หญิงสาวนั่งเงียบบนเกวียนที่กำลังเคลื่อนตัวกลับไปยังหมู่บ้านพร้อมอาการมึนงงท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีของคนในหมู่บ้านที่โดยสารเกวียนของผู้ใหญ่มาพร้อมกันด้วย
“ช่างน่ายินดีจริงๆ ขนาดเซียวหวงฉีไม่อยู่ แต่ถานซื่อก็ยังยอดเยี่ยมนัก ยังสามารถผลิตทายาทสืบสกุลไว้รอคอยเขาได้ พอเขากลับมาก็คงจะชื่นใจน่าดู”
“ใช่ๆ น่าอิจฉาจริงเชียว ส่วนลูกสะใภ้ของข้าน่ะมีครรภ์ไม่ได้เื่ แต่งเข้ามาสามปีแล้วก็ยังคลอดลูกไม่ได้สักคน นี่บุตรชายข้าก็ต้องไปเข้าร่วมกับกองทัพแล้ว ไม่รู้ว่าต้องรอนานเท่าใดจึงจะได้อุ้มหลานชาย”
“ฮ่าๆ ข้าว่าเป็บุตรชายของเ้าที่ไม่ได้เื่มากกว่ากระมัง ขนาดแต่งมาสามปีแล้วก็ยังทำเมียให้ตั้งครรภ์ไม่ได้!”
เสียงของเหล่าหญิงสาววัยกลางคนพูดคุยกันเสียงดังโหวกเหวกไปตลอดระหว่างทางกลับหมู่บ้าน ทว่าสิ่งที่พวกนางพูดคุยกันนั้นไม่ได้ลอยเข้าหูของถานเวยเวยสักนิดเดียว
“ถานซื่อ เ้าเป็อะไรหรือไม่ ยังวิงเวียนอีกอยู่รึ”
จางซื่อยื่นหน้าเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วง ทำให้หญิงสาวพลันหลุดออกจากภวังค์ของตน
“เอ่อ... ไม่ ไม่ ข้าไม่เป็อะไร”
“ดีแล้วล่ะ แล้วอย่าลืมกินยาบำรุงที่ท่านหมอกำชับมาเล่า เ้าอยู่ตัวคนเดียวทั้งยังมีครรภ์อ่อนๆ เช่นนี้ จะต้องระวังให้มาก”
“อ่า ได้...ข้ารู้แล้ว”
ถานเวยเวยยิ้มเจื่อน เลื่อนสายตามามองห่อยาในมือที่เพิ่งได้รับมาจากโรงหมอเมื่อครู่นี้ พร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดเสียยิ่งกว่าตอนที่ทะลุมิติมาเสียอีก
สรุปว่า...ตกลงนางตั้งครรภ์จริงๆ อย่างนั้นหรือ!
เพราะเมื่อครู่นี้ อยู่ๆ หญิงสาวก็เกิดหน้าซีดเซียว มีอาการวิงเวียนทั้งยังอาเจียนออกมาอย่างกะทันหันที่ตลาด ประจวบเหมาะกับโรงหมอก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเขียงหมู จางซื่อจึงลากนางไปพบท่านหมอเสียเลย
ในตอนแรกถานเวยเวยก็อยากจะปฏิเสธ เพราะอยากจะประหยัดเงินไว้ แต่เพราะร่างกายเกิดอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงมากเสียจนตัวนางเองก็ยังนึกประหลาดใจ จึงได้ยอมให้ท่านหมอตรวจแต่โดยดี
...แล้วหลังจากนั้น นางก็ได้รับข่าวดีที่น่าสะพรึงนี้เข้า!
สามีที่ไม่เคยพบหน้าคนนั้น
เซียวหวงฉี
ไม่นึกเลยว่าเขาจะสร้าง ‘ผลงาน’ ฝากเอาไว้ด้วย!
แต่จะว่าไปแล้วก็แปลกนัก
เพราะั้แ่ทะลุมิติมา ทุกเื่ทุกความทรงจำของถานเวยเวยคนเดิม ก็ล้วนปรากฏขึ้นในหัวของหญิงสาวทั้งหมด ยกเว้นเื่ใบหน้าของเซียวหวงฉีคนนั้นที่ถานเวยเวยคนใหม่ไม่อาจจะค้นหาลักษณะหรือเื่ราวของเขาในสมองได้เลย
นางรู้ว่าเขาทำอะไรให้แก่ถานเวยเวยคนเก่าไว้บ้าง ทั้งซื้อกระท่อม ที่ดิน จัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ แต่ในเื่ความรักความสัมพันธ์นั้น ถานเวยเวยกลับไม่ได้รับข้อมูลส่วนนี้ ทั้งยังไม่รู้สึกถึงความรักของคนทั้งคู่เลย
หรือคนทั้งคู่ไม่ได้รักกัน?
...แต่ถ้าไม่รักแล้วจะมีเ้าเมล็ดถั่วในท้องได้อย่างไรเล่า
ถานเวยเวยคิดถึงว่าเด็กใครรภ์ของตนเกิดมาได้อย่างไรแล้วก็หน้าเห่อร้อนขึ้นมา
ในโลกปัจจุบันเธอยังไม่เคยมีสัมพันธ์ทางกายแบบนั้นกับใครเลยสักคครั้ง แต่ในตอนนี้กลับต้องมาคลอดบุตรเสียแล้ว
นี่มันเื่บ้าอะไรกันนะ
เมื่อถึงหมู่บ้าน หญิงสาววัยกลางคนคนอื่นๆ ต่างก็พากันแยกเดินกลับไปยังเรือนของตนเองพร้อมข่าวดีที่เพิ่งจะได้รับมา คาดว่าไม่พ้นวันเื่ที่ถานเวยเวยตั้งครรภ์นี้คงจะแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านแน่
ส่วนจางซื่อก็กล่าวว่าหากมีเวลาว่าง นางก็จะหมั่นมาเยี่ยมถานเวยเวยบ่อยๆ ก่อนตนเองจะขอแยกตัวกลับเรือนของตนเองไปเช่นกัน
ทางถานเวยเวยนั้นเมื่อกลับมาถึงกระท่อมของตนเองได้ก็รีบเอาเงินที่มีทั้งหมดออกมาตรวจนับดูอย่างรวดเร็ว
เพราะการมีบุตรนั้นก็ต้องใช้เงินมากขึ้น!
“ทั้งหมดมีสองตำลึงเงินกับสองร้อยอีแปะ หากว่าอยู่คนเดียวซื้อข้าวสารสักสี่จิน [1] ต่อเดือนก็ต้องจ่ายสักแปดสิบอีแปะ งั้นเงินจำนวนนี้หากซื้อข้าวสารเพียงอย่างเดียวก็คงจะอยู่ได้สักสองปีกว่าๆ แต่ว่าคนเราจะกินแต่ข้าวได้อย่างไรกันเล่า ทั้งอีกเจ็ดเดือนหน้า เ้าถั่วน้อยก็คลอดออกมาแล้ว ก็ต้องมีอะไรให้ใช้เงินไปหมด ไหนจะค่าหมอค่ายาอีก....”
ถานเวยเวยโอดครวญพร้อมกับฟุบหน้าลงบนโต๊ะเมื่อคิดถึงรายจ่ายที่รอคอยอยู่ เพราะเดิมทียังคิดว่าจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ ไปได้อีกสักระยะแล้วเชียว
แต่พอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องเลี้ยงดู แผนการดำเนินชีวิตในวันหน้าก็ต้องมาคิดทบทวนใหม่แล้ว
จ๊อกๆ ๆ
พอใช้สมองมากไป หญิงสาวก็เริ่มจะหิวขึ้นมาเสียแล้ว นางยกมือลูบๆ ตรงกระเป๋าเสื้อในอก จากนั้นก็คว้าเอาประตูร้านค้าที่พับเก็บเก็บซ่อนไว้ออกมาแล้วก้าวเข้าไปด้านใน
เมื่อยังคิดอะไรไม่ออกเช่นนั้นก็ขอกินก่อนแล้วกัน
[1] 1 จินเท่ากับ 500 กรัม