ข้ารับใช้ไม่คาดคิดเลยว่านอกจากจะไม่ได้รางวัลแล้วยังถูกแม่บ้านตบหน้า หากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้เขาคงไม่รีบมา
เมื่อแม่บ้านได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยขอรางวัลก็เข้าใจทุกอย่างทันที “ไม่ได้รู้เื่อย่างถี่ถ้วน ยังบังอาจมาร้องขอรางวัลหรือ ไสหัวไปซะ ได้เื่ได้ราวแล้วค่อยกลับมา”
ข้ารับใช้จึงเดินคอตกกลับไปอย่างผิดหวัง ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็หันกลับมาอีกครั้ง “แต่แม่บ้านขอรับ ข้ายังได้ยินว่านังโง่กับแม่นมของนางก็อยู่ที่หน้าประตูนั่นด้วย”
“พวกนางอยู่ที่นั่นจริง ๆ ด้วยสินะ” แม่บ้านพึมพำกับตนเองพลางกลอกตาขึ้นบนอย่างครุ่นคิด ไม่อาจห้ามความคิดเชื่อมโยงที่ว่ามู่อวิ๋นฮวาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของยามเฝ้าประตูก็เป็ได้
แม้จะไม่คิดว่าคนอ่อนแอและไร้สมองอย่างมู่อวิ๋นฮวาจะสังหารผู้ใดได้จริง ๆ ถึงกระนั้นแม่บ้านก็ยังรู้สึกว่าต้องมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน
อนุว่านฟังบทสนทนาระหว่างแม่บ้านกับข้ารับใช้อยู่ภายในห้องจบก็พอดีกับที่นางแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงก้าวออกมาจากเรือนโดยปราศจากความกังวลใด ๆ และไม่ได้สะทกสะท้านเื่ที่มีคนตาย เพียงสั่งคนให้เอาศพไปฝังโดยเร็วที่สุด และทำความสะอาดพื้นก่อนที่องค์รัชทายาทจะเสด็จมาถึง
ระหว่างที่อนุว่านเดินไปจนถึงทางเข้าหลักของคฤหาสน์ นางก็เริ่มได้ยินเสียงจอแจของผู้คนจำนวนมากที่กำลังคุยกันอยู่อย่างผิดวิสัย เนื่องจากหน้าคฤหาสน์ตระกูลมู่ปกติไม่เคยวุ่นวายเช่นนี้มาก่อน
กระทั่งไปถึงประตูหน้า นางก็พบว่าบรรยากาศเวลานี้แทบไม่ต่างจากตลาดสดที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ซ้ำยังมีเสียงโห่ร้องดังลั่น
“หยุดก่อความวุ่นวายเดี๋ยวนี้” อนุว่านออกคำสั่ง บรรดาสาวใช้ และบ่าวไพร่คนอื่น ๆ ต่างแหวกทางอย่างรวดเร็วเพื่อให้ผู้เป็นายเดินผ่าน
“ฮูหยินมาถึงแล้ว หลีกทางเดี๋ยวนี้”
“หลีกทางให้ฮูหยินด้วย”
“แยกย้ายกันได้แล้ว ฮูหยินมาแล้ว”
มู่อวิ๋นฮวาได้ยินเสียงนั้นก็เบนความสนใจจากเหตุการณ์ตรงหน้ากลับมามองทางต้นเสียง พบว่าอีกฝ่ายคือสตรีชั้นสูงรูปงามที่แต่งกายด้วยอาภรณ์หรูหรา ห้อมล้อมไปด้วยบริวาร กำลังเดินผ่านฝูงชนจนเท้านั้นดูราวกับว่ามิได้ััพื้นเลย
รูปโฉมอันงดงามของมู่อวี่ซีคงได้รับมาจากอนุว่านผู้เป็มารดาอย่างไม่ต้องสงสัย
นอกจากนี้มู่อวิ๋นฮวายังได้ยินมาว่าสกุลหลี่ซึ่งเป็บ้านเดิมของอนุว่านนั้นเป็ตระกูลคหบดี เปิดร้านขายตำราขนาดใหญ่อยู่ในต้าซี ดังนั้นแล้วสตรีที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมอันอุดมไปด้วยบรรยากาศแห่งความรู้ย่อมเปล่งประกายรัศมีของผู้เพียบพร้อมด้วยสติปัญญา ทุกอากัปกิริยายามเคลื่อนไหวควรทรงภูมิราวกับเดินออกมาจากหยดหมึกในบทกวีมิใช่หรอกหรือ
ทว่านางอนุจากตระกูลหลี่ผู้นี้กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวนคล้ายนางจิ้งจอกเสียมากกว่า หากมู่อวิ๋นฮวาไม่ได้จดจำใบหน้าของอนุว่านได้จนขึ้นใจ คงไม่พ้นเข้าใจไปว่าสตรีผู้นี้คืออนุหลาน นางโลมที่บิดาของนางพาตัวกลับมาจากย่านเริงรมย์
นางเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าลูกหงส์ย่อมเติบโตเป็หงส์ จะรู้ได้ว่าผู้ใดเป็สายเืของตระกูลใดย่อมดูได้จากกิริยาวาจา หากเชื่อในคำกล่าวนั้น ดูท่าแล้วอนุว่านอาจจะเป็ทายาทนอกไส้ของตระกูลหลี่กระมัง...
คราแรกอนุว่านไม่ได้สนใจเื่ที่มู่อวิ๋นฮวาเสนอหน้าออกมานอกเรือน จึงตั้งใจเดินผ่านไปอย่างใจเย็น ทว่าความอดทนของนางกลับหมดลงเมื่อพบว่าประตูคฤหาสน์ตระกูลมู่ที่ยามปกติถูกปิดไว้อย่างแ่าในตอนนี้กลับถูกเปิดออก และมีชาวบ้านเข้ามามุงล้อมราวกับหมู่ภมรรุมตอมบุปผา
อีกเพียงก้าวเดียวก็จะข้ามธรณีประตูเข้ามาด้านในได้อยู่แล้ว เสียงจอแจที่ดังอยู่โดยรอบหาใช่เสียงของบ่าวไพร่ในคฤหาสน์ แต่เป็เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ของคนที่อยู่นอกประตู
“เกิดอะไรขึ้น ผู้ใดเป็คนเปิดประตู” สำหรับคนในคฤหาสน์ การที่ยามเฝ้าประตูคนหนึ่งตายอย่างกะทันหันไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่โต เพราะบ่าวไพร่ที่นี่ล้วนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่เสมอเป็ธรรมดา แต่สำหรับชาวบ้านภายนอก สถานการณ์เช่นนี้เป็หนึ่งในเื่ที่น่าสนใจที่ไม่อาจพลาดได้
อนุว่านถามอย่างโกรธเกรี้ยว สาวใช้นางหนึ่งจึงกระซิบตอบอย่างเกรงกลัว “ดูเหมือนจะเป็คุณหนูรองเ้าค่ะ”
มู่อวิ๋นฮวา?
ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าที่อนุว่านจะนึกออกว่า ‘คุณหนูรอง’ นั่นหมายถึงผู้ใด สายตาคมกริบของนางหันไปมองมู่อวิ๋นฮวาอย่างเชือดเฉือนโดยไม่ปิดบัง
ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะสบตากัน อนุว่านกลับเบือนหน้าหนีไปก่อนราวกับว่าการจ้องมองอีกฝ่ายนาน ๆ จะทำให้เสียอารมณ์
มู่อวิ๋นฮวาย่นจมูก รู้สึกได้ว่าถูกอนุว่านเหยียดหยามจึงโกรธเคืองอย่างมาก
ในสายตาอนุว่าน นางหาได้สนใจนังสุนัขตัวน้อยนี้ นางเพียงขมวดคิ้วแล้วหันไปตำหนิบ่าวไพร่ข้างกายด้วยเสียงแ่เบาว่า “มีคนตายอยู่หน้าประตู พวกเ้าก็ยืนดูอยู่เฉย ๆ เช่นนั้นหรือ ไยไม่รีบไปจัดการ ปล่อยให้คนมากมายแห่มามุงดูเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ฮูหยินเ้าคะ ใช่ว่าข้าน้อยไม่คิดจะเคลื่อนย้ายศพออกไป แต่ มู่อวิ๋นฮวาไม่ยินยอมเ้าค่ะ” สาวใช้นางหนึ่งรีบรายงาน
มู่อวิ๋นฮวาไม่ยินยอมให้ย้ายศพอย่างนั้นหรือ
อนุว่านส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ นางเด็กนั่นกล้าดีอย่างไรถึงได้ขัดคำสั่งของนาง ั้แ่เมื่อใดกันที่เด็กนี่เริ่มปีกกล้าขาแข็งในคฤหาสน์ตระกูลมู่ขึ้นมาเช่นนี้
สาวใช้อีกนางดูกระตือรือร้นที่จะรายงานต่อ ทว่าอนุว่านหาได้สนใจไม่ นางรีบสับเท้าไปทางมู่อวิ๋นฮวา
“ฮวาเอ๋อร์ แม้ว่าเ้าจะแค้นเคืองตระกูลมู่ แต่การเอาความโกรธมาลงกับบ่าวไพร่เช่นนี้มันไม่สมควร ที่ข้าไม่อนุญาตให้เ้าออกไปไหนต่อไหนนั่นเป็เพราะ้าให้เ้าได้รักษาตัวก่อน บ่าวไพร่ในคฤหาสน์ก็ล้วนเป็มนุษย์เช่นกัน หาใช่ผักปลาที่จะชี้เป็ชี้ตายได้ มโนธรรมในใจของเ้ายังหลงเหลืออยู่หรือไม่”
อนุว่านแสดงสีหน้ากังวลใจอย่างยิ่ง ทำให้เกิดเสียงกระซิบกระซาบจากผู้คนโดยรอบที่เริ่มพากันว่าร้ายมู่อวิ๋นฮวา สายตาหลายคู่ทิ่มแทงมายังหญิงสาวด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
ดวงตาของอนุว่านมีประกายพึงพอใจขณะที่เริ่มออกคำสั่งกับบ่าวไพร่อีกครั้ง “เร็วเข้า อย่าได้สนใจคำสั่งของฮวาเอ๋อร์ เคลื่อนย้ายศพออกไป ระวังกันด้วยล่ะ”
มู่อวิ๋นฮวาเองก็ไม่ยี่หระกับการให้ร้ายของอนุว่าน นางเพียงออกจะรู้สึกขนลุกขนพองที่ถูกเรียกว่า ‘ฮวาเอ๋อร์’
อนุว่านเรียกนางว่าฮวาเอ๋อร์อย่างเอ็นดูถึงเพียงนี้ั้แ่เมื่อไร
ช่างเสแสร้งจนน่าเหลือเชื่อ
ระหว่างที่บ่าวไพร่เริ่มเคลื่อนย้ายศพของยามเฝ้าประตู มู่อวิ๋นฮวาก็รีบแย้งขึ้น “ใครอนุญาตให้พวกเ้าย้ายศพ ลืมที่ข้าสั่งไปแล้วหรือ หยุดเดี๋ยวนี้!”
นางสงสัยขึ้นมาว่าหากเริ่มแข็งข้อใช้อำนาจของตนขึ้นมาบ้าง อีกฝ่ายจะทำเช่นไรต่อไป
บ่าวไพร่ที่ได้ยินคำสั่งต่างก็ชะงักทันที ไม่กล้าทำสิ่งใดต่อ แล้วเหลือบมองมาทางอนุว่านสลับกับมู่อวิ๋นฮวาอย่างลังเลว่าต้องทำตามคำสั่งของผู้ใดกันแน่ หรือควรทำสิ่งใดในเวลาเช่นนี้
อนุว่านรู้สึกขุ่นเคืองเมื่อพบว่าบ่าวไพร่กล้าละเมิดคำสั่งของนางจริง ๆ โดยเฉพาะมันเกิดจากคำทักท้วงของมู่อวิ๋นฮวา นี่ยิ่งทำให้นางทั้งเสียหน้าและโกรธแค้นอย่างที่สุด เหตุใดพวกคนชั้นต่ำจึงหัวอ่อนเปลี่ยนข้างอย่างง่ายดายเพียงนี้ ั้แ่เมื่อใดกันที่คำสั่งของนางสามารถเพิกเฉยได้ กล้าท้าทายอำนาจของนางอย่างนั้นหรือ
ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง
แม้ในใจจะด่าทอบ่าวไพร่อย่างเกรี้ยวกราด แต่สีหน้าของอนุว่านกลับยังเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ นางตอบโต้มู่อวิ๋นฮวาอย่างเฉียบขาด “ฮวาเอ๋อร์ เื่นี้เกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของคนทั้งคน เ้ารู้ตัวบ้างหรือไม่ว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่”
“ข้าย่อมรู้ตัวดี” มู่อวิ๋นฮวาตอบอย่างฉะฉาน แล้วย้อนถามอนุว่าน “แล้วท่านเล่า รู้ตัวหรือไม่ว่าทำสิ่งใดอยู่ และจะต้องได้รับผลเช่นไร”
นังเด็กนี่บังอาจพูดจาเช่นนี้กับนางได้อย่างไร คนอย่างหลี่ว่านน่ะหรือจะถูกเด็กอวดดีผู้นี้ปีนเกลียวสั่งสอน
อนุว่านไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน สีหน้าของนางราวกับพบเจอคนเสียสติ “ฮวาเอ๋อร์ ที่ผ่านมาเ้าทำสิ่งผิดพลาดมากมาย คนในตระกูลล้วนต้องเดือดร้อนในความพยายามห้ามปรามเ้า แม้แต่ซีเอ๋อร์เองก็ยังต้องเสื่อมเสียเพราะสิ่งที่เ้าทำลงไป ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีใครในบ้านที่ว่าร้ายเ้า แต่เ้ากลับไม่รู้สึกสำนึกผิดแม้แต่น้อย เ้าโกรธแค้นพวกเราั้แ่ก่อนจะเข้าจวนิอ๋อง และมองว่าทุกเื่เป็ความผิดของเรา หากเ้าไม่พอใจและยังโกรธแค้น จะให้แม่นมหาหมาแมวมาเป็เครื่องระบายความโกรธอย่างที่ผ่านมาก็ย่อมได้ แต่คราวนี้เ้ากลับทำรุนแรงถึงขั้นฆ่าคนตายหน้าประตูบ้าน... ข้าเคยเชื่อว่าเ้าเป็เพียงคนโมโหร้ายและวู่วาม เนื้อแท้แล้วหาใช่คนเลวทราม แต่ครานี้... ถึงกับมีคนตาย เ้าไม่ละอายต่อฟ้าดินหรือเห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์บ้างเลยหรือ”