"ก่อนที่จะแก้ปัญหา 'แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์' เราจำเป็ต้องทำความรู้จักกับผู้ที่นำเสนอพาราด็อกซ์นี้ก่อน นั่นคือ ‘เรเน่ บาร์จาเวล[*1]’ ในตอนที่เขาเสนอข้อโต้แย้งนี้ขึ้นมา แท้จริงแล้วเขามีจุดประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่าการเดินทางข้ามเวลาเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้"
"เพราะถ้า ‘ฉันฆ่าปู่ ฉันก็จะไม่มีตัวตน และเมื่อฉันไม่มีตัวตน ก็จะไม่มีใครสามารถฆ่าปู่ได้’ เพื่อหลีกเลี่ยงตรรกะความย้อนแย้งนี้ เขาจึงได้สรุปคำตอบเพียงหนึ่งเดียวที่เป็ไปได้ นั่นคือทฤษฎีจักรวาลคู่ขนาน"
เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ เจียงเจ๋อก็หยุดชะงักเล็กน้อยเพื่อฟังรายงานจากทีมงานเื้ัผ่านหูฟัง ข้อความบนหน้าจอไลฟ์สดต่างเห็นพ้องต้องกันจริง ๆ
ในตอนที่ แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ถูกนำเสนอขึ้นมา มันมีจุดประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่าการเดินทางข้ามเวลาไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในโลกแห่งความเป็จริง และได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก
"ในเมื่อมันคือความย้อนแย้งของกาลเวลา หากเราปฏิเสธการข้ามเวลาไปเลย ปริศนานี้ก็จะไม่มีความหมายเลย และไม่สามารถถูกจัดให้อยู่ในสิบอันดับแรกของปริศนาได้"
"ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับผู้ที่นำเสนอปริศนานี้ แต่วันนี้ผมจะพาทุกคนมาวิเคราะห์ปริศนานี้ให้ละเอียด ข้อที่ 1 การเดินทางข้ามเวลามีอยู่จริงหรือไม่?" เขาตั้งคำถามขึ้นมา
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมาผู้ชมต่างพากันทำหน้ามึนงง
[คอมเมนต์ : แน่นอนว่าไม่มีอยู่จริง!]
[คอมเมนต์ : ถ้าคุณบอกว่ามี คุณก็ไม่เป็มืออาชีพแล้ว!]
[คอมเมนต์ : จะเป็ไปได้ยังไง! นี่มันแค่ความย้อนแย้งของกาลเวลา ถ้าคุณบอกว่ามีจริงแสดงว่าคุณไม่เข้าใจปริศนานี้เลย!]
ใครจะคิดว่าเจียงเจ๋อจะให้คำตอบทันทีว่า "มันมีอยู่จริง"
สิ้นคำพูดนั้นผู้ชมต่างขมวดคิ้ว
ไม่เป็มืออาชีพขนาดนี้เลยเหรอ? ปริศนาก็คือปริศนา จะเอาเื่การเดินทางข้ามเวลามาเกี่ยวอะไรด้วย
ผู้ชมที่เข้ามาตามกระแสของเขา แท้จริงแล้วส่วนใหญ่ตั้งใจมาดูเื่ตลกของเจียงเจ๋อเท่านั้น พวกเขาคิดว่าเจียงเจ๋อจะเหมือนกับพิธีกรรายการอื่นที่พูดจาหลอกล่อไม่กี่คำแล้วก็จบไป
แต่ใครจะคิดว่าเจียงเจ๋อจะเริ่มจริงจังกับเื่ที่ว่าการเดินทางข้ามเวลามีอยู่จริงหรือไม่ ฉากนี้ทำให้ผู้ชมที่ยังลังเลอยู่ตัดสินใจหยุดดู เพื่อรอเวลาที่จะกระชากหน้ากากความไม่รู้ของเขาออกมาให้ได้
[คอมเมนต์ : พิธีกรคนนี้ทำตรงกันข้ามกับคนอื่นเลย หมอนี่ไม่เหมือนใครจริง ๆ ]
[คอมเมนต์ : ใช่! คนอื่นจะกังวลเื่ความย้อนแย้งที่อธิบายไม่ได้ แต่เขากลับกังวลว่าเวลาสามารถข้ามได้ไหม]
[คอมเมนต์ : พิธีกรคนอื่นเลือกที่จะมองข้าม 'การเดินทางข้ามเวลา' ไปเลย แต่คุณกลับเริ่มจริงจังกับมันซะงั้น]
[คอมเมนต์ : แค่จุดนี้รายการนี้ก็น่าดูแล้ว ฉันอยากจะแฉความไม่เป็มืออาชีพของคุณใจจะขาดแล้ว!]
เมื่อมีคนคัดค้านก็ย่อมมีคนสนับสนุน ฉากนี้ทำให้ผู้ชมที่อยู่ในห้องประชุมผู้บริหารมีสีหน้าที่ย่ำแย่ยิ่งขึ้น
การเดินทางข้ามเวลาไม่มีทางอธิบายได้และไม่มีทางมีอยู่จริง เอาแล้วไง... ดูท่าว่ารายการในคราวนี้คงหนีไม่พ้นหายนะครั้งใหญ่แน่นอน!
ในขณะเดียวกัน บรรดาผู้สมัครที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องส่งต่างเผยรอยยิ้มของผู้ชนะออกมา
ทันใดนั้นเสียงบรรยายของเจียงเจ๋อก็ดังขึ้นจากบนเวที "ผมรู้ว่าหลายคนคงกำลังหัวเราะเยาะว่าผมไม่เป็มืออาชีพ แต่ในความเป็จริงการเดินทางข้ามเวลานั้นมีอยู่จริง"
"ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป เราสามารถทำให้เวลาของตัวเองช้าลงได้ผ่านการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งจะทำให้เรา 'เดินทาง' ไปยังอนาคตได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้กระแสเวลาของตัวเองแตกต่างจากคนอื่นและสามารถบรรลุการเดินทางข้ามเวลาได้เช่นกัน"
"ทุกคนคงมีคำถามว่า ‘แล้วจะทำอย่างไรให้เวลาของตัวเองช้าลงล่ะ?’ นั้นง่ายมาก แค่เพิ่มแรงโน้มถ่วงรอบตัวให้มากขึ้น ย้ำว่าคือแรงโน้มถ่วงไม่ใช่แรงดึงดูด”
“ในบริเวณใกล้กับวัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล เช่นดวงอาทิตย์หรือหลุมดำใจกลางทางช้างเผือก เมื่อมีใครสักคนสามารถเดินทางไปยังบริเวณขอบหลุมดำและอยู่ที่นั่นเพียงไม่กี่วินาทีแล้วกลับมา เขาจะใเมื่อพบว่าบนโลกได้ผ่านไปแล้วหลายร้อยปีหรืออาจเป็หลายพันปี ในขณะที่คนคนนั้นยังคงมีรูปลักษณ์ที่เยาว์วัยเหมือนเดิม"
เมื่อเจียงเจ๋อบรรยายอย่างละเอียด ทุกคนก็เริ่มตั้งใจฟังมากขึ้น คนส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกว่าการเดินทางข้ามเวลาปรากฏได้แค่ในผลงานไซไฟเท่านั้น มีเพียงผู้เชี่ยวชาญส่วนน้อยที่รู้เื่เหล่านี้จริง ๆ สิ่งนี้ยิ่งกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปหยุดดูและติดตามต่อไป
"แต่ว่าวิธีนี้ทำได้เพียงเดินทางไปยังอนาคตเท่านั้น ไม่สามารถเดินทางกลับไปยังอดีตได้ ดังนั้นคำถามคือ ‘เราสามารถเดินทางกลับไปยัง่เวลาในอดีตได้หรือไม่?’ ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ เราสามารถเดินทางกลับไปฆ่าปู่ได้จริงหรือไม่?"
เมื่อพูดถึงตรงนี้เจียงเจ๋อยิ้มบาง ๆ และอธิบายต่อ "ใจความสำคัญของ ‘แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์’ จริง ๆ แล้วคือ ‘การฆ่าปู่นั้นสามารถทำได้หรือไม่’ การฆ่าปู่จำเป็ต้องเป็การลงมือฆ่าปู่ด้วยตัวเองเท่านั้นหรือ ไม่ใช่เลย แท้จริงแล้วมันคือการทำให้ปู่เสียชีวิต เพื่อให้การมีอยู่ของตัวเรากลายเป็สิ่งที่ไม่แน่นอน แล้วจึงเกิดเป็ปริศนานี้ขึ้นมา"
"ในเมื่อเป็การฆ่าปู่ ถ้าอย่างนั้นเราสามารถทำให้หลานในเวลาปัจจุบันใช้วิธีการบางอย่างเพื่อชักนำให้ปู่ในอดีตฆ่าตัวตายได้หรือไม่? ถ้าทำแบบนี้ได้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงอยู่ในใจความสำคัญของปริศนาคือ ‘ฉันจะยังคงมีตัวตนอยู่ในขณะนี้หรือไม่’ ใช่ไหมล่ะ?"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ผู้ชมทุกคนต่างชะงักราวกับว่าบางสิ่งในสมองถูกเปิดออก
มันเป็แบบนั้นจริง ๆ ! แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแิไปบ้าง แต่ในความเป็จริงแล้ว สิ่งที่เจียงเจ๋อพูดก็ยังคงตอบโจทย์เื่การฆ่าปู่และทำให้การมีอยู่ของตัวเองไม่แน่นอน นี่ก็ยังคงตรงตามใจความสำคัญของ แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์!
[คอมเมนต์ : ไม่ใช่สิ มันแปลก ๆ นะ!]
[คอมเมนต์ : ชักนำให้ปู่ฆ่าตัวตาย และตัวการที่ชักนำต้องเป็ตัวหลานเอง แบบนี้ดูเหมือนจะทำได้นะ!]
[คอมเมนต์ : ไม่ถูก ไม่ถูก นี่ไม่ใช่การไขปริศนา ‘แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์’ เหรอ ทำไมกลายเป็มาให้ความรู้เื่วิธีฆ่าปู่ในอดีตไปได้ล่ะ?]
ผู้ชมส่วนใหญ่เกิดความสงสัยในใจ การชักนำให้ปู่ฆ่าตัวตายจะสามารถแก้ปัญหา แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ได้จริงหรือ? ไม่ต้องพูดถึงเื่การแก้ปริศนา แต่จะชักนำให้ปู่ฆ่าตัวตายในห้วงเวลาอดีตได้อย่างไรกัน?
"ดูเหมือนเขากำลังจะเดินบนเส้นทางพิธีกรที่ไม่มีใครในโลกนี้เคยเดินมาก่อนเลย!"
ภายในห้องประชุม หวังกั๋วเซิ่งตาเป็ประกายแม้จะยังไม่เข้าใจ แต่เขาสังเกตเห็นว่าเจียงเจ๋อกำลังใช้วิธีพลิกแพลงเพื่อแก้ปัญหา แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ทำให้เขารู้สึกถึงความน่าติดตามอย่างบอกไม่ถูก
"ฉันเริ่มจะเข้าใจเขาขึ้นมานิดหน่อยแล้วล่ะ" เหล่าจ้าวหรี่ตาลง มุมมองที่มีต่อเจียงเจ๋อในฐานะพิธีกรหน้าใหม่ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ถ้าเจียงเจ๋อทำตามขั้นตอนปกติโดยใช้ทฤษฎีโลกคู่ขนานมาแก้ปัญหา แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ล่ะก็ มันจะไม่มีจุดน่าสนใจเลยสักนิด! และยิ่งไม่มีทางที่จะดึงดูดให้ชาวเมืองซูหยุดดูได้เลย!
ในตอนนั้นเองโทรศัพท์มือถือของเหล่าจ้าวก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทันทีที่เขารับสายเสียงที่ตื่นเต้นของเหล่าหวังก็ดังขึ้น
"ข่าวดีสุด ๆ จำนวนคนดูออนไลน์ทะลุ 8 หมื่นคนแล้ว และตอนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจียงเจ๋อพูดอะไรกันแน่ทำไมจำนวนคนถึงพุ่งพรวด ๆ แบบนี้!"
เหล่าหวังไม่ได้กังวลเื่จำนวนคนดู เพียงแต่เขาไม่เชื่อว่าจะมีใครที่สามารถทำให้ผู้คนชอบฟังความรู้ และรักการเรียนรู้ได้ในเวลาอันสั้นและมีจำนวนมากขนาดนี้!
เซียวสืออีและหวังหลินพิธีกรอีกสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เริ่มสงสัยในชีวิตเช่นกัน จำนวนผู้ชมรายการของพวกเขาสองคนรวมกันยังไม่แน่ว่าจะถึง 8 หมื่นเลย แต่ทั้งคู่ไม่ได้โทษใครเพราะสิ่งที่เจียงเจ๋อพูดนั้นมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจจริง ๆ
เหล่าจ้าวตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง แต่สายตายังคงจ้องอยู่ที่หน้าจอขนาดใหญ่ "จำนวนคนดูจะเพิ่มก็เพิ่มไป แต่อย่าให้มันหลุดโลกเกินไปนะ การชักนำให้ปู่ฆ่าตัวตายในอดีตเนี่ยมันจะเป็ไปได้ยังไง? ถ้าเขากู้สถานการณ์กลับมาไม่ได้ จำนวนคนดูจะดิ่งลงเหวทันที!"
นี่คือสิ่งที่เขากังวล ใคร ๆ ก็คุยโวได้ แต่ประเด็นคือเจียงเจ๋อจะสามารถดึงดูดผู้ชมไว้ได้ต่อไปหรือไม่?
และในตอนนั้นเอง เจียงเจ๋อก็เขียนคำว่า ‘การพัวพันเชิงควอนตัม’ ลงบนไวท์บอร์ดบนโต๊ะ จากนั้นจึงยกขึ้นมาให้ตรงกับหน้ากล้อง
"การจะฆ่าปู่ในห้วงเวลาอดีตนั้นง่ายมากครับ! โดยใช้วิธีการพัวพันเชิงควอนตัม ผมขอให้ความรู้สักนิดว่าการพัวพันเชิงควอนตัมคืออะไร… ‘การพัวพันเชิงควอนตัม’ หมายถึง การที่อนุภาคสองตัวหรือมากกว่านั้นมีความสัมพันธ์ต่อกันในบางสถานการณ์"
"แม้ว่าพวกมันจะถูกแยกออกจากกันแต่ก็จะยังคงส่งผลกระทบต่อกันด้วยวิธีที่ลึกลับราวกับเทพเ้า ความเร็วของผลกระทบนี้เหนือกว่าความเร็วแสง ดังนั้นเราจึงพูดได้ว่าระหว่างพวกมันมีความสัมพันธ์แบบ 'พัวพัน' กันอยู่"
"การพัวพันเชิงควอนตัมอาจกล่าวได้ว่าไม่สอดคล้องกับฟิสิกส์มหภาค ดังนั้นมันจึงจัดอยู่ใน 'กลศาสตร์ควอนตัม' ซึ่งก็คือฟิสิกส์จุลภาค"
เขาหยุดชะงักครู่หนึ่งขมวดคิ้ว และพบว่ากลุ่มผู้ชมของสถานีโทรทัศน์ไม่ได้มีแค่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเหมือนในชาติก่อน การอธิบายแบบนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็มิตรกับผู้สูงอายุและเด็กเล็กเท่าไรนัก ดังนั้นเขาจึงยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
"ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ อย่างเช่น ‘ฝาแฝด’ มีฝาแฝดคือ A และ B”
“โดย A เป็พี่สาว ทำงานและสร้างครอบครัวอยู่ที่เทียนจิน B เป็น้องสาว อาศัยอยู่ที่แอฟริกามาเป็เวลานาน ทั้งสองคนอยู่ห่างกันมากกว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตร วันหนึ่งในขณะที่น้องสาวเข้าไปในทุ่งหญ้าสะวันนาแอฟริกาเธอถูกสัตว์ป่าโจมตีจนเสียชีวิต ในเวลาเดียวกันพี่สาว A กำลังนั่งดูละครอยู่ที่บ้าน"
"ในตอนนั้น ในขณะที่พี่สาว A กำลังดูละครรักที่แสนเรียบง่าย เธอจะรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่ไม่อาจเข้าใจได้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เช่น ขนลุกซู่ในทันที ิัเป็ตุ่ม ๆ รูม่านตาขยายกว้างอย่างประหลาด หัวใจเต้นระรัวและรู้สึกกระวนกระวาย เหงื่อไหลซึมออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ"
"ตอนแรกพี่สาว A คิดว่าอากาศอาจจะเย็น จึงไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่ง… ได้ข่าวจากทางแอฟริกา ที่ส่งมาว่าน้องสาวเสียชีวิตด้วยคมเขี้ยวของสัตว์ป่า พี่สาว A ถึงเพิ่งจะเริ่มตระหนักรู้ได้ว่าอาการผิดปกติของร่างกายก่อนหน้านี้คืออะไร..."
"ทั้งหมดนี้เกิดจากการดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในปากสัตว์ป่าของน้องสาว ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่ห่างออกไปกว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตร"
"นี่แหละครับคือสิ่งที่ตอบโจทย์ 'การพัวพันเชิงควอนตัม' และยิ่งพิสูจน์ว่าการพัวพันเชิงควอนตัมไม่สนใจระยะทางและพื้นที่"
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ บรรดาผู้สมัคร ผู้ชม และเหล่าผู้บริหาร ต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง และขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เพราะตอนนี้ทุกคนเพิ่งจะตระหนักได้ว่าสิ่งที่เจียงเจ๋อพูดมาทั้งหมดนั้น สามารถหาตัวอย่างในชีวิตจริงได้ไม่ต่ำกว่าหลายแสนกรณี!!!
[1] เรเน่ บาร์จาเวล (René Barjavel) นักเขียนนวนิยายแนววิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส