เช้าวันใหม่อันสดใส เนื่องจากยังไม่มีพิธีแต่งตั้งนางเป็สนมอย่างเป็ทางการ นางจึงยังไม่ต้องไปเข้าเฝ้าฮองเฮาในตอนเช้า ฉะนั้นนางจึงมีเวลาในการพักผ่อนและจัดการเื่ต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง
"สุ่ยชุ่ยเ้าไปเรียกทุกคนมา ข้ามีงานจะมอบหมายให้พวกเขาทำ" นางเอ่ยออกคำสั่ง ขณะที่ตัวเองยังคงสนใจกับกระดาษในมือ
"เ้าค่ะคุณหนู" สุ่ยชุ่ยรับคำสั่งก่อนจะเดินจากไป
นางค่อย ๆ โน้มตัวลงพิงพนักเก้าอี้แล้วเอื้อมมือหยิบขนมขึ้นมากิน พลางมืออีกข้างก็ยกกระดาษขึ้นมาพิจารณาให้ระเอียดอีกครั้ง
เพียงไม่นานเหล่าข้ารับใช้ทั้งหมดที่นางพามาจากแคว้นเฉียนโฮว่ก็มานั่งหมอบด้านหน้านาง
"สุ่ยชุ่ยไล่ทุกคนที่ไม่ใช่คนของเราออกไปให้หมด"
"เ้าค่ะ"
เพียงไม่นานบริเวณสวนตำหนักรับรองก็เหลือเพียงนางและบ่าวรับใช้จากแคว้นเฉียนโฮว่
นางวางกระดาษในมือลงแล้วยืนขึ้น
"ที่ข้าเรียกพวกเ้าทุกคนมาก็เพราะมีเื่ที่สำคัญมากจะบอก พวกเ้าคือทาสที่ท่านอ๋องประทานให้กับข้า ชีวิตต่อจากนี้ของพวกเ้าจะไปในทางที่ดีหรือร้ายก็ล้วนขึ้นอยู่กับข้า" นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเยือกเย็น
ข้ารับใช้ส่วนใหญ่ยังคงทำตัวเป็ปรปักษ์กับนาง ฉะนั้นนางจึงจำเป็ต้องแสดงอำนาจของนางให้พวกเขาได้เห็น เพื่อที่พวกเขาจะได้นึกเกรงกลัวและเชื่อฟังนาง
"ข้าซูลี่เซียน ใครดีมาก็จะดีตอบ ใครร้ายมาข้าจะร้ายตอบเช่นกัน หากพวกเ้าทำงานให้ข้าด้วยใจสัจจริง ไม่คิดคดทรยศข้า ข้ารับรองว่าจะดูแลพวกเ้าไม่ให้ถูกใครรังแกได้อย่างแน่นอน แต่หากเมื่อใดที่พวกเ้าทรยศข้า.." นางเว้นจังหวะให้ทุกคนได้พักหายใจแล้วเอ่ยพูดต่อ
"ข้าจะทำให้พวกเ้า อยู่อย่างตายทั้งเป็"
ข้ารับใช้ทุกคนต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอ
"ต่อไปข้าจะให้สุ่ยชุ่ยแจกจ่ายหน้าที่ให้กับพวกเ้า" พูดจบนางก็ยื่นกระดาษในมือให้กับสุ่ยชุ่ย
สุ่ยชุ่ยรับกระดาษมาก่อนจะอ่านให้กับทุกคนฟัง
"ตำแหน่งพระสนมกุ้ยเฟยสามารถมีครัวในตำหนักได้ ฉะนั้นจึงจะจัดสาวรับใช้ 10 นาง ไปประจำอยู่ในครัวดูแลเื่อาหาร ตำหนักที่ประทับของพระสนมกุ้ยเฟยมีสวนหลังตำหนักและหน้าตำหนัก จัดสาวใช้ 5 นาง บ่าวชาย 5 นาย ดูแลสวน จัดสาวใช้ 15 นาง ดูแลทำความสะอาดและอยู่รับใช้พระสนมในตำหนัก จัดบ่าวชาย 5 นาย เฝ้าเวรหน้าตำหนัก ส่งสาวใช้ 10 นาง ไปห้องซักล้างฝ่ายใน จัดสาวใช้ 10 นาง ไปยังห้องเครื่องฝ่ายใน จัดสาวใช้ 10 นาง ไปยังห้องตัดเย็บฝ่ายใน สาวใช้อีก 30 นาง ให้เข้าไปเป็สาวรับใช้ในตำหนักต่าง ๆ ของเหล่าสนม" อ่านจบสุ่ยชุ่ยก็ยกยิ้มพอใจกับการแจกจ่ายหน้าที่ที่คุณหนูของนางเป็คนคิดขึ้นมา
"เื่คัดคนใช้ไปทำหน้าที่ต่าง ๆ นั้นสุ่ยชุ่ยข้ายกให้เป็หน้าที่เ้า และเมื่อได้คนครบแล้วให้จดรายชื่อมาส่งข้า" เอ่ยออกคำสั่งเพียงเท่านั้นแล้วนางก็เดินกลับเข้าตำหนักไป
1 เค่อ ต่อมา
สุ่ยชุ่ยเดินเข้ามาพร้อมกับกระดาษรายชื่อ
"เรียนคุณหนู บ่าวได้จัดสรรข้ารับใช้ไปยังที่ต่าง ๆ แล้วเ้าค่ะ เพียงคุณหนูรับสั่ง บ่าวจะให้พวกเขาเริ่มงานของตัวเองทันทีเ้าค่ะ"
"ยังก่อน นี่เป็เพียงการบอกให้ทุกคนรู้ถึงตำแหน่งของตัวเองเท่านั้น รอให้ข้าได้รับการแต่งตั้งก่อนค่อยให้พวกเขาทำงานของตัวเอง"
"เ้าค่ะคุณหนู"
"อยู่แต่ในตำหนักรู้สึกอึดอัดนัก เราออกไปสูดอากาศข้างนอกกันเถอะ"
สวนฝั่งปีกซ้าย
"ดอกท้อพวกนี้งามจริง" นางเอ่ยชมดอกท้อด้วยรอยยิ้ม
สวนนี้มีชื่อว่าอะไรนางไม่รู้ ที่รู้คือทั้งสวนเต็มไปด้วยต้นท้อและตอนนี้ก็มีดอกท้อเบ่งบานงดงามยิ่ง
"งดงามจริงเ้าค่ะ แต่น่าแปลกนะเ้าคะ ดอกท้อพวกนี้เบ่งบานได้อย่างไรในเมื่อหมดฤดูของพวกมันแล้ว เพราะอะไรกันนะเ้าคะ?" สุ่ยชุ่ยสงสัย
"เพราะที่นี่คือวังหลวงอย่างไรเล่า" นางเอ่ยตอบสุ่ยชุ่ยแล้วเดินต่อ
“พวกเ้าได้ยินเื่ของพระสนมคนใหม่หรือไม่”
นางที่กำลังเดินชมสวนอยู่หยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยจากศาลาข้างหน้า นางยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากให้สุ่ยชุ่ยเงียบ แล้วจึงเดินเข้าไปใกล้ศาลาอีกนิด
ภายในศาลามีสตรีอยู่สี่นาง สองนางแต่งตัวดูดีนั่งบนศาลา คาดว่าคงเป็สนม ส่วนสตรีอีกสองนางที่ยืนอยู่คาดว่าจะเป็นางกำนัลรับใช้
"เ้าหมายถึงสตรีจากแคว้นเฉียนโฮว่หรือ" หญิงสาวชุดสีฟ้าเอ่ยถาม
"แน่นอนย่อมเป็นาง ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานนางทำกิริยาไม่งามในงานเลี้ยงจนถูกฮองเฮาสั่งสอนตักเตือนต่อหน้าแขกในงาน" หญิงสาวในชุดสีส้มเอ่ยตอบ
"เช่นไรหรือ ข้าเพิ่งกลับจากนอกวังเลยไม่ใคร่รู้อะไรนัก"
"ข้าเองก็ไม่รู้นักหรอก แต่ได้ยินนางกำนัลพูดกันว่านางนั้นแม้จะงดงามหาใครเปรียบ แต่ก็โง่งมไม่รู้กาละเทศะ และยังได้ยินอีกว่าที่ฝ่าารับนางมาเป็สนมเอกเพราะอยากเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นเท่านั้น หาได้รักใคร่ในตัวนางไม่ รับนางมาเป็ตัวตลกละมากกว่าสนม" หญิงสาวชุดสีส้มเอ่ยอธิบายด้วยรอยยิ้มขบขำ
ก่อนทั้งศาลาจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
"บังอาจนักเ้าค่ะ บ่าวจะไปสั่งสอนพวกมัน!" สุ่ยชุ่ยโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ พลางทำท่าถกแขนเสื้อเตรียมพร้อมจะเข้าไปในศาลา
"อย่าเลยสุ่ยชุ่ย ที่พวกนางพูดก็ล้วนแต่เป็ความจริงทั้งสิ้น หากจะว่าก็ว่าที่ข้าเอาแต่ใจตัวเอง เล่นมากจนเกินไป"
ใช่ มันคือความผิดของนางเอง เพราะคิดว่าแค่มีหนังสือสัญญาสิทธิกับฮ่องเต้ไม่นางจะทำอะไรล้วนไม่มีผิด ล้วนไม่ถูกลงโทษ นางจึงเผลอใช้นิสัยเอาแต่ใจโดยไม่นึกถึงสิ่งที่มันจะตามมาภายหลัง ซึ่งมันไม่ใช่คำสั่งลงโทษ แต่มันคือคำดูถูกเหยียดหยาม
"เราไปกันต่อเถอะ" ว่าแล้วก็เดินผ่านศาลาไป
สุ่ยชุ่ยได้แต่กำมือเจ็บแค้นในใจที่ทำอะไรเพื่อคุณหนูไม่ได้เลย
เดินมาได้ไม่นานพวกนางก็มาพบกับศาลาอีกหลังซึ่งตั้งอยู่ริมสระน้ำมรกต
"สวยจัง เข้าไปนั่งพักในนี้กันเถอะ"
"เ้าค่ะคุณหนู"
"ช่วยข้าด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!!"
"พระสนม!! ใครก็ได้ช่วยพระสนมของข้าด้วยฮือออ"
นางเพิ่งจะก้าวเข้ามาในศาลาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อนางมองไปอีกด้านของสระน้ำก็พบเข้ากับสตรีนางหนึ่งที่กำลังจะจมน้ำและหญิงสาวอีกคนที่ถูกขันทีสองคนจับกดกับพื้นอยู่
"คุณหนูเ้าคะ!!" สุ่ยชุ่ยร้องเรียกนางด้วยหน้าตาใกับเหตุการณ์ตรงหน้า
นางรีบออกจากศาลาแล้ววิ่งตรงดิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ
"เกิดอะไรขึ้น ไยไม่ช่วยคนตกน้ำ! แล้วนี่จับผู้หญิงคนนี้กดกับพื้นทำไมกัน!!" นางเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก
ขันทีสองคนนั้นมองหน้ากันและกันอย่างงง ๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยผู้หญิงในมือ
"ปล่อยนางเดี๋ยวนี้!! ข้าสั่งมิได้ยินหรือ" นางเอ่ยสั่ง
"ขออภัยแม่นาง แต่ท่านคือผู้ใด?" หนึ่งในขันทีเอ่ยถาม
"นี่คือพระสนมกุ้ยเฟย พวกเ้ายังไม่รีบปล่อยนางอีกหรือ" คราวนี้สุ่ยชุ่ยเอ่ยตะคอกเสียงดัง
"พ พระสนมกุ้ยเฟย!! กระหม่อมขออภัยกระหม่อมมิทราบ" ขันทีทั้งสองรีบปล่อยผู้หญิงในมือแล้วก้มกับพื้นเอ่ยพูดเสียงสั่น
"พระสนมกุ้ยเฟย โปรดช่วยพระสนมของหม่อมฉันด้วยเพคะ พระนางว่ายน้ำไม่เป็โปรดช่วยพระสนมของหม่อมฉันด้วย" นางกำนัลที่เมื่อกี้ถูกกดอยู่กับพื้นเอ่ยขอร้องเสียงสั่น
ซูลี่เซียนมองนางกำนัลผู้นั้นแล้วให้นึกสงสารยิ่ง
"ช่วยนางขึ้นมาเดี๋ยวนี้!" นางเอ่ยสั่ง
สองขันทีทำหน้าเครียดมองหน้ากันและกัน
"พระสนมสั่งมิได้ยินหรือ!!" สุ่ยชุ่ยเอ่ยพูดก่อนสองขันทีจะพากันโดดลงน้ำไปช่วยสนมผู้นั้น
เพียงไม่นานก็สามารถช่วยสนมที่ตกน้ำได้สำเร็จ
"ใครสั่งพวกเ้าทำแบบนี้กัน?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหาเื่
ผ่านไปสักพักสองขันทียังคงนั่งเงียบ
"ข้าถามมิได้ยินหรือ!!"คราวนี้นางตะคอกถาม ทำเอาขันทีทั้งสองตัวสั่น
"ข้าก็คิดว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ว่าที่พระสนมกุ้ยเฟยนี่เอง"เสียงอันสดใสเอ่ยทักทายนางจากด้านหลัง
"เ้าเป็ใคร" นางเอ่ยถามเมื่อหันหลังกลับไปแล้วเจอกับสตรีนางหนึ่งซึ่งถ้าให้เดาก็คงหนีไม่พ้นหนึ่งในสนมของเฟยหลงจิ้นสี่ มีนางกำนัลติดตามถึงสองนาง นั่นแปลว่ามีตำแหน่งพอตัวสินะ
"บังอาจ! นี่คือพระสนมจิวผิน ยังไม่รีบทำความเคารพอีก" หนึ่งในนางกำนัลเอ่ยพูดเสียงเข็งใส่นาง
"เ้า!" สุ่ยชุ่ยกำลังจะเอ่ยต่อว่านางกำนัลผู้นั้นแต่ถูกนางห้ามไว้เสียก่อน
"ข้ากำลังถามขันทีพวกนี้ว่าใครสั่งให้พวกมันมาทำเื่เช่นนี้ หากจิวผินไม่มีธุระสำคัญอะไร ข้าก็ขอสอบถามต่อ" นางเอ่ยพูดโดยไม่สนใจนางกำนัลของจิวผิน
"ข้าไม่มีธุระกับเ้า แต่ข้ามีธุระกับพวกมัน" จิวผินยังคงเอ่ยพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"หรือว่าเ้าเป็คนสั่งให้พวกมันทำงั้นหรือ?" นางเอ่ยถาม
"หู่ไฉเหริน เพียงเมื่อคืนฝ่าาเสด็จไปหานางชั่วครู่ นางก็ริอาจจะตั้งตนเป็ศัตรูกับข้าโดยการเดินตัดหน้าข้าอย่างไม่คิดจะทำความเคารพ ข้าจึงสั่งลงโทษนางเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ว่าที่พระสนมกุ้ยเฟยอย่าได้ใส่ใจเดินผ่านไปเลยเถอะ รออะไรอยู่! โยนนางกลับลงสระเสีย!" เอ่ยพูดกับนางจบจิวผินก็เอ่ยออกคำสั่งกับขันทีทั้งสอง
ขันทีทั้งสองเตรียมจะโยนหู่ไฉเหรินลงสระอีกครั้ง
"ข้าขอสั่งให้หยุด!.." ซูลี่เซียนเอ่ยสั่ง
"ข้าสั่งให้โยน!"
"แต่ข้าสั่งให้หยุด และนี่ไม่ใช่การสั่งให้ขันทีหยุดอย่างเดียวแต่ข้าขอสั่งเ้าจงหยุดการกระทำเหล่านี้เสีย!"
"หึ มีศักดิ์เป็เพียงคุณหนู กล้ามาออกคำสั่งกับข้าเชียวหรือ รอเ้าได้รับการแต่งตั้งเป็กุ้ยเฟยอย่างเป็ทางการก่อน แล้วค่อยมาสั่งข้า!!" ไม่ว่าเปล่าจิวผินผลักซูลี่เซียนอย่างแรงแล้วตรงเข้าไปหมายจะเป็คนผลักหู่ไฉเหรินลงน้ำด้วยตนเอง
"อีนี่!! กล้าผลักฉันหรอ" นางกัดฟันพูดอย่างโกรธสุด แล้วตรงดิ่งเข้าไปถีบก้นของจิวผินอย่างสุดแรง
“ว้าย!!” จิวผิดเอ่ยร้องอย่างใ เมื่อถูกนางถีบตกน้ำ
"ผู้ที่ทำความผิดต่อหน้าข้าอย่าหวังว่าจะรอด! หากเ้ายังไม่ยอมจบ ข้าจะว่าความให้เ้าถูกลงโทษข้อหาจงใจฆ่าอย่างคิดแผนมาแล้ว" นางเอ่ยพูดทิ้งท้ายไว้ แล้วสั่งให้สุ่ยชุ่ยช่วยพยุงหู่ไฉเหรินกลับตำหนักรับรอง
"อ๊าาาา นังผู้หญิงบ้า!! ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!" จิวผินได้แต่กรีดร้องอย่างเจ็บใจ