ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 ทำข้อตกลง

            “ยากที่จะพูดหรือเจ้าไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าพลิกเรือในท่อระบายน้ำ?” จนกระทั่งตอนนี้หลินเมิ้งหยายังคงแสดงท่าทีสงบนิ่ง ใบหน้าอ่อนโยน ริมฝีปากหยักยิ้มเล็กน้อย

            “ช่างเป็นเด็กที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลยจริงๆตอนที่เหยียเข้าร่วมกลุ่มเจียงหู พ่อของเจ้ายังเพิ่งจะแตกเนื้อหนุ่มเท่านั้น!”

            นายน้อยวาดนิ้วเรียวยาวแล้วเคาะลงบนหน้าผากของหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางยั่วยวน

            หลินเมิ้งหยาหลับตาลง กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยเข้ามาเตะจมูก

            “เย่หลัวฮวา ถานเซียง เช่อเซียง จื่อเวยซ่าน แล้วยังมี...”

            “มันคือกลิ่นกายของเหยีย เจ้าเด็กนี่จมูกดีขนาดนี้เชียวหรือ”นายน้อยไม่ได้รีบร้อนกรอกยาให้กับหลินเมิ้งหยา ยิ่งโรคจิตก็ยิ่งชอบหลอกล่อสัตว์เลี้ยงของตนเอง

            จู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็หัวเราะออกมา ส่ายหน้าเบาๆ ท่าทางมิอาจคาดเดา

            “เจ้าหัวเราะอะไร?” สีหน้าของนายน้อยยิ่งเผยให้เห็นความประหลาดใจเขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเด็กสาวตรงหน้าจึงกล้าหาญชาญชัยเช่นนี้

            “ข้าหัวเราะ...ข้าหัวเราะนายน้อยของกลุ่มเถาฮวาอู๋ที่แท้เจ้าก็เป็นเพียงเศษสวะเท่านั้น ข้าหัวเราะเจ้าที่มีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศแต่ทุกวันพระจันทร์เต็มดวงกลับต้องทุกข์ระทมเพราะถูกแมลงว่านฉงกัดกินกระดูกข้าหัวเราะที่เจ้าต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรักษาสภาพกึ่งมนุษย์กึ่งสัมภเวสีเช่นนี้!”

            ลำคอสีขาวยาวระหงอยู่ๆ ก็ถูกมือทั้งสองข้างของนายน้อยบีบเค้น

            นิ้วมือออกแรงมากขึ้นจนหลินเมิ้งหยาหายใจได้อย่างยากลำบาก

            ใบหน้าแข็งทื่อนายน้อยคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวคนนี้จะล่วงรู้ถึงความทรมานที่ถูกเก็บเป็นความลับของตนเอง

            “ฆ่าข้า...เจ้า...จะไม่มีวัน...ถอนพิษได้!” นางส่งเสียงออกมาจนจบด้วยความยากลำบากครู่ต่อมา ร่างของหลินเมิ้งหยาถูกนายน้อยออกแรงโยนลงไปอีกฝั่ง

            เจ็บชะมัด! หลินเมิ้งหยากู่ร้องในใจทว่าใบหน้ากลับยังคงเผยให้เห็นเพียงความเยือกเย็นและหยิ่งยโส

            “เจ้ารู้ได้อย่างไร!” ความเยือกเย็นระคนโกรธเกรี้ยวฉายชัดอยู่บนใบหน้าอีกทั้งยังเจือไว้ซึ่งความอำมหิต

            ทุกคนที่ล่วงรู้ความลับของเขาจะต้องตาย!

            “เจ้าไม่ต้องถามหรอกว่าข้ารู้ได้อย่างไร แต่ข้าอยากถามเจ้ากลับว่าเจ้าอยากรู้วิธีถอนพิษหรือไม่!” หลินเมิ้งหยาขอบคุณเครื่องตรวจจับหาพิษในสมองของนางเหลือเกิน

            เมื่อครู่ ทันทีที่จมูกสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าไปสมองเริ่มประมวลผลและเปิดเผยข้อมูลยาพิษออกมาจนหมด

            คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่ต้องแลกมากับใบหน้าอ่อนเยาว์ของนายน้อยผู้นี้จะเป็น...

            “เจ้าบอกว่ามันคือยาพิษเช่นนั้นหรือ? ฮึเจ้าคงคิดจะหลอกชิงหูผู้นี้เลยหาข้ออ้างโป้ปดออกมาใช่หรือไม่?คนในกลุ่มเถาฮวาอู๋ล้วนรู้ดีว่าข้าต้องผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาบ้างรูปลักษณ์จึงเปลี่ยนไปเช่นนี้!”

            ดวงตาคู่สวยประหนึ่งลูกท้อของชิงหูจับจ้องมองทางหลินเมิ้งหยาด้วยความเย็นชาทว่าความฉลาดหลักแหลมในหัวใจกลับเต้นกระตุก

            “ไม่มีทาง! เจ้าลองไตร่ตรองให้ดีว่ากลิ่นหอมในกายเจ้ามีมาได้อย่างไร? เจ้าหาใช่กวางชะมด แบบนี้จะมีกลิ่นกายติดตัวได้อย่างไรเล่า?”

            หลินเมิ้งหยามั่นใจ แม้กลิ่นกายของเขาจะถูกกลิ่นของเครื่องหอมกลบปิดเอาไว้

            ทว่าเรดาร์ในการตรวจหายาพิษกลับเผยรายชื่อพิษเหล่านั้นออกมาดังนั้นเขาจึงไม่อาจหนีตาวิเศษของนางพ้น

            “เรื่องนั้น...” เอ่ยได้เพียงคำเดียว ความทรงจำถาโถมเข้ามาในสมองแต่ถึงอย่างนั้นชิงหูกลับยังไม่ปักใจเชื่อหลินเมิ้งหยา

            ภายในกลุ่มเถาฮวาอู๋มีหมอชื่อดังมากมายแต่กลับมิมีผู้ใดเอ่ยว่าเขาโดนยาพิษเลยแม้แต่คนเดียว

            “เจ้าไม่เชื่อข้าก็ไม่เป็นไร แต่ข้าจะบอกอะไรเจ้าก็ได้กลิ่นกายบนตัวเจ้าและเครื่องหอมที่เจ้าใช้ล้วนเป็นยาพิษร้ายแรงและหายาก”

            หลินเมิ้งหยาเหลือบมองถุงเครื่องหอมบนเอวของเขาก่อนจะแสดงสีหน้ามั่นอกมั่นใจต่อหน้าชิงหู

            “ดอกไม้ที่ถูกนำมาทำเป็นเครื่องหอมมิได้มีพิษแต่อย่างใดแต่เมื่อผสมกับกลิ่นกายของเจ้า เจ้าจะเสพติดมันโดยไม่รู้ตัว หากเจ้าอยู่ห่างจากถุงเครื่องหอมแล้วละก็ร่างกายของเจ้าจะไร้เรี่ยวแรง แม้จะลุกก็ลุกไม่ขึ้น”

            ดังนั้น วันที่อยู่ที่หยาหาง เขาจึงถูกนางจับกุมตัว

            สิ่งที่เด็กคนนี้พูด...ถูกต้องทั้งหมด!

            ขณะเดียวกัน ภาพความทรงจำตลอดหลายปีที่ผ่านมาปรากฏขึ้นในใจของชิงหู

            สีหน้าตกตะลึงค่อยๆ เลือนหายไปดวงตาคู่นั้นเจือไว้ซึ่งความอ่อนโยนขณะจ้องมองหลินเมิ้งหยา

            “บอกข้ามาสิเจ้าเด็กน้อย หากข้าต้องการให้เจ้ารักษาข้าเจ้าต้องการสิ่งใดตอบแทน?”

            เขาไม่อาจทานทนต่อชีวิตที่ไม่ใช่ทั้งมนุษย์หรือสัมภเวสีได้อีกต่อไปแล้วอีกอย่างขอเพียงเขาหลุดจากร่างกายเช่นนี้ได้คนผู้นั้นจะไม่มีวันควบคุมเขาได้อีกต่อไป!

            “ไม่เอา!” หลินเมิ้งหยาปฏิเสธเสียงแข็งนางแสดงท่าทีประหนึ่งหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก1

            “เจ้าจะวางยาให้ข้ากลายเป็นคนโง่เขลาสติฟั่นเฟือนจากนั้นทำให้ข้าเป็นใบ้ สุดท้ายหักแขนหักขาข้าไปเลยก็ได้ เฮ้อแต่อย่าคิดทรมานข้าเด็ดขาด มิเช่นนั้นหากข้าจำชื่อยาผสมปนเปกันขึ้นมาสภาพของเจ้าจะไม่ได้ดีอย่างเช่นตอนนี้แน่นอน!”

            หลินเมิ้งหยาหัวเราะ จากนั้นยืนสงบนิ่ง

            หากจะมีใครสักคนบนโลกใบนี้สามารถทำให้ชิงหูยอมจำนนได้เด็กคนนี้คือคนคนนั้น

            “เด็กน้อย พวกเรามาคุยกันสักเล็กน้อยดีหรือไม่?”นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่ชิงหูยอมโอนอ่อนต่อใครสักคนท่าทีอ่อนโยนราวกับกำลังร้องขอการให้อภัย

            “ไม่ต้องคุยหรอก มาสิ พวกเจ้าไม่ต้องป้อนหรอก ข้าจะดื่มเอง”หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทีเด็ดเดี่ยวและองอาจผึ่งผาย โดยไม่ไว้หน้าชิงหูเลยแม้แต่น้อย

            “ไอ้หยา ดูเจ้าสิ ยังเด็กอยู่แท้ๆ แต่อารมณ์กลับไม่เล็กตามข้าก็แค่ล้อเจ้าเล่นแต่เพียงเท่านั้น เหยียผิดไปแล้ว เหยียจะชดใช้ให้เจ้าดีหรือไม่?”

            ชิงหูเอาอกเอาใจหญิงสาวตรงหน้า ความประหลาดใจยิ่งก่อตัวมากขึ้นสกุลหลินสั่งสอนลูกสาวอย่างไรกันนะ

            ทั้งที่เขาถูกกล่าวขานว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกแต่คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กตรงหน้าจะเอาชนะเขาได้

            “ได้ ข้าสัญญาว่าจะรักษาอาการให้กับเจ้าแต่เจ้าจะเอาอะไรมาแลกกันเล่า?” หลินเมิ้งหยานั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือ2 บนเก้าอี้มีพรมขนจิ้งจอกวางเอาไว้ดังนั้นสัมผัสจึงนุ่มนิ่มและอบอุ่น

            “ข้าไม่ป้อนยาเจ้าแล้วดีหรือไม่? เจ้าต้องการอะไร ข้าจะให้” ลูกตาของชิงหูกลอกกลิ้งไปมาใบหน้ายิ้มแย้มอบอุ่นไร้ซึ่งพิษภัย

            หลินเมิ้งหยาจ้องตาเขา พวกเขาต่อล้อต่อเถียงกันมาได้พักใหญ่แล้วหากยังเป็นเช่นนี้อยู่ ดูท่าแม้จะเจรจาต่อรองกันทั้งคืนก็คงไม่จบไม่สิ้น

            นางครุ่นคิด กระดิกนิ้วเรียกชิงหูมาใกล้ๆ

            กระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างใบหู สีหน้าของชิงหูเปลี่ยนไปจนมิอาจคาดเดาสุดท้ายดวงตาของหลินเมิ้งสะท้อนภาพใบหน้าที่กำลังพยักลงเล็กน้อยอย่างไม่เต็มใจนักของชิงหู

            “เจ้านี่นะ ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง ได้ ข้ายอมเจ้าแล้ว แต่เจ้าทำให้ข้าดีขึ้นก่อนสักเล็กน้อยสิ”

            นิ้วเรียวยาวเคาะเข้าที่กะโหลกหน้าผากของหลินเมิ้งหยา

            ชิงหูประหลาดใจเหลือเกินสมองของเด็กคนนี้กำลังปกปิดความเจ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอกน้อยอยู่ใช่หรือไม่

            “อันที่จริงการถอนพิษนั้นไม่ยาก แต่จะต้องเสียเวลาในการหาหยูกยาข้าจะเขียนให้เจ้า เจ้าเรียกคนมาบันทึกก็พอ” หลินเมิ้งหยาเลิกเล่นตัวหยิบกระดาษขึ้นมากางออก จากนั้นขีดๆ เขียนๆ ลงไป

            “นี่...นี่คือสิ่งที่จะทำให้เหยียไม่ต้องพึ่งเครื่องหอมเช่นนั้นหรือ?” ชิงหูอ้าปากค้างจ้องมองรายชื่อยาในมือก่อนจะแสดงสีหน้าสงสัย

            หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงด้วยสีหน้าใสซื่อ

            “ได้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองดู หากเจ้าเชื่อถือไม่ได้เช่นนั้นก็อย่าหาว่าเหยียใจร้ายก็แล้วกัน! ชิงหลวน ฮั่วเฟิ่ง พาคุณหนูหลินไปพักผ่อน”

            หญิงสาวใบหน้าสวยงามสองนางผลักประตูเข้ามาหลินเมิ้งหยาเพิ่งพบว่าบนร่างของทั้งสามล้วนมีกลิ่นหอมแปลกประหลาดส่งออกมา

            ตกลงเถาฮวาอู๋คืออะไรกันแน่เหตุใดจึงใช้ยาพิษเหล่านั้นมาควบคุมทุกคนกัน?

            “คุณหนูหลิน เชิญเจ้าค่ะ!” ชิงหลวนสวมใส่ชุดสีฟ้า ฮั่วเฟิ่งสวมใส่ชุดสีแดงทว่าดวงตากลับแข็งทื่อเย็นชาอย่างแปลกประหลาด

            หลินเมิ้งหยาลองคำนวณความเป็นไปได้ที่จะหนีออกมาสุดท้ายทำได้เพียงเดินตามหลังพวกนางออกจากห้องของชิงหู

            หากทางจวนของท่านอ๋องรู้ว่านางหายตัวไปมิรู้ว่าจะเกิดความโกลาหลมากถึงเพียงไหน

            “คุณหนู นี่คือเกี๊ยวกุ้งในซุปไก่ที่คุณหนูสั่งให้ข้าทำรีบ...กรี๊ด! นายน้อยอวี้!คุณหนู!”

            ป๋ายจื่อเดินกลับมาจากห้องครัว ทันทีที่ผ่านธรณีประตูเข้ามาก็ได้เห็นร่างของหลินจงอวี้ที่นอนสลบอยู่บนพื้น

            ทว่าคุณหนูของนายกลับหายตัวไป

            รีบวิ่งเข้าไปเขย่าตัวหลินจงอวี้อย่างเอาเป็นเอาตายในที่สุดนายน้อยอวี้ก็ฟื้นขึ้น

            “พี่สาว...พี่สาวพระชายา...” หลินจงอวี้มองไปทางเตียงที่ว่างเปล่าสมองที่เคยสับสนมึนงงพลันแจ่มชัดขึ้นมาในบัดดล

            พี่สาวหายตัวไปแล้ว! เขาถูกวางยาหมีเซียงถ้าเช่นนั้นพี่สาวกำลังตกอยู่ในอันตราย

            “พี่ป๋ายจื่อ ข้าต้องไปหาท่านอ๋อง พี่รออยู่ที่นี่นะห้ามบอกใครเป็นอันขาดว่าพี่สาวหายตัวไป เข้าใจหรือไม่?”

            คำพูดเพียงประโยคเดียวของหลินจงอวี้ทำให้ป๋ายจื่อที่กำลังตื่นตระหนกรู้สึกตัวว่าตนเองควรทำอะไร

            นางพยักหน้าลงอย่างเอาเป็นเอาตาย ดวงตาเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา

            ฮือๆ คุณหนูหายตัวไปอีกแล้ว!

            หลินจงอวี้พาร่างกายที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติดีของตนเองออกวิ่งไปทางประตูหน้าห้องอ่านหนังสือของหลงเทียนอวี้

            เมื่อองครักษ์หน้าห้องเห็นว่าเป็นน้องชายของพระชายาจึงมิได้ห้ามเอาไว้

            ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เคาะประตูสายลมหอบใหญ่พัดกระทบร่างจนโงนเงน สุดท้ายเงาดำทมิฬพุ่งเข้าไปรับร่างของเขาเอาไว้

            “ช่วยพี่สาวข้าด้วย พี่สาวถูกจับตัวไปแล้ว!” พูดจบ เขาสลบไปในทันที

            เย่สูดกลิ่นที่ยังคงติดตามร่างกายของเด็กหนุ่ม ที่แท้ก็คือหมีเซียง!

            “ท่านอ๋อง ข้าน้อยมีเรื่องรายงาน” ภายในห้อง หลงเทียนอวี้กำลังคุยเรื่องกลุ่มเถาฮวาอู๋กับคนสนิท

            เย่ที่คอยทำหน้าที่เฝ้าประตูเพื่อไม่ให้คนนอกย่ำกรายเข้าไป อยู่ๆ ก็ร้องขอเข้าเฝ้า

            เงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

            “พวกเจ้าออกไปก่อน ค่อยกลับมาคุยกันใหม่วันหลัง”

            ทุกคนขยับตัวออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ หลังจากนั้นภายในห้องจึงเหลือเพียงหลงเทียนอวี้ผู้เดียว

            “เด็กคนนี้มีกลิ่นของหมีเซียงที่เถาฮวาอู๋ใช้ติดตัวเกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับพระชายาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

            เย่วางร่างของหลินจงอวี้ลงบนเก้าอี้ ก่อนจะรายงานปัญหาออกมา

            แววตาของหลงเทียนอวี้เปลี่ยนไป เขาพุ่งตัวออกจากห้องอ่านหนังสือแทบจะทันที

            “พาหลินจงอวี้มาด้วย! ตามข้ามา!”

            “พ่ะย่ะค่ะ”

            ภายในตำหนักมืดมิดลงแล้ว

            เมื่อเดินมาถึงห้องของหลินเมิ้งหยาเขาได้เห็นเพ่ยเจี้ยของหลินเมิ้งหยาร้องไห้ตัวสั่นเทาปานจะขาดใจ

            “ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดเข้าหากันทั่วทั้งห้องยังคงมีกลิ่นหมีเซียงคละคลุ้งอยู่เล็กน้อย

            มือหนากำเข้าหากัน บังอาจนัก กล้าเหยียบจมูกเขาถึงถิ่น!

            “หม่อมฉันไม่รู้เพคะ ฮือๆ ท่านอ๋องท่านจะต้องช่วยคุณหนูของพวกเรากลับมานะเพคะ”

            ป๋ายจื่อที่ตื่นตกใจจนเสียสติส่งเสียงร้องไห้ออกมาไม่หยุดแต่ถึงอย่างนั้นนางกลับไร้ซึ่งเบาะแสที่มีประโยชน์ใดๆ

            คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น จับตัวหลินจงอวี้บนหลังเย่ลงมากดเข้าที่จุดฝังเข็มสามจุด หลินจงอวี้จึงค่อยๆ ฟื้นคืนสติ

             

    ***********************

    1 หมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวกแปลว่าไม่มีความยำเกรงหรือหวาดกลัวอะไรทั้งสิ้น

    2 เก้าอี้ไท่ซือคือเก้าอี้ไม้แบบโบราณมีพนักพิง

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023