ในค่ำคืนที่ความเงียบเหงาไม่ได้ทำร้ายจิตใจให้หม่นเศร้าอีกหยางเสียดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นจรดต้นคอหญิงสาวนอนลืมตาโพลงภายใต้แสงเทียนกลางกระโจมหลังใหญ่ วันนี้นางขึ้นไปบนหอนก มีข่าวส่งมาแล้วว่าท่านแม่ทัพกำลังจะเสด็จถึงเจิ้งถงในเร็ววันนี้
หยางเสียยิ้มคนเดียว ขณะคิดถึงแม่ทั้งสองคน ‘การรอคอยของข้าจะสิ้นสุดลงแล้วละท่านแม่ท่านแม่ทัพทรงดีกับข้ามาก ข้าคิดถึงและอยากให้พระองค์เสด็จกลับมาเร็วๆเหลือเกิน อยู่ใกล้พระองค์แล้วเสี่ยวเสียของแม่อุ่นใจนักสงสัยข้าจะอยู่ตัวคนเดียวไม่เป็นเสียแล้ว เมื่ออยู่กับแม่ต้องให้แม่ทั้งสองคอยปกป้องดูแลเมื่ออยู่กับท่านแม่ทัพก็รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ท่านแม่ทั้งสองเป็นอย่างไรบ้างหวังว่าคนดูแลสุสานจะคอยไปปัดกวาดเช็ดถูบ้านของพวกท่านเป็นอย่างดี ข้าจ่ายค่าจ้างไปมากโขอยู่ถ้าเขาไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ พวกท่านจัดการสั่งสอนเขาได้เลยนะเจ้าคะ’
วันถัดมา แม้อากาศค่อนข้างหนาวและมีลมพัดแรงตลอดวัน หยางเสียก็ยังคงเดินแกร่วไปมาหน้ากระโจมรองแม่ทัพอู๋เหมือนติดนิสัยช่างแกล้งมาจากรองแม่ทัพเหอทั้งที่รู้ว่านางอยากจะอยู่รอท่านแม่ทัพที่กระโจมเขาก็ยังใช้นางเดินหนังสือไปโน่นมานี่ตามหน่วยต่างๆ ของค่ายตลอดทั้งวัน
“ทำงานเยอะๆ จะได้หายฟุ้งซ่าน”รองแม่ทัพอู๋ที่เพิ่งจะปล่อยนางให้เป็นอิสระเมื่อตอนหัวค่ำเอ่ยขึ้นขำๆ อย่างรู้ความในใจ
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยามแล้ว เมื่อไรจะมานะ หยางเสียคิดเงียบๆเวลาในยามนี้ดูยาวนานกว่าที่เคย
“ท่านแม่ทัพเสด็จกลับมาแล้ว! ท่านแม่ทัพเสด็จกลับมาแล้ว!” มีเสียงทหารตะโกนรับกันเป็นทอดๆ
หญิงสาวหูผึ่งก่อนจะรีบวิ่งออกมายังลานหน้ากระโจมสายตาเพ่งฝ่าความมืดไปยังม้าตัวแรกที่วิ่งผ่านประตูค่ายเข้ามา ร่างของม้าตัวสีดำที่นางคุ้นเคยและจำได้ดีแม้จะกลมกลืนไปกับความมืดมิดที่เคลื่อนเข้าปกคลุมทั่วค่ายนั้นค่อยๆเด่นชัดขึ้นทุกทีเมื่อต้องแสงไฟจากคบเพลิง เมื่อผู้ที่อยู่บนหลังม้าชักบังเหียนบังคับให้มันหยุดหยางเสียก็วิ่งเข้าไปยืนข้างม้าทรง ใบหน้าเล็กๆนั้นเงยขึ้นมองผู้ที่นางเฝ้ารอการกลับมาตลอดเวลากว่าครึ่งเดือน
“พระองค์กลับมาแล้ว”
ดวงตาหยางเสียเป็นประกายรอยยิ้มระบายเต็มดวงหน้า นางแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าดีใจแค่ไหนที่พระองค์เสด็จกลับมาองค์ชายฝานจิ้งทรงแย้มพระโอษฐ์ตอบรับเขาด้วยความยินดีเช่นกัน
หยางเสียยื่นมือออกไปรับกระบี่จากท่านแม่ทัพแล้วถอยออกมาให้พระองค์ลงจากหลังม้า
“เซียวไห่ฝากความคิดถึงมาให้เจ้าด้วย”
“ให้ข้า...” หญิงสาวชี้ที่หน้าตัวเองอย่างคาดไม่ถึงว่าคนอย่างรองแม่ทัพเหอจะมีมุมที่อ่อนหวานกับเขาด้วย
ขณะนางกำลังทำหน้างงงันอยู่นั่นเองร่างสูงใหญ่เจ้าของความคิดถึงนั้นก็กระโดดพรวดลงจากหลังม้าอีกตัวที่อยู่ไม่ห่างจากจุดที่นางยืนมากนัก
“ว่าอย่างไรเจ้าหมาน้อย!” เหอเซียวไห่ตะโกนด้วยเสียงดังอย่างไม่เกรงพระทัยท่านแม่ทัพซึ่งทรงยืนอยู่ข้างๆเขาตบฝ่ามือใหญ่ของตัวเองลงบนบ่าเล็กของเจ้าของฉายาเจ้าหมาน้อย
“เก็บหางหน่อยไอ้น้องชาย!” เมื่อถูกล้อเลียนด้วยคำว่าเจ้าหมาน้อยซ้ำยังว่านางส่ายหางให้อีก หญิงสาวเลยจงใจตีสีหน้าหน้าเอาเรื่องใส่อีกฝ่าย
“หนอย...แค่นี่ทำหน้าง้ำหน้างออย่างกับพวกสาวรุ่นเวลาถูกขัดใจแล้วนี่ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งกี่หนแล้ว” ชายหนุ่มจับหยางเสียที่กอดกระบี่ท่าน แม่ทัพไว้แนบอก หมุนวนไปมาราวกับลูกข่างไม้
“เวลายืนให้ยืนหลังตรง แบบนี้!” เหอเซียวไห่พูดพร้อมใช้ฝ่ามือดันหลังอีกคนให้หยัดตรง
“โอ๊ย!” หยางเสียร้องเสียงหลง กระดูกกระเดี้ยวนางไม่พานหักหมดแล้วหรือ จู่ๆมาแกล้งคนยังไม่ทันตั้งตัวแบบนี้
“จะได้อกผายไหล่ผึ่ง สมชายชาตินักรบกับเขาหน่อยนี่กระไร...ทำตัวงออย่างกับกุ้งโดนไฟ”
หยางเสียทำปากหมุบหมิบ ข้ากลัวมันจะเป็นอกผึ่งอกผายน่ะสิ
องค์ชายฝานจิ้งทรงปล่อยให้พี่น้องสองคนแสดงความคิดถึงกันให้พอพระวรกายสูงทรงพระดำเนินเข้าไปในกระโจมหยางเสียอยากจะวิ่งตามแต่อีกคนก็ไม่ปล่อยนางง่ายๆ
เหอเซียวไห่จับตัวชายหนุ่มร่างเล็กไปแล้วก็รู้สึกแปลกใจที่กล้ามเนื้อของเจ้าหนุ่มหน้ามนไม่หนั่นแน่นอย่างที่ควรจะเป็นรองแม่ทัพของค่ายถอยห่างออกมาเพื่อมองอีกคนให้ถนัดตา
“อยู่นี่คงเอาแต่กินกับนอน ปรกติก็อ้อนแอ้นอย่างกับผู้หญิงอยู่แล้วเจ้ายังจะทำตัวนุ่มนิ่มแขนอ่อนอย่างนี้อีก พรุ่งนี้...เอาไว้พรุ่งนี้เถอะข้าจะเคี่ยวเจ้าให้หนักเลยคอยดู!” เหอเซียวไห่หมายมั่นปั้นมือสีหน้าจริงจังท่าทางขึงขัง
หยางเสียทำหน้ายู่ใส่ชายหนุ่ม ไม่ทันที่เขาจะโต้ตอบอู๋อี้หวินก็ปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน
“อี้หวินจ๋า...คิดถึงข้าไหมคืนนี้เราจะได้นอนด้วยกันแล้ว” เหอเซียวไห่ลากเสียงยาว ละสายตาจากหยางเสียที่กำลังรอจังหวะจะฉวยโอกาสเดินหนีเขาแต่อีกมือกลับยังดึงแขนเสื้อนางไว้
“คิดถึงข้าไหมคืนนี้เราจะได้นอนด้วยกันเล้ว” ยังคงเป็นชายหนุ่มผิวคร้ามเข้มที่พล่ามประโยคเดิม ตั้งแต่ลงหลังม้ามาเขายังไม่หุบปากสักอึดใจ
“อี้หวิน!” คราวนี้ชายหนุ่มขึ้นเสียงสูงเพราะเกิดความรู้สึกฉุนแล้ว เมื่ออีกฝ่ายยังทำทีไม่สนใจแม้จะหันมามองเขาด้วยซ้ำร่างสูงใหญ่ปล่อยมือจากแขนเสื้อของหยางเสีย หมายกระโดดเข้าใส่คนหน้าสวยแต่เพื่อนรุ่นพี่นั้นไวกว่าหันมาใช้ฝ่ามือซัดจนเขาหน้าหงาย
“โอ๊ย!...เจ็บนะ!”
“ข้าหมายให้เป็นดังนั้น”อู๋อี้หวินบอกเสียงเรียบก้าวผ่านเข้าประตูกระโจมของท่านแม่ทัพใหญ่
ตลอดเวลาหยางเสียได้แต่ยืนทำตาปริบ ๆ แล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรรั้งตัวอยู่กับรองแม่ทัพเหอนาน หญิงสาวรีบเผ่นตามร่างสูงโปร่งของอีกคนทันที