงพยักหน้าคล้อยตาม ครั้งหนึ่งเคยคิดจะลงมือเช่นนั้นเหมือนกัน เลือกระหว่างใช้เข็มเจาะกับใช้มีดกรีดออก และแล้วก็เลือกวิธีแรกที่คิดว่าง่ายกว่า“ถ้ายาชาของชายาเอกจินอ๋องใช้การได้ ข้าน้อยก็มีความมั่นใจว่านางกำนัลผู้นี้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย”“ดี!”จางหานเฟิ่งแย้มยิ้มออกมาขณะประกายตาของนางเต็มไปด้วยความพึงพอใจ เมื่อมองไปทางนางกำนัลที่นอนตัวเกร็งอยู่บนโต๊ะยาว ทว่ามีประกายตามุ่งมั่นขึ้นทีละน้อย เพราะคิดว่ากำลังทำความดีความชอบให้กับชายาเอกจินอ๋อง จางหานเฟิ่งก็เอ่ยปลอบขวัญขึ้นมาเสียงนุ่มอ่อน“เจ้าจะไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย”“เพคะ”นางกำนัลพยักหน้าขึงขัง แต่สองมือบีบเข้าหากันแน่น พลันขันทีที่ไปเอาสุราแรงไหหนึ่งก็กลับมา...พาไอเย็นจากภายนอกแทรกเข้ามาวูบหนึ่ง“ท่านหมอ...ท่านหมอรู้หรือไม่ว่าสุราสามารถทำให้แผลไม่เน่า” จางหานเฟิ่งถามท่านหมอฮวงออกไป“จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยไม่เข้าใจ!” ท่านหมอฮวงไม่เข้าใจจริงๆ คิดแค่ว่ามีผงยาใส่สมานแผลก็พอแล้ว หัวคิ้วจึงย่นเข้าหากัน“ในสุรามีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าจิ่วจิง แล้วเจ้าจิ่วจิงนี้ก็เป็นตัวช่วยกำจัดสิ่งที่ทำให้เกิดแผลเน่า”จางหานเฟิ่งทำให้บรรดาผู้ที่อยู่ในเรือนแห่งนี้ต่างมองหน้ากัน ชายาเอกของพวกเขามีความรู้และความคิดที่แปลกประหลาดมากมายเหลือเกิน นางยังเอ่ยต่อไปอีกสีหน้านิ่งเฉย“ยิ่งล้างแผลด้วยน้ำ แผลก็จะยิ่งเน่าขึ้นมา หรือไม่ล้างแผลเลยแล้วใส่เพียงแค่ยาสมานแผล แผลก็อาจจะเน่าได้เช่นกัน”“ชายาเอกจินอ๋องรู้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” ท่านหมอฮวงมีสีหน้ากังขา ดวงตาจ้องอยู่ที่จางหานเฟิ่งเขม็ง“ท่านแม่สั่งสอนข้า” นางพยักใบหน้าให้ขันทีที่ถือไหสุราแรงก้าวเข้ามา แล้วก็ยื่นมือออกไปรับไหสุราแรงนั้นมาวางไว้บนโต๊ะยาวตรงหน้า “พวกเรามาทำการเอาก้อนถุงน้ำออกกันเถอะท่านหมอ”“พ่ะย่ะค่ะ” ท่านหมอฮวงรับคำท่าทางสุขุม ภายในใจเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลองเช่นกัน“ตันตัน! เจ้าไปเอาเข็มโค้ง ด้ายไส้แพะ และมีดผ่ามา”“เพคะ” ตันตันกระตือรือร้นทำตามคำสั่งทุกอย่าง“เจ้าอย่าลืมผ้าสะอาด...” จางหานเฟิ่งสั่งสมทบตามหลังไปอีกครั้งเสียงทรงอำนาจ“เพคะ” ตันตันตอบกลับมาอย่างรวดเร็วท่านหมอฮวงมองจางหานเฟิ่งด้วยแววตาและสีหน้าอัศจรรย์ใจ นางเยาว์วัยเช่นนี้ แต่มีความรู้และความคล่องแคล่วอย่างยิ่ง“ท่านหมอ...ขั้นแรกคือต้องทำความสะอาดตรงบริเวณนี้ก่อน จากนั้นก็ใช้ยาชา...ทว่าวิธีการใดถึงจะดีที่สุด ทายาชาลงไปหรือว่าใช้ปลายเข็มจุ่มยาชาแล้วฝังลงไปยังเส้นนอกลมปราณ” จางหานเฟิ่งปรึกษาสีหน้าจริงจังท่านหมอฮวงมองไปที่ขวดยาชา แววตาฉายประกายสงสัยระคนใคร่รู้ออกมาอย่างเด่นชัด จางหานเฟิ่งไม่ปิดบัง นางกล้าบอกว่าสกัดมาจากสิ่งใด“ยาชานี้ข้าสกัดมาจากจินหนิวโค่ว3”“จินหนิวโค่ว?”“ท่านหมอเป็นผู้เดียวที่รู้สูตรยาชาของข้า...”จางหานเฟิ่งค่อยๆ เบนดวงตาหงส์ไปมองท่านหมอฮวง จนอีกฝ่ายถึงกับต้องกลั้นหายใจ จากนั้นท่านหมอฮวงก็ประสานหมัดและกล่าวออกมาอย่างแตกตื่น“ชายาเอกจินอ๋องโปรดวางใจ ข้าน้อยขอรับรองด้วยชีวิตว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กับผู้ใดเด็ดขาด!”“ข้าเชื่อใจท่านหมอ”จางหานเฟิ่งหันกลับไปสนใจการทดลองยาชาต่อ หลังจากใช้สุราแรงเช็ดตรงบริเวณที่บวมขึ้นมา นางกับท่านหมอฮวงก็ตกลงกันว่าจะใช้ยาชาทาก่อน ถ้าไม่ได้ผลขึ้นมา จึงค่อยใช้ปลายเข็มจุ่มยาชาแล้วฝังลงไปตามจุดนอกเส้นลมปราณที่ต้องการจะให้บริเวณนั้นชาไร้ความรู้สึก
1 ซีสต์ 2 酒精 แอลกอฮอล์ 3 ผักคราดหัวแหวน