เด็กชายหลายคนแทบจะก้มหัวลงจนเหมือนไก่จิกข้าว แม่เฒ่าหลี่จึงค่อย ๆ เขี่ยเอามันเทศเผาสีดำ ๆ ออกมาจากกองไฟ
นางแบ่งให้หลานชายคนละลูก ส่วนที่เหลือก็สั่งให้พวกเขานำไปส่งให้บิดามารดา
ไม่นานนัก คนตระกูลหลี่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนก็ได้กินมันเทศเผาที่หอมหวาน
อู๋ชุ่ยฮวายืดคอจ้องมองเถาหงอิงที่กำลังกินไข่พร้อมกับเบ้ปากบ่น
“แค่เด็กผู้หญิงคนเดียว ทำราวกับเป็ของล้ำค่าเสียจริง”
หลี่เหลาเอ้อร์ถลึงตาใส่นางครั้งหนึ่ง แล้วขยับตัวหนีอย่างไม่ใส่ใจ
กลับเป็หลี่เหลาซานกับภรรยาที่ขยับเข้ามาชิดกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ท่านแม่พูดถูก ยัยหนูนี่เป็เด็กมีบุญจริง ๆ เพิ่งเกิดได้ไม่ถึงวัน บ้านเราก็ได้ของดี ๆ มากมายขนาดนี้ เป็เื่ที่คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ”
“นั่นสิ ท่านแม่ยิ้มจนปากจะฉีกถึงใบหูแล้ว สองปีนี้ชีวิตลำบากเหลือเกิน จนผมของท่านขาวโพลนไปหมดแล้ว”
อีกด้านหนึ่ง แม่เฒ่าหลี่ได้จูงมือเจียเหริน หลานชายคนโตที่เคยเรียนหนังสือมา เพื่อตั้งชื่อให้หลานสาว โดยใช้ชื่อเล่นว่าฝูหนิ่ว
แต่ชื่อจริงนั้นยังเป็ปัญหา สุดท้ายเจียเหรินจึงเสนอว่า “ท่านย่า ตระกูลหลี่ของเราสามรุ่นเพิ่งจะมีเด็กผู้หญิงสักคน ถือเป็เื่มงคลอย่างยิ่ง ตั้งชื่อน้องสาวว่าเจียอินเถิด เจียอินที่หมายถึงข่าวดี และน้ำเสียงที่ไพเราะ”
เจียอิน?
แม่เฒ่าหลี่ลองออกเสียงในปากสองสามครั้ง รู้สึกว่าชื่อนี้เรียกง่ายและความหมายก็ดี
วันหน้าหากเรียกชื่อนี้ทุกครั้ง จะมีข่าวดีเข้ามาใช่หรือไม่?!
“ดี! ให้ชื่อว่าเจียอิน!”
หลี่เจียอินถูกท่านย่าตบก้นเบา ๆ นางได้กลิ่นหอมหวานของมันเทศเผาในอากาศ จึงนอนน้ำลายสอและรู้สึกง่วงงุน
ในขณะที่กึ่งหลับกึ่งตื่น นางได้ยินคนในครอบครัวเรียกชื่อเจียอินซ้ำ ๆ ซึ่งเป็ชื่อเดียวกับชาติที่แล้ว ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น
บางทีนี่อาจจะเป็เหตุผลที่นางทะลุมิติมาก็ได้...
คืนหนึ่งผ่านไปโดยไม่มีเื่ใดเกิดขึ้น เช้าวันรุ่งขึ้น คนตระกูลหลี่จึงออกเดินทางต่อ
พวกเขาเดินเท้าตลอดทั้งวันโดยไม่ได้หยุดพัก ระยะทางห้าสิบลี้ทำให้หนังศีรษะเริ่มชาเพราะแดดเผา
แม่เฒ่าหลี่เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของหลานสาวแดงก่ำก็รู้สึกสงสาร จึงเรียกทุกคนมา
“หาที่พักเท้ากันเถอะ หั่นมันเทศใส่ลงในแป้งข้าวฟ่างต้มเป็โจ๊กด้วย”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะขานรับ ด้านหน้าก็เกิดความวุ่นวายขึ้น หลี่เหลาเอ้อร์รีบวิ่งไปสืบข่าว เมื่อกลับมาก็โบกมืออย่างแรง
“ท่านแม่ รีบไปเร็ว ด้านหน้ามีลำธารเล็ก ๆ อยู่!”
พอได้ยินว่ามีน้ำ ทุกคนก็ราวกับถูกฉีดเืเข้าตัว ต่างพากันวิ่งหน้าตั้งไปข้างหน้า
เพียงไม่นานลำธารเล็ก ๆ ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า น้ำในลำธารตื้นมาก แต่ก็เพียงพอให้ทุกคนล้างหน้าล้างตาและทำอาหาร
หลี่เหลาซื่อสงสารภรรยาและมารดา จึงแบกลูกสาวไปที่ริมน้ำเพื่อตักน้ำ
เจียอันและเจียสี่เ้าเด็กแสบสองคนช่วยกันขุดทรายและใช้หินล้อมกั้นน้ำ ตั้งใจจะให้แพะนมได้ดื่มน้ำ
หลี่เจียอินนอนหลับมาครึ่งค่อนวันจนรู้สึกเมื่อยตัว กำลังคิดจะแสดงฝีมือพอดี และสุดท้ายโอกาสก็มาถึง
ในจังหวะที่หลี่เหลาซื่อก้มลงตักน้ำเสร็จ นางก็แผดเสียงร้องไห้ออกมา
ผู้เป็บิดารีบวางลูกสาวลงเพื่อตรวจสอบ แม้แต่เจียอันและเจียสี่ก็วิ่งเข้ามาถาม
“น้องสาวฉี่หรือเปล่า?”
แต่เจียอินร้องไห้เพียงสองทีก็หยุด เขาจึงกำลังจะหิ้วถังน้ำกลับ
ผลปรากฏว่า จู่ ๆ ในถังน้ำก็มีปลาเกล็ดขาวสองตัวปรากฏขึ้น ทำเอาเขาใจนสูดลมหายใจเข้าลึก
ปลาแต่ละตัวยาวเกือบหนึ่งฉื่อ หนักสามสี่ชั่ง สะบัดหางไปมาอย่างมีชีวิตชีวา ราวกับจะบอกว่าถังไม้นี้แคบเกินไป...
ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เจียอันและเจียสี่ก็ส่งเสียงเฮลั่น
“พวกเราล้อมปลาได้แล้ว ปลาจีอวี๋ ปลาจีอวี๋เยอะแยะเลย!”
ไม่ไกลกันนั้นมีคนกำลังตักน้ำอยู่ เมื่อได้ยินเสียงก็หันมามอง บางคนถึงกับะโลงน้ำ ตั้งใจจะจับปลาเช่นกัน
เจียอันและเจียสี่รีบหดคอ ถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว แล้วช้อนปลาจีอวี๋ขนาดเท่าฝ่ามือสิบกว่าตัวใส่ลงไป ก่อนจะโกยแน่บกลับมา
หลี่เหลาซื่อมือหนึ่งจูงแพะ อีกมือหิ้วปลา รีบตามไปทันที
“ไอ้หยา ปลาพวกนี้มาจากไหนกัน! ปลาเกล็ดขาวตัวใหญ่มาก และปลาจีอวี๋ก็มีไม่น้อยเลย!”
คนตระกูลหลี่รุมล้อมเข้ามา ทุกคนดีใจจนแทบบ้า
หลี่เหลาซื่อสะกิดมารดา
แม่เฒ่าหลี่จึงรีบสั่งให้สะใภ้รองและสะใภ้สามไปฆ่าปลาเพื่อนำมาตุ๋น
อากาศร้อน เก็บไว้ไม่ได้ ต้องกินให้หมดในคราวเดียว
เมื่อรอบข้างเงียบลง หลี่เหลาซื่อจึงกระซิบเบา ๆ
“ท่านแม่ เื่นี้มันแปลกประหลาดนัก พอฝูหนิ่วร้องไห้ ข้าปลอบเพียงไม่กี่คำปลาก็มาอยู่ในถังน้ำเสียแล้ว ส่วนบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่เจียอันล้อมไว้มีน้ำแค่ครึ่งถัง กลับมีปลาจีอวี๋โผล่มาสิบกว่าตัว...”
แม่เฒ่าหลี่ถลึงตาใส่ลูกชายพร้อมดุว่า “ดูเ้าทำท่าตื่นตูมเสียจริง ข้าบอกแล้วว่าฝูหนิ่วของบ้านเราเป็เด็กมีบุญ ของพวกนี้คือเสบียงที่์ส่งมาให้ พวกเราแค่ได้รับอานิสงส์ไปด้วยเท่านั้น”
หลี่เหลาซื่อเกาท้ายทอย
ความจริงเมื่อคืนเขาก็รู้สึกว่ามารดาดูจะเชื่อเื่เหนือธรรมชาติเกินไป แต่พอหันไปมองคนในครอบครัวตอนนี้ ทุกคนมีแต่ความดีใจ ไม่มีใครประหลาดใจเลย ราวกับว่ามีเพียงเขาที่เป็บิดาแท้ ๆ ที่ไม่เชื่อว่าลูกสาวมีบุญ
หลี่เจียอินพยายามพ่นฟองน้ำลาย ยิ้มแบบ 'ไร้ฟัน' และตั้งใจพ่นน้ำลายจนเต็มหลังของท่านพ่อ
ไม่เชื่อในความสามารถของข้าล่ะสิ!
แม่เฒ่าหลี่อุ้มหลานสาวมา แล้วะโบอกลูกสะใภ้
“อย่าเพิ่งตุ๋นปลา รีบเอานมแพะไปอุ่นก่อน ให้ฝูหนิ่วอิ่มท้องก่อน นี่คือแก้วตาดวงใจของบ้านเรา!”
เถาหงอิงพยายามพยุงตัวลุกขึ้นจากใต้ร่มไม้ รับลูกสาวมาอุ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เมื่อมีน้ำแกงปลาจีอวี๋และไข่ ลูกสาวของนางต้องได้กินน้ำนมแม่แน่นอน!
หลี่เจียอินฟังคนในครอบครัวพูดคุยกันอย่างร่าเริง นางบิดคออย่างภาคภูมิใจ จนทำให้เถาหงอิงนึกว่านางจะถ่ายอุจจาระ จึงรีบแกะผ้าอ้อมออกดู
ไหน ๆ ก็เปิดก้นแล้วครั้งหนึ่ง หลี่เจียอินเลยถือโอกาสปัสสาวะออกมาชุดใหญ่
เมื่อท้องว่างลง ไม่นานก็ถูกเติมเต็มด้วยนมแพะ
ในขณะที่หลี่เจียอินกำลังเคลิ้มหลับ หลี่เหลาซานก็รีบสร้างเตาดินแบบง่าย ๆ และวางชามดินเผาลงไป
ชามหนึ่งตุ๋นปลาเกล็ดขาวกับผักกาดขาว อีกชามทอดปลาจีอวี๋ทำน้ำแกง
น้ำมันพืชที่นำมาด้วยมีไม่มากนัก แต่มีเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองอยู่โถหนึ่ง
เขาตักมาหนึ่งช้อนละลายในน้ำ ใส่ปลาเกล็ดขาวที่หั่นเป็ท่อนลงไป พอเดือดก็ใส่ผักกาดขาวที่หั่นไว้ ไม่นานกลิ่นหอมก็อบอวล
ส่วนปลาจีอวี๋ขนาดเท่าฝ่ามือต้องใช้น้ำมันพืช หยดลงที่ก้นชามดินเผาเล็กน้อย ทอดปลาจีอวี๋จนเหลืองทองทั้งสองด้าน แล้วจึงเทน้ำร้อนลงไป เห็นได้ชัดว่าสีของน้ำแกงกลายเป็สีขาวราวกับน้ำนม
กลิ่นหอมกระจายไปไกล ผู้ประสบภัยคนอื่น ๆ ที่ร่วมทางอาจไม่เป็ไร แต่พวกเด็ก ๆ นั้นทนไม่ไหว ต่างพากันรุมล้อมเข้ามา
เจียอันและเจียสี่ไม่สนว่าน้ำลายจะไหลยืดข้างหม้อ พวกเขาทำหน้าดุขวางหน้าไว้ พร้อมกับะโไล่เป็ระยะ
กว่าปลาทั้งสองหม้อจะเสร็จ คนตระกูลหลี่ก็ไม่สนว่ามันจะร้อน รีบตักเข้าปากอย่างรวดเร็ว
เถาหงอิงรวบรวมกำลังทั้งหมด ดื่มน้ำแกงปลาไปอึกใหญ่
หลี่เจียอินที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของมารดา เมื่อได้กลิ่นหอม ลิ้นเล็ก ๆ ก็เลียริมฝีปาก ทำให้น้ำลายไหลจากมุมปากลงไปถึงคอ
เถาหงอิงเห็นดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้
ไม่รู้ว่าเป็เพราะความรักที่มีต่อลูกสาว หรือเพราะน้ำแกงปลามีสรรพคุณดีจริง ๆ ในที่สุดนางก็เริ่มมีความรู้สึก
ดังนั้น นางจึงรีบยัด 'ถุงเสบียง' เข้าปากลูกสาว และปรากฏว่ามีน้ำนมไหลออกมาจริง ๆ
หลี่เจียอินถูกอุดปาก ในหัวมีฝูงอีกาบินผ่านเป็สาย
นางที่มีิญญาเป็ผู้ใหญ่รับเื่นี้ไม่ได้จริง ๆ อีกอย่าง น้ำนมแม่ก็ไม่ได้หอมเท่ากับนมแพะ แต่เมื่อเห็นมารดาตื้นตันจนขอบตาแดงก่ำ นางจึงตัดใจดูดกินคำโต
“ท่านแม่ ข้ามีน้ำนมแล้ว ฮือ ๆ ฝูหนิ่วจะได้อิ่มท้องแล้ว!”
คนตระกูลหลี่ต่างหันมามองด้วยความดีใจ
“น้ำแกงปลาได้ผลดีจริง ๆ !”
หลี่เหลาเอ้อร์และหลี่เหลาซานหลบเลี่ยงเพื่อความเหมาะสม พวกเขามองเพียงแวบเดียวก็หันหน้ากลับไป
ส่วนเด็ก ๆ สิบกว่าคนที่ยืนมองด้วยความหิวโหย อาศัยจังหวะนี้พุ่งเข้ามา แย่งกินน้ำแกงปลาและเนื้อปลาที่เหลือในหม้อจนเกลี้ยง
“อา! พวกเขาแย่งปลาของข้า!”
เจียสี่และเจียอันะโด้วยความโกรธ และกำลังจะวิ่งตามไปทวงคืน แต่ถูกแม่เฒ่าหลี่ดุไว้
“กลับมาให้หมด!” นางเคาะกล้องยาสูบพร้อมถอนหายใจ
“ล้วนเป็คนที่น่าสงสารทั้งนั้น ช่างเถอะ ล้างหม้อเก็บของ ดูแลเสบียงและสัมภาระให้ดี ยิ่งเดินต่อไปจะยิ่งลำบากขึ้น”
หลี่เจียอินเพิ่งจะคายถุงเสบียงออก ก็ถูกมารดาอุ้มตบหลังเพื่อไล่ลม
นางเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา และยิ่งรู้สึกชอบคนตระกูลหลี่มากขึ้น
แม่เฒ่าหลี่หันมาเห็นหลานสาวส่งยิ้มให้นางพร้อมน้ำลายไหล จึงรีบลุกขึ้นมารับตัวไปอุ้ม พร้อมปลอบประโลมด้วยความรักสุดหัวใจ
เมื่ออิ่มหนำสำราญ หลี่เจียอินก็ไม่อาจต้านทานความง่วงได้อีก ก่อนจะหลับไปอีกครั้ง
แต่ในขณะที่กำลังหลับฝันหวาน ราวกับมีเสียงคนร้องไห้ะโ ทำให้นางตื่นขึ้นมา
นางยังคงนอนอยู่ในอ้อมกอดของเถาหงอิง ทว่ารู้สึกร้อนและอึดอัดเล็กน้อย
ขณะนี้ความมืดมิดได้ผ่านพ้นไป ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว
ท่ามกลางแสงอรุณ ไม่ไกลนักมีรถม้าคันหนึ่งถูกผู้คนรุมล้อม โดยมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำลังฉุดกระชากเด็กหลายคนโยนขึ้นไปบนรถ