เวลาผ่านไปจนเข้าสู่เดือนถัดมา
ออยล์เข้าเรียนคอร์สกีตาร์คลาสสิกกับครูิมาได้ครบสี่สัปดาห์แล้วและคราวนี้ครูเคยบอกว่าจะสอนเพลงง่าย ๆ ให้ฝึกเล่น
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ออยล์เริ่มรู้สึกว่า‘โรคซึมเศร้า’ ที่กัดกินจิตใจของเขาค่อย ๆดีขึ้นและอาการจางหายไป ถึงจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ดีขึ้นมาก
ทุกวันนี้เขายังต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทางด้านจิตเวชอยู่ก็จริงแต่สภาพจิตใจก็ดีขึ้นมากแล้ว ไม่รู้สึกหดหู่เหมือนแต่ก่อน
ยามที่อยู่บ้านในแต่ละวันออยล์ก็จะฝึกซ้อมกีตาร์ตามที่ครูิสอนในชั่วโมงก่อนหน้านั้นใจเฝ้าคิดถึงแต่ว่า ‘อยากให้ถึงวันเสาร์เร็ว ๆ’ โดยไม่มีสาเหตุ
ชั่วโมงนี้ิได้สอนเพลงง่าย ๆให้เขาตามที่เคยสัญญาเอาไว้
ออยล์มีความสุขอย่างประหลาดทุกครั้งที่เขาได้ใช้เวลาร่วมกับิแต่เขาก็คิดว่าคงเป็เพราะตัวเขาขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนที่‘เข้ากันได้’ มานาน ถึงได้คิดไปเช่นนั้น
ชีวิตมหาวิทยาลัยก็ขมขื่น ไม่มีเพื่อนแม้สักคนแถมเขายังเป็คนต่อต้านระบบ… เรียกได้ว่า‘โคตรขวางโลก’ สำหรับทุกคนที่คณะ
ออยล์ไม่มีอะไรเด่น เป็ผู้ชายตัวค่อนข้างสูงแต่เวลาเผลอชอบนั่งห่อไหล่ด้วยความไม่มั่นใจและอีกนัยหนึ่งคือ‘ระวังภัย’
...เพราะเขารู้ว่าเขาไม่มีพรรคพวก ออยล์เลยเหมือนคนที่ระแวดระวังไปหมด
ความโชคดีเพียงหนึ่งเดียวก็คือเขาเป็ผู้ชายไอ้การใช้ชีวิตตามลำพังในเอกที่เรียนจึงไม่ยากนัก และตัวเขาเองก็เป็คนแข็งพอสมควรถึงจะมีท่าทีที่ดูไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่แต่ออยล์น่ะเป็คนอ่อนนอกแข็งใน
ิส่งกระดาษที่ถ่ายเอกสารคอร์ดและเนื้อเพลงให้ออยล์พลางบอกว่า
“เอาไปฝึกเล่นนะครับ ไว้ชั่วโมงหน้าเรามาดูกัน”
ออยล์พยักหน้า เขากำลังจะหยิบกระเป๋าเป้ใบเก่งขึ้นสะพายแล้วออกจากห้องเมื่อหมดชั่วโมงเรียนแต่แล้ว…
“เอ้อคุณออยล์ครับ ?”
คนเป็ครูเรียกเขาเอาไว้
“ครับ ?”
ใบหน้าของิดูไม่ค่อยแน่ใจในสิ่งที่ตนเองกำลังจะพูดชายหนุ่มนิ่งไปสักพักจนออยล์ต้องถามย้ำอีกครั้ง
“ครูิมีอะไรเหรอครับ ?”
ปากของร่างเล็กอ้าขึ้นเหมือนจะพูดแล้วหุบลงแต่แล้วก็อ้าขึ้นอีกครั้ง
“คือ ชั่วโมงต่อไปพอดีว่านักเรียนเขาขอลาหยุดไม่ทราบว่าคุณออยล์ทานข้าวมาหรือยังครับ ? ถ้าอย่างไร…”
ิดูลำบากใจมากที่จะพูดเพราะใบหน้าหวานของเ้าตัวขึ้นสีแดงระเรื่อ ออยล์มองภาพนั้นอย่างอธิบายไม่ถูกบอกตามตรงว่าเขาไม่กล้าคิดเข้าข้างตนเองไปก่อนหรอกว่าิเหมือนกำลังจะชวนเขาให้ไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน
“ครับ แต่ครูิต้องเลี้ยงผมนะ”
พูดตัดบทดื้อ ๆ แบบนี้เลยออยล์ไม่คิดว่าเขาจะเป็คนรวบรัดแบบนี้เสียเองแต่แล้วเขาก็รู้ว่าเขาคิดถูกเมื่อิพยักหน้าแล้วยิ้มกว้าง
“ฮ่ะ ๆ แน่นอนครับ”
ทั้งสองลงมาจากลิฟต์พร้อมกันิบอกว่าที่โรงเรียนของแม่ไม่มีศูนย์อาหาร เพราะฉะนั้นต้องออกไปหาทานเองข้างนอกนับเป็ความไม่สะดวกเพียงอย่างเดียวของที่นี่
“แถวนี้ก็มีแต่ร้านฟาสต์ฟูดด้วย คุณออยล์ทานได้ไหมครับ ?”
ิถาม
“แน่นอนครับ อะไรก็ได้”
เขายิ้มตอบ
เมื่อมาเดินเคียงกันแบบนี้ิดูตัวเล็กกว่าเขาพอสมควรออยล์มองเงาของตนเองและอีกฝ่ายซึ่งทอดยาวไปบนพื้น…นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ไปรับประทานอาหารกับคนอื่นเลย ไม่ว่าเพื่อนหรือแฟน…
ออยล์เคยมีแฟนแต่ว่าเลิกรากันไปั้แ่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หญิงสาวมีคนใหม่ ซึ่งออยล์เองก็ได้แต่ทำใจเท่านั้น
และแล้วเขากับครูิก็เข้าไปนั่งอยู่ตรงข้ามกันที่โต๊ะในร้านฟาสต์ฟูดแห่งหนึ่งใกล้ๆ โรงเรียนดนตรีของดร.อุทุมพรนั่นเอง
เขาและิเลือกสั่งอาหารมาแบบเป็ชุดง่าย ๆ คนละชุด
จะว่าไปไอ้การกระทำแบบนี้มันแปลก ๆอย่างไรไม่รู้สำหรับครูสอนดนตรีกับนักเรียน...ดูจะให้ความสนิทสนมมากเป็พิเศษไปหน่อย…แต่ออยล์เองก็ยอมรับว่าเขาดีใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
หลายครั้งที่ตาของพวกเขาเผลอสบกันจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่หลบตาไปก่อนทุกครั้ง
ออยล์เริ่มแปลกใจทั้งท่าทีของิและความร้อนรุ่มที่ก่อเกิดในใจตนเอง…
มันคืออะไรกันแน่ ?
“อร่อยเนอะครับ”
ออยล์พูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบดวงตากลมสวยของครูิเงยขึ้นสบกับเขาแล้วอ้อมแอ้มตอบกลับมาว่า
“อื้ม”
“...แล้วปกติครูิทานข้าวตอนไหนครับ ? ส่วนผมเก็บท้องไปทานที่บ้านเลย”
ออยล์ชวนคุย
“อ๋อ ตอนจบชั่วโมงนี้ครับ” ิว่า “หลังจากคุณออยล์ก็มีน้องผู้ชายอีกคนหนึ่งมาเรียนแต่พอดีวันนี้คุณแม่เขาโทร ฯ มาว่าขอลาน่ะครับ”
“อ้อครับ”
พวกเขาทานอาหารกันต่อไปอันที่จริงตอนจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ตอนสั่งนั้นิทำท่าจะเลี้ยงออยล์จริง ๆแต่ออยล์ก็รีบบอกว่าเขาแค่ล้อเล่นเท่านั้น
สุดท้ายทั้งสองก็แยกจากกันที่หน้าร้านฟาสต์ฟูดแผ่นหลังของิค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกไปท่ามกลางความรู้สึกว้าวุ่นในใจของออยล์
‘ความรู้สึกประหลาดนี้คืออะไรกันแน่นะ ?!’