"เพียงดาว ลูกจะไปไหน"
เสียงทุ้มใหญ่ของผู้ชายร่างสูงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นลูกสาวกำลังจะก้าวออกจากบ้านไปขึ้นรถหรูที่คนขับรถมารอจอดรับอยู่
"เพียงจะไปวัดค่ะพ่อ"
"อะไรกัน ไปอีกแล้ว ทำบุญมันก็ดี แต่พ่อว่ามันบ่อยไปไหม"
"ลูกไปวัดไปวา ไม่ดีตรงไหนคะ หรือจะให้ลูกไปเที่ยวเกเร กินเหล้าเมายา"
เพียง หรือ เพียงดาว ลูกสาวคนเดียวของพลตำรวจเอกพฤกษ์ธิพงศ์ พูดกับผู้เป็พ่ออย่างไม่เกรงกลัวอะไร เพราะในบ้านหลังใหญ่โตแห่งนี้ก็คงจะมีเธอเพียงคนเดียวที่สามารถพูดจาแบบนี้ ใช้น้ำเสียงประชดประชันแบบนี้กับผู้เป็พ่อได้ เพราะคนงานคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็แม่บ้าน คนสวน แม่ครัว ทุกคนที่นี่ต่างก็เกรงกลัวพ่อของเธอกันทั้งนั้น
เพียงดาวเกิดมาท่ามกลางความสุขสบายในตระกูลวรเมทเมธี ซึ่งเป็ตระกูลเก่าแก่ที่มีมรดกตกทอดไว้มากมายั้แ่รุ่นปู่ย่า รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่สืบต่อกันมา ไม่ว่าจะเป็ร้านเพชร ร้านทอง เครื่องประดับต่าง ๆ และโรงงานผ้าไหมส่งออกต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าลูกสาวคนเดียวอย่างเพียงดาวคือความหวังของผู้เป็พ่อที่จะต้องสืบทอดธุรกิจต่าง ๆ และรักษาบ้านหลังใหญ่ของตระกูลแห่งนี้ต่อไป
แต่เพียงดาวนั้น เธอไม่ได้สนใจเื่ธุรกิจ เื่สืบทอดมรดกต่าง ๆ แม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เธอชอบคือ การเข้าวัดทำบุญ เพราะเป็วิธีเดียวที่เธอจะได้อธิฐานจิตถึงใครคนหนึ่ง คนที่เธอเองภาวนาให้ได้เจอกันในเร็ววัน คนที่จะมาพาเธอออกไปจากกรงทองแห่งนี้
"ถ้าจะไปวัดก็พาน้าอิ่มไปด้วย"
เสียงของคนเป็พ่อเอ่ยหนักแน่น เพียงดาวถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบกลับไปว่า
"เพียงรู้แล้วค่ะ น้าอิ่มจัดปิ่นโตอยู่ในครัวกำลังตามมาค่ะ ขืนเพียงไม่พาน้าอิ่มไปพ่อคงโกรธบ้านแตก"
"เพียง ! พ่อขอร้องเถอะนะ เลิกใช้น้ำเสียงและคำพูดประชดประชันแบบนี้สักที ลูกอึดอัดอะไรนักหนากับชีวิตตอนนี้ มีใช้มีกิน อยู่สุขสบาย มีคนคอยดูแลปรนนิบัติ ยังไม่พออีกหรือไง"
คนเป็พ่อเผลอตวาดเพียงดาวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว คนงานที่อยู่บริเวณนั้นถึงกับเดินหนีหายกันไปคนละทิศละทาง คงเหลือก็แต่คนขับรถที่รอน้าอิ่มออกมาจากครัวอย่างใจจดใจจ่อ
"พ่อไม่เคยถามเพียงว่าเพียงรู้สึกยังไง อยากเรียนอะไร อยากเป็อะไร อยากทำอะไร พ่อสนใจแต่เกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง และหน้าตาของวงศ์ตระกูล พ่อสนใจทุกอย่าง ยกเว้นเพียง !"
"เพียง !!!"
คนเป็พ่อเกิดอารมณ์ชั่ววูบยกฝ่ามือเตรียมจะตบหน้าลูกสาว แต่เสียงของน้าอิ่มดังขึ้นมาขัดซะก่อน
"คุณพฤกษ์จะทำอะไรคะ !"
น้าอิ่ม แม่ครัวใหญ่ของบ้านหลังนี้ น้องสาวของแม่เพียงดาวที่คอยดูแลเพียงดาวั้แ่วันที่เธอเกิดจนถึงตอนนี้ เพราะหลังจากแม่ของเธอคลอดเธอ ท่านก็เสียชีวิตในทันทีเนื่องจากเสียเืมาก เพียงดาวจึงโตมากับการดูแลของน้าอิ่ม และรักเธอเหมือนแม่แท้ ๆ ชีวิตั้แ่เกิดจนอายุ ยี่สิบปี ก็คงจะมีแค่น้าอิ่มนี่ละที่ดีกับเธอมาตลอด ส่วนสายสัมพันธ์พ่อลูกนั้น อย่าไปพูดถึงมันเลย เพราะเธอไม่เคยมีความทรงจำดี ๆ กับพ่อเลยสักนิด
"จะไปไหนกันก็รีบไป"
ผู้เป็พ่อเอ่ยกับเพียงดาวด้วยน้ำเสียงเย็นะเื และเหลือบสายตาไปมองน้าอิ่มครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
"เพียง เป็อะไรรึเปล่าลูก"
เสียงน้าอิ่มเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เป็ไรค่ะน้าอิ่ม ไปกันเถอะค่ะ"
เพียงดาวกลืนก้อนน้ำตาที่จุกอยู่ในลำคอและเปิดประตูรถเบาะหลังเข้าไปนั่งทันที ส่วนน้าอิ่มนั้นนั่งด้านหน้าข้างคนขับ เมื่อทั้งสองคนเข้ามาในรถเรียบร้อยแล้ว คนขับรถก็เคลื่อนรถออกจากบ้านหลังใหญ่ในทันที
ระหว่างทางจากบ้านมาที่วัด เพียงดาวไม่นึกคิดสิ่งใดนอกจากความฝันที่เธอฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นานหลายเดือน เธอจำใบหน้าของผู้หญิงในฝันได้ดี รอยยิ้มที่ดูเข้มแข็งนั้นทำให้เธอตื่นจากฝันมาพร้อมกับความอบอุ่นใจทุกครั้ง ทุกความเศร้าของเธอจะถูกทำให้หายไปเพียงแค่ได้เจอกับคนในฝัน ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร จำได้เพียงแต่ว่าในคืนหนึ่งที่ฝันถึงแม่ แม่ของเธอเพียงแค่บอกว่า ในวันหนึ่งเธอจะได้เจอกับผู้หญิงคนนี้ ด้วยแรงอธิฐาน
นี่จึงเป็สาเหตให้เพียงดาวมาวัดสม่ำเสมอ นอกจากจะได้ความสบายใจ เธอยังหวังว่าทุกครั้งที่อธิฐานจิต คำขอของเธอจะเป็จริง
เพียงอยากเจอพี่ อยากให้เราได้เจอกันจริง ๆ ในสักวัน ช่วยมาพาเพียงออกไปจากที่นี่สักที
"เพียง ถึงวัดแล้ว เพียง"
เสียงของน้าอิ่มดังขึ้นข้างหูพร้อมกับเขย่าตัวเธอเล็กน้อยพลางจ้องมองด้วยสีหน้าวิตกกังวล เพียงดาวจึงได้สติหลุดจากภวังค์
"เพียงคิดอะไรเพลินไปหน่อยค่ะน้าอิ่ม ถึงวัดแล้วเหรอคะ งั้นเราไปกันเถอะค่ะ"
หญิงสาวเปิดประตูรถเดินลงไปพร้อมกับน้าอิ่มที่ลงตามมาติด ๆ เดินเข้าไปในศาลาวัดทันทีเพื่อเตรียมถวายอาหารที่เตรียมมา
มีพระสงฆ์สองรูปกำลังนั่งอยู่ในศาลาพอดี เพียงดาวและน้าอิ่มจึงเข้าไปถวายอาหารที่เตรียมมา รวมถึงดอกไม้และปัจจัย และแน่นอนว่าเมื่อถึงเวลากรวดน้ำ สิ่งเดียวที่เพียงดาวตั้งจิตแน่วแน่คือ การอธิฐานถึงคนในฝัน
ขอบุญกุศลทั้งหลายที่เพียงได้ทำมาตลอด ทั้งในปัจจุบันชาติและอดีตชาติช่วยดลบันดาลให้เพียงเจอกับคนที่ฝันเห็นอยู่ทุกคืน มาพาเพียงออกไปจากที่นี่ในเร็ววันด้วยเถิด สาธุ
เพียงดาวเทน้ำสะอาดลงในภาชนะรองรับช้า ๆ พร้อมกับคำอธิฐานที่ตั้งจิตแน่วแน่ ได้แต่หวังว่าคำขอจะเป็จริงในสักวัน
"น้าอิ่มคะ เพียงยังไม่อยากกลับบ้านเลยค่ะ ออกจากวัดแล้วเราไปแวะเดินตลาดกันมั้ยคะ"
เพียงดาวเอ่ยถามน้าอิ่มที่เดินอยู่ข้าง ๆ เธอ หลังจากทั้งคู่เสร็จสิ้นการทำบุญแล้ว
"จะดีเหรอคะ ่นี้คุณพ่อเพียงอารมณ์ไม่ดีเลย น้าว่ารีบกลับกันดีกว่าค่ะ"
"เพียงเบื่อจังเลยค่ะ นอกจากบ้านกับมหาลัยเพียงก็แทบไม่ได้ไปไหน"
เพียงดาวถอนหายใจพร้อมกับใบหน้าเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด
"ไว้เพียงโตกว่านี้คุณพ่อก็คงให้อิสระมากขึ้นนะคะ เชื่อน้า"
"เพียงไม่มีทางโตในสายตาพ่อหรอกค่ะ งั้นเรากลับกันเลยก็ได้ค่ะน้าอิ่ม ฟ้าครึ้มแล้วด้วย อีกเดี๋ยวฝนคงจะตก"
เพียงดาวเดินนำหน้าน้าอิ่มเพื่อจะไปยังรถหรูที่จอดรออยู่ข้างโบสถ์ใต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ระหว่างที่เดินไปกำลังจะถึงรถ เธอก็ได้ยินเสียงเขย่าเซียมซีดังมาจากในโบสถ์ใกล้ ๆ จึงหันมองเข้าไปในโบสถ์และพบกับหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งเขย่าเซียมซี
ร่างสูงของหญิงสาวคนนั้นที่เห็นเพียงแค่ด้านหลังแต่กลับทำให้เพียงดาวใจเต้นขึ้นมาดื้อ ๆ ผมดำขลับยาวถึงกลางหลังถูกรวบสูงไว้หลวม ๆ เชิ๊ตสีขาวแขนยาวกับยีนส์สีเข้มที่เธอสวมใส่กลับยิ่งทำให้เ้าของร่างนั้นดูอบอุ่นและอ่อนโยนมากทีเดียว
"เพียง มีอะไรเหรอลูก"
น้าอิ่มที่เดินตามมาทันเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหลานสาวกำลังยืนแน่นิ่ง
"อ้อ เปล่า ๆ ค่ะ ไปกันเถอะค่ะฝนกำลังจะตกแล้ว"
เพียงดาวละสายตาจากหญิงสาวคนนั้น และเดินไปขึ้นรถพร้อมน้าอิ่มทันที แต่ภายในใจกลับไม่ลืมคนที่เห็นแค่แผ่นหลัง
เหมือนเคยเจอ เหมือนเคยเห็นที่ไหน แม้ไม่เห็นหน้า แต่ก็รู้สึกคุ้นจังเลย
ระหว่างทางกลับบ้าน เพียงดาวก็นั่งคิดถึงคนที่เห็นแค่แผ่นหลังมาตลอดทาง แต่พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
หวังว่าครั้งหน้าเราจะได้เจอกันอีกนะคะ
-------------------------------------------------