“วันนี้พี่ไปรับนะคะ”
“ครับ”
“พี่รอที่ใต้ตึกนะคะ”
“โอเคครับ”
“พี่ไปกินข้าวด้วยนะคะ”
“ได้ครับ”
ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องต่างๆลูซี่ก็ตามติดแจ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะไปไหนเธอก็ตามไปด้วยไทม์รู้ว่าที่เธอทำเพราะเธอเป็นห่วง ไม่อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่ผ่านๆ มาอีกอย่างนึงพอเกิดเรื่องรับน้องแก๊งพวกเขาก็โดนพวกแป๊กเล็งเป้าทำให้ลูซี่ต้องคอยระวังอย่างใกล้ชิด
เว้นแต่วันนี้
“วันนี้พี่คงไปกับเราไม่ได้ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
[ก็พี่ลูซี่ติดงานนี่ครับ แค่นี้เอง]
“ก็พี่เป็นห่วงเรานี่คะ”
[ถ้างั้น เวลาไปไหนผมจะเอาเพื่อนไปด้วย แล้วก็จะคอยรายงานสถานการณ์ให้พี่ลูซี่ตลอดดีมั้ยครับ]
“เราจะอึดอัดรึเปล่า”
[ไม่เลยครับ ถ้าทำให้พี่ลูซี่สบายใจผมก็โอเค]
“ขอบคุณนะคะ”
[ขอบคุณทำไมครับ ผมต้องขอบคุณพี่ลูซี่มากกว่า ถือว่าเป็นการซ้อมๆ ไว้ไงครับ]
“แสดงว่าเรายอมรับรักพี่แล้วใช่มั้ยคะ”
[อ๊า!คือ…จะว่าไงดี แบบว่า ก็ยังแหละครับ แต่…ผมไม่อยากเห็นหน้ากังวลใจแบบเมื่อตอนนั้นมากกว่า ผมอยากเห็นพี่ลูซี่ยิ้มเยอะๆ]
ประโยคบอกเล่าธรรมดากลับทำให้หัวใจของลูซี่พองโตอย่างบอกไม่ถูก ทำไมน้องถึงได้น่ารักแบบนี้นะ แล้วแบบนี้เธอจะไปไหนรอด
“ขอบคุณนะคะ พี่จะยิ้มเยอะๆ เลยค่ะ”
[ดีมากครับ / ไอ้ไทม์จารย์เข้าแล้ว/งั้นผมไปก่อนนะครับ อย่าโหมงานมากนะครับ]
“ค่ะ ไว้เจอกันค่ะ”
[บายครับ]
“บายค่ะ”
พอวางหูเสร็จลูซี่ก็เอนหลังพิงกับพนักพิงพลางถอนหายใจรอบที่ล้าน ปากตอบว่าจะไม่โหมงานหนักแต่มันไม่ได้จริงๆ เดือนนี้งานในส่วนของเธอเยอะมากเธอเลยอยากรีบทำให้เสร็จ
“เฮ้อ ทำต่อดีกว่า”
เสียงแป้นพิมพ์ต๊อกแต๊กสลับกับเสียงแจ้งเตือนอีเมลเข้าดังไม่ขาดสาย นอกจาจะต้องทำงานของตัวเองแล้วยังต้องคอยเช็คงานคนอื่นและยังต้องตอบเมลลูกค้าอีกด้วย
เริ่มทำไปสักพักจู่ๆ ก็เริ่มจี๊ดที่หัวข้างซ้าย มือเรียวยกนวดหว่างคิ้วให้คลายแต่เหมือนจะไม่ ดูท่าไมเกรนจะกำเริบอีกแล้วแฮะ
ลูซี่เป็นไมเกรนมาตั้งแต่สมัยเรียนมอปลายแล้ว ตอนแรกเธอก็ไม่รู้หรอนึกว่าแค่ปวดหัวธรรมดามารู้เอาตอนขึ้นมหาวิทยาลัยตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีเนี่ยแหละถึงได้รู้ว่าเป็นไมเกรน
อาการไมเกรนเดิมทีมาจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นความเครียด, พักผ่อนไม่เพียงพอ, ทำกิจกรรมที่หักโหมจนมากเกินไป หรือการอดอาหาร แต่ในกรณีของลูซี่ หมอวินิจฉัยว่าสาเหตุมาจากความเครียดสะสมมากกว่า
เพราะเดิมทีแม้เธอจะทำงานหนักแต่เธอก็พยายามหาเวลาพักหรือผ่อนคลายตัวเองอยู่ตลอด แต่พอช่วงมอปลายที่เธอทะเลาะกับอาม่าหนักๆ ตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็มีอาการไมเกรนกำเริบอยู่ตลอด เคยเป็นหนักสุดก็ทั้งอาทิตย์ จะกินยาก็กินไม่ได้เพราะมีผลข้างเคียงทำให้น้ำนมไหลหมอเลยสั่งห้าม เรียกได้ว่าใช้ชีวิตลำบากทำอะไรแทบไม่ได้เลย
เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังให้มือที่กำลังพิมพ์งานต้องหยุดชะงักก่อนจะหันไปรับโทรศัพท์
[คุณลูซี่คะรถพร้อมแล้วค่ะ]
“เดี๋ยวลูไปค่ะ”
วางสายเสร็จลูซี่ก็เซฟงานปิดคอมฯก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไปขึ้นรถที่เตรียมไว้วันนี้ลูซี่มีนัดกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ตอนช่วง 10 โมงแม้ใจจะอยากพักขนาดไหนยังไงก็ต้องไปอยู่ดี
มาถึงสถานที่นัดหมายพอมาถึงบริษัทของพาร์ทเนอร์ลูซี่ก็เข้ามาทักทายสวัสดีกันตามารยาทโชคดีที่การคุยครั้่งนี้ง่ายกว่าที่คิดคงเพราะว่าเดิมทีเจ้าของบริษัทนี้เป็นเพื่อนอีกคนของแม่อยู่แล้วทำให้ครั้งนี้เลยคุยง่าย
หลังจากคุยงานเสร็จลูซี่ก็ดิ่งตรงกลับบริษัททันทีไม่ได้แวะที่ไหนทันทีที่ลงจากรถลาพี่คนขับรถเสร็จขณะที่กำลังจะเดินขึ้นตึกจู่ๆก็รู้สึกจี๊ดหัวขึ้นมา มือเรียวยกมือจับหัวพร้อมกับบีบแน่นความรู้สึกจุกอกจนอยากจะอ้วกออกมา มันหนักจนเธอไม่ไหวจนต้องหาที่ยัน
สองขาค่อยๆเดินและพยายามใช้สายที่ตอนนี้หรี่จนแทบจะปิดจากอาการไมเกรนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆมองหาที่นั่งพัก พอถึงม้านั่งลูซี่ที่กำลังจะนั่งลงก็เกิดทรงตัวไม่อยู่ร่างกายที่กำลังจะร่วงลงพื้นจู่ๆก็มีมือปริศนาเข้ามาสอดรับตัวเธอไม่ให้หล่นลงพื้นพร้อมกับเสียงนุ่มทุ่มที่เคยได้ยินมาก่อน
“เป็นไมเกรนอยู่ยังจะดื้อทำงานอีกบ้าหรือดีเนี่ย”
ลูซี่ค่อยๆหันไปมองต้นเสียงด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่ไหวกับอาการไมเกรนแล้ว
“ดีนหรอ”
“เออฉันเอง”
“อ่าขอบใจ” ก่อนภาพทุกอย่างจะตัดไป
ชายหนุ่มหน้าคมนั่งมองหญิงสาวที่เคยอยู่ในสถานะของ‘แฟนเก่า’ ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องนอนรับแขกคอนโดของเขาตอนแรกดีนก็กะจะพาไปส่งที่บ้านนั่นแหละแต่ด้วยความที่ตอนที่พวกเขายังคบกันดีนไม่เคยไปบ้านของลูซี่เลยแม้แต่ครั้งเดียวจะมีก็แค่คอนโดของเธอซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่ายังอยู่มั้ยจะไปโทรให้ลุคมารับเขาก็ไม่มีคอนแทคอีกเพราะโทรศัพท์เครื่องเก่ามันเจ๊งไปแล้วบวกกับก็เลิกกันไปแล้วไม่รู้จะมีคอนแทคไว้เพื่อเลยไม่ได้แอดไว้เลยทำให้เขาต้องจำใจพาเธอมาพักที่คอนโดของเขาแล้วฝากเลขาของลูซี่ติดต่อลุคให้แทน
นั่งมองคนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงก็นึกหวนถึงบรรยากาศเก่าๆอย่างเช่น…
“พามาสวนสนุกทำไมเนี่ย”ลูซี่มองแฟนข้างๆ ที่ยืนหาววอดๆราวกับคนที่ไม่ได้อยากมาแต่ความจริงคือเขานั่นแหละที่ไปลากเธอออกจากคอนโด
“ถามแปลกพามาซักผ้ามั้ง”
ลูซี่หันไปมองแฟนหนุ่มข้างตัวด้วยสีหน้าคิ้วขมวด ไอ้นี่กวนตีนอีกล่ะ
“เข้ากันได้แล้วไป”ดีนพูดก่อนจะเอื้อมมาจับมือพากันเข้าไป
“อะไรเนี่ย”
“ของขวัญวาเลนไทน์ไง”
“ช่อไก่เนี่ยนะ”
“ใช่”
ลูซี่ยกช่อไก่ขึ้นมาดูพลางหัวเราะขำขัน เคยเห็นแต่ช่อดอกไม้ นี่มาช่อไก่เฉย
“แล้วคิดไงถึงซื้อมาให้เนี่ย”
“เห็นไก่แล้วนึกถึงหน้าเธอพอดีเลยซื้อมา”ลูซี่หันมามองแฟนหนุ่มที่กำลังนอนสบายใจเฉิบอยู่ที่โซฟาที่ดูไม่สนใจอะไร ที่พูดมันหมายความว่าหน้าเธอเหมือนไก่ใช่มั้ยเนี่ย
แต่ก็นะ“ขอบใจ”
ตลอดที่ผ่านมาทั้งคู่ก็คบกันด้วยดีมาตลอดดีนเป็นแฟนที่ดีดูแลเธอดีแต่แค่ปากหมานิสัยเถื่อนไปหน่อยไม่เคยทำให้ลูซี่เคลือบแคลงใจแม้แต่น้อยมีทะเลาะมีงอนกันบ้างตามประสาคนเป็นแฟน
ส่วนสาเหตุที่เลิกกันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแค่พอคบกันไปพวกเขารู้สึกว่ากลับเป็นเพื่อนกันดีกว่า เพราะที่ผ่านความรู้สึกต่างๆ มันไม่ได้มีความรู้สึกชอบมากพอที่จะทำให้คบกันต่อเลยตัดสินใจเลิกกัน
เสียงขยับตัวของคนบนเตียงให้ดีนละจากมือถือหันไปมองดูเหมือนว่ายัยคนสวยจะรู้สึกตัวแล้ว
“ตื่นสักทีนะยัยคนสวย”
“นายอุ้มฉันมาหรอ”
ลูซี่ยกมือขยี้ตาให้หายจากความง่วงหันมองคนต้นตอของเสียงก่อนจะกวาดสายตาสำรวจรอบๆ แล้วยันตัวลุก
“ลากมามั้ง”
ไอ้…
ลูซี่มองคนตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่ง “ยังกวนตีนหน้าตายเหมือนเดิมเลยนะ”
“กวนตีนตรงไหน เขาเรียกสร้างสีสันให้ชีวิตต่างหาก”
ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย นอกจากจะกวนตีนเหมือนเดิมยังทำตัวน่าเตะเหมือนเดิมด้วย
“เมื่อคืนนอนน้อยหรอถึงเป็นไมเกรน”
“ก็นอนปกตินะ”
“ปกติของเธอคือตีหนึ่งตีสองหรอ”
“ก็…นะ”
ดีนถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ ดีนรู้ดีว่าลูซี่เป็นคนนอนดึก ไม่ใช่เพราะดูหนังหรือเล่นโซเชียลเพลิน แต่เธอทำงานเพลินต่างหาก
“รู้ว่าเป็นไมเกรนยังจะนอนดึกอีก”
“เป็นพ่อฉันรึไงถึงมาบ่นเนี่ย”
“อยากให้เป็นพ่ออีกคนมั้ยละ”
“หยุดความคิดไว้ตรงนั้นเลย”ดีนหัวเราะชอบใจ
ลูซี่เป็นคนที่ดื้อเอามากๆ โดยเฉพาะเรื่องงานที่ชอบทำเกินตัว เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทำให้สมัยที่ยังคบกันดีนต้องคอยดุคอยลากอยู่บ่อยๆ
ยกมือบีบหว่างคิ้วดูเหมือนอาการไมเกรนจะดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่หายสนิท
“ปวดก็นอนไป ไม่ต้องมาฝืน”
“งานฉันยังไม่เสร็จ”
“ก่อนจะห่วงงานห่วงตัวเองก่อนมั้ย เธอเป็นอะไรไปแล้วไอ้เด็กนั่นมันจะอยู่ยังไง”
ประโยคของดีนทำเอาลูซี่ขมวดคิ้ว ไอ้เด็กนั่นที่ว่าหมายถึงไทม์หรอ มันรู้ได้ไงเนี่ย
“รู้ด้วย?”
“ก็เห็นบ่อย”
ดีนกับลูซี่เรียนกันคนละมหาวิทยาลัย สงสัยคงเห็นตอนอยู่ข้างนอกมั้ง
“น้องมันน่ารักนะ จะว่าไปก็น่าจีบดู”
“ตีนกูมั้ยไอ้สัส”
“อะไรยัยสวย ไม่ได้พูดกับเธอสักหน่อย พูดลอยๆ ต่างหา-โอ๊ย!”
ไม่ปล่อยให้อีกคนได้พูดจบลูซี่ก็หยิบหมอนขึ้นมาปาใส่อีกคนทันที รู้แหละว่าดีนแค่พูดเล่นๆ กะกวนตีนให้เธอหัวเสีย แต่ถ้าให้มันไปเจอน้องจริงๆ คนอย่างดีนจีบน้องตามที่พูดแน่
ลูซี่ทำท่าจะยันตัวลุกแต่ก็ถูกอีกคนพูดดักเอาไว้จนต้องชะงัก “ยังจะดื้ออีก บอกให้นอนไปไง”
“คนมีการมีงานต้องทำมั้ย”
“นอนไป งานนั่นให้พี่เธอทำแทน”
“แชทที่นายคุยกับไอ้ลุคมันหายไม่ใช่ไง”
ดีนยื่นมือถือให้ดูพบว่าเป็นแชทที่เขาพึ่งคุยกับลุค
Lukeggeasy: ฝากมันไว้ก่อนเดี๋ยวตอนเย็นไปรับ
Lukeggeasy: บอกมันด้วยว่างานมันเดี๋ยวกูทำต่อเอง
deankudou: เคพี่
“ที่นี้ก็นอนไปแล้วไป”
ดีนเอื้อมมือมาดึงมือถือพร้อมกับดันตัวเธอให้นอนลงที่เดิมแต่ลูซี่กลับดื้อดึงก่อนจะยันตัวลุกแต่ก็โดนไมเกรนเล่นงานอีกรอบจนทำให้เธอต้องกลับไปนั่งที่เดิม
“นี่ไงยังจะดื้ออีกมั้ย”ลูซี่จิ๊ปากพลางถอนหายใจอย่างไม่ชอบใจ
“จะกลับไปนอนบ้าน”
“ฉันไม่รู้บ้านเธอ”
“เดี๋ยวบอกทาง”
“เธอขึ้นรถตอนเป็นไมเกรนทีไรเธออ้วกทุกที”
ลูซี่คิ้วขมวดมองหน้าอดีตแฟนเก่า“ไม่ต้องมามอง ถ้ากลัวว่าที่รักเธอจะเข้าใจผิดก็เรียกให้มาเฝ้าไป”
สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ทำให้เธอก็กลับไปนอนดังเดิมลูซี่หนิบมือถือเข้าแชทพิมพ์หาไทม์เธอตั้งใจจะบอกเขาก่อนกลัวว่าไทม์มารู้เรื่องทีหลังกลัวจะทำให้เขาเสียใจทั้งที่ความจริงไม่รู้ว่าเขาจะเสียใจจริงๆ มั้ย
เสียงซุบซิบของเพื่อนในสาขาดังระงมไม่หยุดเรื่องที่ทุกคนบ่นกันก็ไม่ใช่อะไรนอกจากเรื่องของพวกแป๊ก
เรื่องของเรื่องคือเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนพวกปี1 เรียนที่ตึกคณะอักษรแล้วหลังเรียนจบกลุ่มเพื่อนที่ยังไม่ออกจากห้องดันถูกพวกแป๊กที่จะเรียนต่อเข้ามาหาเรื่องจนเกิดเรื่องชกต่อยด้วยเหตุผลที่ว่าปี 1 ไม่ได้ตั้งใจเหยียบตีน
หลังจากรู้เรื่องพวกปี1 ก็พากันกรูเข้ามาห้าม ตอนแรกพวกแป๊กก็จะไม่ยอม จะต่อยคนที่เข้ามาห้ามด้วยแต่โชคดีที่ติมอยู่เลยห้ามทัน ทำให้พวกแป๊กละถอยไป
ตอนแรกพวกปี1 กับพวกไทม์ก็สงสัยว่าทำไมพอติมมาพวกแป๊กถึงเกร็งไม่กล้ายุ่งติมจึงเล่าให้พวกเขาฟังแต่ก็แค่พวกไทม์นะ
ไทม์เลยรู้ว่าติมไปมีเรื่องกับพวกแป๊กตอนที่รู้ติมโดนบูมกับไทม์บ่นยับ บ่นจนต้องเอามือมาปิดหูเลย
ขณะที่ไทม์กำลังห้ามบูมที่กำลังฟาดงวงฟาดงาใส่เพื่อนก็ได้ยินเสียงสั่นจากมือถือในกระเป๋ากางเกงทำให้เขาต้องละไปหยิบมือถือขึ้นมาดูพบว่าเป็นลูซี่ทักมา
นิ้วเรียวกดเข้าแชทอ่านข้อความจนคิ้วขมวดปมก่อนจะรีบพิมพ์กลับไปโดยไม่รีรอ
Lucyxx : พี่ขอโทษนะคะ
time00.00 : ขอโทษเรื่องอะไรหรอครับ
Lucyxx : พี่เป็นไมเกรนแล้วมานอนพักที่ห้องของแฟนเก่าค่ะ
Lucyxx : พี่กลัวเราเข้าใจผิดเลยทักมาบอกก่อน
ประโยคที่ลูซี่พิมพ์มาทำเอาไทม์ถึงกับขมวดคิ้วอีกครั้งก่อนจะพิมพ์ถามกลับด้วยความเป็นห่วง
แต่ทำไมพออ่านคำว่าแฟนเก่าแล้วเจ็บจี๊ดหัวใจแปลกๆ นะ
time00.00 : แล้วเป็นเยอะมั้ยครับ ให้ผมไปรับมั้ย
Lucyxx : จริงๆ ก็อยากให้มารับค่ะ
Lucyxx : แต่ติดว่าเวลาพี่เป็นไมเกรนแล้วจะนั่งรถไม่ได้
time00.00 : ให้ผมไปหามั้ยครับ
ไทม์จ้องมือถือรอคำตอบของอีกฝ่าย
Lucyxx : อยากค่ะ
Lucyxx : แต่กลัวจะรบกวนเรา
time00.00 : ไม่รบกวนเลยครับ ผมว่าง
Lucyxx : ส่งโลเคชั่น
Lucyxx : มาถึงแล้วโทรบอกพี่นะคะ
time00.00 : โอเคครับ
คุยเสร็จเก็บมือถือลงกระเป๋าที่จะไปหาลูซี่เพราะเขาเป็นห่วงแต่ความจริงคืออยากจะไปดูคนที่บอกว่าเป็นแฟนเก่าต่างหาก
“มึงเดี๋ยวกูไปทำธุระก่อนนะ” หันไปบอกเพื่อนที่พึ่งเลิกหยุมหัวกัน
“ไปหาพี่ลูซี่ไง”
“รู้ด้วยหรอ”
“ธุระของมึงนอกจากเรื่องแม่ก็เรื่องพี่ลูซี่นี่แหละ”ได้แต่ยิ้มแห้งตอบกลับไป ก็จริงแหละ ช่วงหลังๆมานี้ธุระของเขานอกจากเรื่องแม่ก็เรื่องของลูซี่นี่แหละ
“แล้วจะไปที่ไหนบ้านเขาหรอ”
“ป่าวเห็นว่าห้องแฟนเก่าอ่ะ”
“ห๊ะ? แฟนเก่า?” เพื่อนทั้งสองพอได้ยินคำตอบก็ถึงกับทำหน้าตกใจ
“เดี๋ยวนะทำไมพี่ลูซี่ถึงไปอยู่ห้องแฟนเก่าได้”
ไทม์ยื่นแชทให้เพื่อนอ่าน“แล้วมึงไปถูกหรอ”
“ไม่อ่ะ”
“เดี๋ยวกูไปส่งกูเอามอไซค์มา”
“เคฝากด้วย”