เทพกระบี่เงาสังหาร

    ถูกชักใย

    บรรยากาศรอบๆหน้าประตูใหญ่ของตระกูลจักรพรรดิกลายเป็นหนักอึ้ง องค์ชายสองโจวเซี่ยผู้ที่กำลังหาเรื่องกับคนของหอสมบัติได้ถูกเล่นงานจนได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งนี่ทำให้แขกที่หยุดอยู่หน้าประตูพากันแสดงสีหน้าตื่นตระหนก"นี่!!! เป็นไปได้อย่างไรกันทำใมโจวเซี่ยถึงแพ้ละ"แขกคนหนึ่งกล่าวขึ้น"นี่มันพลังอะไรกันปราณราชันขั้นกลางไม่มีทางปลดปล่อยพลังแบบนี้ออกมาได้แน่" แขกอีกคนก็กล่าวรัชทายาทเองก็ไม่คิดว่าเจียงเฉินจะสามารถปลดปล่อยพลังระดับนี้ออกมาได้ เจียงเฉินมองไปยังโจวเซี่ยด้วยสายตาเย็นชาภายในจิตใจที่ป่าเถื่อนกลับรู้สึกตื่นเต้นยินดีที่ตอนเองสามารถโค่นล้มอีกฝ่ายได้"เห็นใหมละข้าบอกแล้วว่าสายเลือดตระกูลจักรพรรดิไม่สามารถต่อกรกับความพิโรธของยักษาได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวกับอู่หมิง"อืม เป็นอย่างที่เจ้ากล่าวความพิโรธของยักษานั้นทรงพลังจริงๆซึ่งต่อให้เป็นข้าก็ต้องใช้พลังอย่างมากกว่าจะหยุดพลังหมัดของเจียงเฉินได้" อู่หมิงกล่าวเจียงเฉินคลายทักษะแห่งความพิโรธออกพร้อมกับเดินกลับมาหาพวกอู่หมิง และในตอนนั้นเองแรงกดดันที่หนักหน่วงมากมายก็ปรากฎพร้อมกับที่ข้างๆเสี่ยวหลินปรากฎชายชราคนหนึ่งเช่นเดียวกัน"นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!!!" เสียงคำรามด้วยความโกรธดังขึ้นพร้อมกับปรากฎชายวัยกลางคนสวมชุดสีทองลอยลงมาข้างๆรัชทายาท"คารวะองค์จักรพรรดิ" รัชทายาทกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม"คารวะองค์จักรพรรดิ" เสี่ยวหลินกล่าวพร้อมกับคารวะด้วยน้ำเสียงเฉยชา"หืม เซี่ยเอ๋อเจ้าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ใครกัน ใครกันที่มันกล้าทำหลานของข้า" ชายชราคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดทันทีเมื่อเห็นโจวเซี่ยนอนกรีดร้องอยู่บนพื้น"ท่านตา เป็นมัน เป็นมันที่ทำข้า" โจวเซี่ยชี้ไปที่เจียงเฉินทันที"เป็นเจ้างั้นหรือ หืมบัดซบเป็นแค่ขยะจากตระกูลราชวงศ์กลับกล้าทำร้ายหลานของข้า ตาย!!!!!!" ชายชรากล่าวพร้อมกับซัดฝ่ามืออกไปใส่เจียงเฉินทันทีอู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยเห็นท่าไม่ดีจึงเคลื่อนใหวไปข้างหน้าเจียงเฉินก่อนจะปลดปล่อยพลังสูงสุดออกมาเข้าปะทะกับฝ่ามือของชายชราทันที"ตูม!!!!"เสี่ยวฮุ่ยและอู่หมิงถอยไปข้างหลัง 10 ก้าวพร้อมกับมีเลือดใหลออกมาที่มุมปาก คนอื่นๆกลายเป็นตกตะลึงเมื่อเห็นอู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยสามารถรับการโจมตีของชายชราที่เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลจักรพรรดิได้"หยุดเดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!!" จักรพรรดิคำรามออกมาด้วยความโกรธตัวเขาในตอนนี้โกรธอย่างมากเพราะทุกอย่างที่เขาวางแผนไว้พังทลายลง"องค์จักรพรรดิ ผู้เยาว์รู้สึกว่าตระกูลจักรพรรดิของท่านไม่ต้อนรับพวกเราและไม่ให้เกียรติเราอย่างมากเพราะงั้นพวกเราขอลาก่อน" เสี่ยวหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เดี๋ยวก่อนแม่นางเสี่ยวหลินนี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด นี่ต้องเข้าใจผิดกันแน่ๆ" รัชทายาทกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน"ใช่แล้วมันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่เพราะงั้นข้าขอฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนได้หรือไม่" จักรพรรดิกล่าว"ต้องขออภัยข้าไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว" อู่หมิงกล่าวอย่างเย็นชาพร้อมกับจ้องมองไปยังโจวเซี่ยและชายชราด้วยสายตาที่เย็นเยือกอย่างถึงที่สุด"เหอะ คิดว่าข้าจะปล่อยคนที่ทำร้ายหลานข้าไปงั้นหรือ" ชายชรากล่าว"โจวหาน!!!ข้าบอกให้หยุดยังไงละ" จักรพรรดิคำรามใส่ชายชราด้วยความโกรธจนทำให้ร่างกายของชายชราสั่นสะท้าน"แต่องค์จักรพรรดิเจ้าพวกนั้นทำร้ายเซี่ยเอ๋อ...." ชายชราโจวหานกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้"เจ้ามีนามว่าโจวหานสินะข้าจะจกจำไว้" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับพาเจียงเฉินและพวกอู่เซียงกลับขึ้นไปบนรถม้าทันที"องค์จักรพรรดิ ผู้เยาว์ขอเตือนท่านไว้สักหน่อย ความพิโรธของเซียนนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ดีไม่ดีทวีปคุนหลุนแห่งนี้อาจจะถูกลบออกไปเลยก็ได้" เสี่ยวหลินกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับหันหลังจากไปเช่นกันรอยยิ้มของเสี่ยวหลินทำให้จักรพรรดิกลายเป็นแข็งค้างเพราะรอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่เยาะเย้ยและเวทนา มือของจักรพรรดิสั่นไปมาและมองไปยังโจวเซี่ยและโจวหานด้วยสายตาเย็นชาอย่างมาก ทางด้านโจวหานเองก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องแต่เขาก็ไม่สามารถนึกออกเลยว่าตนทำอะไรผิด"นำพวกมันทั้งสองเข้าไปในห้องโถง" จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาด้านนอกประตูของตระกูลจักรพรรดิมีคนของตระกูลอินทรีย์กลุ่มหนุ่งยืนยิ้มอย่างเย็นชาและมองไปยังโจวเซี่ยด้วยสายตาดูถูก"ไม่คิดว่าเจ้านั่นจะยอมทำตามที่พวกเราบอกจริงๆ""นั่นหนะสิแค่เพื่อ ดอกไม้วิญญาณ เพียงดอกเดียวกลับยอมทำลายความสัมพันธ์กับหอสมบัติชั่งเป็นผู้ชายที่โง่โดยแท้ ฮ่า ฮ่า" เหล่าชายหนุ่มของตระกูลอินทรีย์พากันกล่าวเย้ยหยันอย่างสนุกปาก แต่ในตอนนั้นเองร่างเงาสีดำก็ปรากฎอยู่ข้างหลังพวกเขา"ที่แท้ก็เป็นพวกเจ้านี่เอง" ชายชราที่เคยอยู่ข้างๆเสี่ยวหลินกล่าว"นี่เจ้าเป็นใคร!!!!!!!!!" เหล่าคนของตระกูลอินทรีย์กล่าวด้วยน้ำเสวียงตื่นตระหนก"คนตายไม่จำเป็นต้องรู้" ชายชรากล่าวพร้อมกับซัดฝ่ามือใส่คนของตระกูลอินทรีย์อย่างเย็นชาจนทำให้ร่างกายสลายหายไปไม่เหลือแม้แต่กระดูกอีกด้านเสี่ยวฮุ่ยเองก็สัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของคนจากตระกูลอินทรีย์ แต่ว่าเพราะมีชายชราเข้าไปจัดการแล้วเสี่ยวฮุ่ยจึงไม่ได้ออกไปจัดการด้วยตนเอง"เหอะนึกไม่ถึงว่าจะเป็นตระกูลอินทรีย์ ดูเหมือนว่าพวกเราและตระกูลอินทรีย์จะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้แล้วจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหายไป" อู่หมิงกล่าว"เพราะแบบนั้นการเข้าไปในแดนเร้นลับจึงสำคัญ เพราะทรัพยากรของพวกเราตอนนี้เริ่มลดน้อยลงเข้าไปทุกที" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอู่หมิงพยักหน้าเห็นด้วยเพราะในตอนนี้ทรัพยากรในปราการชิงหลงเริ่มลดลงอย่างรวดเร็วและนี่เป็นเพราะคนที่เสี่ยวฮุ่ยรับมานั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆและในตอนนี้ก็มีคนจำนวนเกือบ 20 คนแล้ว แต่เสี่ยวฮุ่ยเองก็ไม่ได้รับคนเข้ามามั่วๆ บุคคนที่เข้าร่วมกับพวกอู่หมิงส่วนใหญ่จะมาจากชาวบ้านธรรมดาแต่มีร่างกายหรือชีพจรที่พิเศษทั้งนั้น"อาจารย์ เส้นทางในแดนเร้นลับท่านอาจารย์จะได้พบกับอันตรายที่ร้ายแรงแต่ว่าหลังจากผ่านอันตรายได้แล้วโชคที่ยิ่งใหญ่จะรอท่านอยู่" เยี๋ยนกล่าวด้วยรอยยิ้ม--------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน