ภายในป่าแห่งหนึ่งอันอุดมสมบรูณ์ที่เต็มไปด้วยพรรณไม้ทั้งเล็กและใหญ่นานาชนิด และสามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังเดินทางกลับบ้านของพวกเขาที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางป่าด้วยทางเดินดินเล็กๆอย่างเช่นทุกครั้งที่พวกเขาออกไปยังหมู่บ้านใกล้ๆเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยน
“อุ๊ยตายแล้วคุณคะ ใครกันช่างใจร้ายใจดำทำแบบนี้ได้ลงคอ”
แต่สิ่งที่ผิดแปลกไปคือลูกลิซาร์ดแมนที่นั่งอยู่บนทางดินพร้อมจ้องมองทั้งคู่ตาแป๋วด้วยนัยย์ตาสีน้ำตาลอ่อนอมทอง เกล็ดสีน้ำตาลอ่อนและหนามเล็กๆั้แ่กลางหัวลากยาวจนไปถึงปลายหาง แขนขาสั้นป้อมราวกับตุ๊กตา เป็ภาพที่หญิงสาวผู้เป็ภรรยาไม่สามารถมองข้ามไปได้
“เป็ไปได้? แถวนี้ไม่น่ามีลิซาร์ดแมนอาศัยอยู่เลยนิ คนที่พาเ้าตัวเล็กมาทิ้งไว้นี่จิตใจมันทำมาจากอะไรกัน เรากลับบ้านด้วยกันเถอะเ้าตัวเล็ก”
ชายผู้เป็สามีเกิดความรู้สึกสงสัยและเอ็นดูกับความน่ารักของเ้ากิ้งก่าตัวน้อยที่ยังไม่รู้ประสีประสาทำได้เพียงส่งสายตาบ้องแบ้วเรียกคะแนนความรักจากทั้งสอง ทำให้ชายผู้เป็สามีเข้าไปอุ้มเ้ากิ้งก่าตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน และพามันไปสู่บ้านหลังใหญ่ที่มันจะได้รับการดูแลเป็อย่างดี
“เอาล่ะไหนดูสิ ิัสีน้ำตาลอ่อน มีหนามบริเวณกลางหัวถึงกลางหลัง อยู่ตรงไหนน้า~ *sfxแฟล๊บๆๆ เจอแล้ว ลิซาร์ดแมนสายพันธ์ทาลากันคัช มีนิสัยที่ดุร้ายป่าเถื่อนโดยกำเนิด มีจิตใจของนักรบอันแน่วแน่ยอมตายไม่ยอมถอยจากการต่อสู้ที่คู่ควร พละกำลังเหนือกว่าลิซาร์ดสายพันธ์อื่นอย่างเห็นได้ชัด ิัและเกล็ดมีความทดทานต่อความเสียหายทางกายภาพและเวทมนตร์ที่สูง และยังเป็พวกที่ชอบการต่อสู้เป็ชีวิตจิตใจ ทำให้การพบพวกทาลากันคัชที่เป็นักรบถือเป็ปกติธรรมดาทั่วไป แต่การพบพวกที่มีสมองพอพูดคุยเื่อื่นนอกจากการต่อสู้นั้นคงมีไม่ถึงหนึ่งหยิบมือ เพราะฉะนั้นหากพบเจอให้รีบหนีหรือหลบซ่อน ไม่อย่างนั้นโดนมันโดดถีบแน่ แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถด้านการแกะรอยของพวกมันถือว่ายอดเยี่ยม ไม่ควรทิ้งร่องรอยใดๆในขณะหลบหนี หากเจอเข้าจริงล่ะก็ ขอให้โชคดี… พวกปู่ทวดนี่มีอารมณ์ขันกันซะจริงๆ ใครมันจะไปหนีไอ้พวกบ้านั่นพ้นกันฟร๊ะ! จะว่าไปก็ไม่ได้เจอพวกทาลากันคัชนานแล้วนะ ใช่มั้ยไอ้เ้าตัวเล็ก”
ก้า~
เมื่ออ่านบันทึกของปู่ทวดตนเองเกี่ยวกับสายพันธ์ของเ้าตัวเล็กเสร็จก็อดปวดหัวกับอารมณ์ขันแปลกๆของปู่ทวดไม่ได้ มันเป็บันทึกที่ถูกสร้างสำเนาแล้วแจกจ่ายไปทั่วดินแดนนั่นแหละ แต่อย่าไปใส่ใจกับมันมากเลย เพราะประโยชน์ของมันแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ แล้วสายตาก็เหลือบไปมองเ้าตัวเล็กที่เขาวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานที่อยู่ข้างๆชั้นหนังสือ โดยที่มันนั่งนิ่งราวกับนั่งฟังสิ่งที่เขาอ่าน มันจึงทำให้อดใจไม่ไว้ที่จะเอามาอุ้มแล้วชูขึ้นเหนือหัว มันเองก็ตอบรับการกระทำนั้นของเขาด้วยเช่นกัน
“เพราะแบบนี้สิ่นะถึงโดนทิ้งน่ะเ้าตัวเล็ก เธอโดนคนใจร้ายลักพาตัวแล้วเอามาทิ้งไว้สิ่นะ โอ๋ๆ จะไม่มีใครรังแกลูกแม่ได้อีกแล้วนะ”
ก้า!
หญิงสาวเดินเข้าห้องที่เอ่อ… เป็ทั้งห้องทำงานทั้งห้องนั่งเล่น กินข้าวก็ห้องนี้นี่แหละ พร้อมกับวางจานสีขาวที่มีแซนวิชสองชิ้นไว้บนโต๊ะทำงานของสามีแล้วไปขโมยเ้ากิ้งก่าตัวน้อยจากมือของเขามาไว้ในอ้อมแขนของตน และดูเหมือนว่ามันจะเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด หวังว่านะ
ก้า! ก้า! ก้า!
“โอ้ๆ เป็อะไรคะเด็กดี หิวหรือป่าวคะ ไปหาอะไรกินในครัวกับแม่ดีกว่า”
จู่ๆเ้าตัวเล็กก็ร้องไห้โวยวายขึ้นมา หญิงสาวที่ทำอะไรไม่ถูกก็คิดได้ว่าเ้าตัวเล็กนี่คงหิวแล้ว เพราะมันคงไม่มีคนร้ายใจดีให้อาหารคนที่ลักพาตัวมาเฉยๆแบบนี้หรอก เธอจึงพาเข้าไปในครัวเพื่อหาเอาไรที่เ้าหนูนี่พอจะกินได้
“อืม… รสชาติยังไม่ผ่านเหมือนเดิม”
ชายหนุ่มพูดออกมาทันทีที่เอาแซนวิชฝีมือภรรยาของตนเข้าปาก รสชาติยังคงแย่เหมือนเคย เพราะแบบนี้แหละเขาเลยเป็คนทำอาหารอยู่ทุกวัน และดูเหมือนว่าเธอจะพาเ้าตัวเล็กออกมาจากห้องครัวแล้ว
“เห๊ย! นี่หล่อนคิดบ้าอะไรเอาน่องวัวเอานั้นให้กินน่ะ หัวจะปวด หาอะไรที่มันเล็กกว่านั้นไม่ได้แล้วรึไง”
เมื่อเห็นภรรยาของตนเข้ามาพร้อมกับน่องวัวรมควันชิ้นใหญ่กว่าตัวของคนที่จะกินอีก บางทีเขาก็คิดว่าภรรยาของเขาทำอะไรไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเท่าไหร่ แต่ยังน่ารักอยู่ ให้อภัย
“แหมคุณคะ ดูสิ่ แค่เ้าตัวเล็กเห็นก็น้ำลายไหลเป็แม่น้ำแล้วเนี่ย”
จะว่าอะไรก็ไม่ได้ เพราะไอ้เ้ากิ้งก่าก็จ้องมองชิ้นเนื้อที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเป็ประกาย น้ำลายที่ไหลออกจากปากราวกับน้ำตก มือก็พยายามจะคว้าให้ได้ใจแทบขาด
“ค่อยๆกินนะลูก อ้าม~”
หญิงสาวป้อนเนื้อชิ้นเบ้อเริ่มด้วยรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ให้ลูกลิซาร์ดแมนที่อยู่ภายในอ้อมแขน เป็ภาพที่ทำให้ผู้เป็สามีรู้สึกอบอุ่นหัวใจเสียเหลือเกิน แต่ไม่นานมากนักก็กลับกลายเป็ใบหน้าที่ตกตะลึงเสียแทน
“ไอ้หนู! เอ็งกินเข้าไปได้ยังไงวะน่ะ!”
ก้า!
นั้นแหละ เนื้อชิ้นใหญ่กว่าตัว บัดนี้มันก็เหลือเพียงกระดูกเท่านั้น
“กินเก่งจังเลยเด็กคนนี้ ต้องกินเยอะๆแบบนี้สิ่จะได้โตไวๆ”
.
.
.
5ปีต่อมา
“จัดมาเลยยายแก่!”
ฟู่ม! ย้าก!
เป็ลิซาร์ดแมนตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ต่อหน้าหญิงสาวผู้ที่เปรียบเสมือนมารดาของตน แต่คำพูดคำจามันไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ ด้วยเวลาที่ผ่านมาแล้ว5ปีทำให้ร่างกายของเขาเจริญเติบโตถึงขีดจำกัดของร่างกาย กลายเป็ลิซาร์ดแมนตัวสีน้ำตาลอ่อนร่างกายกำยำท่าทางดุดัน และด้วยหนามบริเวณกลางหัวไปจนถึงปลายหางมันช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดูก้าวร้าวชอบความรุนแรงของพวกทาลากันคัชได้เป็อย่างดี ซึ่งตอนนี้เขากำลังโดนเผาทั้งเป็โดยแม่ของเขาอยู่
“โถ่~ ดอนล่ะก็ เรียกว่าคุณแม่สักทีให้ชื้นใจหน่อยสิ่คะ”
คุณแม่ที่อยากได้ยินลูกชายเรียกตัวเองว่าคุณแม่สักครั้งก็ทำให้หน้างอนตุ๊บป่องใส่ลูกชายของเธอ เพราะั้แ่ที่หัดพูดเขาไม่เคยเรียกคุณพ่อคุณแม่เลยสักครั้ง แต่เรียกว่าตาแก่กับยายแก่แทน ครั้งแรกที่ได้ยินนี่แทบร้องไห้เลยล่ะ
ฟู่~
เธอหยุดร่ายเวทย์ไฟทันทีเมื่อเห็นว่าลูกชายของเธอสุกได้ที่แล้ว ิัทั่วร่างกายกลายเป็สีดำและมีร่องแตกระแหงทั่วทั้งตัวที่เป็บริเวณเกล็ด ตามร่องพวกนั้นมันราวกับมีเปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา แม้ลมหายใจที่ปล่อยออกมาก็มีสะเก็ดไฟออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากร่างกายที่วิวัฒนาการให้ทนทานแต่เวทมนตร์ ไม่เพียงแค่นั้น มันยังสามารถดูดซับพลังเวทย์ที่ถูกโจมตีใส่และแปลเปลี่ยนคุณลักษณะของมันให้เข้ากับร่างกายของตัวเองเพื่อใช้ในการต่อสู้ได้อีกด้วย
ซ่า~
แต่ไฟเ่าั้ก็ต้องดับลงเพราะคุณแม่ร่ายเวทย์น้ำราดใส่ตัวของเขานั่นแหละ เพราะตอนนี้ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว
“มากินมื้อเที่ยงได้แล้ว ทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ”
คุณพ่อนำอาหารออกมาจัดวางไว้บนโต๊ะภายนอกบ้านก่อนเรียกภรรยาและลูกชายที่ชอบหาทำอะไรแปลกๆไม่เหมือนชายบ้านชายเมืองเขามาทานอาหารกลางวัน ส่วนสาเหตุที่ออกมากินอาหารกันข้างนอกนั้นก็เพราะขนาดตัวของดอน มันทำให้การกินอาหารมื้อหลักที่กินพร้อมกันสามคนพื้นที่ภายในบ้านจึงไม่พอ เลยต้องทำโต๊ะอาหารไว้ข้างนอกบ้างอย่างที่เห็นนี่แหละ
“กำลังไปค่า~”
คุณแม่ที่รอทานอาหารฝีมือคุณพ่ออยู่ทุกมื้อเป็ไปไม่ได้ที่จะไม่รีบไปยังโต๊ะอาหาร ส่วนคุณลูกก็เดินตามไปอย่างสบายอารมณ์ เพราะยังไงคุณพ่อก็ทำเผื่อในส่วนของเขาเอาไว้อยู่แล้ว ถึงคุณแม่จะชอบฉกไปอย่างละนิดอย่างละหน่อยก็เถอะ
“ดอน พ่อเตรียมของจำเป็กับพวกอาร์ติแฟกต์เอาไว้ให้แล้วนะ ถ้าลูกพร้อมออกเดินทางตอนไหนก็หยิบขึ้นหลังไปได้เลย”
ในระหว่างมื้ออาหาร คุณพ่อได้บอกลูกชายถึงสิ่งของที่เขาเตรียมไว้ให้เพื่อใช้ในการเดินทางออกไปทำตามความฝันของเขา ถึงแม้ว่าอยากจะให้อยู่ด้วยกันต่ออีกสักนิด แต่ด้วยความรักก็ทำได้เพียงแค่ช่วยให้เขาได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
“ขอบคุณนะตาแก่”
คำขอบคุณที่ฟังอย่างไรก็ไม่ค่อยเข้าหูได้ออกมาจากปากของดอน ถึงแม้ว่าคำพูดมันจะเป็อย่างนั้น แต่มันก็แฝงไปด้วยความจริงใจที่มีให้กัน
“เอิ่ม… เมื่อไหร่จะเรียกว่าพ่อดีๆเนี่ย”
คุณพ่อเองก็น้อยใจเหมือนคุณแม่เช่นกัน ที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่ยอมเรียกตัวเองว่าพ่อเสียที และพวกเขาก็กินมื้อเที่ยงกันจนหมดเกลี้ยงแล้วแม่ลูกก็ไปหาทำอะไรที่มันไม่เหมือนแม่ลูกทั่วไปเขาทำกันจนพระอาทิตย์ใกล้ลับเส้นขอบฟ้า
“ดูแลตัวเองดีๆนะลูก ถ้ามีใครมารังแกบอกแม่ได้เลยนะ”
หน้าทางเข้าบ้าน คุณแม่ที่มาส่งลูกชายได้กล่าวคำลาพร้อมกับกอดลูกของเธอที่มีร่างกายสูงใหญ่ ทำให้เขาต้องโค้งตัวของมากอดเธอ คุณพ่อที่เห็นต้นอ่อนขึ้นบนหัวลูกชายเพราะไปเล่นอะไรแผลงๆด้วยกันกับแม่มา เขาเลยดึงมันออกไประหว่างที่แม่ลูกกำลังกอดกัน
“สวมเอาไว้ตลอดเวลานะ พ่อทำมันขึ้นมาให้ลูกโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย”
เมื่อเห็นว่าพ่อของตนจะสวมสร้อยให้ เขาจึงก้มหัวลงให้พ่อของตนสวมให้อย่างง่ายดาย มันคือจี้ที่แกะสลักมาจากหยกเขียว ขนาดของมันก็ไม่เล็กจนเกินไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาบอกลาพ่อแม่ของตน
“ตอนที่ผมไม่อยู่ก็รักษาสุขภาพแล้วห้ามทะเลาะกันด้วยนะ พ่อแม่”
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเรียกทั้งสองคนว่าพ่อแม่ ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกมีความสุขที่เขาได้เรียกตนว่าพ่อแม่เสียสีหลังจากที่เลี้ยงดูเขามาเป็เวลา5ปี แต่เื่ซึ้งๆมันอยู่กับครอบครัวนี้ได้ไม่นานนักหรอก
“อุ๊ย~ เมื่อกี้เด็กคนไหนเรียกพ่อกับแม่กันน้า~ เด็กคนไหนเอ่ย?”
คุณแม่ของเขาเองนั้นแหละที่เป็คนทำลายบรรยากาศซึ้งๆ เชื่อเถอะ ถ้าแม่ไม่ทำ เดี๋ยวพ่อก็เป็คนทำเสียเอง
“ฮึ่ย! ไม่ได้เรียกสักหน่อย รักษาตัวด้วยนะตาแก่ยายแก่”
เมื่อถูกแม่ของตนแซว ด้วยความเขิน เขาจึงหันหลังแล้วเดินไปตามทางดินเข้าไปภายในป่าพร้อมกับการบอกลาในแบบของลิซาร์ดดอน ซึ่งพ่อแม่ของเขาก็จ้องมองแผ่นหลังของเขาจนหายลับตาเข้าไปในป่าเสียแล้ว
“ลูกไม่รู้แล้ว เรามาทำไอ้นั่นด้วยกันเถอะที่รัก”
เมื่อเห็นว่าลูกชายออกไปไกลแล้ว คุณพ่อจึงพูดขึ้นมาพร้อมหันไปหน้าไปหาคุณแม่ ซึ่งในมือทั้งสองข้างก็ถืออุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างอาร์ติแฟกต์
“แหมคุณนี่ล่ะก็ ลูกพึ่งออกไปเองนะ”
คุณแม่ที่เห็นดังนั้นก็นำมือทั้งสองข้างขึ้นมาวางแก้มพร้อมบิดตัวด้วยอย่างเขินอาย ราวกับสาวน้อยที่ถูกหนุ่มน้อยสารภาพรัก
ไอ้ครอบครัวนี้ท่าจะบ้ากันทั้งบ้าน…
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย พ่อแม่ของดอนปัจจุบันอายุแค่27นะเออะ ไม่ได้แก่เหมือนที่ถูกเรียก