อรนิสา ตื่นขึ้นมาปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด
“ตื่นแล้วเหรอ?” แอนโทนี่ คาร์ล สเตฟาน เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตื่นแล้ว
“คุณทำฉันเจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ” หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มด้วยความโกรธขึง น้ำตาคลอหน่วย เมื่อนึกถึงภาพที่ชายหนุ่มกำลังจูบกับ ขวัญฤทัย ความเ็ปแล่นมาจุกที่หน้าอกด้านซ้ายเหมือนมีเข็มสักร้อยสักพันเล่มมาปักลงตรงกลางหัวใจ ซ้ำไปซ้ำมาจนพรุนไปหมดไม่เหลือชิ้นดี
“ฟังผมนะทูนหัว ผมไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนสาเลยแม้แต่นิดเดียว ั้แ่ผมมีสา ผมก็ไม่มองใครและไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย” ชายหนุ่มบอกกล่าวแก่หญิงสาวตรงหน้า เขาไม่อยากเห็นใบหน้าเ็ปนั้นเลยให้ตายสิ มันทำให้เขารู้สึกเ็ปตามไปด้วย
“บอกว่าไม่คิดอะไร แต่กอดจูบเพื่อนฉันนี้นะ ฮึ! จะให้เชื่อว่าอะไร? ยังไง? เห็นกันอยู่เต็มสองตาซะขนาดนั้น” หญิงสาวตวาดใส่ชายหนุ่ม น้ำตาที่คลอหน่วยตอนนี้ไหลรินลงมาเป็สาย
“ที่รัก!.. ที่ผมกอดจูบเพื่อนคุณก็เพราะฤทธิ์ยาปลุกเซ็กซ์ที่เขาใส่ให้ผมกิน ผมไม่ได้พิศวาสเขาเลยแม้แต่นิดเดียว คุณจำวันที่เรามีอะไรด้วยกันครั้งแรกได้ไหม คุณมีอาการยังไงจำได้ไหม ผมก็เป็อย่างนั้นแหละ และผมก็คิดว่าวันนั้นเขานั้นแหละที่ใส่ยาลงในแก้วผม เพื่อจะให้ผมกินเหมือนวันนี้ ใส่ตอนไหนนั้นผมไม่รู้ แต่ดันผิดพลาด ผมดันให้คุณกิน คุณก็เลยตกเป็ของผมโดยปริยายไงครับ” ชายหนุ่มอธิบายให้คนตัวเล็กฟัง
“แล้วทำไมขวัญถึงทำอย่างงั้นด้วยล่ะ?” อรนิสา ถามชายหนุ่ม
“ทำไมน่ะเหรอผมไม่รู้ หรืออาจจะเป็เพราะว่าผมหล่อ ผมรวยมั้ง” ชายหนุ่มพูดทีเล่นที่จริง
“คนหลงตัวเอง” อรนิสา มองค้อนเขาก่อนจะกล่าวขึ้น
“อ้าวไม่จริงเหรอ ถ้าผมไม่หล่อ ไม่รวยแล้วเขาจะ้าอะไรล่ะ หรือเพราะผมลีลาดี แต่ก็ไม่น่าใช่นะ เพราะผมก็ทำกับคุณแค่คนเดียว” ชายหนุ่มกล่าวล้อๆ หญิงสาว
“บ้า! คุณนี้” อรนิสาต่อว่าชายหนุ่มอย่างอายๆ
“แต่ก็ต้องขอบคุณเขานะ ที่เขาทำให้ผมไม่ต้องฉุดคุณมาปล้ำทำเมีย แต่มาด้วยความยินยอมพร้อมใจ” ชายหนุ่มพูดแกล้งหยอกล้อหญิงสาว
“เพี๊ยะ!..”
อรนิสาอ้าปากหวอกับคำพูดของชายหนุ่ม ยกมือเล็กขึ้นตีต้นแขนแกร่งหนึ่งทีด้วยความเขินอาย
“โอ้ย! ผมเจ็บนะ” ชายหนุ่มยังแกล้งหญิงสาวต่อ แล้วเข้ามาสวมกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง แล้วกดจูบปากบางจิ้มลิ้มหนึ่งที
“หายโกรธผมแล้วใช่ไหมครับ?” ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน เธอก้มหน้าผงกศีรษะขึ้นลง พร้อมส่งยิ้มให้ชายหนุ่มเป็เชิงบอกกล่าวว่าเธอหายโกรธแล้ว
“แล้วคุณไม่คิดหรือว่าสาอยากจะจับคุณน่ะ?” อรนิสา เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มเพื่อรอคำตอบ
“หึหึ!.. คิด! คิดว่าจะให้จับตรงไหนดี” ชายหนุ่มกล่าวล้อๆ แล้วยื่นมือมาบีบจมูกเล็ก
“บ้า!..” ทำให้ อรนิสา ค้อนส่งให้ชายหนุ่ม หน้าแดงแป๊ดทันตาเห็น
‘นี้เขาทะลึ่งตึงตังได้ตลอดเวลาสิน่า’ อรนิสาคิดในใจ
ถ้าอรนิสา คิดจะจับเขาก็ดีน่ะสิ ไม่เห็นทีท่าจะเป็อย่างนั้นเลย แต่นี่อะไร คอยแต่จะวิ่งหนีออกห่างเขาอยู่ล่ำไป มีแต่เขาซะอีกที่ทั้งวิ่งไล่จับไล่ต้อนอยู่อย่างนี้
“ขวัญ เขาเป็เพื่อนสา มานานทำไมเขาถึงทำกับสา ได้ลงคออย่างนี้” อรนิสากล่าวด้วยเสียงอันเศร้าสร้อย
“สาอาจจะคิดว่าเขาเป็เพื่อน แต่เขาคิดว่าสา เป็เพื่อนเขาหรือเปล่าล่ะ เพราะเพื่อนกันเขาไม่ทำยังงี้หรอก
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปกับเื่นี้คะ?” อรนิสา เอ่ยถามอย่างสงสัย
“คนอย่างนี้ต้องได้รับบทเรียนซะบ้าง ผมมีวิธีจัดการเขาอยู่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มตอบหญิงสาว
“คุณจะทำร้ายเธอเหรอคะ?” อรนิสาถามด้วยความเป็ห่วงเพื่อน ถึงแม้ว่า ขวัญฤทัย จะทำกับเธอขนาดนี้ก็ตาม
“ไม่หรอก ผมไม่ทำร้ายเขาหรอก เขาทำยังไงเขาก็จะได้ยังงั้น ตอนนี้ผมบอกสายังไม่ได้ ต้องรอดูกันต่อไป” ยิ่งชายหนุ่มเอ่ยอย่างนี้ยิ่งทำให้ อรนิสา สงสัยมากขึ้นกว่าเดิมอีก
“คุณทำให้สาอยากรู้มากขึ้นนะคะเนี้ย” อรนิสา ว่าอย่างงอนๆ
“ฮ่าๆๆ เอาน่าเดี๋ยวก็ได้รู้ อดใจรอไว้ก่อนนะทูนหัว” ชายหนุ่มว่าพลางจับคางหญิงสาวเขย่าไปมาเบาๆ
“แต่ตอนนี้คุณต้องกินข้าวแล้วก็กินยา เพราะเดี๋ยวจะเป็ไข้เอา ผมทำรุนแรงกับคุณไปหน่อย ผมขอโทษนะ” ชายหนุ่มก้มลงไปกล่าวขอโทษชิดริมฝีปากบางจิ้มลิ้ม
“ไม่เป็ไรค่ะ มันก็แปลก และก็เร้าใจดีเหมือนกัน” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างอายๆ
“โอ้! ที่รัก พูดอย่างนี้ ผมอยากต่ออีกยกนะเนี้ย!” ชายหนุ่มกล่าวยิ้มพราวกรุ่มกริ่ม
“อย่านะคะ สาระบมไปหมดทั้งตัวแล้ว ไม่ไหวแล้ว” อรนิสาทำหน้าใ กล่าวห้ามชายหนุ่มทันที
“ผมล้อเล่นน่ะ สารอแป๊บหนึ่งนะเดี๋ยวผมทำอาหาร นำยามาให้” ชายหนุ่มพูดจบก็กดจูบลงหาปากบางจิ้มลิ้มอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นสวมใส่เสื้อผ้า แล้วเดินออกจากห้องนอนไป
ชายหนุ่มขึ้นมาพร้อมกับสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ ที่ชายหนุ่มลงมือทำให้หญิงสาวเอง
“น่าทานจังค่ะ” อรนิสา บอกกับชายหนุ่ม
“ทานเยอะๆ จะได้มีแรง” ชายหนุ่มกล่าว อรนิสา จึงลงมือทานจนหมด และตามด้วยยาแก้ไข้หนึ่งเม็ดที่ชายหนุ่มนำมาให้ทานป้องกันไว้ แล้วหญิงสาวก็นอนหลับลงอีกครั้งทั้งจากความอ่อนเพลียที่ยังมีเหลืออยู่ และจากฤทธิ์ของยาแก้ไข้นั้นด้วย