บทที่8
ฝึกฝนร่างกาย
รัตติกาลผ่านพ้นเช้าวันใหม่ปรากฏแสงอรุณแรกของวันสาดส่องแสงแดดอ่อนๆผ่านม่านเมฆสีครามลงมาสู่พื้นปฐีม่านหมอกสีขาวยังคงอยู่อย่างบางๆ ไอเย็นใน่ยามราตรียังคงปกคลุมอยู่รอบบริเวณ
่เวลาในยามนี้มันเหมาะสมกับการที่จะออกกำลังกายเพื่อที่จะเรียกเร้นเหงื่อในยามเช้าร่างของบุรุษวัยสิบแปดที่สวมใส่ชุดผ้าสีดำรัดรูปที่ดูธรรมดาธรรมดากำลังวิ่งอยู่ภายในป่า
ตึก!!ตึก!!! ตึก!! เท้าทั้งสองข้างกำลังก้าวไปด้านหน้าพร้อมกับออกแรงวิ่งอย่างเต็มแรงหัวใจภายในหน้าอกข้างซ้ายกำลังเต้นถี่ระรัวเขากำลังพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายตนเอง
บนใบหน้าอันหล่อเหลาดูดีบัดนี้เม็ดเหงื่อไหลเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งใบหน้าแต่ถือว่ายังโชคดีที่ทั่วทั้งบริเวณมันยังคงมีไอเย็นใน่ยามราตรีที่เพิ่งผ่านพ้นหลงเหลืออยู่พอจะบรรเทาความเหนื่อยล้าภายในร่างกายไปได้บ้าง
หลี่หยางตัวของเขากำลังออกแรงวิ่งอย่างเต็มแรงภายในป่าที่อยู่ใกล้ๆกองทัพเส้นทางมันเต็มไปด้วยความคดเคี้ยวและซับซ้อนเขาไม่ได้วิ่งเป็เส้นตรงแต่ทำการวิ่งสลับไปมาระหว่างต้นไม้
ในขณะที่กำลังวิ่งเสียงหายใจมันก็ดังอยู่ภายในหูทั้งสองข้างเขาได้ยินเสียงหายใจของตนเองอย่างชัดเจน
---
ระบบ: ค่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 1 หน่วย
---
---
ระบบ: : ค่าความรวดเร็วเพิ่มขึ้น 1 หน่วย
---
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นในขณะที่เขากำลังวิ่งอยู่
เขาวิ่งมาเช่นนี้ั้แ่ดวงตะวันนั้นยังไม่ขึ้นยามนี้ดวงอาทิตย์มันได้ปรากฏอยู่บนฟ้าแล้ว
หลังจากที่ทำการวิ่งอยู่คนเดียวภายในป่าแห่งนี้เป็เวลานานหลี่หยางถ้าหยุดเท้าของตนเองแล้วได้ทำการวิ่งกลับไปยังกองทัพ
ร่างกายที่เปียกปอนไปด้วยเม็ดเหงื่อตัวของเขากำลังพยายามฝึกฝนร่างกายเพื่อที่จะทำให้ความสามารถภายในร่างกายของเขามันพัฒนาขึ้นมา
ในตอนแรกก็กำลังวิ่งแต่เมื่อรู้ตัวว่ากำลังใกล้จะกลับถึงกองทัพเขาได้ค่อยๆเปลี่ยนจากการวิ่งเป็จังหวะการเดินอย่างช้าๆ
ในขณะที่เขากำลังเดินกลับหลี่หยางถือโอกาสยกฝ่ามือของตนเองขึ้นแล้วก็ทำการตวัดมันลงมานี่เป็สิ่งที่เขาเรียนรู้
----------------
ชื่อ หลี่หยาง LV2
เผ่ามนุษย์
ฉายา-----
HP[130/130]
MP[50/50]
ค่าความเหนื่อยล้า[100/70]
ค่าความหิว[100/70]
ค่าประสบการณ์EXP[200/40]
ค่าสเตตัสหลัก
ความแข็งแกร่ง14 หน่วย
ความรวดเร็ว15 หน่วย
ความยืดหยุ่น12 หน่วย
ประสาทัั12 หน่วย
เส้นพลังปราณ12 หน่วย
สติปัญญา12 หน่วย
---------------
ข้อความจากระบบมันได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขาค่าสเตตัสของเขาในตอนนี้
การขยับมือของเขาโดยการที่ตวัดฝ่ามือจาก้าลงด้านล่างอย่างรุนแรงมันทำให้ปรากฏหน้าต่างสเตตัสแบบนี้ขึ้นมา
หลี่หยางดวงตาของตนเองจ้องมองสเตตัสที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าของตนเองในตอนนี้ดวงตามองเท้าทั้งสองข้างก้าวเดิน
“ ออกวิ่งมาได้ประมาณ 2 ชั่วโมงค่าความรวดเร็วเพิ่มขึ้น3 ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 2 งั้นเหรอ?”
“ ทั้งที่เหนื่อยเหมือนกับร่างกายจะแตกเนี่ยนะ ” หลี่หยางในขณะที่กำลังเดินกลับเขาบ่นพึมพำด้วยความเหนื่อยใจ
เขาทำการออกวิ่งอย่างต่อเนื่องภายในป่าเพื่อฝึกฝนร่างกายมาได้ประมาณ2 ชั่วโมงแต่ค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นมามันมีเพียงแค่ความรวดเร็ว 3 หน่วยแล้วก็ความแข็งแกร่ง 2 หน่วยเท่านั้น
เดินไปเดินมาก็เดินกลับมาถึงกองทัพเมื่อหลุดพ้นออกมาจากเขตป่า
“ นายน้อย!!! ” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น
หลี่หยางที่กำลังเดินก้มหน้ามองหน้าต่างของระบบด้านหน้าของตนเองเงยใบหน้าขึ้นมามองตรงไปด้านหน้า
ร่างของข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์วิ่งตรงมาอย่างหน้าตาตื่นมันวิ่งตรงมาหยุดลงตรงหน้าผู้เป็นายลมหายใจของอีกฝ่ายกำลังหายใจเหนื่อยหอบอย่างถี่ระรัว
“ มีอะไรของเ้าอี้ชิง? ” หลี่หยางเอ่ยถามกลับไป คิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากัน
“ นายน้อยไปที่ใดมาหรือขอรับอุตส่าห์ตามหาท่านตั้งนานตอนที่ตื่นมาไม่เห็นท่านอยู่ข้างกายข้าก็นึกว่าท่านจะเป็อันใดไปเสียอีก” อี้ชิงที่มันรีบร้อนหน้าตาตื่นมานี่เพราะว่ามันทำการวิ่งตามหานายน้อยของตัวเองเสียให้ทั่ว
มันวิ่งตามในน้อยของตนเองเพราะว่ายามตื่นมานายน้อยของมันหายไปจากข้างกายมันก็คิดว่านายน้อยของมันจะได้รับอันตรายอันใด
“ ข้าไปวิ่งมา ”
“ วิ่งอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
“ นายน้อยจะวิ่งด้วยเหตุอันใด? ” ข้ารับใช้ที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าฉงน
“ ตัวของข้าก็วิ่งเพื่อฝึกฝนร่างกายยังไงล่ะเ้าลืมไปแล้วอย่างนั้นหรอว่าข้าบอกว่าข้าจะเอาชีวิตรอดภายในาครั้งนี้” หลี่หยางพูดกลับไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ เื่นั้น… ” อี้ชิงแสดงใบหน้าประหลาดใจมันไม่คิดว่าในน้อยของมันจะพูดจริงตอนนี้มันเริ่มรู้สึกอย่างแน่ชัดแล้วว่าในน้อยของมันเปลี่ยนไปราวกับว่าเป็คนละคน
ก่อนหน้านี้นายน้อยของมันเป็คนที่หวาดกลัวอ่อนแอแล้วก็ไร้ความสามารถ
อย่าว่าแต่จะทำการออกแรงวิ่งเลยเพียงแค่เดินเพียงแค่เล็กน้อยก็เหนื่อยหอบจนไม่อยากจะเดินแล้วแต่ในตอนนี้กลับบอกว่าไปออกแรงวิ่งเพื่อฝึกฝนร่างกายมา
“ เ้าไปรับเสบียงตอนเช้าในส่วนของข้ามาด้วยแล้วก็นำกระบี่ตามข้าไปที่บริเวณต้นไม้ขนาดใหญ่ด้านหลังของกองทัพ ” หลี่หยางสั่งเสร็จเขาก็ทำการเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปถึงเป้าหมายของตนเอง
“ ขอรับ ” แม้ว่าจะขานรับด้วยใบหน้าที่งุนงงแต่ว่าอี้ชิงก็กระทำทุกอย่างตามที่นายน้อยของตนเองทำการสั่งการมาทั้งหมด
ตัวของมันเร่งเดินทางไปรับเสบียงในตอนเช้าที่มันจะมีส่งมอบให้กับเหล่าทหารอยู่แล้วแล้วก็ได้นำกระบี่ของมันแล้วก็นายน้อยนำทุกอย่างมุ่งตรงไปยังบริเวณด้านหลังกองทัพ
†††
ยามสายของวันกองทัพของทั้งสองฝ่ายตั้งรับเผชิญหน้าวันนี้กองทัพของดินแดนผู้ที่ทำการบุกทะลวงออกไปเพื่อรับศึกในวันนี้มันคือกองทัพของกองกำลังที่4 ที่เข้าไปประเชิญหน้ากับกองทัพของเผ่ามาร
สมรภูมิรบอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยซากศพ2 กองทัพเข้าฟาดฟันกันเสียงของกระบี่และอาวุธต่างๆกระทบกันดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนภายในามีแต่โลหิตและก็เสียงกรีดร้อง
บริเวณด้านหลังกองทัพในตอนนี้ต้นไม้ต้นใหญ่ตั้งตระหง่านบนทุ่งหญ้าอันเขียวขจีบริเวณส่วนนี้แทบจะไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาใน่เวลายามนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างใจจดใจจ่อกับาที่มันกำลังดำเนินอยู่
ส่วนผู้ที่เพิ่งผ่านพ้นามาก็ต่างพากันนอนพักผ่อนเพื่อเอาแรง
แสงอรุณยามสายสาดส่องผ่านม่านเมฆลงมาด้านล่างหลี่หยางนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่พร้อมกับอี้ชิงทั้งสองทำการกินสิ่งที่ตนเองได้รับมาซึ่งมันเป็ข้าวสวยกับเนื้อสัตว์ตากแห้งเพียงแค่เล็กน้อย
หลี่หยางการกินมันเข้าไปอย่างตะกะตะกามแม้ว่าอาหารที่มันอยู่ภายในมือของเขาจะไม่ได้มีรสชาติที่เลิศเลอหรือว่าอร่อยมากนักแต่เขากินเพื่อความอยู่รอด
กินอาหารภายในมือของตนเองจนเสร็จ
--
ระบบ : ท่านได้รับการฟื้นฟูความหิวเพิ่ม20 หน่วย
--
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาด้านหน้า
แน่นอนว่าด้วยอาหารเพียงแค่นี้ไม่ได้เติมเต็มให้ท้องของเขานั้นอิ่มอยู่แล้วเพียงแต่ว่ามันก็พอจะบรรเทาความหิวโหยไปได้บ้าง
เมื่อกินตอนเสร็จหลี่หยางไม่รีรอบุรุษวัยแรกรุ่นที่นั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ลุกขึ้นพร้อมกับหยิบกระบี่เหล็กที่สุดของตนเองขึ้นมา
เขาก้าวเดินไปด้านหน้าบ่าวรับใช้ที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่จ้องมองผู้เป็นายของตนเองอย่างฉงน “ ทำอันใดอย่างนั้นหรือขอรับนายน้อย?”
หลี่หยางทำการยกยิ้มที่มุมปากเขาเบนใบหน้าของตนเองกลับมาหาผู้ที่อยู่ด้านหลังพลางพูดด้วยรอยยิ้ม “ มาซ้อมกระบี่กัน”
†††
เคล้ง!!!เคล้ง!!! เคล้ง!!! เคล้ง!!! เสียงเหล็กกระทบกันดังกึกก้องประกายไฟปรากฏขึ้นอย่างเป็ระยะยามที่เหล็กทั้งสองกระทบเข้าหากันแล้วเกิดกลายเป็แรงปะทะ
ทุ่งหญ้าเขียวขจีต้นไม้ต้นใหญ่ให้ร่มเงาในยามสายสายลมเย็นๆพัดผ่านปลอบโลมร่างกายที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อต้นหญ้าสีเขียวขจีเอนเอียงไปมาตามสายลมที่กำลังเย้าหยอก
ร่างของบุรุษทั้งสองเข้าฟาดฟันกันอย่างดุเดือดกระบี่เหล็กภายในมือทำการรุกเข้าใส่ร่างของอีกฝ่าย
บุรุษวัยสิบแปดท่วงท่าแม้ว่าจะอ่อนด้อยประสบการณ์แต่ความมุ่งมั่นในการบุกทะลวงนั้นไม่เป็รองกับอีกผู้หนึ่งแม้ว่าท่วงท่าและพละกำลังจะมากกว่าแต่กลับเอาแต่ตั้งรับการโจมตี
“ นายน้อยพอเถอะขอรับ!!! ” อี้ชิงมันพูดออกมาอย่างตื่นตระหนกในขณะที่เท้าของมันก้าวถอยหลังอย่างร้อนรนแต่มันเองก็ยังคงใช้ดวงตาของตนเองสนใจกับวิถีกระบี่ที่วาดเหวี่ยงเข้ามาเพื่อตั้งรับการโจมตีเ่าั้
หลี่หยางที่กำลังตวัดการโจมตีใส่ร่างกายของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องดวงตาทั้งสองข้างเขาปรากฏความจริงจังแล้วใส่พละกำลังทั้งหมดออกแรงตวัดเข้าไปที่อีกฝ่าย
เคล้ง!!!เสียงกระบี่ทั้งสองกระทบกันดังกึกก้องพละกำลังในครั้งนี้ดันร่างของอี้ชิงให้กำลังพยายามก้าวถอยหลังให้หงายหลังล้มลงไปกับพื้น
ตู้บ!!!ก้นของคนผู้นั้นล้มลงไปกระแทกกับพื้น “ โอ๊ย!!! โอ๊ย!!! โอ๊ย!!! ”
หลี่หยางใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปที่ข้ารับใช้ที่อยู่ด้านหน้าเขาพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “ เ้ากำลังกระทำอะไรน่ะ?”
“ นายน้อยนั่นแหละขอรับกำลังกระทำอันใดอยู่เหตุใดถึงอยู่ดีๆให้ข้ามาเป็คู่ซ้อมกระบี่ให้” อี้ชิงมันไม่เข้าใจนายน้อยของตัวเองเลยสักนิด
ก่อนหน้านี้ไม่เคยแม้แต่จะสนใจในด้านวรยุทธ์ในการต่อสู้แต่อยู่ดีๆก็ลุกขึ้นมาแล้วก็บอกว่าจะมาฝึกซ้อมกระบี่
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าเขาค่อยๆย่อกายของตนเองต่ำลงให้อยู่ในระดับเดียวกับบ่าวรับใช้ของตนเองดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองไปที่อี้ชิง
ดวงตาคู่นั้นมันเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกหลายอย่างขนาดผู้ที่อยู่ด้านหน้ายังสามารถััได้หรือว่านายน้อยของตนเองเปลี่ยนไป
‘ ดวงตาคู่นั้นของนายน้อยมันอันใดกันน่ะ? ’ อี้ชิงรู้สึกประหลาดใจกับดวงตาคู่นั้นจริงๆมันเป็ดวงตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกหลายอย่าง
“ ข้ากับเ้าจะต้องรอดตอนนี้พวกเราไม่มีเวลาแล้วเหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็ต้องลงไปในสมรภูมินั้นอีกเพราะแบบนั้นพวกเราจะรอด” หลี่หยางแสดงดวงตาแห่งการอยากมีชีวิต
“ พวกเราจะต้องรอดกลับไป!! ”
ดวงตาคู่นั้นมันเป็เหมือนกับคมกระบี่อันคมกริบที่ทิ่มแทงเข้าไปภายในจิตใจของอี้ชิงมันกลายเป็คมกระบี่ที่เข้าไปปลุกระดมเปลวเพลิงภายในจิตใจของคนผู้นั้นให้ลุกไหม้ขึ้นมา
มันเข้าใจจุดประสงค์ของนายน้อยของมันแล้วดวงตาของมันปรากฏความจริงจังคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันมันจะกระบี่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วขานรับ “ ขอรับ!!!”
จบบท