เฮือก!
ฉันพยายามหายใจเข้าเต็มๆปอดทันทีที่รู้สึกว่าฟื้นขึ้นมาจากน่านน้ำอันเย็นเฉียบ
ให้ตายเถอะ อยู่ๆก็สะดุดตกน้ำลงไปซะอย่างนั้นคนเห็นคงคิดว่าโง่ เดินไปแล้วขัดขาตัวเองตกจากสะพานยังดีที่ยังมีชีวิตรอดกลับมาจากนรกได้
โฮ้ะ แน่นอนว่าร้ายๆแบบฉันคงไม่น่าจะตายแล้วได้ขึ้น์แน่นอนจ้ะ
“เป็อะไรหรือเปล่าหนู”
“นั่นสิตัวเล็กขนาดนั้น ทำไมพ่อแม่ไม่ดูแลเลย ปล่อยให้ลูกตกน้ำไปได้ยังไง”
“พ่อแม่หนูอยู่ไหน จำได้ไหม?”
“ดูงงๆนะถึงจะฟื้นขึ้นมาพวกเราก็ควรจะพาไปหาหมอดีกว่าไหม?”
“พาไปแล้วเอาเหรียญที่ไหนจ่ายดูเสื้อผ้าที่เด็กคนนี้ใส่ก็รู้ว่าพ่อแม่เองก็คงยากจน”
“นั่นสิ”
เสียงที่ดังอื้ออึ้งข้างหูฉันนั้นมันยิ่งทำให้ฉันเวียนหัวเข้าไปใหญ่คนพวกนี้พูดอะไรที่ฉันรู้สึกงงๆจริงๆนะแหละ
“นี่ หนูรู้สึกเป็ยังไงบ้าง”คำถามที่ดังใกล้หูฉันมากที่สุดนั่นเอง
น่าจะถามฉันนั่นแหละ พวกเขาคงใที่มีคนตกน้ำ
“ไม่เป็ไรค่ะพักสักหน่อยคงดีขึ้น”เสียงเล็กของใครไม่รู้พูด
แน่สิ รู้สึกว่าเป็ฉันพูดนะ และฉันก็ขยับปากด้วยใครมันกล้าเลียนแบบฉันพูดว่ะ!
“นี่..”อีกแล้ว
เสียงนี่มันเสียงเด็กผู้หญิงชัดๆใครมันล้อเล่นกับฉัน เดี๋ยวเถอะ ถ้าเห็นตัวฉันจะฟาดให้
ฉันคิดก่อนจะเงยหน้ากวาดสายตามองหาเ้าของเสียงที่เลียนแบบฉันทันที
แต่!
ทำไมล่ะ คนพวกนี้เป็ใครกัน ทำไมพวกเขาตัวใหญ่จังทั้งสีผมสีตา ผสมปนเปไปหมด
ไม่น่ะ!นี่ฉันตกน้ำจนประสาทหลอนแล้วกำลังจะเป็บ้าใช่ไหม?
ฉันส่ายหัวไปมา พยายามสะบัดความคิดหรือไม่ก็จินตนาการบ้าๆที่พบเห็นเมื่อสักครู่ออกไปทันที
“ดูท่าจะไม่ดีแล้วสิ เราควรพาไปหาหมอดีไหม?”เสียงของผู้หญิงสักคนพูดแนะนำอีกครั้ง
แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับ
“ระบบกำลังอัพเดทข้อมูลระยะสุดท้าย”
จู่ๆเสียงอีกเสียงก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงั้น
รู้สึกว่าฉันใกล้จะบ้าเต็มทีแล้วฉันควรต้องไปหาหมอใช่ไหม? ต้องควรไปอย่างยิ่งอาจจะเพราะการตกน้ำแล้วหัวกระแทกก้อนหินทำให้เกิดจินตนาการแปลกๆแน่นอนเลย
ฉันคิดขึ้นอย่างจริงจัง
“ระบบอัพเดทเสร็จเรียบร้อยโปรแกรมจะทำการจัดเรียงข้อมูลใหม่ให้สอดคล้องกับที่อยู่ปัจจุบันของโฮสต์ในอีก 5 วินาที”
“5...4...3...”
อะไร? เสียงของใคร
“2...1...”
ก่อนที่ฉันจะประสาทหลอนไปมากกว่านั้นก็รู้สึกราวกับว่าสมองกำลังถูกป้อนข้อมูลบางอย่างเข้าไป
แน่นอนว่ามันค่อนข้างมากพอที่จะทำให้ฉันมีอาการเวียนหัวมากกว่าเดิมและโลกทั้งใบที่ฉันพึ่งพบก็กลายเป็มืดสนิท
เอ่อ
ฉันสลบไปทั้งอย่างนั้นนั่นแหละ