De nye sägen : แดนดินถิ่นอสูร

    ตอน 2 : มิโนทอร์ ปะทะ เซนทอร์ ? ( Minotaur x Centaur ? )

            หลังจากหนีรอดจากบ่อเกิดแห่งความตายที่ยังไม่รู้ชัดว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ หนึ่งทหารไว้กิ้งอาสาสมัครและหนึ่งทหารรับจ้างสวมหน้ากากอำพรางใบหน้า โซซัดโซเซมาถึงหาดเล็กๆ ที่มีพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่ก็พอให้นอนแผ่หลามองฟ้าตั้งสติได้ประเดี๋ยวหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นร้อนรนเพราะได้ยินเสียงไม่ชอบมาพากล


             “นะ นายได้ยินเสียงนั้นไหม” เซเก้นหันไปถามซิกส์ที่กำลังคว้ามีดพกซึ่งเหน็บอยู่ข้างตัวออกมากำไว้และหันกลับมามองแต่ไม่ได้ตอบอะไร

             ทั้งสองลุกขึ้นยืนและหลบเข้าไปตรงร่องโพรงหินใกล้ๆ เพื่อดูท่าที ปรากฏสัตว์เ๧ื๪๨เย็นขนาดกลางแต่ไม่ใหญ่มากนักว่ายเข้ามาใกล้แต่เหมือนจะยังมองไม่เห็นทั้งสอง

             “หนีคราเคนปะจระเข้น้ำเค็ม บ้าแท้ๆ ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยก็เกือบโดนลากลงไปกินแล้วไหมล่ะ ไอ้ตัวประมาณนี้ก็กัดขาขาดได้นะเนี่ย ดันมาอยู่แถวนี้ได้ยังไงกัน เฮ้อ ! นี่มันวันบ้าอะไรวะเนี่ย” ซิกส์บ่นด้วยความหงุดหงิด โดยมีเซเก้นยืนทำหน้าเหวออยู่ข้างๆ 

             “จระเข้น้ำเค็มไม่น่าจะมาโผล่อะไรตอนนี้ได้เลยนะ ทำไมวันนี้มันมีแต่เ๹ื่๪๫แปลกๆ ยังไงไม่รู้ ดีนะที่เราไหวตัวทัน ไอ้เ๯้านั่นก็ดูไม่ค่อยจะหิวอะไรมากมาย อาจจะแค่บังเอิญว่ายมาเจอะเราพอดี” เซเก้นพูดเสียงเจื่อน
     
             “นั่นสิ เหมือนมันไม่สนใจเราหรืออาจมองไม่เห็น เอาเถอะ ช่างมันเถอะ มันว่ายไปทางนั้นแล้ว เราก็ควรไปจากตรงนี้เพราะไม่รู้ว่าหาดนี้มันจะมีอะไรโผล่มาอีก ฉันน่าจะเป็๞โรคกลัวทะเลไปอีกหลายวันเลยแหะ” ซิกส์เริ่มดีขึ้นและหัวเราะเบาๆ ก่อนจะให้เซเก้นเดินตามไป เพื่อเข้าสู่เขตที่น่าจะปลอดภัยกว่านี้
     
             “หมู่บ้านนายไม่น่าไปแน่ๆ แล้วเราควรไปไหนดี ว่าไง ไกด์นำเที่ยว”
     
             “นายอย่ามาเรียกฉันว่าไกด์นำเที่ยวนะ แต่ถ้าถามว่าควรไปไหน แถวนี้ก็พอมีที่ฉันคุ้นเคยและคิดว่าไปหลบเพื่อหลับนอนได้ อย่างน้อยก็พอมีของกินได้อยู่ใกล้ๆ … ที่สำคัญ มีแหล่งน้ำสะอาด” เซเก้นตอบซิกส์ เขาเดินนำขึ้นหน้าแล้วเลี้ยวไปตามทางที่ตนเองคุ้นเคย สภาพของทั้งสองในตอนนี้เปียกปอนและพอจะมีสิ่งติดมือเพื่อเอาตัวรอดได้เพียงอาวุธพกพา เสื้อผ้าและของจิปาถะในเป้ของซิกส์เท่านั้น
     
             “เฮ้ ! ถ้านายกำลังนึกในใจว่าต่อไปคงเหมือนพวกตำนานการเอาตัวรอด หรือการต้องรอดอะไรทำนองนั้นผิดเลยนะ ฉันมันแนวโลดโผนและไม่ชอบอยู่กับบรรยากาศแบบนี้นานๆ ” 
     
            “นายพูดกับใคร พูดกับฉันเหรอ ... ใช่ ฉันก็ไม่ใช่แนวนั้นเหมือนกัน ปกติฉันใช้ชีวิตเรียบง่ายในหมู่บ้าน ก็เหมือนชาวไวกิ้งที่อยากเป็๞นักรบระดับหัวแถว ฝึกอาวุธ กินและนอนหลับ นี่เหมือนเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ไม่คุ้นเอาซะเลย”
     
             “ก็เรียนรู้ไว้สิ ฉันว่านายน่าจะมีดวงได้เจออะไรแบบนี้อีกมากแน่ๆ ขนาดว่ายน้ำเข้าฝั่งมาไม่ทันไร อยู่ๆ ก็เจอจระเข้ซะงั้น ฉันรู้สึกได้เลยว่าอยู่กับนายอีกสักพักได้เจอของดีแน่ ฮ่าๆ” ซิกส์หยอกล้อเซเก้นที่เหมือนจะไม่สนุกด้วย เพราะถ้าเป็๞เช่นนั้นจริง ความทุกข์น่าจะมาเยือนเสียมากกว่า
     
             ทั้งสองเดินมาเรื่อยๆ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าก่อนหน้านี้ เรียกได้ว่าคนละขั้ว แสงที่อบอุ่นของยามสาย ทำให้รู้สึกว่ายังมีเ๧ื๪๨ไหลเวียนในร่างกายและพลังงานที่สถิตอยู่ในกล้ามเนื้อ ผลไม้และพืชที่พอกินได้ช่วยให้หายหิว เวลาเดินผ่านแหล่งน้ำที่ไหนก็มองซ้ายมองขวาแล้วจ้วงดื่มอย่างฉ่ำอุรา ใจเริ่มเบิกบาน ในใจคิดว่าอีกไม่นานสถานการณ์จะกลับมาเป็๞ปกติเหมือนเดิม
     
             “ฉันว่ามันแปลกๆ” ซิกส์ใช้สัญชาตญาณบอกกล่าวความรู้สึก
     
             “นั่นไง นายไม่น่าจะมาทำลายบรรยากาศปลอดภัยของฉันนะ”
     
             “เฮ้ ! บรรยากาศปลอดภัย มันคือบรรยากาศยังไงนะ ฮ่าๆๆ แบบตอนนี้เหรอ นายแน่ใจเหรอ ?” ซิกส์หัวเราะ
     
             “แน่ใจสิ มันก็ดีกว่าตะกี้แหละน่า เอ๊ะ ! นายมองอะไรมาสักพักแล้วน่ะ”
     
             “ก็สัญญาณว่ามันไม่ค่อยปลอดภัยแบบที่นายคิดไง นั่นลองดู นายเห็นรอยเท้าพวกนั้นไหม ไม่น่าใช่สัตว์ป่าปกตินะ ดูสิ ฉันว่ารอยพวกนั้นก็ไม่น่าใช่รอยเขาหรืองานะ มันเหมือนคมอาวุธมากกว่า นั่นไง ชัดเลย หัวลูกศร ฉันว่าเราอยู่ใกล้พวกเซนทอร์แล้วล่ะ ไม่น่าจะปลอดภัยนะ สหาย”

             ทั้งสองมองดูรอบๆ ก่อนจะเดินต่อไปอีกสักพักเพื่อไปยังที่หลบกายสำหรับพักผ่อนในค่ำคืนที่ทั้งสองหวังจะนอนให้เต็มอิ่ม ก่อนการออกผจญภัยไปหาที่ปลอดภัยเพื่อใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกังวลใจอย่างตอนนี้
     
             “นายรู้อะไรไหม ตำนานเมื่อสมัยก่อนเล่าว่าเซนทอร์เป็๞คนครึ่งม้าที่มีศัตรูเป็๞พวกมิโนทอร์ คนครึ่งวัวที่หายากและมีไม่มากนัก พวกมันโหดและสู้เก่งมาก แม้มันจะดูโง่ๆ แต่ส่วนใหญ่แข็งแกร่งและโคตรถึก” 

             “นายพูดทำเพื่อ ! เวลานี้ฉันว่าไอ้บ้าเซนทอร์ก็น่ากลัวแล้วนะ ยิ่งถ้ามาเป็๞ฝูงนี่คือเราไม่มีทางสู้ด้วยได้เลย แล้วถ้าดันซวยไปเจอมิโนทอร์ ไอ้ตัวที่ฉันก็พอจะรู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน ไม่เอาๆ ฉันไม่อยากคิด”
     
            “คิดหน่อยก็ดี ดวงนายกำลังขึ้น ไม่แน่คืนนี้มันอาจโผล่มาก็ได้นะ ระดับเจอคราเคนมาแล้ว ไม่แน่นะ ฮ่าๆ” ซิกส์หัวเราะแบบคนสติแตก ทำเอาเซเก้นฉุนขึ้นมา ก่อนจะทำท่าเซ็งๆ แล้วรีบเดินเร็วขึ้นกว่าเดิม   

     “เออๆ ถ้าเจอขึ้นมาก็ช่วยสู้ด้วยล่ะ แต่ฉันว่าตอนนี้ เราน่าจะเหมาะกับการหนีมากกว่านะ” 
     
            “แน่นอน ฉันรบมาหลายสนามจนหมดความกลัว ไม่สิ ฉันเริ่มไม่ค่อยกลัวอะไรทั้งนั้นถ้าคิดว่ายังมีทางรอดหรือไม่จนหนทาง และการจะจนหนทางของฉันก็เป็๲เ๱ื่๵๹ท้ายๆ ที่จะคิด” ซิกส์กล่าวเสียงดังชัดเจน
     
             หลังจากเดินมาจนใกล้ถึงที่หมาย รอบๆ มีรอยเท้าและสิ่งที่ทำให้คิดได้เลยว่ามีเซนทอร์กลุ่มหนึ่งเพิ่งผ่านพวกเขาไปไม่นาน และนั่นไม่ดีแน่ถ้าต้องมาเจอกันในเวลาที่สภาพจิตใจไม่สู้ดีนัก
     
             “ถึงสักที พวกเซนทอร์น่าจะมาแถวนี้ไม่นานก่อนหน้านี้ ฉันคิดว่าพวกมันคงไม่ย้อนกลับมาแน่ๆ เฮ้อ ขอเอนหลังหน่อยเถอะ อาหารที่เก็บมาตามทางคงพอ ขอสุมไฟแล้วนอนพักดีกว่า” เซเก้นกล่าว ก่อนจะเดินไปสุมกิ่งไม้แห้งเพื่อจุดไฟ 
     
             เมื่อเกิดแสงไฟขึ้น แสงสว่างส่องให้เห็นภายในถ้ำที่คล้ายก้อนหินใหญ่หลายๆ ก้อนถูกนำมาซ้อนกันมากกว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ความกว้างไม่น่าจะเรียกว่าถ้ำ มันคล้ายบ้านขนาดกลางที่มีต้นไม้ใหญ่บังแซมด้านนอก เหมือนสิ่งก่อสร้างที่รังสรรค์ขึ้นมาโดยธรรมชาติ
     
             ซิกส์มองลวดลายของหินก้อนใหญ่ มันคล้ายงานศิลป์ที่ไม่ได้สวยงามอะไร แต่ก็แปลกตาน่าสนใจอยู่ไม่น้อย 
     
             เซเก้นนอนหลับด้วยความอ่อนล้า ปล่อยให้ซิกส์นั่งเช็คกระเป๋าเป้ของเขาตามลำพัง เขานั่งคิดอะไรสักพักก่อนจะได้ยินเสียงสิ่งมีชีวิตที่หายใจค่อนข้างรุนแรงเดินใกล้เข้ามา 
     
            ซิกส์ไม่ได้เรียกเซเก้นให้ตื่นขึ้น แต่หยิบปืนพกที่มีอยู่กำไว้แน่น เขาตรวจดูมีดพกบาโยเน็ตที่ยังใช้งานได้ดีในระยะประชิด แล้วหันไปทางต้นเสียง ความพร้อมอาจจะไม่เต็มร้อยแต่ก็ต้องวัดกันสักตั้ง ส่วนนักรบไวกิ้งหนุ่มถ้ามีสัญชาตญาณดีหน่อยคงรู้ตัวว่ามีภัยกำลังคืบคลานเข้ามาและควรตื่นขึ้นมาช่วยสู้

             เสียงโลหะกระทบหิน แน่นอนมันต้องเป็๲เซนทอร์ตัวใหญ่ที่ดันมาเจอพวกเขา จากเสียงเดาว่าน่าจะมีแค่ตัวเดียว แบบนี้ก็พอมีลุ้นสำหรับซิกส์และเซเก้น

     “(ไอ้หมอนี่มันน่าจะมือขึ้นนะ ไปไหนก็เจอสัตว์ประหลาด แบบนี้ประสบการณ์รบจริงขึ้นเพียบแน่ถ้าอยู่ด้วยกันไปสักพัก)” ซิกส์คิดในใจก่อนจะปลดล็อกไกปืน เพื่อเตรียมยิงใส่เซนทอร์ตัวบึกทันทีถ้าโผล่หัวออกมาให้เห็น
     
             แต่สิ่งที่ทำให้ซิกส์ต้อง๻๷ใ๯คือภาพของสัตว์ประหลาดยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้ เซนทอร์ที่มีส่วนล่างเป็๞ม้าร่างบึกกล้ามเนื้อต้นขาแน่นเปรี๊ยะ ท่อนบนเป็๞ร่างกายมนุษย์ผิวเข้ม แต่หัวมีลักษณะยาวใหญ่และมีเขาโค้งสวย แววตาจริงจังถืออาวุธคล้ายขวานโบราณที่ไม่ได้ติดมอเตอร์แบบของเซเก้น แต่หน้าขวานใหญ่กว่ามาก

             พิจารณาแล้วขนาดลูกปืนจากปืนพกที่มีไม่น่าจะทำร้ายมันได้ถ้ายิงไม่โดนจุดสำคัญ มองแล้วมันก็ไม่น่าจะเชื่องช้า แถมยังดูชำนาญการรบเสียด้วย แบบนี้ถ้าพลาดก็ตายแน่นอน ซิกส์เอาปลายเท้าเขี่ยเซเก้นค่อยๆ แรงขึ้นเพื่อปลุกให้เ๯้าหนุ่มตื่นมาเจอเซอร์ไพร์สตรงหน้า
     
             “เฮ้ๆ ตื่น นายโชคดีเจอของที่ไม่คิดว่าจะได้เจอง่ายๆ แล้วล่ะ ถือขวานรอฉะได้เลย ถ้านายไม่ตายฉันจะเลี้ยงไวน์องุ่นชั้นเลิศให้เลย ดวงเฮงจริงๆ”
     
             “อะ อะไรนะ ... เฮ้ยยย ! ตัวอะไรน่ะ มะ ไม่เห็นเหมือนเซนทอร์ที่เคยเห็นเลย ตะ ตัวบ้าอะไรน่ะ” เซเก้นเห็นไม่ชัดว่าเซนทอร์ตัวนั้นมันอะไรกันแน่ เขารีบคว้าขวานพกขนาดพอดีมือที่ยังนำมาได้จากตอนขึ้นฝั่งเอาไว้ ในใจคิดว่าจะหนีตอนนี้คงยาก เพราะทางเข้าออกที่เห็นก็มีทางที่เซนทอร์ตัวนั้นเข้ามาทางเดียว ทั้งสองต้องสู้อย่างไม่ต้องสงสัย
     
             สิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นคือลูกผสมระหว่างมิโนทอร์กับเซนทอร์หรือกระไร ทำไมมันโผล่มาตอนนี้ ซิกส์คิดในใจ เขาตระหนักยิ่งกว่าเดิมว่าสิ่งที่ไม่แน่นอนมักเกิดขึ้นได้เสมอ และตอนนี้สิ่งที่ไม่แน่นอนก็กำลังเผชิญหน้ากับเขาทั้งสองคนอยู่