การประมูลต่อจากนั้น ขอเพียงเป็สิ่งของที่หวังป้ากับซือถูคงร่วมประมูล หลี่เสี้ยวจะคอยขัดขาพวกเขาตลอด เ้าหมอนี่มันมีพร์ทางด้านนี้จริงๆ แม้แต่เยี่ยเฟิงยังอดนับถือเขาไม่ได้ งานที่ถูกต้องหลี่เสี้ยวกลับไม่ได้เื่ แต่หากเป็เื่ที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หลี่เสี้ยวถือเป็ยอดฝีมือ
ซือถูคงถูกหลี่เสี้ยวก่อกวนติดต่อกันถึงสองครั้ง ทำให้สิ่งของที่ประมูลราคาสูงขึ้นหนึ่งเท่าตัว ทุกครั้งหลี่เสี้ยวจะหยุดมือกะทันหัน ทำให้ซือถูคงโกรธจนแทบกระอักเื
หญ้าหยางชุนที่หลี่เสี้ยวอยากได้มาตลอดก็ถูกประมูลไปแล้ว แม้จะทำใจไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้ไปแย่งประมูล
ห้องส่วนตัวที่หญิงสาวอยู่ ขณะนี้ทั้งสี่คนกำลังขมวดคิ้ว พวกเขาคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของพวกเยี่ยเฟิงอย่างเงียบเชียบ พบว่าทุกครั้งหลี่เสี้ยวจะต้องคอยก่อกวน แต่ทุกครั้งก็ควบคุมสถานการณ์ได้เป็อย่างดี เมื่อทำให้ราคาขึ้นสูงระดับหนึ่งแล้ว เขาจะรีบหยุดทันที
ในสายตาของพวกเขา หลี่เสี้ยวดูไม่ธรรมดาเลย
“คุณหนู คุณชายตระกูลหลี่คนนี้ดูเหมือนไม่ธรรมดา คนเช่นนี้ไม่แน่อาจจะไม่กลัวการข่มขู่จากพวกเรา ถ้าอย่างไรพวกเรา...” คนผู้นี้นั่งเงียบมาตลอด แต่เขาดูชราภาพกว่าผู้เฒ่าคนแรกเสียอีก
ผ่านไปสักครู่หญิงสาวที่หลับตาอยู่ตลอดเวลาก็ลืมตาขึ้นมา คิ้วโก่งงามขมวดเข้าหากัน พลันเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ภายในห้องนั้นมีอยู่ทั้งหมดสองคน ั้แ่ต้นจนจบมีแต่คุณชายหลี่ที่เอ่ยปาก ข้าไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะไม่รู้ว่าพลังอีกฝ่ายอยู่ในภพใด กลัวพวกเขาจะรู้ตัว!”
“คุณหนู ท่านจะบอกว่าทุกอย่างเป็ความ้าของอีกคนหรือ? นี่มัน...” ผู้เฒ่าขมวดคิ้วทันที เขาไม่ได้มองสำรวจ เพราะถึงอย่างไรในเมืองเล็กอย่างเมืองอวิ๋นอู่ พวกเขาไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้น
เขารวบรวมสมาธิเพื่อตรวจสอบอีกฝ่าย ไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้นอย่างสงสัย ที่หญิงสาวบอกถูกต้องแล้ว ภายในห้องนั้นมีคนทั้งหมดสองคน
ขณะนี้การประมูลเริ่มเข้าสู่่สุดท้ายแล้ว ของดีที่เก็บไว้ประมูลเป็สิ่งสุดท้ายคือหนังสือภาพปลุกอารมณ์
เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้เตรียมไว้เพื่อลูกหลานคนรวยในเมืองอวิ๋นอู่โดยเฉพาะ พวกลูกหลานคนรวยเหล่านี้ล้วนมีนิสัยคล้ายกัน พวกเขาชื่นชอบในเื่นี้เป็พิเศษ
ทว่าสิ่งที่ทำให้เยี่ยเฟิงคาดไม่ถึง คือผู้ที่เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้มีไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุบางส่วน
เมื่อเห็นเหล่าผู้เฒ่าแก่งแย่งกันอย่างดุเดือด เยี่ยเฟิงถึงกับมึนงง ให้ตายสิ คนพวกนี้แก่แต่ตัว ใจไม่แก่สินะ ต่อให้ได้ไปก็คงได้แต่มองอย่างเดียว ผมขาวไปทั้งหัวหมดแล้ว ยังคิดแต่จะแย่งสิ่งของเช่นนี้กันอีก
หลี่เสี้ยวทำสีหน้าเ้าเล่ห์ เขาเดาะลิ้นไม่หยุด รู้สึกนับถือพวกผู้เฒ่าที่สนอกสนใจเื่นี้เหลือเกิน
“ไยท่านต้องอิจฉา อีกไม่นานรอให้ท่านอายุแปดสิบไปแล้วก็คงจะเหมือนกับพวกเขา ต่อให้ได้ไปก็คงทำได้แค่มองเท่านั้น ทำได้เพียงชื่นชมทางสายตาให้สุขสมแค่นั้น” เยี่ยเฟิงมองหลี่เสี้ยวอย่างเหลืออด อยากจะถีบเขาสักทีหนึ่ง
“ห้าหมื่นตำลึง!” ผ่านไปสักครู่ ก็มีเสียงดังขึ้นจากห้องของหวังป้า
ผู้เฒ่าทั้งหลายดูไม่พอใจ ภายในห้องโถงมีแต่เสียงก่นด่า ให้ตายสิ มีเงินแล้วร้ายกาจหรือ แค่พูดออกมาครั้งเดียว ถึงกับทำให้คนที่แย่งกันก่อนหน้านี้เงียบไปกว่าครึ่ง
มุมปากเยี่ยเฟิงยกขึ้นจนเป็รอยยิ้ม เอ่ยปากบอกว่า
“หกหมื่นตำลึง!”
ราคานี้ทำให้หลายคนชะงักไป ให้ตายสิ ครั้งเดียวก็เพิ่มไปถึงหนึ่งหมื่นตำลึง ทำไมเอ็งไม่ไปตายเสียเลยล่ะ ต่อให้ผลาญเงินผลาญทองก็ไม่น่าจะขนาดนี้มั้ง
“เยี่ยเฟิง เ้านั่นเอง”
เมื่อเยี่ยเฟิงเอ่ยปาก หวังป้าก็จำเสียงเขาได้ในทันที ซือถูคงก็รีบเอ่ยปาก บอกให้รู้ถึงสถานะของเยี่ยเฟิงเช่นเดียวกัน
“เหอะ หวังปา คงคง พวกเ้ารู้ว่าข้าชอบสิ่งนี้มาก ถ้ายังไงพวกเ้าหลีกทางให้ข้าได้หรือไม่” รอยยิ้มของเยี่ยเฟิงยิ่งเข้มขึ้น ทว่าเขากลับส่งเสียงหัวเราะแล้วทำท่าเหมือนสนิทกับทั้งสองมาก
“เยี่ยเฟิง เ้า...” ซือถูคงแทบกระอักเื ให้ตายสิ ข้าแก่กว่าเ้าตั้งหลายปี กลับกล้ามาเรียกข้าว่าคงคง ชื่อนี้มีเพียงท่านปู่เท่านั้นที่เรียก แต่ตอนนี้เยี่ยเฟิงกลับกล้าเรียกเช่นนี้
ส่วนหวังป้าเหมือนลืมไปว่าเยี่ยเฟิงเรียกเขาว่าหวังปา เพราะหวังป้ากับหวังปาออกเสียงคล้ายกันมาก จึงยากที่จะแยกแยะได้ เขาทำเสียงฮึดฮัด
“เล่มก่อนหน้านี้ถูกเ้าแย่งไปแล้ว เล่มนี้เ้ายังคิดจะแย่งอีกหรือ ฝันไปเถอะ”
“หวังปา เ้าพูดเช่นนี้ไม่ถูกนะ เวลาเ้าไปหอนางโลมเ้าไปหาแต่คนเดิมทุกครั้งหรือ? เ้าเองก็เปลี่ยนคนไม่ใช่หรือ เล่มก่อนหน้านั้นข้าดูจนเบื่อแล้ว อยากได้ของใหม่ เ้าก็หลีกทางให้ข้าหน่อยเป็ไร?”
หวังป้าแค่นหัวเราะ “เยี่ยเฟิง นี่ก็ห่างจากการขึ้นเวทีประลองเป็ตายไม่นานแล้ว เ้ายังมีแก่ใจมาแย่งของพวกนี้อีกหรือ ข้าว่าถึงเวลานั้นแม้แต่ตัวเองจะตายอย่างไรเ้าก็คงไม่รู้สินะ!”
เยี่ยเฟิงเพียงยิ้ม แต่ไม่ได้พูดสิ่งใด ยิ่งคนอื่นไม่ระมัดระวังตัวยิ่งทำให้เขาได้เปรียบ ตอนนี้ได้หญ้าหนวดัมาครองแล้ว เมื่อโอสถรวมลมปราณปรุงออกมาเมื่อใด ภพเปิดตันเถียนย่อมสำเร็จเมื่อนั้น!
ผู้คนภายในห้องโถงโรงประมูลแอบก่นด่าอยู่ในใจ พวกลูกหลานคนรวยก็มีนิสัยเช่นนี้ งานการไม่ทำ วันๆ เอาแต่มาเสียเวลากับเื่บ้าบอพวกนี้ แต่ไม่ยอมรับก็ไม่ได้ คนพวกนี้มีเงินจะทำอะไรก็ย่อมได้
ภายในห้องส่วนตัวของหญิงลึกลับผู้นั้น เมื่อได้ยินสิ่งที่เยี่ยเฟิงพูด จากเดิมที่คิดว่าเขาเป็คนไม่ธรรมดา พอได้ยินสิ่งที่เยี่ยเฟิงพูดเพียงไม่กี่ประโยค ดูเหมือนว่าเขาจะเป็คนเสเพลอย่างแท้จริง ั้แ่ต้นจนจบเขาไม่ได้สนใจสิ่งใด เพียงเพื่อรอให้ถึงรายการประมูลหนังสือปลุกอารมณ์เท่านั้น เื่นี้เกรงว่าคงมีแต่เขาที่ทำได้
สีหน้าของหญิงสาวเยือกเย็นเล็กน้อย นางเกลียดคนเช่นนี้ที่สุด แม้จะไม่รู้จักกัน แต่เมื่อได้ยินคำพูดอันธพาลเช่นนี้ของเยี่ยเฟิง ทำให้นางรู้สึกไม่พอใจมาก นางเคยเห็นคนไร้ยางอาย แต่ไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน ต่อหน้าคนมากมาย เยี่ยเฟิงไม่คิดจะสำรวมสักนิด แม้แต่เื่ที่ไปเที่ยวหอนางโลมก็ขุดออกมาพูดได้
ในแววตาของผู้เฒ่าทั้งสองมีแววสังหารปรากฏขึ้น เยี่ยเฟิงกล้าพูดเช่นนี้ออกมา เดิมไม่ใช่ความผิด แต่ผิดตรงที่สิ่งที่เยี่ยเฟิงพูด หญิงสาวผู้นี้ได้ยิน
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกันก็แผ่กลิ่นอายสังหารออกมา พวกเขารู้นิสัยของหญิงสาวผู้นี้ดี ทว่าไม่เห็นนางพูดสิ่งใด พวกเขาจึงไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม
่เวลานั้น ทุกคนรู้สึกแย่กับภาพจำของเยี่ยเฟิงมากนัก
เยี่ยเฟิงกำลังหัวเราะอยู่ในห้องส่วนตัว และห้องส่วนตัวอื่นๆ กำลังพูดถึงเื่เวทีประลองเป็ตายกันอยู่ เวลาผ่านไปแต่ละวัน เยี่ยเฟิงไม่เพียงแต่ไม่ฝึกฝน กลับทำตัวเที่ยวเล่นรอตายไปวันๆ เห็นทีคราวนี้ตระกูลเยี่ยคงต้องสิ้นแล้วจริงๆ
เยี่ยเฟิงย่อมไม่สนใจเื่เช่นนี้อยู่แล้ว ในชาติก่อนสิ่งที่เขาให้ความสนใจมีเพียงท่านปู่กับอาจารย์ทั้งสองเท่านั้น ชาตินี้เองก็เหมือนกัน สายตาของคนบนโลกไม่เกี่ยวกับเขา ขอเพียงคนที่เขาห่วงใยอยู่รอดปลอดภัยก็พอ
เห็นได้ชัดว่าหวังป้ากับซือถูคงยังไม่ตายใจ พวกเขาจำได้ว่าครั้งก่อนหนังสือภาพปลุกอารมณ์ถูกประมูลไปในราคาสูงถึงหนึ่งแสนตำลึง สุดท้ายตกไปอยู่ในมือของเยี่ยเฟิง ครั้งนี้พวกเขาตัดสินใจว่าจะสู้กับเยี่ยเฟิงจนถึงที่สุด
“เจ็ดหมื่นตำลึง...”
คล้ายจะได้ยินเสียงกัดฟันของหวังป้า ให้ตายสิครั้งละหนึ่งหมื่นตำลึง ต่อให้ตระกูลหวังเป็ตระกูลใหญ่ ก็ใช่ว่าเงินทองจะไม่มีวันหมดไป อ้าปากครั้งหนึ่งก็ปวดใจครั้งหนึ่ง
“เก้าหมื่นตำลึง” เยี่ยเฟิงเอ่ยปากอย่างเกียจคร้าน เขาไม่เป็ไรอยู่แล้ว เพราะถึงอย่างไรก็ให้คนของโรงประมูลนำสัญญากู้ยืมไปรับเงินที่จวนตระกูลเยี่ยอยู่แล้ว ไม่เห็นเป็ไรแม้แต่นิดเดียว ส่วนทางเยี่ยอู๋เซิง เขาจะกลับไปอธิบายเอง เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใด
“เยี่ยเฟิง เ้า...”
หวังป้าเกือบจะด่าออกไป ให้ตายสิไอ้หมอนี่เพิ่มราคาครั้งละสองหมื่นตำลึงเชียวหรือ นี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยในสายตาของเขาเลย เ้าเยี่ยเฟิงนี่มันใจกล้าเสียจริง
หลังจากลังเลอยู่สักครู่ เขากัดฟันพูดว่า
“ข้าให้หนึ่งแสนตำลึง!”
ภายในห้องส่วนตัว เยี่ยเฟิงขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่สักครู่ พึมพำว่า
“เดิมทียอมให้เขาได้ แต่ก่อนหน้านี้เคยขัดขาพวกเขาไปหลายครั้งแล้ว หากไม่แย่งมาจนได้ อาจทำให้คนอื่นสงสัยและอาจจะทำให้ยุ่งยากไม่น้อย ช่างเถอะ ประมูลมาให้ได้ก่อน”
“คุณชายเยี่ย ท่านกำลังพูดว่าอะไรนะ?” หลี่เสี้ยวสงสัย
เยี่ยเฟิงหัวเราะพร้อมบอกว่า
“หนึ่งแสนตำลึง!”
ขณะนี้ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ ให้ตายสิ ราคานี้ช่างน่ากลัวนัก แค่หนังสือปลุกอารมณ์เพียงเล่มเดียว กลับทำราคาได้สูงถึงเพียงนี้ แม้หญิงสาวในภาพจะเลอโฉมงดงาม ทว่าก็ไม่ใช่คนจริง เสียเงินมากขนาดนั้นเพียงเพื่อหนังสือปลุกอารมณ์เล่มเดียว พวกนี้สมองน่าจะมีปัญหา หรือว่ารูปวาดจะยิ่งกว่าคนจริงๆ เอาเงินไปใช้จ่ายที่หอจุ้ยฮวาก็แก้ปัญหาได้แล้วไม่ใช่หรือ
“หนึ่งแสนห้าพันตำลึง!” หวังป้าเอ่ยพร้อมกัดฟัน เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
“เหอะ หวังปา ดูท่าเ้ายังไม่ตายใจสินะ เช่นนั้นก็หนึ่งแสนสามหมื่นตำลึง!” เยี่ยเฟิงเอ่ยปากพร้อมหัวเราะ เขาแสดงเป็คนเสเพลได้ยอดเยี่ยมมาก เหมือนอยากให้ทุกคนรู้ว่า ทำไมล่ะ ข้าเป็พวกล้างผลาญตระกูล ข้าจะล้างผลาญตระกูล พวกเ้ามีปัญหากับข้าหรือไม่
“เ้า! ปล่อยให้เ้าได้ใจไปก่อนไม่กี่วัน ถือว่ายอมให้คนตายคนหนึ่ง” สุดท้ายหวังป้าต้องยอมรามือ หากปล่อยให้คนของโรงประมูลนำสัญญากู้ยืมไปเก็บเงินที่จวน หนำซ้ำยังเป็เงินหนึ่งแสนตำลึงที่เอาไปซื้อหนังสือไร้สาระพวกนี้ ชีวิตของเขาคงต้องจบกันพอดี เขาไม่กล้าทำเช่นนั้น นาทีนี้ต่อให้ต้องเสียหน้าก็ยอม
“หวังปา คงคง บอกแล้วว่าให้พวกเ้ายอมให้ข้า พวกเ้าไม่เชื่อเอง แต่ว่าเล่มก่อนหน้านั้นข้าดูจนเบื่อแล้ว หากเ้าอยากได้ ข้ามอบให้ได้นะ” เยี่ยเฟิงเอ่ยปากพร้อมหัวเราะ อยู่ต่อหน้าผู้อื่นเขาก็ไม่คิดจะสำรวมแม้แต่น้อย
ภายในห้องของหวังป้ากับซือถูคงไม่มีเสียงตอบรับ คาดว่าทั้งสองคงแทบกระอักเื ถูกหักหน้าขนาดนี้คงแอบหนีออกไปจากห้องแล้ว
“ฮ่าๆ สะใจจริงๆ สะใจมาก เมื่อใดที่ท่านพ่อมอบคลังสมบัติให้ข้าดูแล ข้าคงต้องลองััให้รู้ซึ้งว่าอย่างไรถึงจะเรียกว่าคนล้างผลาญตระกูลที่แท้จริง เอ่อ... คือ คุณชายเยี่ย ข้าไม่ได้ว่าท่านล้างผลาญตระกูลนะ”
เยี่ยเฟิงหมดคำพูด หลังจากเขียนสัญญากู้ยืมเสร็จ เขาเปิดดูหนังสือปลุกอารมณ์ที่ได้มาผ่านๆ ทันใดนั้นหัวใจของเขาเต้นเร็ว นี่มันอันตรายถึงชีวิต มองเพียงแวบเดียวก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เขารีบปิดแล้วโยนให้หลี่เสี้ยว
“สิ่งนี้ขอมอบให้ท่าน”
“คุณชายเยี่ยล้อเล่นหรือ ท่านจะให้ข้าจริงหรือ เล่มก่อนหน้านั้นข้ายืมกับท่านตั้งสิบกว่าครั้ง ท่านกลับให้ข้ายืมเพียงคืนเดียว!” หลี่เสี้ยวชะงักไปทันที นี่มันของวิเศษในของวิเศษเชียวนะ เยี่ยเฟิงชื่นชอบสิ่งเหล่านี้มาตลอด ขณะนี้ไม่แม้แต่จะมองก็โยนให้เขาเลยหรือ
“ข้าดูจนเบื่อแล้ว เล่มที่แล้วดูมากเกินไปหน่อย ร่างกายรับไม่ไหว!” เยี่ยเฟิงชะงักก่อนตอบออกไป
แต่คำว่าร่างกายรับไม่ไหวในความเข้าใจของหลี่เสี้ยวกลับเป็อีกความหมายหนึ่ง หลี่เสี้ยวทำหน้าเหมือนรู้กัน หัวเราะแล้วพูดว่า
“ช่างน่าอิจฉาเสียจริง ข้างกายท่านมีสาวใช้คนงามสองคนคอยรับใช้ อีกทั้งยังมีคู่หมั้นเป็ถึงองค์หญิง คุณชายเยี่ย วิธีของท่านถูกต้องแล้ว ท่านควรถนอมร่างกายเอาไว้ การรู้จักหักห้ามใจเป็สิ่งที่ดี”
เยี่ยเฟิง “...”
หลี่เสี้ยวเก็บหนังสือปลุกอารมณ์เอาไว้ตรงหน้าอกอย่างดี ส่วนเยี่ยเฟิงก็เก็บกรงเล็บภูตเหม่ยเหรินกับหญ้าหนวดัเอาไว้อย่างดี จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากโรงประมูล
ภายในห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง หญิงสาวลึกลับออกคำสั่ง
“ตามไป!”