เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 102 สมปรารถนาเสียที

            ยายหวังย้ำจุดยืนของสามีให้ฉินไห่เฉวียนฟังอีกครั้ง “หยวนเฟิงอยู่กับพวกฉันสองคนก็ดีแล้ว ให้เขากลับไปอยู่กับแก คอยเอาใจแม่เลี้ยง เราไม่วางใจหรอก เฉินหลิงเป็นคนยังไงเรารู้ดี ถ้าแกอยากจะไถ่โทษเด็กคนนี้จริงๆ ก็แวะมาเยี่ยมเขาบ้าง มาอยู่เป็นเพื่อนเขาบ้าง ถึงพวกฉันจะเกลียดแก แต่ยังไงแกก็เป็นพ่อแท้ๆ ของเขา ลำพังกำพร้าแม่ก็น่าเวทนามากพอแล้ว หากคนเป็นพ่อจะใส่ใจรับผิดชอบให้มากกว่านี้สักนิดก็คงจะดีไม่น้อย”


            ใบหน้าของฉินไห่เฉวียนเดี๋ยวแดงก่ำเดี๋ยวซีดเผือด อย่างไรเสียเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นฝ่ายผิด... ทั้งผิดต่อหวังซิ่วอวิ๋นผู้ล่วงลับ ผิดต่อฉินหยวนเฟิงเลือดเนื้อเชื้อไข และผิดต่อสองผู้เฒ่าที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้    


            เมื่อก่อน พวกท่านทั้งสองมอบลูกสาวที่เลี้ยงดูมาอย่างดีให้เขาด้วยความจริงใจ


            เขายอมรับว่าหวังซิ่วอวิ๋นเป็นภรรยาที่ดี เหมาะจะเป็นภรรยามากกว่าเฉินหลิง


            หวังซิ่วอวิ๋นเป็นภรรยาที่ดี เป็นแม่ที่ประเสริฐ แต่ความดีเหล่านั้นไม่อาจสู้ความสาวสวยของเฉินหลิงได้ เขาหลงใหลของใหม่จนหน้ามืดตามัว มองเห็นเมียตัวเองเป็นเพียงยายเพิ้งก้นครัวที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง และเป็นคู่นอนที่จืดชืดไร้รสชาติจนน่าเบื่อหน่าย    


            เขาแค่ไม่คิดว่าหวังซิ่วอวิ๋นจะเลือกจบชีวิตตัวเอง


            เขารู้ว่าในสายตาของลูกชายและคนบ้านหวัง เขาคือคนบาปที่ไม่อาจให้อภัย


            ฉินไห่เฉวียนเห็นว่าสองตายายไม่ยอมคืนลูกชายให้ แถมฉินหยวนเฟิงก็ไม่ยอมกลับ เขาจึงต้องยอมถอยให้ “ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ให้หยวนเฟิงอยู่กับพวกคุณต่อไปนะครับ ต่อไปผมจะหาเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเขาให้มากขึ้น”


            “ผมไม่ต้องการ!” ฉินหยวนเฟิงพูดเสียงเย็นชา ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่มองหน้าฉินไห่เฉวียนเลย


            นั่นคือพ่อผู้ให้กำเนิด แต่สำหรับฉินหยวนเฟิงแล้ว ไม่ต่างจากคนแปลกหน้า


            ยายหวังรีบเรียกฉินหยวนเฟิงไปกินข้าวแล้วกลับโรงเรียน ไม่ได้มีทีท่าว่าจะชวนฉินไห่เฉวียนกินข้าวด้วย


            ตั้งแต่แม่เขาจากไป ทุกครั้งที่ฉินไห่เฉวียนมา อย่างมากก็ได้แค่น้ำร้อนแก้วเดียว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เป็นลูกเขย ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดี


            “พ่อครับ ผมอยากให้หยวนเฟิงกับเซี่ยงหยางสนิทกัน เรื่องของผู้ใหญ่ก็ส่วนผู้ใหญ่ ไม่ควรดึงเด็กมารับเคราะห์ด้วย พวกเขาสองคนไม่รู้เรื่องอะไรเลย พ่อว่าจริงไหมครับ” เซี่ยงหยางคือลูกชายของเขากับเฉินหลิง น้องชายต่างแม่ที่อายุน้อยกว่าสามปีกว่า


            ตาหวังเข้าใจความหมายก็ปฏิเสธทันที “ฉันว่าไม่จำเป็นหรอก รอให้หยวนเฟิงโตกว่านี้หน่อย ถ้าเขาเต็มใจยอมรับน้องคนนั้น เราก็ไม่ขวาง แต่ตอนนี้เราไม่เห็นด้วย”


            ฉินไห่เฉวียน “ผมหวังว่าพวกท่านจะลองคิดดูอีกทีนะครับ หยวนเฟิงดูเก็บตัว ควรมีเพื่อนเพิ่มขึ้น ผมได้ยินป้าสะใภ้บอกว่าหยวนเฟิงชอบชกต่อย แถมหมัดหนักอีกด้วย เป็นแบบนี้ต่อไปจะไม่ดีนะครับ!”

            

            “แกพูดแบบนี้จะบอกว่าพวกฉันเลี้ยงหลานจนเสียคนงั้นเหรอ?” หน้าตาหวังบึ้งตึงทันที


            เห็นตาโกรธ ฉินไห่เฉวียนก็รีบอธิบาย “พ่อเข้าใจผิดแล้วครับ ผมรู้ว่าพวกท่านเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี ผม…”


            ยังไม่ทันพูดจบ ตาหวังก็ขัดขึ้น “หยวนเฟิงเป็นเด็กดี รู้ความ มาอยู่กับฉันตอนหกขวบก็ช่วยงานแล้ว ตอนนี้อายุสิบเอ็ดปีก็รู้จักหาเงิน ปิดเทอมฤดูร้อนก็ไปขายไอติมน้ำอัดลมกลางแดดในเมือง นิสัยเก็บตัวก็จริง แต่ไม่ใช่ไม่มีเพื่อน เขามีเพื่อนเยอะแยะ ทุกครั้งที่ชกต่อยก็มีเหตุผล เด็กผู้ชายก็แบบนี้ อารมณ์ร้อน ตอนแกอายุเท่าเขาจะไม่เคยชกต่อยเหรอ ถ้าเขาไม่สู้คน โดนด่าแล้วไม่ตอบโต้นั่นแหละน่าเป็นห่วง เด็กผู้ชายต้องรู้จักปกป้องตัวเอง ปกป้องเพื่อนตั้งแต่เล็กๆ ต่อไปถ้าสะใภ้ใหญ่โทรไป แกก็ไม่ต้องสนใจ”


            ฉินไห่เฉวียนไม่คิดว่าลูกชายคนโตจะรู้ความขนาดนี้ อายุแค่นี้ก็ช่วยงานบ้าน หาเงินเอง แถมเรียนดีมากด้วย


            ส่วนเรื่องชกต่อย สำหรับเด็กผู้ชายวัยนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร


            ตราบใดที่ไม่ใช่รังแกคนอื่นไม่มีเหตุผล ก็พอให้อภัยได้


            ฉินหยวนเฟิงฝืนกลืนข้าวลงคอไปได้ไม่กี่คำ ก็รีบลุกหนีกลับโรงเรียน ในเมื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญยังนั่งหัวโด่อยู่ที่นี่ เขาก็ไม่อยากหายใจร่วมห้องด้วยนานกว่านี้    


            เห็นลูกจะไปโรงเรียน ฉินไห่เฉวียนก็รีบตาม “หยวนเฟิง พ่อจะมาเยี่ยมบ่อยๆ นะ พ่อรู้ว่าลูกไม่ต้องการพ่อ พ่อผิดเองที่ละเลยลูก”


            ต่อหน้าลูกชาย ฉินไห่เฉวียนทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นพ่อหมดแล้ว แต่ฉินหยวนเฟิงก็ยังคงเย็นชาใส่


            ก่อนกลับ ฉินไห่เฉวียนยัดเงินให้จำนวนหนึ่ง ฉินหยวนเฟิงก็รับไว้ ไม่รับก็เสียเปล่า ถ้าไม่รับ ก็เท่ากับให้ประโยชน์เฉินหลิงกับลูกชายเธอ


            แม้จะยังเด็ก แต่ฉินหยวนเฟิงก็รู้เรื่องไม่น้อย


            เขารู้ว่าเฉินหลิงอยากให้เขาตัดขาดกับบ้านนั้น จะได้ไม่ต้องให้เงินเขาอีก


            เขาจะไม่ทำดีกับฉินไห่เฉวียน แต่เงินที่ให้ต้องรับไว้ ยิ่งมากยิ่งดี


            ฉินไห่เฉวียนติดหนี้เขาและแม่ ในเมื่อชดเชยความรู้สึกไม่ได้ ก็ควรชดเชยด้วยเงิน


            สองตายายรู้ว่าฉินไห่เฉวียนมาเพราะโทรศัพท์ของสะใภ้ใหญ่ พอเขาไปแล้ว กินข้าวเสร็จยายหวังก็เรียกหวังอ้ายกั๋วมา


            “อ้ายกั๋ว แม่รู้ว่าเมียแกพยายามทุกทางจะไล่หยวนเฟิงไป แกเป็นลุงแท้ๆ ของเขา เป็นพี่ชายแท้ๆ ของซิ่วอวิ๋น เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนเดียวของน้องสาวแก เราก็ควรดูแลเขาให้ดี แม่รู้ว่าแกกลัวเมีย แต่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว แกควรจะแสดงท่าทีบ้างสิ ปกติเมียแกมาอาละวาด แกเองก็เห็นแต่ไม่กล้าพูดอะไร แกขี้ขลาดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” คำพูดทั้งอ่อนทั้งแข็งของยายหวัง ทำให้หวังอ้ายกั๋วอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน


            เขาไม่ได้ตาบอด เมียไม่เคารพพ่อแม่ยังไง ยุให้หวังเหว่ยไฉรังแกฉินหยวนเฟิงยังไง เขาก็เห็น แต่เลือกทำเป็นไม่สนใจ


            ลึกๆ แล้ว เขาก็ยอมรับการกระทำของเมีย ไม่เห็นด้วยที่พ่อแม่เลี้ยงฉินหยวนเฟิง คิดว่าเป็นการเลี้ยงลูกให้บ้านฉินเหมือนกัน


            แต่พอเห็นแม่ที่ผมหงอกขาวโพลนพูดถึงหวังซิ่วอวิ๋นด้วยแววตาโศกเศร้า ความรู้สึกส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในใจของเขาก็พลันสั่นสะท้าน    


            หวังอ้ายกั๋วแก่กว่าหวังซิ่วอวิ๋นห้าปี เมื่อก่อนสองพี่น้องสนิทกันมาก


            น้องสาวตายอย่างน่าอนาถ เป็นความเจ็บปวดที่พี่น้องทุกคนกลัวที่จะพูดถึงที่สุด


            คิดอยู่นาน หวังอ้ายกั๋วจึงพูดเสียงเบา “แม่ครับ ไม่ต้องโกรธแล้ว เดี๋ยวผมกลับไปพูดกับชุนหงดีๆ”


            ท่าทีนี้ทำให้ยายหวังพอใจขึ้นบ้าง “หวังว่าแกจะคุมเธอได้นะ อย่าได้คิดว่ามีลูกชายให้บ้านเราแล้วจะวิเศษนัก เราต้องทนต้องยอม การมีลูกชายก็เพื่อให้แม่มีที่พึ่งในอนาคต ปู่ย่าจะได้อะไร? อ้ายกั๋ว แกตามใจเมียเกินไปแล้ว ผู้หญิงบางคนน่ะต้องโดนตีบ้าง”


            หวังอ้ายกั๋ว “…”


            หวังอ้ายกั๋วกลับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ พอเข้าประตู หลี่ชุนหงก็รีบถาม “พ่อกับแม่ด่าพี่รึไง?”


            หวังอ้ายกั๋วไม่สนใจ เดินเข้าห้องโถงไปนั่งสูบยาเส้น


            หลี่ชุนหงเห็นท่าทีก็ไม่พอใจ “เมื่อกี้ถามไม่ได้ยินเหรอ เป็นใบ้รึไง?”

            

            “หลี่ชุนหง ใครใช้ให้เธอปากมากโทรหาฉินไห่เฉวียน? เรื่องบ้านเราต่อไปนี้ เธออย่ามายุ่ง อย่าคิดว่ามีลูกชายให้บ้านนี้แล้วจะวิเศษนัก!” หวังอ้ายกั๋วขว้างกล้องสูบยาลงพื้นอย่างแรง


            หลี่ชุนหงเห็นสามีแข็งกร้าวใส่ มีหรือจะกลัว “หวังอ้ายกั๋ว จะทำอะไร จะตีฉันเหรอ?”


            “หลี่ชุนหง จะอยู่ก็อยู่ดีๆ อย่าหาเรื่องอีก ถ้าไม่อยากอยู่ก็ไสหัวไป!” นี่เป็นครั้งแรกที่หวังอ้ายกั๋วพูดแรงกับเมีย


            อายุขนาดนี้ยังโดนแม่ด่าเหมือนเด็กๆ ความเป็นชายของเขาแหลกสลาย ไฟในใจย่อมต้องระบาย


            นึกถึงที่เมียไม่เคารพพ่อแม่ และเรื่องที่เพราะฉินหยวนเฟิงทำให้ครอบครัวทะเลาะกันทุกวัน เพราะเขาไม่เคยทำอะไรเลยจนโดนนินทาว่ากลัวเมีย


            ในชนบท ถ้าผู้ชายโดนว่ากลัวเมีย ไม่ใช่คำชม แต่เป็นการดูถูก    


            แม้อยากจะซ้อมสักที แต่เขาก็ไม่ได้ทำ ผู้ชายตีผู้หญิงจะเรียกว่าผู้ชายได้ยังไง?


            แม้ไม่ได้โดนซ้อม แต่หลี่ชุนหงก็นั่งลงร้องโวยวายเสียงดัง ได้ยินไปสามบ้านแปดบ้าน คนไม่รู้คงคิดว่าโดนซ้อมหนัก


            จริงๆ แล้วเธอก็แค่โวยวายเสียงดัง แต่ไม่มีน้ำตา


            หวังอ้ายกั๋วมีหรือจะง้อ ปล่อยให้โวยวายไปแบบนั้น


            พอร้องจนเหนื่อย เธอก็ลุกขึ้นเอง แล้วไปทำธุระต่อ


            หลังเลิกเรียน ฉินหยวนเฟิงไปหาทิงเสวี่ย เล่าเรื่องตอนกลางวันให้ฟัง


            “ป้าสะใภ้ นายแค่อยากหาเรื่อง ไล่นายไปเท่านั้นแหละ อย่าไปใส่ใจเลย ฉันรู้ว่าตาหวังยายหวังต้องปกป้องนายแน่” ทิงเสวี่ยเห็นเขาดูซึมๆ ก็ปลอบใจ เรื่องนี้สาเหตุหลักก็มาจากพี่เอง ถ้าตอนนั้นพี่ห้ามเขาไม่ให้ตีหวงเทาได้ ก็คงไม่มีเรื่องตามมา


            ถ้ายายหวังไม่ต้องการเขาแล้ว ฉินหยวนเฟิงก็คงไม่มีที่ไปจริงๆ เธอก็รู้ว่าเขายอมนอนข้างถนน ดีกว่ากลับไปอยู่บ้านนั้น เอาใจแม่เลี้ยงใจร้าย

            

            แต่ชาติก่อน พอฉินหยวนเฟิงประสบความสำเร็จ เขาก็ยังดีกับพ่อและน้องชายโดยเฉพาะฉินเซี่ยงหยาง น้องชายต่างแม่คนนี้ เขาก็ดูแลอย่างดี


            ฉินเซี่ยงหยางทำงานในบริษัทพี่ชายอย่างราบรื่น ต่อมาได้แต่งงานกับดาราสาวระดับรอง กลายเป็นขาประจำข่าวร้อนในเวยป๋อ


            ชีวิตฉินเซี่ยงหยางสุขสบายมาก แต่ฉินหยวนเฟิงกลับอยู่ตัวคนเดียวจนตาย


            และการกระโดดตึกฆ่าตัวตายของเขาก็เป็นปริศนาที่ฝังลึกในใจทิงเสวี่ย


            ถ้าชาติก่อนเธอตายช้ากว่านี้หน่อย อาจจะรู้สาเหตุการกระโดดตึกของเขาก็ได้ แต่ก็ดัน…


            ทิงเสวี่ยหยิบลูกอมออกจากกระเป๋ายัดใส่มือเขา “ต่อไปอย่าใจร้อนแบบนี้อีกนะ ให้ตายายเป็นห่วงน้อยลงหน่อย ก็ผิดที่ฉันด้วยที่ไม่ห้ามนายตอนจะซ้อมหวงเทา”


            “ฉันไม่โทษเธอหรอก!” ฉินหยวนเฟิงกำลูกอมแน่น


            ไม่นาน ทั้งสองก็เดินมาถึงทางแยก


            ทิงเสวี่ยยืนนิ่ง มองฉินหยวนเฟิงที่เดินจากไปเงียบๆ


            ใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น แผ่นหลังของเขาดูโดดเดี่ยวอ้างว้าง    


            รอจนหลังเขาหายลับไปในแสงอาทิตย์สีส้ม ทิงเสวี่ยจึงหันหลังกลับ แล้วเดินฉับๆ กลับบ้าน


            พอกลับถึงบ้าน ทิงเสวี่ยก็เห็นไข่แดงหลายฟองวางอยู่บนโต๊ะแปดเซียนในห้องโถง


            พอเห็นไข่แดง เธอก็รู้ทันทีว่าต้องมีญาติหรือเพื่อนบ้านเพิ่งคลอดลูกแน่ๆ


            ที่นี่มีธรรมเนียมว่า บ้านไหนมีลูกเกิดใหม่ ต้องแจกไข่แดงให้ญาติและเพื่อนบ้าน


            หรือว่าป้าใหญ่จะคลอดลูกแล้ว?


            เพราะในบรรดาญาติและเพื่อนบ้าน มีแต่ป้าใหญ่เท่านั้นที่กำลังจะคลอดในช่วงนี้

            

            หลินชุ่ยหงกลับจากบ้านหลินกั๋วอันไปอยู่บ้านตัวเองแล้ว ตอนนั้นท้องแปดเดือนกว่า ถึงตอนนี้ต่อให้โดนจับก็คงไม่เป็นไร ท้องโตขนาดนี้ถ้าโดนจับไปทำแท้งอาจถึงตายได้


            คลอดลูกแล้วอย่างมากก็แค่เสียค่าปรับ


            ไม่นานหลินกั๋วผิงก็กลับมา ทิงเสวี่ยรีบชี้ไปที่ไข่แดงแล้วถาม “พ่อคะ ป้าใหญ่คลอดน้องชายเหรอคะ?”


            หลินกั๋วผิงยิ้มกว้าง “ใช่จ้ะ ป้าใหญ่ของลูกคลอดน้องชายอ้วนท้วน แล้วเดี๋ยววันอาทิตย์อาสามจะพาไปเยี่ยมน้องนะ”

            

            “ป้าใหญ่ไม่ใช่ว่าอีกพักหนึ่งถึงจะคลอดเหรอคะ?” ทิงเสวี่ยจำได้ว่ากำหนดคลอดยังเหลือเกือบเดือน


            นี่มันคลอดก่อนกำหนด


            ชาติก่อนหลินชุ่ยหงไม่มีลูกชาย เป็นไปได้อย่างเดียวคือ เธอท้องแล้วมาหลบบ้านเดิม แต่ไม่มีใครรับไว้


            หากคำนวณดูตามเวลา ป่านนี้พ่อคงออกไปตามหาตัวเธอแล้ว ส่วนอาสามก็คงไม่พ้นถูกคนบ้านป้าใหญ่คุมตัวไว้จนกระดิกไปไหนไม่ได้แน่ๆ    


            ป้าใหญ่กำลังท้องกำลังไส้บากหน้ามาขอความช่วยเหลือ คนนิสัยอย่างจางเสี่ยวเสียมีหรือจะยอมอ้าแขนรับไว้ ส่วนอาสามก็เป็นคนหัวอ่อนไม่มีปากมีเสียง พอขาดพ่อที่เป็นเหมือนเสาหลักไป ก็จำต้องก้มหน้าเชื่อฟังครอบครัวป้าใหญ่ ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้    


            บ้านเดิมก็หลบไม่ได้ สุดท้ายป้าใหญ่จึงถูกเจ้าหน้าที่จับไปทำแท้ง


            ทิงเสวี่ยไม่คิดว่าเพราะการเกิดใหม่ของเธอ จะทำให้บ้านป้าใหญ่สมหวังมีลูกชายได้


            ทิงเสวี่ยเกลียดค่านิยมชายเป็นใหญ่มาก แต่ก็เข้าใจความคิดของคนที่โตมาแบบนี้ อยู่ในชนบท ไม่ได้เห็นโลกภายนอก ไม่ได้อ่านหนังสือ กรอบความคิดก็อยู่แค่หน้าไร่หน้าสวน


            สำหรับพวกเขา การมีลูกชายเท่านั้นถึงจะเชิดหน้าชูตาได้ ถ้าคลอดลูกชายไม่ได้ ก็จะถูกดูถูกในบ้านสามี ถูกแม่สามีตำหนิ ถูกสะใภ้คนอื่นรังแก ถูกสามีรังเกียจ


            ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเธอก็คิดว่ามีลูกชายเท่านั้นถึงจะยืนหยัดอย่างสง่างาม ชีวิตที่เหลือถึงจะมีหวัง


            หลินชุ่ยหงเจ็บท้องกลางดึกเมื่อวาน สามีเธอรีบไปตามหมอตำแยมา ตอนนี้ส่วนใหญ่คลอดที่บ้าน ให้หมอตำแยมาทำคลอด

            สองสามีภรรยาตกลงกันไว้แล้วว่า ถ้าเป็นลูกสาวจะแอบเอาไปให้คนอื่น บอกคนนอกว่าคลอดออกมาก็ตายแล้ว พวกเขายังเตรียมเงินปิดปากหมอตำแยไว้ด้วย          

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498