เวลาต่อมา...
หลังจากนั่งกระเด้งกระดอนในรถตู้มานาน คนขับรถก็เปิดกระจกถามทางหาชายที่ชื่อว่าชาติทันที คนในหมู่บ้านชี้เข้าไปในทางแคบๆที่เต็มไปด้วยผืนป่า บ้านของว่าที่ลูกเขยแยกออกไปอยู่ตามท้องไร่ท้องนาห่างไกลจากผู้คนพอสมควร
ยิ่งรู้อย่างนั้นคุณนายพิณทองก็ยิ่งคับแค้นใจ แค่หมู่บ้านแห่งนี้ก็บ้านนอกไม่ทันสมัยเกินพอ แต่ไอ้ชายชั่วคนนั้นกลับพาลูกสาวของเธอไปอยู่ตามป่าตามดงเหมือนคนเร่ร่อนไม่มีอันจะกินอีกหรือ!?
“ร่มรื่นดีจัง คุณดูสิ” สามีชี้ให้ภรรยาดู
“น…นี่มันบ้านคนหรอ!?”
“ไม่เอาสิคุณ ผมว่าน่าอยู่ดีออก”
เมื่อขับรถมาถึงบ้านของว่าที่ลูกเขย คุณนายพิณทองก็แทบไม่กล้าก้าวเท้าลงไปเหยียบ
บ้านไม้กึ่งปูนสองชั้นหลังเล็กๆตั้งตระหง่านอยู่กลางธรรมชาติ แม้สภาพจะดูแข็งแรงทนทาน แต่คุณนายไฮโซที่เกิดมาท่ามกลางกองเงินกองทองก็ไม่อาจอดใจดูถูกได้ ข้างบ้านเป็โรงจอดรถที่มีรถกระเบาะและรถไถจอดเทียบกัน ส่วนอีกข้างก็เป็สวนพืชพรรณและดงป่าไผ่ขนาดใหญ่ ด้านหลังบ้านคือทุ่งนาและคลองน้ำเย็นสบาย แต่ที่คุณนายหนักใจคือคอกควายและคอกไก่หน้าบ้านนั่นเอง!
“คุณพ่อ คุณแม่ จะมาทำไมไม่บอกเจนก่อนคะ” ลูกสาวคนสวยะโขึ้น
เจนวิ่งมาหาผู้ปกครองทั้งสองพร้อมกับสวมกอด เนื้อตัวของคุณนายเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอม แต่เนื้อตัวของลูกสาวกลับเต็มไปด้วยกลิ่นป่าดงพงไพรที่ไม่ค่อยภิรมย์ใจเท่าไหร่นัก
“ยัยเจน ทำไมแกแต่งตัวสภาพแบบนี้”
“พอดีเจนพึ่งทำอาหารเย็นรอพี่ชาติน่ะค่ะ”
“แล้วไอ้นั่นมันหายหัวไปไหน”
“พี่ชาติไปซื้อของในหมู่บ้าน ตอนนี้น่ากำลังจะกลับมาแล้ว”
“ดีเหมือนกัน ฉันไม่อยากเห็นหน้ามันให้เป็เสนียดลูกตา ขึ้นรถกลับบ้านเดี๋ยวนี้!”
“คุณแม่!”
สองแม่ลูกยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา โดยที่มีผู้เป็พ่อและคนขับรถช่วยกันห้ามจนเสียงดังโวยวาย ฝูงไก่แตกกระเจิงจากคำตวาดของคุณนายไปทั่วบริเวณ ไม่ทันที่ผู้เป็แม่จะดันแผ่นหลังของลูกสาวขึ้นรถได้สำเร็จ เสียงรถมอเตอร์ไซค์แสบหูก็ดังสนั่นมาตามทางจนถึงหน้าบ้าน จากนั้นชายเ้าของบ้านก็เดินเข้ามาดูสถานการณ์ด้วยใบหน้าไม่รับแขกเท่าไหร่นัก
“พี่ชาติคะ”
“ไม่เป็ไรนะเจน”
เจนรีบวิ่งไปเกาะแขนหาแฟนหนุ่มของเธอ
เมื่อคุณนายพิณทองเห็นเช่นนั้นเธอก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที ตอนนี้เธอได้เห็นใบหน้าไอ้ชาติชั่วคนนี้เสียแล้ว ใบหน้าของมันไม่ได้อัปลักษณ์อย่างที่จินตนาการไว้ แต่ก็ไม่ได้รูปหล่อน่ามองนาดนั้น คิ้วดกดำพอๆกับหนวดเคราตามริมฝีปาก รูปร่างั้แ่หัวจรดเท้ากำยำและล่ำสันไปด้วยมัดกล้ามจากการใช้พละกำลังทำงานในการจับจอบจับเสียมทำไร่ทำนามาั้แ่เด็กๆ
รอยสักเสือเผ่นประดับลวดลายตามิัสีน้ำตาลเข้มบริเวณหัวไหล่และแผ่นหลัง กล้ามหน้าอกนูดชัดเรียงตัวเป็ก้อนลงมาตามหน้าท้องทั้งแปดลูก สาเหตุที่คุณนายเห็นสรีระบึกบึนทุกอย่างนั้น ก็เพราะไอ้ชาติมันใส่เพียงกางเกงยีนส์เก่าๆตัวเดียวไปซื้อของในหมู่บ้านตามประสาหนุ่มไทบ้านทั่วไป
ชายหนุ่มร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ ทำให้หญิงวัยกลางคนเห็นขนอุยใต้สะดือที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อชุ่มๆลึกลงไปในเป้ากางเกง
“แกเองสินะ….ไอ้ชาติ”
“สวัสดีครับ คุณพ่อ คุณแม่”
“ใครแม่แก! หยุดเรียกฉันว่าแม่เดี๋ยวนี้ ฉันไม่มีทางเอาแกมาเป็ลูกเขยแน่”
“อ้อ…งั้น…สวัสดีครับ…คุณป้า”
“…..กรี๊ดดดดดด แกเรียกใครป้า ไอ้บ้านอก!”
พิณทองหวีดเสียงพร้อมกับกระทืบเท้าจนหญ้าตาย รูปร่างและหน้าตาของเธอไม่เหมาะกับคำว่าป้าเลยด้วยซ้ำ
เมื่อหนุ่มไทบ้านเห็นว่าที่แม่ยายดีดเต้นด้วยความโมโห ริมฝีปากหนาก็ยิ้มยกด้วยความเ้าเล่ห์ สายตาพราวเสน่ห์ของไอ้ชาติจ้องมองเรือนร่างอวบอั๋นของคุณนายั้แ่หัวจรดเท้า ตอนนี้มันเข้าใจแล้วว่าแฟนสาวได้ความงดงามนี้มาจากไหน
“อย่าทะเลาะกันเลยคุณ เข้าไปคุยกันข้างในก่อน”
“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่มีทางเข้าไปเหยียบบ้านของไอ้บ้านนอกนี่หรอก”
“ไม่เอาน่า ตามผมมาเถอะ”
สามีเฒ่าลากภรรยาเข้าไปบ้าน เมื่อไม่มีผู้ใหญ่อยู่ตามร่าง เจนจึงถอนหายใจออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย
“ขอโทษแทนแม่ด้วยนะคะ”
“ไม่เป็ไร ก็เป็อย่างที่แม่เจนว่าทุกอย่างนั่นแหละ”
“ไม่เอาสิ เจนบอกแล้วไงว่าไม่ให้พูดแบบนี้”
หญิงสาวคว้ามือหนาของแฟนหนุ่มเข้ามากุมไว้
สาเหตุที่ทั้งคู่เจอกันก็เนื่องมาจากหญิงสาวได้เข้ามาทำวิจัยกับทางคณะที่จังหวัดแห่งนี้ ไอ้ชาติเป็หนุ่มเกษตรและเข้าไปเสนอวิถีปลูกพืชพรรณตามที่ผู้ใหญ่บ้านได้เอ่ยขอ เมื่อชายหญิงทั้งสองเจอหน้าและได้พูดคุยกัน ความรักเล็กๆจึงก่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แม้หนุ่มบ้านนอกจะรู้ตัวดีว่าฐานะต่างกัน แต่ทั้งสองก็ไม่อาจต้านทานความ้าของกันและกันได้เลย
“เข้าไปข้างในเถอะค่ะ ตอนนี้แม่น่าจะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว”
“ครับ”