บนถนนยามราตรีที่เต็มไปด้วยรถวิ่งสวนกันไปมา บนรถคันหนึ่งที่เบาะหลังมีชายหนุ่มอายุน้อยแม้เส้นผมจะยาวกว่าปกปติและดูยุ่งเหยิงแต่ก็ไม่อาจบดบังความหล่อเหลาของเขาได้ จะมีก็แต่สีหน้าที่ซีดจางกว่าปกติและดวงตาที่เหมือนกำลังเหม่อลอยมองไปด้านหน้า
อย่างไรก็ตามความจริงแล้วนี่ไม่ใช่อาการเหม่อลอยแต่เขากำลังจับจ้องไปยังข้อความเรืองแสงที่ลอยอยู่ต่างหาก เขาชื่อเจียงซานนักศึกษาปีสี่ที่กำลังจะเรียนจบ แต่จู่ๆหลังจากหมดสติไปพอรู้สึกตัวอีกที่เขาก็มาอยู่ที่นี่แล้ว ความทรงจำมากมายของใครบางคนกำลังถาโถมเข้ามาหลอมรวมกับเขาจนสุดท้ายเขาก็ซึมซับความทรงจำทั้งหมดของเจียงซานอีกคนหนึ่ง
เดิมทีเป็นักศึกษาเวลาว่างเขาก็ชอบอ่านนิยายทำให้ยอมรับเื่นี้ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งในโลกก่อนเขาก็เป็เด็กกรำพร้าที่อาศัยความขยันสอบชิงทุนจนเรียนจบจึงไม่มีภาระผูกพันเหลืออยู่ ตอนนี้ถูกส่งข้ามโลกมานอกจากจะไม่อาลัยอาวรณ์แล้วเขายังรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาด้วยซ้ำ เพราะในความทรงจำของเจียงซานคนก่อนนั้นโลกนี้ไม่ใช่โลกธรรมดาแต่เป็โลกที่การฝึกตนกำลังรุ่งเรีองถึงขีดสุด ยิ่งไปกว่านั้นตรงหน้าเขาตอนนี้ก็คือสิ่งที่คุ้นเคยอย่างระบบสุดโกงไม่ใช่หรอ?
ติ้ง! ผูกมัดระบบเสร็จสิ้น โปรดตรวจสอบสถานะและรับของขวัญมือใหม่
‘เจียงซาน อายุ 19 ปี (สถานะาเ็สาหัส อวัยวะภายในกำลังเสื่อมถอย ชีพจรฉีกขาด)
ระดับ กายสมบูรณ์ ขั้น 1 (สถานะถูกจำกัด)
ตรวจพบของขวัญมือใหม่ ้าเปิดหรือไม่?’
น่าเสียดายที่ความหวังของเจียงซานแทบจะถูกทำลายทันทีเมื่อเห็นสถานะปัจจุบันของเขา อวัยวะภายในเสื่อมถอย? ชีพจรฉีกขาด? ยังมีสถานะถูกจำกัดนั่นอีก ยี่มันคนกำลังจะตายไม่ใช่หรือไง?
แต่จะว่าไปเมื่อคิดถึงความทรงจำที่ได้รับมาก็ทำให้เขาใจเย็นลง เดิมทีเจียงซานคนก่อนเป็อัจฉริยะคนหนึ่งที่เดินบนเส้นทางนักยุทธ์ แม้จะพึ่งเข้าเรียนที่วิทยาลัยหัวเซี่ยได้เพียงครึ่งปีแต่ก็ได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดบริษัทเฟยหลงที่เป็หนึ่งในสี่ั์ใหญ่ของเมืองมณฑลเซี่ยแล้ว
ในโลกนี้อารยธรรมมนุษย์ได้ถูกรวมเป็หนึ่งเมื่อหลายร้อยปีก่อนและถูกแบ่งออกเป็แปดมณฑล แม้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะพัฒนาอย่างก้าวะโแต่สิ่งที่รุ่งเรืองยิ่งกว่าก็คือการฝึกตน เมื่อไร้ศัตรูไร้าสิ่งที่กลายเป็เป้าหมายในยุคนี้ก็คือการแข่งขันและความบันเทิง
แต่ละมณฑลล้วนมีด้านที่โดดเด่นแตกต่างกันไปอย่างเช่นมณฑลจ้าวที่ถูกขนาดนามว่าตำหนักเทพโอสถ มณฑณฉางที่ถูกเรียกว่าแดนร้อยศาสตรา และมณฑลเซี่ยบ้านเกิดของเจียงซานนั้นก็ถูกเรียกว่าหอหมื่นตำรา การแข่งขันในโลกนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้กันของเหล่านักยุทธ์แต่เป็การประชันกันด้วยศิลปะอันลึกซึ้งและความรู้ในศาสตร์แต่ละแขนง มณฑลเซี่ยที่ได้ชื่อว่าหอหมื่นตำรานั่นก็เพราะที่นี่คือต้นกำเนิดของวิชายุทธ์มากมาย สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจและแข่งขันกันอย่างดุเดือดก็คือตำราวิชายุทธ์
ดังนั้นอาชีพที่ได้รับความสนใจที่สุดในมณฑลเซี่ยนั้นไม่ได้มีแค่นักยุทธ์เท่านั้นแต่ยังมีผู้ประพันธ์ยุทธ์ที่เป็ผู้สร้างตำราวิชาการฝึกฝนมากมายอยู่ด้วย เดิมทีเจียงซานเป็นักยุทธ์ที่อนาคตสดใสหลังจากเซ็นสัญญากับบริษัทเฟยหลงมาหลายเดือนในที่สุดก็ได้รับเลือกจากผู้ประพันธ์ยุทธ์คนของบริษัทและกำลังจะเปิดตัวปลายปี ใครจะรู้ว่าเมื่อเดือนที่แล้วจู่ๆเขาก็ป่วยหนักกระทันหันไม่เพียงเป็โรคที่ยากจะรักษาแต่ร่างกายยังเสื่อมถอยลงทุกวันด้วย
วันนี้ในที่สุดบริษัทก็เรียกตัวเขาเพื่อเจรจาครั้งสุดท้าย หากผลออกมาไม่ดีอาชีพนักยุทธ์ของเขาก็คงต้องจบลงแค่นี้ อย่างไรก็ตามในเมื่อตอนนี้เจียงซานคนใหม่ได้มาแล้วแถมยังมาพร้อมกับระบบด้วย ถึงสภาพจะเหมือนเริ่มเกมส์ในโหมดนรกสุดหินก็เถอะ ใครจะไปยอมจบลงแบบนี้กัน ทันใดนั้นเจียงซานก็ะโขึ้นในใจ
‘เปิดของขวัญมือใหม่เลย!’
ติ้ง! ได้รับตำราวิชาหนึ่งหมัดทลายทัพ
ดวงตาของเจียงซานเป็ประกายไม่รอช้ารีบดูรายละเอียดของวิชาหนึ่งหมัดทลายทัพทันที ตอนนี้ในคลังเก็บของมีชิพขนาดเล็กอยู่ซึ่งน่าจะเป็ข้อมูลของวิชาหนึ่งหมัดทะลายทัพ
วิชาหนึ่งหมัดทลายทัพ ระดับกายา 7 ดาว มีทั้งหมด 3 ขั้น
ขั้นแรก หมัดทะลวงกาย กระตุ้นพลังทั้งหมดของกล้ามเนื้อเป็สามเท่าให้รวมอยู่ในหมัดเดียว
ขั้นที่สอง หมัดกระดูกราชันย์ กระตุ้นพลังจากกระดูกทั้งร่างกายเป็ห้าเท่าให้รวใอยู่ในหมัดเดียว
ขั้นที่สาม หมัดโลหิตจักรพรรดิ กระตุ้นพลังจากเืทุกหยดในร่างกายเป็เจ็ดเท่าให้รวมอยู่ในหมัดเดียว
หมายเหตุ : เมื่อฝึกฝนขั้นที่สองและขั้นที่สามได้อย่างสมบูรณ์จะมีโอกาศที่จะผสานความสามารถของพลังกระดูกและสายเืเอาไว้ในหมัด
เจียงซานพลันหายใจถี่อย่างตื่นเต้น ถึงแม้จะเป็แค่วิชาระดับกายาแต่การประเมิณกลับสูงถึง 7 ดาว! ในโลกนี้วิชายุทธ์จะถูกแบ่งออกเป็ 5 ระดับตามระดับการฝึกฝนของนักยุทธ์ ขั้นแรกคือระดับกายา ขั้นที่สองคือระดับจิต ขั้นที่สามคือระดับปราณ ขั้นที่สี่คือระดับกฏเกณฑ์ ขั้นที่ห้าคือระดับผสานฟ้าดิน
เช่นเดียวกันระดับของนักยุทธ์ขั้นแรกคือระดับกายาสมบูรณ์ ขั้นที่สองคือจิตรเคลื่อนสมุทร ขั้นที่สามคือปราณฟ้าหลอมรวม ขั้นที่สี่คือพันธะกฏเกณฑ์ ขั้นที่ห้าคือปราชญ์สรรพสิ่ง นอกจากนี้ในระบบวิชาและการฝึกฝนแขนงอื่นๆก็มีการเรียกและระดับขั้นที่แตกต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วระดับขั้นใหญ่ทั้งห้าก็ยังเป็ขอบเขตที่ใช้กันเกือบทุกระบบการฝึกฝน
ส่วนระดับการประเมิณนั้นก็คือระบบพิเศษอย่างหนึ่งที่ใช้กำหนดความสูงต่ำของระดับวิชายุทธ์และศาสตร์การสร้างอีกหลายๆ แขนง การประเมิณจะกำหนดเริ่มั้แ่ 1 ดาวถึง 9 ดาว การประพันธ์สร้างวิชายุทธ์นั้นไม่เพียงต้องเลิศล้ำในความแข็งแกร่งแต่ยังต้องคำนึงถึงผู้ฝึกฝนด้วย หากถูกจำแนกว่าเป็วิชายุทธ์ระดับกายาก็ต้องเป็สิ่งที่ระดับกายาสามารถฝึกฝนได้
ดังนั้นสำหรับผู้ประพันธ์ยุทธ์สิ่งที่แข่งขั้นกันไม่ใช่แค่ระดับของวิชายุทธ์แต่เป็ความเลิศล้ำของวิชายุทธ์ในระดับเดียวกัน การเปรียบเทียบเช่นนี้ก็คือที่มาของการประเมิณระดับดาว วิชายุทธ์ที่มีการประเมิณในระดับห้าดาวนั้นมีพลังทัดเทียมกับวิชายุทธ์ระดับจิตหนึ่งดาวเลยด้วยซ้ำ
ส่วนวิชาหนึ่งหมัดทลายทัพที่เจียงซานได้ระดับนั้นมีการประเมิณถึง 7 ดาว!
ติ้ง! ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ เปิดระบบค่าชื่อเสียง มอบหมายภารกิจ
ภารกิจ : จิตใจไม่ย่อท้อ สะสมค่าชื่อเสียงโหมดประพันธ์ยุทธ์ 0/1000
รางวัลภารกิจ : กล่องสมบัติระดับทองแดง x1,ปลดล็อคระบบคลังตำรายุทธ์
เจียงซานมองดูข้อความแจ้งเตือนตรงหน้าแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ นี่แหละถึงจะเหมาะสมกับคำเล่าลือของระบบสุดโกง! ในเมื่อตอนนี้เป็นักยุทธ์ไม่ได้เช่นนั้นก็ขอลองเดินสายผู้ประพันธ์ยุทธ์หน่อยก็แล้วกัน แน่นอนว่าปัญหาร่างกายของเขายังไงก็ต้องหาทางแก้ไข
‘ระบบ ร่างกายของฉันสามารถรักษาให้หายได้ไหม?’
‘เมื่อเงื่อนไขของโฮสต์ครบถ้วนระบบมอบภารกิจฟื้นฟูให้ตามความเหมาะสม’
เสียงของระบบนั้นดูเ็าแต่สำหรับเจียงซานนั้นฟังแล้วช่างรื่นหูนัก! ในเมื่อเป็แบบนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือภารกิจจิตใจไม่ย่อท้อ แต่ปัญหาก็คือเขาจะทำยังไงดี การเป็ผู้ประพันธ์ยุทธ์นั้นเข้มงวดมาก ยิ่งการจะเผยแพร่วิชายุทธ์ใหม่ยิ่งต้องผ่านการตรวจสอบและใช้เส้นสายมากมาย เรียกว่าคนทั่วไปแทบจะไม่มีหวังเลย อีกอย่างเขายังมีสัญญากับบริษัทเฟยหลงอยู่ด้วย
ระหว่างที่เจียงซานกำลังคิดหาวิธีอยู่นั้นรถที่นั่งมาก็หยุดลงแล้ว เมื่อเขาลงจากรถก็มองเห็นตึกสูงที่ดูอลังการรอบด้านตกแต่งด้วยเสาัขนาดใหญ่ ที่หน้าประตูทางเข้ามีรูปปั้นัเลื้อยพันทะลวงผ่านหมู่เมฆแผ่แรงกดดันออกมา ยิ่งมองไปยังหัวัที่อยู่กลางประตูยิ่งทำให้รู้สึกว่าตัวเขาเล็กจ้อยยิ่งนัก
“ฉันยังมีธุระต้องจัดการอีก นายเองก็เคยมาที่บริษัทยังจำทางได้ใช่ไหม? ตอนนี้หัวหน้าหลี่น่าจะยังอยู่ที่ชั้น 18”
“จำได้ครับ ขอบคุณมากครับที่มาส่ง”
“ขอบคุณอะไรกัน นี่มันหน้าที่ฉันอยู่แล้ว เื่ของนายฉันก็ได้ยินมาบ้าง ยังไงก็ขอให้โชคดี”
คนขับรถกล่าวออกมาพลางมองเจียงซานครู่หนึ่งก่อนขับรถจากไป สำหรับบริษัทเฟยหลงแล้วเจียงซานก็เป็แค่นักศึกษาตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ในแผนกนักยุทธ์ของบริษัทคนที่รู้เื่เขาก็มีไม่น้อย ถึงยังไงนักยุทธ์ที่ถูกเลือกให้เปิดตัว่ปลายปีแต่ละคนก็ต้องผ่านการคัดเลือกมาหลายรอบถึงจะได้ผลสรุปออกมา
“ยังไงวันนี้ก็ต้องลองดู ถ้าไม่มีบริษัทใหญ่ๆ คอยช่วยการจะส่งตรวจสอบวิชายุทธ์จะยุ่งยากมาก”
นึกถึงวิชาหนึ่งหมัดทลายทัพที่มีระดับ 7 ดาว ก็ทำให้เจียงซานรู้สึกมั่นใจขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าประตูมุ่งหน้าสู่ชั้น 18