ตอนที่ 3
เธอเขา บังเอิญแบบเงียบเงียบ
หลังจากที่ต่างคนต่างแยกย้ายไปเช็คอินห้องของตนเอง ทั้งคู่ก็นั่งรอใกล้ๆกัน บรรยากาศอึดอัด เพราะต่างคนต่างแอบมองกันไปมา แต่ไม่คุยกัน
“Thank you for waiting, is a keycard to your room, the elevator is over there…” พนักงานยื่นคีย์การ์ดให้พริมาพร้อมชี้ไปที่ลิฟต์ พริมารีบเดินลากกระเป๋าไปที่ลิฟต์ทันที แต่ยังไม่ทันเดินไปถึงก็ได้ยินเสียงคนเดินตามเธอมา พอเธอเหลือบมองไปด้านหลัง เป็ไรวินนั่นเอง
อย่าบอกว่าเช็คอินเวลาใกล้กัน ห้องชั้นเดียวกันใกล้กันอีกนะ
ทั้งคู่ก้าวเข้ามาในลิฟต์พร้อมกัน ยืนคนละมุมกัน บรรยากาศแลดูน่าจะอึดอัดมากกว่าจะเป็ใจ
ทำไมซื้อหวยถึงไม่เดาถูกแบบนี้บ้างนะ เป็อย่างที่พริมาคิด ทั้งคู่พักห้องติดกัน พริมารีบแตะคีย์การ์ด เข้าห้องไปทันที ทิ้งให้ไรวินยืนงงว่าพริมาเป็อะไร เขาว่าจะชวนคุยกับเธอแต่เธอทั้งเงียบ ทั้งนิ่งจนอึดอัด เขาทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่านะ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องตัวเองไปอย่างงงๆ
**************************
อีกด้าน ่ค่ำที่เมืองเดียวกัน
ริท หนุ่มใหญ่วัย 40 ปลายๆ กำลังนั่งคุยกับเพื่อนร่วมงานอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์แห่งหนึ่ง ปกติเขาทำงานเสร็จก็กลับบ้านนอนแล้ว แต่่นี้เป็่งานแฟร์เลยมีเพื่อนบินมาจากเมืองไทยเยอะ ได้มาสังสรรค์พอหายคิดถึงกันบ้าง แล้วงานปีนี้น้องชายของเขาก็บินมาด้วย ไหนวันๆทำแต่งาน อยู่แต่บริษัท นานๆจะบินมาหา ทริปนี้ของน้องชายเขา เขาเลยตั้งตารอเจอเป็พิเศษ
“ฮัลโหล..วิน แกอยู่ไหนแล้ว ฉันมานั่งดื่มรอแกกับพวกเพื่อน จนพวกมันกลับกันหมดแล้ว จะออกมาได้ยัง คุณชาย” ริทโทรตามไรวิน เพราะความรักสันโดษ ทุกๆครั้งแทบจะขอร้องให้ออกไปไหนบ้าง
“เออ ผมกำลังออกแล้วเนี่ย ไม่ต้องเร่ง วันนี้ไปเจอแน่นอน พอดีผมนั่งสั่งงานส่งอีเมลนิดหน่อย”
“นั่นไง แกก็ไม่พ้นเื่งานทุกที” ริทตัดพ้อ
“ถ้าผมไม่ทำใครจะทำ”
“ถึงเป็แกที่ต้องทำ แต่แกก็ไม่จำเป็ต้องทำทันที ทุกคนเขารอแกได้”
“โอเค โอเคคร้าบ วางแล้วนะ เดี๋ยวรีบไปเลยเนี่ย” ไรวินขำ เพราะอายุที่ห่างกัน 10 กว่าปี ตัวเขาเองคือลูกหลงน้องคนสุดท้องของบ้าน ขนาดตัวเขาคุมงานบริษัทที่ไทยขนาดนี้ ทุกคนก็ยังมองเขาเด็กอยู่ดี
ไรวินคิดถึงริท พี่ชายของเขาที่ไม่ได้เจอกันนานมาก สมัยก่อนริทเป็คนที่เลี้ยงเขามาั้แ่เด็กจนโต ไปๆมาๆ ด้วยความที่พี่ริทรู้ว่าตัวเองใจรักผู้ชายด้วยกัน แล้วสังคมสัก 10 ปีที่แล้วที่ยังไม่ค่อยเปิดรับเพศที่ 3 ถึงเตี่ยกับม๊าเข้าใจและสนับสนุนให้เป็สิ่งที่ใจรัก แต่กับญาติๆนี่สิ เตี่ยเลยตัดปัญหา ส่งมาคุมงานนอกประเทศไปเลย ตัวริทเองก็มีความสุข ได้ใช้ชีวิตอิสระเต็มที่ แถมยังทำงานดีทุกคนชื่นชมด้วยซ้ำ
ไรวินคิดแล้วยิ้มคนเดียว เพิ่งจะรู้สึกคิดถึงพี่ตัวเองนี่แหละ
ณ บาร์ ที่ริทนั่งรอ บรรยากาศตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัย ดูย้อนยุคนิดๆให้ความรู้สึกลึกลับ ลูกค้าส่วนใหญ่มาเป็คู่ นั่งกะหนุงกะหนิงหยอกล้อ ลูบไล้กัน จนไรวินเห็นแล้วสงสัยทำไมริทนัดมาร้านแบบนี้ แล้วเขาก็เห็นริทใส่ชุดสูทปักเลื่อมสีเขียวสด ยิ้มยิงฟันมาที่เขา
“โอ้โห พี่ริทแต่งตัวขนาดนี้ พี่จะไปเล่นงิ้วที่ไหนเนี่ย ฮ่าๆ” ไรวินถามขำๆ พอเขานั่งกับริท ก็ดูจะเป็คู่ขามากกว่าพี่น้องคลานตามกันมาด้วยซ้ำ ไรวินหัวเราะอารมณ์ดี
“แกจะบ้าหรอ ฉันแต่งเข้าธีมสีของร้านย่ะ ร้านสีแดง ฉันใส่สีเขียว ถ่ายรูปออกมา เด่น สวย เริ่ดแน่นอน”
ไรวินหยิบเมนูเครื่องดื่มขึ้นมาดู เมนูที่มีแต่ตัวอักษรภาษาจีน ไม่มีรูปเลย ไรวินพยายามเพ่งมองผ่านแสงสีแดงสลัวของร้านว่ามีภาษาอังกฤษสักตัวไหม เขาถึงกับยอมแพ้
“พี่ริท สั่งให้ผมที เห็นเมนูแล้วปวดหัวเลยพี่” ไรวินยื่นเมนูคืนริท ในขณะที่พนักงานมารับออเดอร์เครื่องดื่มพอดี หลังจากที่ริทจัดการสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อย ริทมองไปที่ไรวิน เขาเพิ่งสังเกตว่าวันนี้ไรวินเหมือนจะแต่งตัวดีกว่าปกติหรือเปล่านะ ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ เปิดกระดุมเล็กน้อย ผมเผ้าก็ดูเซตมาอย่างดี
“วิน บอกมาตรงๆ ทริปนี้แกพาแฟนมาด้วยหรอ”
“...” ไรวินใ
“เงียบอะไร.. ตอบสิ”
“อะไรของพี่ ผมมาคนเดียว”
“แล้วปกติแกแต่งตัว ทำผมขนาดนี้เลยหรอ แค่มาเจอฉันเนี่ยนะ ปกติแกก็แค่ เสื้อยืด กางเกงยีนส์เน่าๆของแกไหม”
“ก็..ผมมาทำงานไง ก็ต้องเอาชุดดีๆมาใส่เจอคนนู้นคนนี้สิพี่” ไรวินรีบแก้ตัว ความจริงแล้ว…
ความจริงที่ว่าพอเขาเข้าห้องตัวเองที่โรงแรม ก็รีบอาบน้ำ หาเสื้อผ้าแต่งตัว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายรอบ ชุดที่เอามาก็เสื้อยืดจริงๆนั่นแหละ ยังดีพี่เมย์เลขาของเขาบังคับยัดชุดสูทกับเสื้อเชิ้ตมาให้ พอเปลี่ยนเสร็จก็รีบลงมานั่งที่ล็อบบี้ มองไปที่ลิฟต์ รอใครบางคนมา..พริมา
เพราะเห็นพริมาบินมาคนเดียว อยากจะลองชวนไปทานอะไรอร่อยๆ ที่เขาถึงกับโทรไปให้พี่เมย์ไปหามา แต่นั่งรอแล้วรอเล่า 2-3 ชั่วโมงผ่านไป ก็ไร้วี่แวว จนพี่ริทโทรมาตาม เขาก็เลยตัดใจรีบมาหาพี่ริทก่อนอย่างช่วยไม่ได้
“วิน!!!…”
“ครับพี่!” ไรวินใ ตื่นจากภวังค์
“อะไรของแก เหม่อลอย นี่ๆ แก้วแกมาแล้ว” ริทยื่นแก้ววิสกี้ให้ไรวิน ริทมั่นใจว่าต้องมีอะไรแน่ๆ แต่เดาทางไรวินไม่ถูกจริงๆ
“วิน สรุปว่าตอนนี้แกโสด? แล้วเมื่อไหร่จะคิดมีแฟน อายุเยอะขึ้น เวลาไม่รอแกนะ”
“ผม..ก็ไม่ได้ปิดกั้นนะพี่ แต่มันยังดูๆไปเรื่อยๆไง” เรื่อยๆจนเหมือนจะเจอแล้วครับ หึ
“ฉันว่านิสัยอย่างแกนี่ ไปรุกจีบใครไม่เป็ชัวร์” ริทส่ายหน้า
“นิสัยผมยังไงเล่า มันต้องมีผู้หญิงสักคนที่รักผมที่นิสัยสิ”
“วิน..นิสัยอย่างแก ต่อให้เจอคนถูกใจ ก็มัวแต่คิดนู่น นั่น นี่ ไม่เริ่มสักที จนเดี๋ยวก็หลุดมือไปเองไง” ริทบอกไรวิน ผู้ชายที่รักสันโดษขนาดนี้ ต้องเจอใครสักคนที่น่าสนใจพอที่สามารถดึงไรวินออกมาจากโลกตัวเองได้ หรือต้องเจอคนเงียบๆคล้ายๆกันไปเลยนะ ถึงจะดึงดูดกัน
“สเปคของผมน่ะพี่ ต้องคนที่คล้ายๆผมสิ ความรักมันเป็เื่คนสองคน อยู่ด้วยกันสองคน ไม่ต้องประกาศให้ใคร โชว์ให้ใครดู ผมขอแค่นี้แหละ” ไรวินพูดและคิดกับตัวเอง
“อืมม ประเด็นคือ คนที่คล้ายๆแก ก็เข้าหาคนไม่เป็เหมือนแกนั่นแหละ แล้วจะเจอกันยังไง”
“ก็.. ผมก็…..” ผมก็ต้องยอมออกมารุกเพื่อไปหาเขาก่อนนั่นแหละ คิดง่ายๆ แต่ทำยากจริง คิดอีกที ก็จริงอย่างที่ริทว่าเลย โอ๊ย..ปวดหัว
“เอาเป็ว่า…ถ้ามองกันแค่ภายนอกละ ผู้หญิงคนนั้นล่ะ แกคิดว่าไง” ริทพยักหน้าส่งสายตาให้ไรวินมองไปทางข้างหน้าของเขา สาวสวยคนหนึ่ง ผมยาวสีน้ำตาล ใส่เดรสสั้นสีขาว โชว์เรียวขาสวยและพอได้เห็นเนินอกเซ็กซี่เบาๆ เดินคอระหงมานั่งบาร์ฝั่งตรงข้ามพวกเขา แต่เพราะมีกระจกกั้น สาวสวยคนนั้นเลยไม่ทันได้สังเกตว่ามีหนุ่มสองคนกำลังมองเธออยู่ อ้ะ..ไม่ใช่สองคนสิ พอไรวินมองไปรอบๆร้าน ก็เห็นหนุ่มหลายๆคนก็มองเธอเหลียวหลังเหมือนกัน
“คุณพริมา…”
**************************
หลังจากที่รีบเข้าห้องพัก พริมาก็อาบน้ำแล้วก็สั่งอาหารที่โรงแรมให้มาเสิร์ฟ จากนั้นก็เผลอหลับไปยาวๆ ตื่นอีกทีก็่ค่ำ พอมองออกไปที่หน้าต่างก็เห็นแสงสีจากตึกต่างๆ สวยงามจนเธอรีบไปแต่งตัวเพื่อที่จะลงไปเดินเล่นในเมือง
พริมารู้สึกผ่อนคลาย ได้เดินยืดเส้นยืดสาย เดินมองดูนู่นนี่อย่างสนุกสนาน จนเธอเหมือนจะเข้าใจถึงความรู้สึกที่ได้พักผ่อนขึ้นมานิดนึง
พอเดินมาสักพัก เธอเจอร้านที่น่าจะเป็บาร์ แต่งโทนสีแดงสไตล์จีนร่วมสมัย เธอเลยเดินเข้าไปในร้านคนเดียว แน่นอนว่าการทำอะไรคนเดียวเป็สิ่งที่เธอชำนาญ กินคนเดียว ดูหนังคนเดียว แล้วนี่ไง เที่ยวคนเดียว
พนักงานยื่นเมนูมาให้เธอ พริมาถึงกับไปไม่เป็เพราะมันไม่มีภาษาอังกฤษแม้แต่ตัวเดียว ตอนแรกเธอว่าจะมาดื่มค็อกเทลสักแก้ว น่าจะไม่เมามาก แต่พอเจอเมนูที่อ่านไม่ออก เธอควรเลือกดื่มม็อกเทลหรือเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ดีกว่า
แต่พอเธอถามหาเครื่องดื่มม็อกเทล นอกจากเมนูจะภาษาจีนล้วนแล้ว พนักงานก็ยังไม่พูดภาษาอังกฤษอีกด้วย แต่ชี้ให้เธอไปที่ป้ายที่เขียน 1+1 แทน แล้วชูนิ้วโป้งประมาณว่าเยี่ยม ไหนๆก็มานั่งแล้ว พริมาเลยตอบโอเคกับพนักงานไป ไม่รู้เธอจะได้เครื่องดื่มอะไรนี่สิ
สักพักเครื่องดื่มสีเหลืองผสมแดง 2 แก้วมาวางตรงหน้าของพริมา อ้ะ..หรือว่า 1+1 คือแถมหรอ ก็คุ้มน่ะสิได้ดื่ม 2 แก้วเลยนะ พริมาดีใจถึงแม้จะไม่รู้ว่าเครื่องดื่มสีสวยนี่คืออะไร
หลังจากดื่มหมดแก้วที่หนึ่ง พริมาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอรู้สึกมึนและน่าจะกำลังเมา เธอดื่มอะไรไม่รู้ มันอร่อยแต่มันแรง รีบๆ ดื่มให้หมดแล้วกลับห้องดีกว่า ถ้าเธอกลับห้องผู้ชายคนนั้นจะอยู่ที่ห้องไหมนะ อยู่ดีๆพริมาก็นึกถึงไรวิน เฮ้อคิดอะไรเนี่ยยัยพริมา”
“สวัสดีครับ คนไทยใช่ไหมครับ” พริมาเงยหน้าจากแก้ว มองผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก ว่าจะตัดบทปฏิเสธแต่เพราะความเมา ปากเลยไวกว่าความคิด
“ค่ะ ทำไมคะ” พริมาเริ่มรู้สึกมึน เธอว่าจะสั่งน้ำเปล่า
“ผมขอนั่งด้วยคนนะครับ..”
“....มะ…..”
หมับ! ผู้ชายแปลกหน้านั่งทันทีโดยไม่รอให้เธอพูด
“คุณรู้ไหม ว่าั้แ่คุณเดินเข้ามาในร้าน คุณก็สวยสะดุดตาสะดุดใจผมมากเลยครับ ผม..อยากรู้จักคุณครับ เอ่อ…คุณ…..”
“....” พริมาจ้องหน้าผู้ชายแปลกหน้า เธออยากออกไปจากตรงนี้ เขาทำให้เธออึดอัด แต่พอเธอจ้องไปที่เขา เหมือนเธอจะเห็นภาพซ้อนผู้ชายอีกคนที่อยู่ข้างห้องเธอ อืมม ตอนนี้ทำไมเธอรู้สึกอยากเจอเขานะ แต่แล้วเธอก็เย็นวาบที่ต้นขา มือผู้ชายแปลกหน้าวางลงแล้วลูบหน้าขาของเธอเบาๆ เธอพยายามจะบอกให้หยุด บ่ายเบี่ยงออก แต่เขาดันใช้อีกมือคว้าเอวเธอล็อกไว้
“เห็นคุณคนสวยอยู่คนเดียวน่าจะเหงา…คืนนี้เราสองคนมาทำอะไรที่มันไม่เหงากันดีไหมครับ”
พริมาใแต่สติสัมปชัญญะของเธอตอนนี้เป็ศูนย์ ครั้นจะดันออกก็หมดแรง จะร้องออกมาก็เหมือนเสียงไม่มี…
พลั๊ก!! ผัวะะ!!!
เสียงผลักและเสียงต่อยปลุกพริมาจากความเมาเล็กน้อย เธอมองไปเห็นผู้ชายแปลกหน้าข้างๆหายลงไปอยู่ที่พื้นแล้ว ส่วนผู้ชายอีกคน… เขาคนนั้น หนุ่มข้างห้องเธอ
“คุณ…”
**************************
พี่วินมาช่วยแล้ววว แล้วน้องพริมจะสร่างเมายังไงดีน้าา
ทิ้งคอมเมนต์ เป็กำลังใจให้กันได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ