ทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 98 ไม่ฟังคำแนะนำ(2)

            

            หลูเจียหมิ่นถามต่อไม่ได้ จึงกล่าวว่า “วันนี้หัวหน้าลู่ไม่กลับมาแล้ว เธอมาใหม่วันหลังเถอะ”

            สวี่ฮุ่ยรู้สึกผิดหวัง กำลังจะจากไปก็ได้ยินตำรวจหญิงอีกคนที่เป็นพนักงานต้อนรับพูดขึ้นก่อน “พวกหัวหน้าลู่ไปสืบสวนที่ถนนปินเจียงไม่ใช่เหรอ ใกล้แค่นั้น น่าจะกลับมากินข้าวนะ”

            หลูเจียหมิ่นกล่าว “ไม่แน่หรอก หัวหน้าลู่เป็นพวกบ้างาน ถ้าเขาทำงานจนลืมกินลืมนอนล่ะ จะให้สหายหญิงยืนรออยู่ที่นี่ตลอดเหรอ?”

            หลูเจียหมิ่นพูดกับสวี่ฮุ่ยอย่างใจดี “เธอกลับไปเถอะ อย่ารอเสียเปล่าเลย”

            สวี่ฮุ่ยไม่ได้พูดอะไร เดินออกจากสถานีตำรวจมณฑล นั่งยองๆ อยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้หน้าประตู รอคอยลู่ฉี่เสียน

            รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถูกตำรวจหญิงตรงพนักงานต้อนรับที่บอกว่าลู่ฉี่เสียนอาจจะกลับมากินข้าวกลางวันเห็นเข้า

            ตำรวจหญิงคนนั้นสะกิดหลูเจียหมิ่นให้เธอมองออกไปข้างนอก “ผู้หญิงสวยๆที่มาหาหัวหน้าลู่ยังไม่ไปเลย”

            หลูเจียหมิ่นมองออกไป ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

            เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินออกไปหาสวี่ฮุ่ย “น้องสาวทำไมถึงไม่ฟังคำแนะนำกันบ้างเลย ฉันบอกเธอแล้วไงว่าวันนี้หัวหน้าลู่ไม่กลับมาแล้ว ทำไมเธอยังรออยู่อีก?”

            สวี่ฮุ่ยรู้สึกโกรธเล็กน้อย  "จะฟังหรือไม่ฟังก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ ฉันไม่ได้รออยู่ในสถานีตำรวจสักหน่อย ไม่ต้องมายุ่งหรอก!”

            หลูเจียหมิ่นโดนสวนกลับจนพูดไม่ออก ได้แต่เดินฮึดฮัดกลับเข้าไปในสถานีตำรวจ

            เผลอแป๊บเดียวก็บ่ายสองโมงแล้ว

            สวี่ฮุ่ยมองนาฬิกาที่ข้อมือ คิดอย่างผิดหวังว่า ถึงเวลาทำงานบ่ายแล้ว ลู่ฉี่เสียนคงไม่กลับมาจริง ๆ

            เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ พยุงตัวกับต้นไม้เล็ก ๆ แล้วสะบัดเท้าที่ชาหนึบ ตั้งท่าจะเดินจากไป

            ทันใดนั้นก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากด้านหลังไม่ไกล

            สวี่ฮุ่ยหันกลับไปมองด้วยความสิ้นหวังระคนคาดหวัง ก่อนดวงตาจะเบิกโพลงเหมือนกับไฟหน้ารถยนต์ที่เปลี่ยนจากไฟต่ำเป็นไฟสูง

            รถจี๊ปสีเขียวคันนั้นไม่ใช่รถของพี่ลู่เหรอ?

            ในที่สุดก็เจอสักที!

            รถจี๊ปยังไม่ทันจอดสนิท เฉียนหย่งก็กระโดดลงจากรถ ถามอย่างตื่นเต้นพลางถูมือ “ฮุ่ยฮุ่ย  มาหาฉันเหรอ?”

            ลู่ฉี่เสียนที่เพิ่งลงจากรถมีสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย

            สวี่ฮุ่ยไม่เคยกั๊กผู้ชายที่ตามจีบเธอ เธอรู้สึกว่ามันไร้ศีลธรรมเกินไป

            เลยพูดตรงๆ ว่า “เปล่า ฉันมาหาพี่ลู่ค่ะ”

            รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉียนหย่งแข็งค้าง เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่ลงจากรถเข้ามาผลักหัวเขาเข้าไปในสถานีตำรวจ “อย่าเป็นหมาวัดอยากเด็ดดอกฟ้าเลยพวกเราไปกินข้าวกันเถอะ”

            สวี่ฮุ่ยพูดกับลู่ฉี่เสียนที่เดินเข้ามาหาด้วยความประหม่า “พี่ลู่  ฉันอยากเลี้ยงข้าวพี่ พี่ให้เกียรติได้ไหมคะ?”

            ลู่ฉี่เสียนถามสวี่ฮุ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ “ทำไมถึงอยากเลี้ยงข้าวฉันล่ะ?”

            สวี่ฮุ่ยแกว่งมือที่สวมนาฬิกาอย่างซุกซน “ขอบคุณที่มอบนาฬิกาให้ฉันน่ะค่ะ”

            ลู่ฉี่เสียนกล่าว “ไม่ต้องขอบคุณหรอก นั่นเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆที่ฉันมอบให้เพื่อขอบคุณที่เธอช่วยย่าของฉัน”

            “เธอมาเมืองเอกฉันต่างหากที่ควรทำหน้าที่เจ้าบ้าน เดี๋ยวฉันเลี้ยงเธอเอง”

            สวี่ฮุ่ยตอบตกลง แล้วเดินตามลู่ฉี่เสียนไป

            ภายในสถานีตำรวจมณฑล หลูเจียหมิ่นมองแผ่นหลังของลู่ฉี่เสียนและสวี่ฮุ่ยที่เดินจากไปด้วยใบหน้าอิจฉา

            หลังจากกินข้าวกับลู่ฉี่เสียนเสร็จก็เกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว

            วันนี้ยังต้องเอาตะพาบไปให้คุณย่าลู่ ไม่มีเวลาไปดูบ้าน

            งั้นรอให้เปิดเทอมก่อน ค่อยสอบถามราคาบ้านก็ยังไม่สาย

            สวี่ฮุ่ยรีบขึ้นรถไฟกว่าจะถึงอำเภอก็หกโมงเย็นกว่าแล้ว

            สวี่ฮุ่ยรับตะพาบจากคุณลุงจาง แล้วรีบไปที่บ้านสกุลลู่

            เดิมทีเธอตั้งใจจะแอบเอาตะพาบไปให้ป้าแม่บ้านแล้วกลับไปเงียบๆ

            แต่สวี่ฮุ่ยยังไม่ทันจะกำชับป้าแม่บ้านว่าไม่ให้บอกคุณย่า

            ป้าแม่บ้านก็รับตะพาบพลางหันไปตะโกนบอกห้องอาหารแล้ว “คุณนายคะ  คุณสวี่ฮุ่ยมาแล้วค่ะ!”

            คุณย่าลู่ได้ยินดังนั้น ก็รีบเรียกสวี่ฮุ่ยให้มากินข้าวเย็นด้วยกันอย่างดีใจ

            สามพี่น้องลู่ฉี่โหย่วล้วนออกมาต้อนรับ

            เมื่อไม่อาจปฏิเสธน้ำใจได้ สวี่ฮุ่ยจึงต้องล้างมือล้างหน้าโดยมีป้าแม่บ้านคอยดูแล แล้วเดินเข้าไปในห้องอาหารพร้อมกับพี่น้องทั้งสาม

            ในห้องอาหารไม่เพียงแต่มีคุณย่าลู่ ยังมีคุณตากู่และกู่เจี้ยนกั๋วอีกด้วย

            คุณย่าลู่มองสวี่ฮุ่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ชุดนี้ใส่แล้วสวยจริงๆ  มานั่งข้าง ๆ ย่าสิ”

            ลู่ฉี่เหวินที่นั่งข้างคุณย่าลู่รีบลุกให้สวี่ฮุ่ยนั่งแทน

            คุณตากู่กล่าวกับสวี่ฮุ่ยอย่างอารมณ์ดี“ลุงของหลานอยากให้หลานมาขอบคุณคุณย่าลู่กับพวกเรา แต่เธอยุ่งตลอด ตาเลยมากับลุงเพื่อมาขอบคุณคุณนายลู่”

            “ถ้ารู้ว่าหลานจะมาวันนี้ พวกเราก็มาพร้อมกับหลานแล้ว”

            คุณย่าลู่เชื้อเชิญให้พ่อลูกกู่ทานอาหารอย่างกระตือรือร้น กล่าวด้วยรอยยิ้ม “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”

            บนโต๊ะอาหาร พ่อลูกกู่ทำเป็นขอบคุณคุณย่าลู่ที่ช่วยออกหน้าแทนสวี่ฮุ่ยในวันที่หลูเจียหงมาหาเรื่องสวี่ฮุ่ย

            แต่ความจริงแล้ว คำพูดทุกคำล้วนบอกเป็นนัย ๆ ว่าสวี่ฮุ่ยมีบุญคุณช่วยชีวิตคุณย่าลู่ คุณย่าลู่ควรตอบแทนบุญคุณ

            สวี่ฮุ่ยฟังอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เข้าใจว่าคุณย่าลู่เป็นศาสตราจารย์ที่ถูกเชิญให้กลับมาสอนที่มหาวิทยาลัยw มหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองเจียงเฉิงสาขาวิชาภาษาจีน

            คุณย่าลู่มีศิษย์เอกคนหนึ่ง ดำรงตำแหน่งสำคัญในสำนักงานศึกษาธิการของมณฑลฉู่

            กู่เจี้ยนกั๋วอยากให้คุณย่าลู่ฝากฝังศิษย์เอกคนนั้นให้ช่วยผลักดันเขาขึ้นไปดำรงตำแหน่ง เมื่อหัวหน้าสำนักงานศึกษาธิการของอำเภอเกษียณอายุ

            สวี่ฮุ่ยเหลือบมองพ่อลูกกู่ด้วยสายตาซับซ้อน

            ทั้งสองคนไม่เคยปกป้องเธอเลยสักนิด กล้ามาฉวยโอกาสขอผลประโยชน์จากบ้านสกุลลู่เพื่อไต่เต้าได้อย่างไร?

            ที่น่าขันยิ่งกว่านั้นคือ คุณตาและกู่เจี้ยนกั๋วต่างก็พยายามส่งสายตาให้สวี่ฮุ่ย หวังว่าเธอจะช่วยพูดสักคำสองคำ

            สวี่ฮุ่ยทำเป็นไม่เห็นปล่อยให้พ่อลูกคู่นั้นส่งสายตาจนตาแทบเหล่  

            เธอไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยพ่อลูกกู่เท่านั้น หลังกินข้าวเสร็จเธอยังจะบอกคุณย่าลู่ด้วยว่าหากมีใครอ้างชื่อเธอมาตีสนิทสกุลลู่คุณย่าลู่ไม่ต้องสนใจและไม่ต้องไปช่วยเหลือพวกเขา

            กินข้าวเย็นจนถึงหนึ่งทุ่มกว่าก็เสร็จ

            หลังกินข้าวพ่อลูกกู่ยังอยากตีสนิทกับคุณย่าลู่เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีต่อ

            คุณย่าลู่ยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ก็แค่รับฟังไปเรื่อย ๆ เท่านั้น

            ท่านเรียกสวี่ฮุ่ยมาถามว่า “บนหัวทิ้งรอยแผลเป็นไว้ไหม?”

            สวี่ฮุ่ยเปิดหน้าม้า “มีแผลเป็นค่ะ แต่เห็นไม่ชัด คุณย่าไม่ต้องกังวลนะคะ”

            คุณย่าลู่โน้มตัวเข้ามาดูหน้าผากเธอใกล้ๆ พยักหน้าพลางกล่าว “ไม่ชัดจริงด้วย”

            พ่อลูกกู่เห็นคุณย่าลู่ฟังพวกเขาพูดส่งๆ แต่กลับคุยเรื่องแผลเป็นกับสวี่ฮุ่ยอย่างสนุกสนาน

            ก็รู้ว่าคุณนายลู่กำลังไล่พวกเขาทางอ้อม จึงจำใจลุกขึ้นขอตัวกลับ

            คุณนายลู่ไม่ได้รั้งไว้แม้แต่น้อย

            

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730