“ตื่นได้แล้วยายขี้เซา” เสียงทุ้มนุ่มอบอุ่นของแม็กซ์ตามมาด้วยจุมพิตหลายฟอดจู่โจมไปทั่วดวงหน้าก่อกวนหญิงสาวจนเธอไม่อาจขืนตัวกลับเข้าสู่ภวังค์ได้อีกต่อไปเฟอร่าส่งเสียงครางอืออาประท้วง สีหน้างัวเงียไม่อยากตื่น เมื่อคืนนี้กว่าจะได้นอนกันก็เกือบรุ่งสางตอนนี้เธอยังเพลียไม่หายเลย
“อื้อ! ขอนอนต่ออีกนิดนึงได้ไหม?” เธอพยายามต่อรองด้วยเสียงแหบแห้งแบบคนพึ่งตื่น
“ไม่เอาน่าที่รัก เราต้องรีบทำพิธี เดี๋ยวมันจะมืดค่ำก่อน” ชายหนุ่มมองมายังเธอด้วยสายตารักใคร่มือหนาลูบไล้ไปตามดวงหน้าของเธออย่างแ่เบา
“...” เฟอร่าพลิกตัวนอนคว่ำหน้าหลบสายตาชายหนุ่ม เวลานี้ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งความง่วงงุนของเธอได้หรอก
“เป้าหมายชีวิตของเธอคืออะไรนะ?” คำถามยิงตรงจากเขาทำให้เฟอร่าถึงกับกลั้นหายใจผู้ชายคนนี้รู้วิธีจัดการเธอเป็อย่างดี เธอไม่เคยทำตัวแข็งข้อกับแม็กซ์สำเร็จได้เลยสักครั้ง
“โอเค นายนี่มัน...” หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นก่อนจะโน้มใบหน้าไปจุ๊บที่หน้าผากของชายหนุ่มในจังหวะทีเผลอก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำทำธุระยามเช้า
ณ บ้านประจำตระกูล
หลังจากที่ช่วยกันยกศพมาวางไว้บนเตียงไม้ คนทั้งสองต่างแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตนเองแม็กซ์แก้มัดผ้าห่อศพออก ส่วนหน้าที่ของเฟอร่าคือเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำพิธี ศพของวันนี้เป็ศพของหญิงสาววัยรุ่นหน้าผากมีสัญลักษณ์รูปดาวกลับหัวสีแดงเข้มเหมือนศพก่อนหน้า
ทันทีที่เชือกชุบโลหิตแตะเข้ากับร่างกายศพเด็กสาววัยรุ่นได้ตื่นลืมตาขึ้นมาทันใด ดวงตาลึกโหลสีซีดกวาดมองไปรอบๆก่อนจะหยุดจ้องเขม็งไปยังแม็กซ์ ทางด้านชายหนุ่มเลือกที่จะเมินเฉยต่อสายตานั้น แล้วหันไปให้ความสนใจกับการช่วยเฟอร่าผูกเชือกทำพิธี
“พวกพี่กำลังช่วยหนูอยู่เหรอคะ?”เด็กสาวเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้คนตรงหน้าแน่นอนว่า ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากคนทั้งสอง
“หนูดีใจมากเลยค่ะที่พวกพี่ช่วยหนูเอาไว้ ั้แ่เกิดมา...หนูไม่เคยได้รับอะไรดีๆกับเขาเลย” คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้หญิงสาวเผยยิ้มเศร้า เธอนอนนิ่งให้พวกเขาพันธนาการอย่างง่ายดายไม่แสดงท่าทีต่อต้านใดๆ
“หนูถูกพ่อกับแม่ทิ้งไปั้แ่เด็ก โตมากับคำว่าเด็กกำพร้า หนูไม่รู้เลยว่า ความรักบริสุทธิ์จากครอบครัวเป็อย่างไร...ชีวิตเหมือนมีช่องโหว่ที่ไม่เคยถูกเติมเต็ม”น้ำเสียงของเด็กสาวสั่นเครือ ดวงตาลึกโหลอาบไปด้วยม่านน้ำตาดูน่าเห็นใจ คราวนี้แม็กซ์ถึงกับหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะดึงความสนใจของตนเองกลับไปช่วยเฟอร่ากรีดเอาเืจากศพไปทำพิธีหาชื่อต่อ
“หนูอยากเจอพวกท่านอีกครั้ง...จะได้เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปเสียที”คำพูดจากเด็กสาววัยรุ่นไม่สามารถดึงความสนใจจากเฟอร่าไปได้ หญิงสาวกำลังยืนนิ่งรอดูชื่อปีศาจอยู่หน้าเตาผิงจนไม่ทันได้สังเกตว่าท่าทีของชายหนุ่มคนรักได้เริ่มเปลี่ยนไป ตอนนี้เขากำลังจ้องมองไปยังหญิงวัยรุ่นคนนั้นเขม็ง
“ทำไมพวกเขาต้องทิ้งเธอไปล่ะ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเย็นอยู่ดีๆ ดวงตาของแม็กซ์ก็ดูแข็งกร้าวขึ้น ริมฝีปากของเขาเม้มตรง สองมือกำหมัดแน่น รังสีแห่งความคุกรุ่นแผ่กระจายออกมาจากตัวเขาดูท่าว่า คำพูดบางประโยคจากผู้หญิงคนนี้ได้ไปสะกิดถูกปมบางอย่างของชายหนุ่มเข้าจนได้
“ไม่รู้...” เด็กสาวตอบเสียงแ่พลางเบนหน้าหลบสายตาเขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์เศร้าโศก
“แน่ใจเหรอว่า พวกเขาอยากเจอเธออีก!” แม็กซ์เดินเข้าไปใกล้หญิงคนนั้นมากขึ้น สีหน้าของเขาเริ่มบึ้งตึงดูเหมือนว่า ชายหนุ่มกำลังจะคุมสติของตนเองไม่ได้เสียแล้ว
เมื่อรับรู้ได้ถึงสัญญาณความผิดปกติ เฟอร่ารีบเดินตรงดิ่งกลับมาหาคนรักแววตาของเธอดูตื่นตัวเต็มที่ คำเตือนจากลุงคีธได้วนเวียนเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง‘ศพจะฟื้นขึ้นมา แต่อย่าไปสนใจมันเด็ดขาด!’ ทว่าเวลานี้แม็กซ์เหมือนจะลืมคำเตือนนั้นไปแล้ว
“หนู...ฮึก!...ไม่รู้” หญิงสาวส่ายหน้าไม่อยากรับรู้ ร่างกายหอบโยน ยังคงเล่นบทเ้าน้ำตาต่อและถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า ใบหน้าของเด็กสาวนั้นดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมผิวศพสีขาวซีดดูมีน้ำมีนวลเต่งตึงร่างกายที่เคยซูบผอมกลับมามีส่วนเว้าส่วนโค้งให้เห็นขึ้นชัดเจน มันกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว!
“จะตามหาคนที่ทิ้งเธอให้เสียเวลาชีวิตไปทำไม? คิดว่าคนพวกนั้นจะยินดีกับเธอเหรอ!?” แม็กซ์ตะคอกออกมา เขาไม่อาจเก็บกลั้นความรู้สึกอึดอัดที่พยายามปิดซ่อนนี้ไว้ได้อีกต่อไป
“แม็กซ์! ตั้งสติไว้! อย่าไปฟัง...” เฟอร่ากระชากแขนเขาให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันสติของคนตรงหน้ากำลังหลุดลอยออกไปไกล ปีศาจตนนี้รู้วิธีเล่นกับปมวัยเด็กของชายหนุ่มได้เป็อย่างดี
“แล้วพี่เคยเจอพ่อกับแม่แท้ๆ แล้วเหรอคะ?” ไม่ทันการเสียแล้วคำถามจากเด็กสาวเปรียบดั่งลูกธนูพุ่งปักเข้ากลางอกชายหนุ่ม แม็กซ์นิ่งงันไป ดวงตาแดงก่ำของเขาไหวระริกความแตกสลายสะท้อนออกมาจากแววตาคู่นั้น ร่างกำยำเริ่มโงนเงนดูสิ้นเรี่ยวแรงใบหน้าคมเริ่มซีดเซียวลง
“แม็กซ์!” เฟอร่าเขย่าตัวชายหนุ่มคนรักหวังเรียกสติให้กลับคืนมาแต่ทุกอย่างดูจะสายเกินไป เมื่อร่างกำยำไม่อาจทรงตัวได้อีกแล้ว แม็กซ์หมดสติล้มตัวลงทันใดหญิงสาวรีบพยุงร่างสูงใหญ่รับน้ำหนักของเขาเอาไว้อย่างทุลักทุเล
สาววัยรุ่นที่เคยดูอ่อนแอไร้ทางสู้ บัดนี้ได้กระชากเชือกโลหิตที่พันธนาการอยู่จนขาดออกอย่างง่ายดายราวกับไม่ได้ใช้แรงเลยแม้แต่น้อยดวงตาของมันลุกวาวสะท้อนประกายเพลิงอยู่ภายใน นางปีศาจค่อยๆ ลุกขึ้นยืนมาประจัญหน้ากับเฟอร่าก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย
“หึๆ! พวกมนุษย์นี่ช่างอ่อนแอเสียจริง! แต่ก็เป็อาหารชั้นเลิศเลยทีเดียว” นางไล้เลียริมฝีปากอย่างเ้าเล่ห์ยียวนจิตใจที่แตกสลายของแม็กซ์กลายเป็พลังงานหล่อเลี้ยงให้มันฟื้นตัวได้ดีเลยทีเดียว
“แกกล้ามากเลยนะ!” เฟอร่ากัดฟันกรอด ดวงตาจับจ้องไปยังศัตรูเขม็ง ความคุกรุ่นในใจกำลังพวยพุ่งทะยานสติของเธอกำลังจะขาดผึงในอีกไม่ช้า
“อืม สดชื่นจริงๆ! ลืมอะไรไปหรือเปล่าแม่สาวฝึกหัด อย่าโกรธกันมากนักเดี๋ยวจะสู้ข้าไม่ได้เอานะ หึๆ” นางปีศาจหลับตาพริ้มอย่างลำพองใจ คำปรามาสจากนางทำให้เฟอร่ากำหมัดแน่นพร้อมกับพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างช้าๆไม่ได้! เธอจะไม่ยอมให้มันแข็งแกร่งไปมากกว่านี้
“นักล่าปลายแถวอย่างเ้าจะมาสู้อะไรข้าได้!” มันเอ่ยคำยียวนหวังเติมเชื้อเพลิงสุมไฟโกรธาของเธอให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งแต่ผิดคาด เมื่อเฟอร่าผ่อนลมหายใจออกมาหนักหน่วงก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น
“ฉันรู้ว่า ตอนนี้แกยังฟื้นตัวได้ไม่มากพอที่จะออกไปจากที่นี่ได้ยอมไปกับฉันดีๆ เสียเถอะ มารดาของแกกำลังรออยู่” หญิงสาวกล่าวไปตามความจริงเธอต้องเก็บไอของพวกมันไปมอบให้กับนางพญาปีศาจเพื่อแลกิญญาของพ่อและแม่เธอกลับมา
คำต่อรองนี้กลับไม่ได้อยู่ในความสนใจของมันแต่อย่างใดนางปีศาจหัวเราะในลำคออย่างไม่แยแส
“หึ! เ้าแน่ใจได้อย่างไรว่า ข้าฟื้นพลังได้น้อย...คิดผิดมหันต์แล้วล่ะสาวสวย”นางปีศาจเดินนวยนาดเข้ามาใกล้หญิงสาวขึ้นเรื่อยๆ เฟอร่ากระชับอ้อมแขนกอดร่างกำยำในอ้อมอกแน่นพลางจับจ้องทุกย่างก้าวของมันตาไม่กะพริบมืออีกข้างยกขึ้นมากำสายประคำแน่น
“ความเ็ปวัยเด็กของพ่อหนุ่มนี่ ลึกล้ำกว่าที่เ้าคิดไว้มากโข...”เสียงฝีเท้าของมันหยุดลง นางปีศาจยืนนิ่งก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างเ้าเล่ห์ ดวงตาเบิกโพลงของมันจ้องเขม็งมายังเฟอร่าราวกับกำลังจะสะกดเธอเอาไว้ไอสีดำปริศนาค่อยๆ ระเหยออกมาจากร่างของมันก่อนจะจับตัวกันเป็กลุ่มควันขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ
เฟอร่าหลับตาลง เริ่มท่องบทสวดสายประคำแต่ทุกอย่างกลับสายเกินไป เมื่อกลุ่มควันทมิฬพุ่งตรงเข้ามาผลักจนร่างของหญิงสาวกระเด็นไปกระแทกกับผนังอย่างรุนแรงดังพลั่ก!
ในเวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น ร่างของชายหนุ่มก็ได้ถูกมันแย่งชิงไป
“หนุ่มรูปงามนี้เป็ของข้าแล้ว” ปีศาจในร่างเด็กสาววัยรุ่นส่งเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายก่อนจะกางปีกหนังสีดำพาร่างของแม็กซ์บินหายไปในความมืด
“...แม็กซ์” เสียงของเฟอร่าเต็มไปด้วยความเ็ปที่มาจากทางร่างกายและจิตใจหญิงสาวฝืนความอ่อนแอพยุงตัวลุกขึ้นยืน ดวงตาเรียวคมแข็งกร้าวจ้องเขม็งไปยังจุดที่นางปีศาจบินหนีไป
แกเลือกที่จะเล่นแบบนี้เองนะ...
++++++++++++++++++++++++++++
เจอกันอีกทีวันพุธนะจ๊ะ ส่วน E-book ก็ใกล้เสร็จแล้วจ้า