“บัดซบที่สุด”
เสียงเข้มๆถูกเข่นรอดไรฟันออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูปของชายหนุ่มหน้าคมคนหนึ่ง เขาโยนหนังสือพิมพ์ฉบับที่กำลังอ่านอยู่ลงบนโต๊ะเบื้องหน้าแรงๆดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว
“มีอะไรหรือครับคุณเต้”
ชายวัยใกล้ห้าสิบที่นั่งอยู่ข้างๆและสังเกตเห็นท่าทางเหมือนโกรธอะไรสักอย่างของชายหนุ่มได้เอ่ยถามขึ้น
“ดูนั้นสิ”
เสียงขื่นๆของชายหนุ่มบอกขึ้นพร้อมกับพยักหน้าไปที่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นราวกับกำลังรู้สึกเ็ปในสิ่งที่พึ่งได้รับรู้จนพูดอะไรไม่ออก
ครรชิตรีบหยิบเอาหนังสือพิมพ์มาเปิดหาสิ่งที่ทำให้นายน้อยของตนต้องรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจอย่างนั้นขึ้นมา แล้วเขาก็พบกับภาพข่าวที่น่าจะนับได้ว่าเป็ต้นเหตุ นั้นก็คือภาพผู้คนหลายคนนำช่อดอกไม้ไปร่วมในงานเลี้ยงเพื่อแสดงความยินดีกับหญิงสาวคนหนึ่งที่พึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทมาจากต่างประเทศเธอคือนางสาว รุจิรางค์ ทรัพย์สินโอฬาร บุตรสาวคนเดียวของนาย เรืองฤทธิ์กับนางจงกลณี ทรัพย์สินโอฬาร ซึ่งเป็เ้าของกิจการธุรกิจมูลค่านับพันล้านนั้นเอง
“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนชั่ว คนเลว คนที่มีจิตใจทรยศมันจึงยังรุ่งเรืองเฟื่องฟูอยู่ได้เมื่อไหร่เวรกรรมถึงจะตามมาเล่นงานมันทันเสียที”
เตชพนธ์ (อ่านว่า เต-ชะ-พน)กล่าวออกมาอีกด้วยน้ำเสียงเครียดจัด
“ไม่ช้าก็เร็วนี่แหละครับคุณเต้ เพราะโลกนี้ไม่มีใครหลีกหนีพ้นกฎแห่งกรรมไปได้หรอกครับ”
ชายหนุ่มหันมองอดีตคนขับรถของบิดาซึ่งเคยทำงานกับบิดาของเขามานานกว่ายี่สิบปีและปัจจุบันนี้ก็ได้มาทำงานและพักอาศัยอยู่กับเขาหลังจากที่บิดาของเขาได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน
“แต่เวรกรรมมันไม่ทันใจฉันเอาเสียเลย บางที...ฉันคิดว่า ฉันจะพิพากษาพวกมันด้วยตัวของฉันเอง”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยสายตาวาววับน่ากลัว
“คุณเต้คิดจะทำอะไรครับ”
ครรชิตรีบถามด้วยความรู้สึกหวั่นใจเขาทำงานอยู่กับบิดาของชายหนุ่มผู้นี้มานาน และรู้จักเขามาั้แ่ยังเป็แค่เด็กชาย ดั่งนั้นอะไรตื้นลึกหนาบางจึงพอรู้ดี
“ฉันจะแก้แค้น”
“คุณเต้”
“ฉันทนมานานแล้วนะครรชิต ยอมให้พวกมันเสวยสุขอยู่บนกองทรัพย์สมบัติที่พ่อของฉันสร้างสมไว้มานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะสั่งสอนให้พวกมันได้รับรู้ความเ็ปและทวงเอาทุกอย่างที่เป็ของฉันกลับคืนมาเสียที”
“คุณเต้เกลียดคนชั่วพวกนั้นแต่ตอนนี้คุณกำลังคิดจะทำชั่วเสียเองงั้นหรือครับ”
ครรชิตพยายามเตือนสติเพราะไม่้าให้เ้านายน้อยของตนไปทำอะไรที่เป็การเสี่ยง ตอนนี้เตชพนธ์เป็แค่คนที่มีฐานะธรรมดาๆเท่านั้นในขณะที่อีกฝ่ายคือมหาเศรษฐีพันล้าน ความแตกต่างทางฐานะมีมากเหลือเกิน หากคิดจะทำอะไรลงไปก็คงไม่ต่างกับการเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงเื่ที่จะให้อีกฝ่ายกระทบกระเทือนนั้นเห็นจะเป็เื่ยาก ซ้ำร้ายตัวเองนั้นแหละที่จะเป็ฝ่ายได้รับผลกระทบนั้นเข้าเสียเอง
“ก็แล้วครรชิตจะให้ฉันทนดูพวกมันเฉยๆอย่างนี้ต่อไปงั้นเหรอ ฉันทนมานานแล้วน่ะ ครรชิตรู้ไหมว่าฉันต้องเ็ปและเสียใจแค่ไหน เมื่อรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ของฉันต้องเสียชีวิตไปนั้นมันไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ แต่มันเป็การฆาตกรรม และคนที่ทำมันก็คือไอ้เพื่อนสนิทของคุณพ่อนั้นเอง มันทำเพื่อที่จะได้ยึดเอากิจการบริษัทของคุณพ่อไปซึ่งบริษัทนั้นมันควรจะเป็ของฉันต่างหาก แต่พวกมันก็มาโกงเอาไปอย่างหน้าด้านๆแล้วดูสิในขณะที่ฉันต้องดิ้นรนแทบตายกว่าจะหาเงินมาส่งตัวเองให้เรียนจบปริญญาตรีได้