ตอนที่ 5 : วันที่เรายืนคนละฟากถนน
เสียงเรือหางยาวแล่นผ่านกลางลำน้ำโขงอีกครั้ง คลื่นเล็ก ๆซัดเข้าหาฝั่งเป็จังหวะ ชัยยศยกแก้วกาแฟขึ้นจิบกลิ่นขมที่เคยชินไม่ช่วยกลบความหน่วงในอกได้เลย
เขารู้ดีว่าหลังคืนคอนโดกับปีใหม่ ชีวิตตัวเองไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป
แต่ถ้าถามว่า “จุดไหน” กันแน่ที่เริ่มทำให้ระยะระหว่างเขากับนิ่มไม่ใช่เพียงระยะทาง แต่เป็ระยะห่างในใจ—
เช้านั้น…ที่กรุงเทพฯ
วันแรกที่นิ่มลาพักจากวิทยาลัยพยาบาล มาหาเขาที่มหาวิทยาลัย
ชัยยศหลับตา ปล่อยให้ภาพนั้นย้อนกลับมาชัดในหัว
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
เช้าตรู่วันอาทิตย์
ห้องเช่าขนาดเล็กใกล้มหาวิทยาลัย
เสียงเคาะประตูห้องจากด้านนอก กับเสียงไอ้ธีร์ะโ
“ไอ้ยศ! ตื่นยังวะ!”
ชัยยศสะดุ้งสุดตัว ลุกขึ้นนั่งผมยุ่ง เสื้อยืดเก่า ๆยับย่นเต็มไปหมด เขาหยิบดูนาฬิกาข้อมือเก่า
แปดโมงครึ่ง
“อะไรของมึงแต่เช้าวะ!” เขาะโกลับทั้งที่เสียงยังแหบ ๆ
“ลงมาดูเองเถอะ!”
น้ำเสียงของธีร์ไม่ใช่แบบจะชวนไปเตะบอล
แต่เป็น้ำเสียง “มีเื่”
ชัยยศคว้ากางเกงขายาวใส่เสื้อยืดตัวที่ยังไม่เหม็นเหงื่อจนเกินไป ล้างหน้าอย่างลวก ๆก่อนเปิดประตูห้องเดินลงบันไดไปชั้นล่าง
พอเลี้ยวหัวบันไดมาถึงหน้าห้องเช่าแถวล่าง เขาก็ชะงัก
นิ่ม…ยืนอยู่ตรงนั้น
ชุดพยาบาลนักศึกษาสีอ่อน กระโปรงยาวถึงเข่า รองเท้าหนังดำมันวาวผมเกล้ามวยเรียบร้อย ใบหน้าสดไม่มีเครื่องสำอางจัดจ้านเหมือนนักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัย
เธอดูเรียบร้อย
สะอาดตา
แต่ในสายตาของเขา เธอกลับ “โตขึ้น” อย่างเห็นได้ชัด
จากเด็กผู้หญิงที่เคยวิ่งเล่นในค่าย
วันนี้กลายเป็สาวพยาบาลฝึกหัดที่ยืนยิ้มให้เขาอย่างลังเลและตื่นเต้นผสมกัน
“เซอร์ไพรส์ไหม” เธอพูดเบา ๆ
หัวใจเขากระแทกอกวูบหนึ่ง
“มาได้ยังไงเนี่ยนิ่ม!” น้ำเสียงเขาดังเกินปกติโดยไม่ตั้งใจ
สมศักดิ์ ที่มายืนเกากำแพงข้าง ๆ ขำแห้ง
“กูนี่แหละไปรับจากสถานีรถบัสให้ ั้แ่ตีห้าแล้ว”
สมเกียรติที่โผล่หน้ามาจากหลังเสาเสริม
“เมื่อวานนิ่มโทรไปหาพ่อมึง พ่อมึงก็เลยให้ที่อยู่หอมึงนั่นแหละไม่ค่อยรับสายใคร”
“ก็…เค้าฝึกงานเวรดึกอะยศ” นิ่มรีบเสริม “พอมีวันหยุดเต็ม ๆ วันเลยคิดว่า…อยากมาดูที่เรียนของยศบ้าง”
คำว่า “อยากมาดูที่เรียนของยศ”ทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนจับได้ว่าตัวเองลืมเล่าอะไรไปเยอะ
เขาเผลอยิ้มออกมา
“ก็ดีสิ มาแล้ว…ก็น่าจะบอกก่อน”
“บอกแล้วไม่เซอร์ไพรส์สิ” นิ่มตอบ น้ำเสียงคล้ายขำ แต่ตาเธอมองสำรวจร่างเขาั้แ่หัวจรดเท้า
เสื้อยืดเก่า กางเกงขายาว ไม่น่าเกลียด
แต่เธอคงเดาได้ว่ามันคือชุดที่เขา “คว้าได้ก่อนสุด”มากกว่าจะตั้งใจเลือก
“เดี๋ยวกูไปก่อนนะ” สมศักดิ์ตบบ่าชัยยศเบา ๆ“เดี๋ยวให้มึงพาทัวร์มหาลัย ผู้หญิงเขาเดินทางมาตั้งไกลโว้ย”
สมเกียรติผิวปากแซว
“อย่าพาแต่เข้าร้านข้าวแกงละมึงเดี๋ยวผู้หญิงเขาคิดว่ามหาลัยมึงมีแต่อาหารจานละสี่บาท”
“ไปไหนก็ไปเลยพวกมึง” ชัยยศด่า แต่แก้มร้อนขึ้นจาง ๆ
พอเหลือกันสองคน สายตาของนิ่มก็หันมาจับที่เขาเต็ม ๆ
“ห้องยศ…อยู่ชั้นบนเหรอ”
“อือ…รก ไม่ได้เก็บ กินข้าวก่อนมั้ย”
“ยังจ้ะ กินข้าวต้มบนรถมานิดหน่อยแล้ว พาเดินดูมหาลัยได้ไหม”
“ได้สิ”
เขาตอบโดยอัตโนมัติ
แต่ในหัว…นึกถึงอย่างอื่น
นึกถึงข้อความที่ปีใหม่ทิ้งไว้ในกระดาษเมื่อวาน
“พรุ่งนี้บ่าย เจอกันที่คณะนะ น้องรหัส พี่มีงานกลุ่มให้ช่วยหน่อย”
และคืนนั้นเขาดันรับปากไปแล้วว่า “ได้ครับ”
ตอนนี้เช้าอยู่ก็จริง
แต่มหาวิทยาลัยกับคอนโดไม่ได้ไกลกันมากขนาดนั้น
ชัยยศสูดหายใจเข้าลึก ๆ กดความคิดเื่ปีใหม่เก็บไว้ข้างในก่อน
“ไป เดี๋ยวพาเดินดูรอบ ๆ ก่อน”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ทางเดินกว้างในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยต้นไม้สูงเรียงราย ร่มครึ้มทั้งสายตานักศึกษาบางส่วนเดินสวนไปมา แต่เพราะเป็วันหยุด คนเลยไม่เยอะเท่าวันเรียน
นิ่มเดินเคียงข้างเขามองโน่นดูนี่เหมือนเด็กไปเที่ยวสวนสนุกครั้งแรก
“มหาลัยยศ…กว้างกว่าที่คิดอีกนะ”
“ก็…กว้างอยู่” เขาหัวเราะเบา ๆ “ตอนแรก ๆ ก็หลงเหมือนกันเดินผิดตึกบ่อย”
“เทียบกับค่ายทหารแล้ว เป็ไง”
“คนละแบบกันเลย ที่นี่…เหมือนโลกคนละใบ”
นิ่มยิ้มจาง ๆ
“ได้ยินแบบนี้แล้ว ก็สบายใจหน่อยว่ายศไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวแบบวันแรก ๆ”
เขาหันไปมองเธอ
“แล้วนิ่มล่ะ วิทยาลัยพยาบาลเป็ไงบ้าง”
เธอเล่าด้วยน้ำเสียงกึ่งบ่นกึ่งภูมิใจ
ทั้งเื่อาจารย์ดุ เื่ฝึกเช็ดตัวคนไข้เื่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เื่ห้องฉุกเฉินที่เสียงดังทั้งวัน
“บางทีเราก็…นอนไม่พอ แต่พอคิดว่าอีกหน่อยจะได้เป็พยาบาลเต็มตัวก็รู้สึกว่าเหนื่อยวันนี้คงคุ้มในวันข้างหน้า”
เขาฟังแล้วรู้สึกเคารพเธอในแบบที่ต่างออกไปจากเมื่อก่อน
“อยู่หอในตลอดเลย?”
“อือ…ออกได้บ้างถ้าขออนุญาต แต่ต้องกลับก่อนเวลาที่เขากำหนดวันนี้เราเลยต้องรีบมาหาแต่เช้า แล้วก็กลับไม่ดึกมาก”
“เหนื่อยไหม”
“เหนื่อย…แต่คิดถึงเลยต้องมา”
คำตอบนั้นเรียบง่าย แต่ตรงจนเขาสะอึก
เขาไม่รู้จะตอบอะไร
เลยได้แค่หัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อน
“เดี๋ยวพาไปดูตึกคณะก่อน แล้วค่อยพาไปโรงอาหาร”
“ได้สิ เราอยากเห็นห้องเรียนยศด้วย”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ตึกคณะสังคมศาสตร์ยามวันหยุดเงียบกว่าปกติมีเพียงนักศึกษาบางคนมานั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้หรือในมุมโต๊ะหินอ่อน
นิ่มเดินลูบขอบราวบันไดเบา ๆ
“บันไดที่นี่…ไม่เหมือนของค่ายเราเลย”
“ต่างกันยังไง”
“ตรงนี้รู้สึกเหมือนพอเดินขึ้นไปแล้ว มีทางเลือกเยอะกว่า”เธอยิ้ม “ของค่ายทหาร เดินขึ้นบันไดไปแล้ว มันมีแต่ห้องเดิม ๆกับเสียงครูฝึกะโ”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
สิ่งที่เธอพูดมันไม่ใช่แค่เื่บันได
มันคือเื่ชีวิต
เขามองมือเธอที่ยังลากไปตามราวบันไดอย่างเบามือ
มือคู่นั้นในอนาคตจะเช็ดตัวคนไข้
กดสายยางน้ำเกลือ
จับมือคนป่วยให้กำลังใจ
ส่วนมือของเขา…ตอนนี้กำลังถือเล็คเชอร์ที่ปีใหม่เขียนให้ในกระเป๋า
สองชีวิต กำลังแยกออกไปคนละเส้นทางชัดขึ้นทุกที
“ไปดูห้องเรียนไหม” เขาชวน
“ได้สิ”
ในห้องเรียนว่างเปล่า นิ่มลองนั่งลงเก้าอี้แถวกลางก้มมองโต๊ะที่เต็มไปด้วยร่องรอยปากกา
ชื่อใครสักคน
คำด่าระบายอารมณ์
เส้นขีดวาดเล่น
เธอยิ้มบาง ๆ
“นั่งตรงนี้แล้ว…รู้สึกดีจัง”
“ดีตรงไหน”
“ดีที่รู้ว่ายศ…ได้มีที่นั่งเป็ของตัวเองในโลกแบบนี้”
เขามองหน้าเธออย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี
“ลงไปกินข้าวกันเถอะ” เขาพูดตัดบท
“อืม”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
โรงอาหารมหาวิทยาลัยวันหยุดมีร้านเปิดไม่กี่ร้านหนึ่งในนั้นคือร้านข้าวแกงประจำที่เขากินบ่อย
“กินแบบนี้โอเคไหม” เขาถามด้วยความเกรงใจ
นิ่มหัวเราะ
“โอเคสิ เรากินง่ายอยู่แล้วอาหารโรงอาหารดูสะอาดกว่าโรงเลี้ยงทหารอีก”
เขาสั่งข้าวแกงสองจาน น้ำแข็งเปล่าหนึ่งเหยือก นั่งลงตรงข้าม
ดูเผิน ๆมันเป็ภาพธรรมดาของเพื่อนสมัยมัธยมที่นั่งกินข้าวด้วยกัน
ต่างกันแค่ว่า…หัวเขามีภาพร้านหรูที่เคยไปกับปีใหม่ลอยมาเทียบอยู่
เขานึกถึงเก้าอี้นุ่ม ๆ
ผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด
พนักงานมาเสิร์ฟน้ำด้วยถ้อยคำสุภาพ
แล้วหันมามองโต๊ะเหล็กบาง ๆ
เก้าอี้พลาสติก
คนลุกเดินไปเดินมา
ความรู้สึกผิดบิดตัวเงียบ ๆ อยู่ในอก
“คิดอะไรอยู่” นิ่มถามขึ้นขณะคนข้าวในจาน
“ก็…เฉย ๆ คิดเื่สอบนิดหน่อย”
“ยศดู…ไกลขึ้นนะ”
เขาชะงัก
“ไกลยังไง”
“ไม่รู้สิ” เธอยิ้มบาง ๆ“อาจเพราะวันนี้มหาลัยมันใหญ่กว่าที่เราเคยคิด ยศเลยเหมือนยืนอยู่ในที่กว้าง ๆมากกว่าเมื่อก่อน”
คำพูดของเธอไม่ได้กล่าวหา
แต่เต็มไปด้วยการสังเกตอย่างคนที่คอยมองอยู่ห่าง ๆ มาตลอด
“เราอาจจะคิดไปเองก็ได้” เธอรีบพูดต่อ “พอไม่ค่อยได้เจอกันเลยรู้สึกแปลก ๆ”
เขาวางช้อน เงยหน้ามองเธอจริงจัง
“นิ่ม…”
“หืม?”
“แต่ว่า…สำหรับเรา นิ่มก็ยังเป็เหมือนเดิมนะ”
พูดจบ เขาก็รู้ตัวว่าประโยคนั้นมีหลายส่วนที่ไม่ตรงกับความจริงเสียทีเดียว
เธอยังสำคัญ
แต่มันไม่ใช่ “เหมือนเดิม” ทั้งหมด
นิ่มยิ้มรับ
“แค่นั้นก็ดีแล้ว”
เธอไม่ถามต่อ
ไม่เซ้าซี้
ไม่เรียกร้องให้เขาพิสูจน์
และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หลังอาหารกลางวันเขาพาเธอเดินไปดูสนามหญ้าใหญ่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยแถวนั้นมีร้านไอศกรีมรถเข็นจอดอยู่
“กินไหม”
“จ้ะ”
เขาซื้อไอศกรีมแท่งให้เธอหนึ่งอัน ตัวเองอีกอันทั้งสองนั่งบนขอบฟุตบาทมองคนเดินผ่าน
ลมอ่อน ๆ พัดกลิ่นดินชื้นจากสนามหญ้า
“ยศ…”
“ว่าไง”
“ถ้าสมมุติ วันหนึ่ง ยศมีเพื่อนใหม่เยอะมาก มีคนที่สนิทในมหาลัยมีคนที่คอยอยู่ด้วยเวลาเหงา…”
เธอพูดช้า ๆ แล้วหันมามองเขา
“ยศจะยังมีเวลาสำหรับคนจากค่ายทหารคนเดิมไหม”
เขากัดไอศกรีมคำหนึ่ง รู้สึกเย็นจี๊ดฟันไปถึงหัวใจ
“ทำไมถามแบบนี้”
“ก็แค่นึกเล่น ๆ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อน “เวลาเราอยู่หอพยาบาลเราเห็นเพื่อนบางคน เข้ามหาลัยแยกกันก็จริง แต่ยังโทรหากันทุกวัน คุยกันตลอดบางคนกลับกันไปมาหาสู่ ส่วนบางคู่…เงียบหายไปเลย”
คำว่า “บางคู่เงียบหายไปเลย”ถูกเน้นขึ้นในหัวเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
เขาอยากพูดว่า “เราจะไม่เป็แบบนั้น”
แต่ประสบการณ์หลายเดือนหลังจากรู้จักปีใหม่บอกเขาว่า—
คำสัญญาแบบนั้น…มันห่างจากความจริงเกินไป
เลยได้แต่ตอบกลาง ๆ ว่า
“เรายังอยู่ตรงนี้แหละนิ่ม แค่…ชีวิตมันมีอะไรให้ทำมากขึ้น”
เธอมองเขานิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง
“อืม เราเข้าใจ”
เพียงเท่านั้น
ไม่มีการหักห้าม
ไม่มีคำกดดัน
เธอยอมรับคำตอบที่ไม่สมบูรณ์ของเขา…อย่างที่เคยทำมาตลอด
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
่บ่ายคล้อย แดดเริ่มอ่อน
เขาดูนาฬิกาอีกครั้ง
อีกไม่นานก็ถึงเวลานัดของปีใหม่แล้ว
“นิ่ม…”
“จ้ะ”
“เรา…อาจต้องไปเคลียร์งานที่คณะตอนเย็น ๆ นิดหน่อยพี่ปีสองเขานัดคุยเื่งานกลุ่ม”
เขาพูดตรง ๆ ไม่ได้โกหกทั้งหมดแต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดเช่นกัน
นิ่มไม่ได้ถามว่า “พี่ปีสองคนไหน”
ไม่ได้ถามว่าทำไมถึงสำคัญขนาดต้องแยกจากกันวันนี้
เธอเพียงพยักหน้า
“ไม่เป็ไรหรอก เราเองก็ต้องกลับไปขึ้นรถเหมือนกันขากลับคงเหนื่อย งั้น…ก่อนกลับขอไปดูหน้าหอพักยศได้ไหมอยากเห็นว่าที่ที่ยศอยู่เป็ยังไง”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ไปสิ”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ห้องเช่าชั้นสามที่เขาอยู่ ไม่ได้มีอะไรน่าดูเป็พิเศษ
เตียงเดี่ยว
โต๊ะเขียนหนังสือ
กองเสื้อผ้าพับบ้างไม่พับบ้าง
ชั้นหนังสือที่มีทั้งตำราเรียน และเล็คเชอร์ของปีใหม่จัดวางรวมกัน
นิ่มเดินเข้ามาช้า ๆ มองรอบ ๆ ห้อง
“ห้องยศ…ก็มีทุกอย่างนะ”
“ก็ตามประสาเด็กอยู่หอ” เขายิ้มแห้ง ๆ “ไม่หรู แต่พออยู่ได้”
สายตาของเธอสะดุดกับแฟ้มเล็คเชอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะ
บนปกแฟ้ม มีตัวหนังสือหวัด ๆ เขียนว่า
“สังคมวิทยา – ปีใหม่”
เธออ่านแล้วนิ่งไปเสี้ยววินาที
“พี่รหัส…ชื่อปีใหม่เหรอ”
“อือ…” เขารู้สึกคอแห้งขึ้นมาทันที “เขาทำเล็คเชอร์ไว้ให้ปีที่แล้วเลยให้เรายืมอ่าน”
“ดีจังเลยนะ” นิ่มยิ้ม “ยศโชคดีจังที่มีคนคอยช่วยเื่เรียนแบบนี้”
คำว่า “โชคดี” ทำให้เขารู้สึกย้อนแย้งในใจ
โชคดี…หรือโชคร้ายกันแน่
เขามองหน้าตัวเองในกระจกสั้น ๆ บนโต๊ะ
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองผู้หญิง
คนหนึ่งคือเพื่อนที่โตมาด้วยกัน
อีกคนคือพี่ปีสองที่พาเขาเข้าไปในโลกแบบใหม่ ทั้งในห้องเรียนและในเตียงนอน
นิ่มเดินไปแตะขอบหน้าต่าง มองออกไปนอกตึก
“จากตรงนี้ มองออกไปเห็นต้นไม้เยอะดีนะ”
“อือ…เวลาเหนื่อย ๆ ก็นั่งมองข้างนอก”
เธอหันกลับมา มองเขาตรง ๆ
“ดีแล้วล่ะ ที่ยศไม่ได้อยู่คนเดียวในที่ที่ไม่คุ้นพี่รหัสก็ดูแลเื่เรียน เพื่อนก็เยอะขึ้น โลกยศกว้างขึ้น”
แล้วเธอก็พูดต่อเบา ๆ
“เราคง…ไม่ได้อยู่ใกล้ยศเหมือนแต่ก่อนแล้วจริง ๆ”
เขารีบส่ายหัว
“ไม่ใช่แบบนั้นนิ่ม”
“ไม่เป็ไรหรอก” เธอยิ้ม สีหน้าเหมือนคนที่เตรียมใจมาพอสมควร“เราแค่…ต้องปรับตัวตามยศเหมือนกัน”
คำว่า “ตามยศ”ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเร็วเกินไปโดยไม่หันกลับมามองคนที่เดินมาด้วยกันั้แ่ต้นทาง
ก่อนออกจากห้อง นิ่มหันไปมองโต๊ะอีกครั้ง
สายตาเธอหยุดอยู่ที่แฟ้มเล็คเชอร์ของปีใหม่คราวนี้นานกว่าตอนแรกเล็กน้อย
แต่เธอไม่พูดอะไรอีก
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ตอนเย็น ใกล้เวลานิ่มต้องกลับวิทยาลัยพยาบาล
เขาไปส่งเธอที่ป้ายรถสองแถวหน้ามหาวิทยาลัยซึ่งจะต่อไปถึงสถานีรถบัส
บรรยากาศรอบข้างเริ่มครื้ม ฟ้าดูคล้ายฝนจะลงเม็ด
คนรอรถไม่มากนัก
นิ่มสะพายกระเป๋าใบเดิมที่เธอแบกมาั้แ่เช้า มองป้ายรถแล้วหันมาทางเขา
“ขอบคุณนะยศ”
“ขอบคุณอะไร”
“ขอบคุณที่ให้เราเข้ามาในโลกอีกใบของยศวันนี้”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“แค่เดินดูตึกกับกินข้าวโรงอาหารเอง”
“สำหรับเรา…มันไม่แค่นั้นหรอก”
เธอสูดหายใจเข้าลึกเหมือนรวบรวมความกล้า
“ยศ…”
“หืม”
“ต่อไป ถ้าวันไหน…ยศไม่มีเวลาโทรหาเราหรือยุ่งกับชีวิตในมหาลัยมากจริง ๆ เราจะไม่โกรธนะ”
เขาขมวดคิ้ว
“พูดอะไรแบบนั้นทำไม”
“แต่เราขออย่างเดียว” เธอพูดช้า ๆ ชัดทุกคำ
“อย่าลืมว่า ก่อนที่ยศจะมีวันนี้…ยังมี ‘เมื่อก่อน’ของเราสองคนอยู่ด้วยก็แล้วกัน”
หัวใจเขาเต้นแรง
ภาพตอนวิ่งเล่นในค่ายทหาร
ตอนนั่งกินข้าวร้านเดิมหน้าค่าย
ตอนเดินกลับบ้านด้วยกันในชุดนักเรียน
ทุกอย่างไหลย้อนกลับมา
“เราไม่เคยคิดจะลืมเลยนิ่ม” เขาตอบเสียงแ่
“ดีแล้ว”
รถสองแถวแล่นเข้ามาจอด เสียงเบรกดัง
นิ่มมองรถคันนั้นแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง
“ตอนนี้…ยศมีคนดูแลในโลกนี้หลายคนแล้วเราเห็นแล้วแหละจากเล็คเชอร์ในห้อง”
เขาสะดุ้งวูบ
เธอรู้…
แต่สายตาเธอไม่ได้กล่าวโทษ
“เราอาจจะไม่ได้อยู่ใกล้ยศตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน แต่ถ้าวันไหน…ยศล้มลงจริงๆ แล้วไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ” เธอพูดต่อ “เราอยากให้ยศนึกถึงเราเป็คนแรกได้อยู่ดี”
คำพูดนั้นเหมือนการฝากหัวใจไว้เงียบ ๆ
ไม่หวือหวา
ไม่เรียกร้องให้สัญญา
แค่…ขอให้ “ยังเป็ที่พึ่งเวลาไม่มีใคร”
เขาพยักหน้า
“อือ…”
“งั้น…ไปก่อนนะ”
เธอก้าวขึ้นรถสองแถว หันมามองเขาอีกครั้งผ่านกระจก
รถเคลื่อนออกจากป้ายช้า ๆ ทิ้งเขาไว้ยืนคนเดียวข้างทาง
ถนนข้างหน้าแบ่งออกเป็สองสาย
สายหนึ่งไปทางสถานีรถ
อีกสายหนึ่งกลับไปทางมหาวิทยาลัย
และเขา…ต้องหันหลัง เดินกลับไปทางมหาวิทยาลัย
ไปหางานกลุ่มที่ปีใหม่รออยู่
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ค่ำวันนั้น ในห้องชมรมเล็ก ๆ ของคณะ
ปีใหม่วางแฟ้มงานลงบนโต๊ะ มองหน้าเขา
“น้องรหัสมาสายไปสิบนาที มีข้อแก้ตัวไหมคะ”
เขาฝืนยิ้ม
“ไปส่งเพื่อนกลับหอนิดหน่อยครับ”
“เพื่อน…คนที่โทรมาเมื่อคืนหรือเปล่า”
คำถามเหมือนวัดใจ
เขาเลือกตอบกลาง ๆ
“เพื่อนเก่าสมัยค่ายทหารครับ มาหามหาลัยวันแรก เลยพาเดินดูหน่อย”
ปีใหม่มองหน้าเขานิ่ง แล้วหัวเราะหึ ๆ
“ก็ดีนะ มีคนจากบ้านเก่ามาเห็นชีวิตใหม่ของยศบ้าง”
น้ำเสียงเธอฟังดูปกติ
แต่ในสายตากลับมีอะไรบางอย่างพลอยเปลี่ยน
ฉับพลัน เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงไปคนละทิศจากสองมือ
มือหนึ่ง…คือมือของนิ่ม ที่ปล่อยเขาเดินไปต่อ แต่ยังบอกว่า“ล้มเมื่อไหร่ ให้นึกถึงเรา”
อีกมือหนึ่ง…คือมือของปีใหม่ที่ดึงเขาเข้ามาใกล้โลกแห่งเสรีและความเร่าร้อนที่ไม่มีใครบอกว่า “ผิด”นอกจากเสียงในใจตัวเอง
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
กลับมาที่ริมโขงในวันนี้
ชัยยศถอนหายใจยาว มองสายน้ำยามสายที่ไหลเรื่อย
“วันนั้น…ฉันเหมือนยืนอยู่ตรงกลางถนนจริง ๆ” เขาพึมพำ
ฟากหนึ่งคืออดีต
อีกฟากคือโลกใหม่
และเขาเลือกเดินไปข้างหน้า
โดยที่หันกลับไปมองคนที่ยืนมองตามอยู่ข้างหลังก็จริง
แต่ไม่ได้หยุดเท้าแม้สักก้าวเดียว
มือเหี่ยวย่นกำแก้วกาแฟแน่นขึ้นเล็กน้อย
“นิ่มเอ๊ย…ถ้าวันนั้นฉันกล้าถามเธอให้ชัด ๆว่าอยากให้เราเป็อะไรกัน…ทุกวันนี้ เื่หลายเื่อาจไม่หนักหัวใจขนาดนี้ก็ได้”
แต่ถ้าไม่มีปีใหม่
เขาก็จะไม่มีอีกบทของชีวิตที่สำคัญไม่แพ้กัน
ดงรักของเขา…ไม่เคยมีทางที่ “ถูกต้องทั้งหมด” ั้แ่แรก
มีแต่ทางที่เขาเลือก
แล้วต้องยอมรับราคาของมันเอง
— จบตอนที่ 5 —