ภายในกล่องมีคำอธิบายต่อ “บัตรมิติถูกพัฒนาจากวิทยาการชั้นสูง เป็นการจำลองพลังของผู้ใช้พลังสายมิติ เสมือนมีโลกขนาดเล็กอีกใบนึง
สิ่งนี้มีประโยชน์สามารถเก็บสิ่งของไว้ภายในได้ ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้พลังโดยเฉพาะ “บัตรมิติ ต้องการพลังงานจากผู้ใช้พลังเพื่อคงสภาพมิติข้างในไว้ โลกขนาดเล็กด้านในมีพื้นที่เท่าห้องพักอาศัยขนาดเล็กวิธีใช้งาน “เพิ่มพลังเข้าไปในบัตร ผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึงมิติข้างในเอง
“นาฟทดลองทันทีเพราะรู้ว่าสิ่งนี้คือตัวแปรที่สำคัญตอนนี้ นาฟหยิบบัตรขึ้นมาใบหนึ่ง “ฟู่!“ เกิดความรู้สึกในห้วงพลังเบื้องหน้าทันที เสมือนมีห้องอยู่เบื้องหน้านี้ที่สามารถหยิบของใส่ และหยิบของออกได้ตลอดเวลา
นาฟลองหยิบกล่องเก็บของสำคัญก่อนหน้านี้ใส่เข้าไป “ฟู่!”
สะดวกมากเลย น้ำหนักสิ่งของก็ไม่ส่งผลกระทบกับบัตร “นาฟยิ้มมุมปาก เริ่มเก็บของในห้องนี้เข้าไปในบัตรทั้งสามใบ มีทั้งกล่องที่บรรจุ หินเท็นซี่สีแดง กล่องที่บรรจุ พืชพรรณโบราณ เก็บใส่บัตรทั้งหมด
เหลือกล่องสุดท้ายที่วางอยู่มุมห้องอีกกล่องนาฟขยับตัวเข้าไปเปิด ฝากล่องออก
“ฟู่!”
เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น นาฟ ร่างกายแข็งค้างตัวเกร็ง ม่านตาหดขยาย สั่นไปทั้งตัว
มีบางอย่างพยายามลุกลามเข้ามาในสามัญสำนึกสติค่อยๆ จะเริ่มพร่าเลือน แต่เบื้องลึกของจิตใจก็พยายามต่อต้านอย่างถึงที่สุด
“จะมายอมแพ้แบบนี้ไม่ได้! มือที่แข็งค้างอยู่บนฝากล่องเริ่มจิกลง เพิ่มแรงทั้งหมดไปที่มือข้างนั้น “ย๊ากกก!” “ฟุบ! ปิดฝากล่องลงทันที
นาฟทรุดเข่านั่งลง หอบหายใจไม่เป็นจังหวะ เหงื่อไหลซึมชโลมกาย “นี่เราต้องเจอมันอีกกี่ครั้งกันจะเจ้าของเหลวบ้านี่!
นาฟพยายามปรับสภาพร่างกายกลับมาเป็นปกติโดยไวไม่ลืมหยิบยาเสริมพลังขวดใหญ่มาสูดดม แต่ไม่กล้ารับเข้าไปในปริมาณที่มาก เอาแค่เติมเต็มพลังที่สูญเสียไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา
นาฟตัดสินใจคว้ากล่องที่บรรจุของเหลวทรงอำนาจ เก็บเข้าไปในบัตรมิติไม่นานภายในห้องที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยกล่องที่วางอยู่เต็มโต๊ะ ก็หายไปในพริบตา
นาฟเดินออกมาที่ห้องใหญ่มองไปที่ชั้นวางอาวุธทั้งหลาย นึกบางอย่างได้จึงเดินเข้าไปเก็บมาบางส่วน “ก่อนออกจากห้อง นาฟเปลี่ยนชุดมาเป็นชุดคลุมสีขาวสวมแว่น พลางตัวเป็นนักวิจัย เดินออกมาจากห้อง พอสังเกตว่ารอบข้างไม่มีใคร จึงทำการล็อกกุญแจประตูห้องนี้ แล้วปิดประกาศหน้าประตู “ห้ามเข้าชั่วคราว”
นาฟรู้ว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน รีบเคลื่อนตัวไปห้องกลไกขึ้นชั้นที่ 3ทันที นาฟรู้สึกชื่นชมคนออกแบบอาคารหลังนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางพื้นที่ในแต่ละห้องหรือตำแหน่งห้องส่งตัวขึ้นไปในแต่ละชั้น ล้วนจัดวางไม่ตรงกับตำแหน่งเดิมสร้างความสับสนถ้าเกิดการบุกรุกเข้ามา มีระบบความปลอดภัยที่สามารถปิดตายในแต่ละชั้นได้ตลอด
นาฟแค่รู้สึกว่าตนโชคดีที่มีประสาทสัมผัสสูงกว่าคนอื่น จึงทำให้หลบเลี่ยงได้แต่ก็ฉิวเฉียดเกือบทุกครั้ง
มาถึงชั้นที่ 3 เป็นห้องขนาดกว้างเกือบเต็มทั้งชั้นไม่ผิดจากที่นาฟคาดเดาว่าชั้นนี้เป็นที่ผลิตสารฉีดพลัง สารอันตรายชนิดนี้มีอยู่เกือบเต็มชั้นมีห้องผลิตอยู่ส่วนหนึ่งของชั้น ทำงานโดยเคลื่องจักรกล ที่เดินเครื่องอยู่ตลอดเวลา “มีสารฉีดพลังที่บรรจุไว้ในกล่องสำหรับเตรียมเคลื่อนย้ายขนถ่ายสินค้าลงไปที่ ชั้นที่ 5 มากกว่า 20 ตัน “ห้องนี้มีกลุ่มนักวิจัยเต็มไปหมดมีทหารระดับหัวหน้า ไม่มาก ราวๆ 10 คน นาฟที่แฝงตัวเป็นนักวิจัยทำท่าทีถือแผ่นเอกสารเดินไปรอบๆ
จำได้ว่าหน้ากากจิ้งจอกพูดถึงเรื่องที่สมาคมใต้ดินจะสร้างกองทัพอะไรสักอย่าง “พอได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในเบื้องหน้าเกิดความวิตกกังวลขึ้นมาเป็นอย่างมาก เพราะสารเสพติดอันตรายเหล่านี้ สามารถฉีดให้กับคนได้เป็นหมื่นคน“เกิดเป็นผู้ที่มีความแข็งแรงมากกว่าคนทั่วไป เป็นหมื่นๆ คน ที่อยู่ภายใต้อำนาจของสมาคมชั่วร้ายนี้ ลองคิดดูว่าพวกมันจะสามารถทำอะไรได้บ้าง
“นาฟคิดว่าคงต้องทำบางสิ่ง ก่อนที่ตนจะหลบหนีออกจากที่นี่ ยังไงก็ต้องมีคนสืบทราบอย่างแน่นอน ว่ามีใครแอบลักลอบเข้ามา
“จากนั้นก็ไม่เป็นการยากสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ที่จะขนถ่ายของสำคัญทั้งหมดออกจากพื้นที่ไปภายในชั่วข้ามคืน
นาฟวางแผนที่จะระเบิดชั้นนี้ ขณะที่เดินวนไป ก็จะวางระเบิดที่ขนมาด้วยในจุดที่ลับตาในที่ต่างๆ
เวลาคงไม่เอื้ออำนวยให้นาฟมากกว่านี้ “คงต้องหาทางขึ้นไปบนพื้นดินเพื่อหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่ในขณะที่นาฟทำท่าเดินวนไปทั้งชั้น ก็ยังสังเกตไม่เห็นห้องกลไกขึ้นชั้นบนเลย “จากชั้นนี้ไปคงไม่มีห้องกลไกส่งตัวขึ้นชั้นบน แล้วพวกมันไปกันยังไง!
“แต่ก็แอบสังเกตอยู่บ่อยครั้ง ว่ามีอยู่ห้องๆนึง ที่มีคนเดินเข้าออกกันอยู่บ่อยครั้ง
จากที่ดูอยู่หลายรอบคงจะเป็นห้องนั้นล่ะ นาฟค่อยๆเคลื่อนตัวทำทีไปตรวจสินค้าอยู่บริเวณนั้น จากนั้นไม่นานมีคนเปิดประตูออกมา นาฟที่รอจังหวะอยู่แล้ว รีบเดินสวนเข้าประตูทันที
ปรากฏสิ่งที่คาดเดาไว้ถูกต้อง เป็นห้องโถงมีบันไดขึ้นไป มีแผ่นสัญลักษณ์ติดไว้ข้างผนังว่าขึ้นสู่ชั้นที่ 1
นาฟไม่รอช้าเดินขึ้นบันไดทันทีเป็นบันไดขึ้นที่ค่อนข้างยาว มีชานพักอยู่เป็นระยะๆ
ขณะเดินขึ้นก็นึกถึงบางสิ่งว่าในป้ายบอกทาง ชี้ไปที่ชั้นที่ 1 แล้วชั้นที่ 2 ล่ะทำให้นาฟรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
จากที่มีความสามารถ ด้านการสรรค์สร้างต่างๆเลยเริ่มวิเคราะห์โครงสร้างอาคาร “นาฟคำนวณว่าในแต่ละชั้นมีความสูงต่อชั้นเป็นเท่าไหร่และจากที่เดินขึ้นบันไดตอนนี้มีความสูงจากชั้นที่3 มาแล้วเท่าไหร่
โดยจากที่คำนวณแล้วจุดชานพักบันไดที่ตนยืนอยู่นี้น่าจะเป็นระดับของพื้นชั้นที่ 2 แต่มองไปรอบๆ ก็ไม่มีห้องอะไรเป็นแค่โถงบันไดยืดยาวขึ้นชั้นที่ 1 “สัญชาตญาณบอกทันทีว่า ต้องมีอีกชั้นนึง “นาฟรอจังหวะที่ไม่มีคนเดินสวนขึ้นลงตามบันได เริ่มเอามือเคาะไปรอบๆ ผนัง จนมาถึงผนังฝั่งใหญ่อีกด้านนึง“ก๊อง!ๆ “นี่สินะชั้นที่2!”